- หน้าแรก
- ลิขิตรักมารดา ยุค เจ็ดศูนย์
- บทที่ 6 : ลูบไล้แผงอกของพ่อหนุ่มเนื้อทอง
บทที่ 6 : ลูบไล้แผงอกของพ่อหนุ่มเนื้อทอง
บทที่ 6 : ลูบไล้แผงอกของพ่อหนุ่มเนื้อทอง
"น้องเล็ก เจ้าทำเอาพี่ชายตกใจแทบแย่"
หลี่กุ้ยหลานได้ยินเช่นนั้นก็ลิงโลดด้วยความดีใจ "แกมาได้จังหวะพอดีเลย! รีบพานังเวินหนวนน้องสาวแกกลับบ้านไปซะ ตระกูลกู้ของเราไม่ต้อนรับสะใภ้แบบนี้!"
เวินเส้าหนิงรู้ดีว่าครอบครัวของตนเป็นฝ่ายผิด แต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาคัดค้านหรือรังแกน้องสาว "น้องเล็ก เรากลับบ้านกันเถอะ!"
เวินหนวนไม่อยากกลับบ้าน เพราะหากหล่อนยอมกลับไปตอนนี้ ทุกคนคงคิดว่าหล่อนถูกทอดทิ้ง และการกระทำของกู้พานตี้ก็อาจทำให้กู้เหยียนโจวเกิดความคลางแคลงใจในตัวหล่อนได้ อีกอย่างหล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของตระกูลเวินเลยแม้แต่น้อย แทนที่จะต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หล่อนเลือกที่จะอยู่ข้างกายกู้เหยียนโจวยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยที่สุดจากการสังเกตของหล่อน ผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีวันทอดทิ้งหล่อนแน่
แต่เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ ตระกูลกู้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เห็นค่าในตัวร่างเดิมเลย แล้วทำไมพ่อแม่ของร่างเดิมถึงยอมเสี่ยงชีวิตบีบบังคับรีดไถตระกูลกู้ เพื่อให้หล่อนได้แต่งเข้าบ้านนี้ให้ได้กันนะ?
“ฉันความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เหยียนโจวบอกว่าฉันเป็นภรรยาของเขาและเขาเป็นผู้ชายของฉัน ช่วงที่ฉันป่วยเขาก็ดูแลฉันมาตลอด เขาเป็นคนดี คงไม่โกหกหนวนหนวนหรอกค่ะ”
หล่อนผลักเวินเส้าหนิงที่กำลังโอบกอดหล่อนอยู่ออกเบา ๆ แล้วรีบวิ่งแจ้นเข้าไปหากู้เหยียนโจว ก่อนจะโผเข้าซบในอ้อมอกของเขา มือเรียวแอบลูบไล้ไปบนแผงอกและหน้าท้องที่แข็งแกร่งเป็นลอนแน่นของเขา พลางคิดในใจว่า แน่นเปรี๊ยะ สัมผัสดีชะมัด!
หล่อนกลัวว่ากู้เหยียนโจวจะเปลี่ยนใจ "เหยียนโจว คุณบอกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณใช่ไหมคะ? คุณบอกว่าจะรับผิดชอบฉัน เพราะฉะนั้นพูดให้ชัดเจนต่อหน้าพี่ชายฉันและครอบครัวของคุณเลยค่ะ"
หล่อนไม่กล้าหันไปสบสายตาอันผิดหวังของเวินเส้าหนิง เพราะหล่อนรู้ดีว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่น ในยุคสมัยแบบนี้ หากหล่อนไม่ได้สถานะภรรยาของกู้เหยียนโจวอย่างถูกต้อง มันอาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกู้เหยียนโจวเท่าใดนัก แต่สำหรับหล่อนมันจะต่างออกไป หล่อนอาจจะไม่สนใจขี้ปากชาวบ้าน แต่กับคนตระกูลเวินล่ะจะทำอย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น กู้เหยียนโจวทั้งรูปร่างดี หน้าตาหล่อเหลา และไม่ใช่พวกกตัญญูหน้ามืดตามัวจนยอมให้ครอบครัวรังแกเมีย งานขับรถไฟของเขาก็สวัสดิการดีเลิศ ในยุคสมัยนี้เขาถือเป็นพ่อหนุ่มเนื้อทองที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมไร้ที่ติชัด ๆ
ด้วยรูปโฉมอันงดงามและนิสัยที่น่าสนใจของหล่อน มีหรือจะหว่านเสน่ห์ให้กู้เหยียนโจวหลงใหลไม่ได้? ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งให้กับหล่อนหรือร่างเดิม แต่เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบ และไม่มีวันปัดความรับผิดชอบแน่นอน!
กู้เหยียนโจวไม่เคยคิดที่จะส่งตัวเวินหนวนกลับไปอยู่แล้ว แม่สาวน้อยคนนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน
“เธอคือภรรยาของฉัน เป็นภรรยาของกู้เหยียนโจว และเป็นสะใภ้ของตระกูลกู้ ไม่มีใครหน้าไหนเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้ทั้งนั้น ตอนนี้เธอกลับบ้านไปกับพี่ชายก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอไปจดทะเบียนสมรสที่ที่ว่าการอำเภอ” สถานการณ์ที่บ้านตอนนี้ไม่เหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ รอให้เขากลับไปทำงานและยื่นเรื่องขอห้องพักสวัสดิการได้เมื่อไหร่ หล่อนก็จะได้ไปอยู่ข้างกายเขา และจะไม่มีใครกล้ารังแกหล่อนได้อีก
ปัญหาสำคัญคือที่บ้านเขายังมีเรื่องยุ่ง ๆ อีกมากที่ยังไม่ได้จัดการ และมันไม่สะดวกที่จะให้หล่อนมาเผชิญเรื่องพวกนี้ในตอนนี้
เวินเส้าหนิงได้ฟังคำรับรองก็ยังคงไม่มีสีหน้าเป็นมิตรให้กู้เหยียนโจวอยู่ดี เขาอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ หนวนหนวนไม่เคยปฏิบัติกับใครนอกจากเขาแบบนี้มาก่อนเลย
“กู้เหยียนโจว เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านเรา ในเมื่อนายเลือกเธอแล้ว นายก็ห้ามทำให้เธอเสียใจ และห้ามยอมให้ใครมารังแกเธอเด็ดขาด รวมถึงคนในครอบครัวของนายด้วย!” เวินเส้าหนิงเอ่ยพลางเดินเข้ามาหาเวินหนวน แล้วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบจมูกหล่อนเบา ๆ "ยัยเด็กใจร้าย ลืมพี่ชายตัวเองเสียแล้วรึ! พี่ล่ะปวดใจจริงๆ กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้เลยนะ"
เวินหนวนลองเอ่ยปากเรียกอย่างหยั่งเชิง "พี่ชาย?"
"โอ้! ในที่สุดก็จำพี่ชายได้แล้วใช่ไหม? พี่รู้อยู่แล้วว่าหนวนหนวนไม่มีวันลืมพี่ชายหรอก!" เวินเส้าหนิงเอ่ยพลางโอบไหล่เวินหนวนด้วยความดีใจ
ในโลกก่อนเวินหนวนเป็นลูกคนเดียว หล่อนมักจะอิจฉาคนอื่นที่มีพี่น้อง คอยรักคอยเอาใจใส่และปกป้องดูแล ตอนนี้หล่อนมีพี่ชายที่แสนดีขนาดนี้ หล่อนจึงรู้สึกมีความสุขจากใจจริง ทว่าหล่อนยังคงต้องแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมต่อไป "เปล่าค่ะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินเส้าหนิงก็แข็งค้างไปทันที เขาตระหนักได้ว่าตนเองคาดหวังมากเกินไปจริงๆ ถึงแม้น้องสาวจะความจำเสื่อม แต่หล่อนหายเป็นปกติไม่ปัญญาอ่อนแล้ว แค่นี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดแล้ว!
"ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปก็จำไว้ให้ดีนะว่าฉันเป็นพี่ชายของเธอ ฉันชื่อเวินเส้าหนิง!"
เวินหนวนพยักหน้ารับ ตกลงใจที่จะกลับบ้านไปกับเวินเส้าหนิง ทว่าหล่อนยังคงเหลียวหลังกลับมามอง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย "คุณคะ พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมไปรับหนวนหนวนนะ หนวนหนวนจะรอคุณอยู่ที่บ้านค่ะ! หนวนหนวนจะเชื่อฟังและทานข้าวเยอะ ๆ คุณเองก็ต้องเชื่อฟังและทานข้าวเยอะ ๆ เหมือนกันนะ ฉันจะกลับบ้านกับพี่ชายแล้วค่ะ!"
เมื่อเวินหนวนเห็นกู้เหยียนโจวจ้องมองหล่อนตาไม่กะพริบ หล่อนก็รู้ทันทีว่าแผนการของตนสำเร็จแล้ว พพ่อหนุ่มเนื้อทองคนนี้ต้องตกหลุมเสน่ห์ของหล่อนเข้าให้แล้วแน่ ๆ!
"พรุ่งนี้เช้าตรู่ฉันจะรีบไปรับเธอทันที!" เสียงหวานละมุนชวนออดอ้อนของเวินหนวนทำเอากู้เหยียนโจวแทบจะสิ้นเรี่ยวแรง ปากเล็ก ๆ ของหล่อนช่างหวานล้ำชวนให้ลุ่มหลงเหลือเกิน ตอนนี้เขาเริ่มนึกวาดฝันถึงชีวิตคู่หลังแต่งงานกับเวินหนวนเสียแล้วสิ