เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 : ชีวิตอันแสนสุขของข้ายังไม่ทันได้เริ่ม ก็ต้องมาตายแล้วรึ?

บทที่ 26 : ชีวิตอันแสนสุขของข้ายังไม่ทันได้เริ่ม ก็ต้องมาตายแล้วรึ?

บทที่ 26 : ชีวิตอันแสนสุขของข้ายังไม่ทันได้เริ่ม ก็ต้องมาตายแล้วรึ?


"ฮ่าๆๆ! พวกเจ้าทุกคนช่างเป็นคนฉลาดที่รู้เท่าทันสถานการณ์ดียิ่ง!"

"วางใจเถอะ! เมื่อเรื่องราวทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ตระกูลเย่ของข้าจะไปเยี่ยมเยือนพวกเจ้าถึงประตูบ้านด้วยตัวเองพร้อมรางวัลอย่างงาม!"

"ส่วนคนบางกลุ่ม..." ท่านพ่อของเย่เจียวเจียวกวาดสายตามองไปยังผู้นำตระกูลหลิน ตระกูลเซียว และตระกูลหวัง แววตาของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบดุจน้ำแข็ง "ข้าจะมอบโอกาสให้พวกเจ้าอีกเป็นครั้งสุดท้าย!"

"พวกเจ้า... จะยอมสวามิภักดิ์เข้าร่วมกับพวกข้าหรือไม่?!"

ตึง!

แรงกดดันอันมหาศาลและทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาอีกระลอก ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ในใจของเขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย นึกไม่ถึงเลยว่าไม่มีตระกูลใหญ่ในบรรดาห้าตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลใดยอมศิโรราบแปรพักตร์มาเข้าพวกด้วยเลยสักคน

เรื่องนี้ย่อมทำให้ความยากในแผนการทำลายล้างตระกูลมู่ทวีคูณขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย!

ผู้นำตระกูลหลิน ตระกูลเซียว และตระกูลหวังหันมาสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยว

"ขออภัยด้วย! ตระกูลเซียวของข้าเป็นตระกูลที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และคุณธรรมมาโดยตลอด!" ผู้นำตระกูลเซียวขยับกายก้าวออกไปด้านหน้า พลางชี้นิ้วด่าทอท่านพ่อของเย่เจียวเจียวด้วยความเดือดดาล

"ส่วนเจ้า! มันก็เป็นแค่คนทรยศที่โมหันต์ด้วยความโลภโมโทสันเท่านั้นแหละ!"

"แล้วตอนนี้เจ้ายังคิดจะมาเรียกร้องสิ่งใดอีก!"

"พูดได้ดี!" ผู้นำตระกูลหวังยืนกอดอกพลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม "ด้วยสันดานของตระกูลเย่แล้ว การเข้าร่วมกับพวกเจ้าคงไม่เพียงแต่จะไม่ได้ประโยชน์อันใด แต่อาจจะโดนพวกเจ้าหักหลังลอบกัดขจัดทิ้งในภายหลังเสียมากกว่า!"

ฟุ่บ!

"จะไปเสียเวลาพ่นวาจาไร้สาระกับมันทำไมกัน!"

ผู้นำตระกูลหลินชักกระบี่ออกจากฝัก พริบตานั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มคนของตระกูลเย่ ตวัดคมกระบี่ฟาดฟันปลิดชีพคนไปหลายคนในทันที "หนอยแน่ะ ฆ่าพวกมันก่อนเลย!"

ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!

ศีรษะของคนอีกหลายคนหลุดกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นในชั่วพริบตา!

เมื่อเห็นภาพนั้น ผู้นำตระกูลหวังและผู้นำตระกูลเซียวก็ไม่รอช้า รีบสั่งการระดมพลคนของตนเองแล้วพุ่งเข้าใส่ตระกูลเย่รวมถึงตระกูลพรรคพวกกลุ่มย่อยที่ยอมสวามิภักดิ์ตระกูลเย่อย่างบ้าคลั่ง!

"ฮ่าๆๆๆ! ดี! พวกเจ้าช่างใจกล้าบ้าบิ่นกันดีแท้นะ!" ท่านพ่อของเย่เจียวเจียวหัวเราะออกมาด้วยความคลั่งแค้น เขาโบกมือพลางกัดฟันกรอด "ฆ่า! ฆ่าพวกมันให้หมด!"

"ห้ามเหลือรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!!!"

เพล้ง! เพล้ง!

คลื่นเสียงอันทรงพลังของเขาถึงกับทำให้กระจกหน้าต่างของโรงแรมแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา!

"พวกเรา บุกเข้าไป!"

"ฆ่าพวกมันให้สิ้น! แล้วสมบัติพัสถานทั้งหมดของตระกูลมู่จะตกเป็นของพวกเรา!"

เมื่อเห็นสัญญาณเปิดฉาก เหล่าสมาชิกของตระกูลเย่และตระกูลย่อยที่สวามิภักดิ์ก็พุ่งเข้าสู่สมรภูมิรบอย่างพัวพัน

ปัง ปัง ปัง!

พื้นที่ภายในโรงแรมพลันแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องบดเนื้อขนาดมหึมาในชั่วพริบตา

การโจมตีด้วยทักษะพลังปราณหลากสีสันส่องประกายเจิดจ้าจนลายตาไปหมด

ผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาต่างสาวหมัดเข้าใส่กันด้วยพละกำลังอันป่าเถื่อนหนุนเนื่อง ทำเอาเศษซากแขนขาที่หลุดขาดปลิวว่อนไปทั่วทุกสารทิศ

"หึหึหึ! สู้กันเข้าไป! เข่นฆ่ากันเข้าไป!" ท่านพ่อของเย่เจียวเจียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเป็นล้นพ้น รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า "มันจะดีที่สุดหากพวกมันเข่นฆ่ากันจนพินาศย่อยยับไปทั้งสองฝ่าย เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลเย่ของข้าจะได้ก้าวขึ้นเป็นตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าได้อย่างง่ายดาย!"

จากนั้น เขาก็ตวัดสายตาคมกริบเล็งเป้าตรงมาทางนั่วเสี่ยวฉือ

"!!!"

นั่วเสี่ยวฉือพลันรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัวดั่งโดนน้ำแข็งราดรด นางรีบยื่นมือไปสวมกอดมู่ชิงเสวียนไว้แน่นตามสัญชาตญาณ "มู่ชิงเสวียน! รีบ..."

ฟุ่บ!

ยังไม่ทันที่นางจะสิ้นประโยคดี มู่ชิงเสวียนก็คว้าหมับเข้าที่ร่างบางของนาง พลิกกายหันหลังวิ่งหนีออกจากตรงนั้นอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังแม้แต่น้อย!

"วิ่ง... เอ๋..." นั่วเสี่ยวฉืออ้าปากค้างพลางมองดูมู่ชิงเสวียนด้วยความรู้สึกตลกปนอัศจรรย์ใจ

เจ้าหมอนี่สับตีนแตกได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบแท้ๆ!

ช่างเป็นคนที่ฉลาดและทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดจริงๆ!

"ฮ่าๆๆ! คิดจะหนีงั้นรึ อย่าฝันไปหน่อยเลย!" ท่านพ่อของเย่เจียวเจียวหัวเราะร่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานร่างไล่ล่าตามมาในทันที "ข้าจะเด็ดหัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคู่นี้ เพื่อเพิ่มความสำราญให้แก่แผนการทำลายล้างตระกูลมู่ในวันนี้เสียเลย!"

ฟุ่บ!

ความเร็วของเขานั้นมหาศาลทลายขีดจำกัด จนเกิดเสียงแหวกอากาศระเบิดดังสนั่นเป็นระยะ

จากนั้นเขาก็ตวัดมือคราหนึ่ง ออกแรงกระชากเศษซากกำแพงขนาดใหญ่แล้วทุ่มตรงมาด้านหน้า

ตึง!

เศษซากกำแพงหนาทึบร่วงหล่นลงมาปิดกั้นเส้นทางในทางเดินไว้อย่างประจวบเหมาะ ตัดช่องทางการหนีของมู่ชิงเสวียนจนหมดสิ้น!

มู่ชิงเสวียนขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจัง ดั่งกำลังจมดิ่งอยู่กับความขบคิดอย่างหนัก

"หนีสิ! เหตุใดถึงหยุดวิ่งเสียแล้วล่ะ?" ชายวัยกลางคนก้าวเท้าเยื้องย่างเข้ามาพร้อมระบายกลิ่นอายกดดันอันมหาศาล ทุกย่างก้าวของเขาทำให้นั่วเสี่ยวฉือรู้สึกราวกับมีก้อนหินหนักอึ้งมากดทับอยู่ที่หน้าอก

"หึหึหึ! ต่อให้เจ้าจะหนีเตลิดเปิดเปิงไปที่ใดก็ไร้ประโยชน์!"

"เพราะวันนี้น่ะ มันคือวันตายของพวกเจ้าอย่างไรเล่า!"

"แย่แล้วสิ..." นั่วเสี่ยวฉือกำหมัดแน่นพลางเม้มริมฝีปากด้วยความขัดใจ

พับผ่าสิ! ชีวิตอันแสนสุขราบรื่นของนางกับมู่ชิงเสวียนยังไม่ทันได้เริ่มต้นขึ้นเลยด้วยซ้ำ ไฉนเรื่องราวมันถึงได้มาจบเห่ลงเอาดื้อๆ แบบนี้ล่ะ!

นางยังคิดที่จะล้างแค้นและเอาคืนเจ้ามู่ชิงเสวียนอยู่เลยนะ!

ดังนั้น มู่ชิงเสวียนจะมาด่วนตายอยู่ที่นี่ไม่ได้เป็นอันขาด!

เดี๋ยวก่อนนะ!

ดวงตากลมหม่นพลันเป็นประกายวิบวับเมื่อฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้

จะว่าไป... พลังป้องกันของเผ่ามังกรของนางมันยอดเยี่ยมและเหนือชั้นกว่าผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกันตั้งมากมายไม่ใช่หรืออย่างไร?

แถมในเกมนิยายแนวนี้ ช่วงท้ายเกมพลังระดับพ้นปุถุชน ก็ไม่แน่ว่าจะเจาะการป้องกันของนางเข้า!

หากนางยอมเสี่ยงชีวิตสู้ตายถวายหัว อย่างน้อยๆ ก็น่าจะสามารถถ่วงเวลาเพื่อให้มู่ชิงเสวียนหนีเอาตัวรอดไปได้!

"นี่... มู่ชิงเสวียน" นั่วเสี่ยวฉืออึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปกระตุกชายเสื้อของเขา พลางเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

"ทำไมเจ้าไม่หนีไปก่อนล่ะ! ตัวข้า... อื้อออออ!"

ยังไม่ทันที่นางจะพ่นคำพูดสละชีพจบ มู่ชิงเสวียนก็เคลื่อนกายเข้ามาขวางเส้นทางของนางไว้ทันควัน

"ภรรยา เจ้าหนีไปก่อนเถอะ!" มู่ชิงเสวียนเลิกริมฝีปากขึ้น พลางส่งยิ้มละมุนและวางร่างของนางลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา "ข้าจะอยู่ต้านทานมันไว้ที่นี่สักพัก แล้วจะรีบตามเจ้าไปในภายหลัง"

เขาเอ่ยออกไปเช่นนั้น ทว่าในใจกลับไม่มีความมั่นใจในศึกครานี้เลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้ว่าตัวเขาจะก้าวเข้าสู่ ระดับพ้นปุถุชนขั้นกลาง มาเป็นเวลานานและมีประสบการณ์การต่อสู้อย่างโชกโชนก็ตาม

แต่ทว่าท่านพ่อของเย่เจียวเจียวผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับพ้นปุถุชนขั้นปลายธรรมดาๆ ทั่วไป ระดับพลังปราณในร่างของเขานั้นสูงล้ำกว่าปกติมากนัก!

หากเทียบตามแต้มคุณสมบัติของระบบแล้ว พละกำลังของมู่ชิงเสวียนอยู่ที่ 40 แต้ม ในขณะที่พละกำลังของท่านพ่อของเย่เจียวเจียวสูงถึง 70 แต้มเลยทีเดียว!

ห่างกันเกือบเท่าตัว!

"รีบหนีไปซะ!"

มู่ชิงเสวียนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งเครียดพลางเอ่ยข่มขู่ "มิฉะนั้น... เจ้าคงไม่อยากให้อัตลักษณ์ความเป็นสาวมังกรของเจ้าต้องถูกเปิดโปงหรอก... ใช่ไหม?"

"อึก..."

จู่ๆ นั่วเสี่ยวฉือก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนเองแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน พลันบังเกิดความเจ็บปวดแปลบแล่นพล่านเข้าสู่ขั้วหัวใจ

มันเจ็บปวดเหลือเกิน!

"ข้าไม่..."

"อะไรงั้นรึ?"

"ข้าบอกว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวเด็ดขาด!!!"

เพียียะ!

นั่วเสี่ยวฉือฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของมู่ชิงเสวียนเต็มแรง

ชายหนุ่มถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ ยังไม่ทันที่เขาจะได้สติและตอบโต้สิ่งใดกลับไป ก็พลันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอันอ่อนนุ่มที่ประทับลงบนริมฝีปากของตนเอง

"อืมม์....."

เขาจ้องมองนั่วเสี่ยวฉือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและสับสนทำอะไรไม่ถูก

"หุบปากไปเลยนะ!"

นั่วเสี่ยวฉือที่บัดนี้มีหยาดน้ำตาร่วงพรูอาบสองแก้ม ระดมกำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนแผงอกของเขาอย่างอัดอั้น น้ำเสียงของนางสั่นเครือระคนสะอึกสะอื้น "มู่ชิงเสวียน! เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังพ่นวาจาเหลวไหลอันใดออกมา!"

"ให้ข้าหนีไปคนเดียวงั้นรึ? แล้วเจ้าจะอยู่ต้านทานไว้เองอย่างนั้นเร้า?"

"ลำพังตัวเจ้าคนเดียว จะไปต้านทานพลังมหาศาลขนาดนั้นได้อย่างไรกันฮะ!"

แล้วเจ้า... จะสามารถกลับมาหาข้าได้อีกอย่างนั้นรึ?

"เจ้าคิดจะจบเรื่องทึกทักเอาเองด้วยการยอมตาย แล้วทิ้งให้ข้าต้องกลายเป็นหญิงหม้ายแต่งงานหม้ายขันหมากอย่างนั้นใช่ไหม?!"

"คือเรื่องนั้น......"

เพียียะ!

"บอกให้หุบปากอย่างไรเล่า!" นั่วเสี่ยวฉือฟาดฝ่ามือใส่เขาอีกระลอก ก่อนจะขยับกายเข้าไปยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา แววตาทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "พวกเราจะตายก็ตายด้วยกัน! จะอยู่ก็อยู่ด้วยกัน!"

"ข้าไม่อยากให้ผู้คนภายนอกมาตราหน้านินทาว่าข้าเป็นหญิงแพศยาใจดำอำมหิตที่ทอดทิ้งสามีของตนเองหรอกนะ!"

นางทำปากยื่นพลางแค่นเสียงสะบัดหน้าหนี "เหอะ! จำใส่หัวของเจ้าไว้ด้วยล่ะ! นี่คือเหตุผลเดียวที่ข้ายอมอยู่โยงที่นี่!"

"ไม่ได้เป็นเพราะว่าข้าบังเกิดความห่วงใยในตัวเจ้าเลยสักนิดเดียว!"

"เอาล่ะ! เมื่อกี้เจ้าคิดจะพ่นคำพูดอันใดอีกล่ะ? รีบๆ พ่นออกมาตอนนี้เลยสิ!"

มู่ชิงเสวียนยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง พลางเผยรอยยิ้มอย่างหมดท่าและเอื้อมมือไปชี้ที่ด้านข้าง "ที่ข้าจะบอกก็คือ... ดูเหมือนเจ้าหมอนั่นกำลังโกรธจัดจนฟิวส์ขาดแล้ว และพวกเราสองคนอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่าเดิมน่ะสิ"

"เอ๋?" นั่วเสี่ยวฉือกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันขวับไปมองตามนิ้วมือของเขา

"สามหาว! พวกเจ้ามันสามหาวสิ้นดี!" ท่านพ่อของเย่เจียวเจียวโกรธจัดจนหนวดเคราสั่นกระพือ หนวดแทบจะหลุดร่วงออกมาหลายเส้น เขาขบฟันกรอดพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาฆาตมาดร้าย "พวกเจ้าสองคนเห็นข้าที่เป็นศัตรูอยู่ตรงหน้าเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไรกัน!"

"ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ พวกเจ้ายังจะมีหน้ามาพร่ำพรรณนารักออดอ้อนต่อกันอีกรึ!"

"ดียิ่ง!"

แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตอันเข้มข้น ก่อนจะค่อยๆ ยกฝ่ามือหนาขึ้นสูง

พลันบนเพดานห้องนอนก็เกิดความผันผวนของมวลอากาศ ปรากฏเป็นรูปมหาหัตถ์สีทองอร่ามโปร่งแสงขนาดมหึมาที่มีความกว้างมากกว่าสิบเมตร ซึ่งก่อตัวขึ้นจากพลังปราณอันมหาศาลแท้จริง!

"เช่นนั้นในวันนี้ ข้าก็จะส่งพวกเจ้าสองคนลงนรกไปอยู่ร่วมกันเสียเลย!"

เขากดฝ่ามือลงมาด้านล่างอย่างรุนแรงและเฉียบขาด!

มหาหัตถ์สีทองอร่ามพุ่งดิ่งทลายลงมาด้วยพละกำลังอันหนักหน่วงดั่งขุนเขาที่ไม่อาจมีสิ่งใดขวางกั้นได้!

"ไปตายซะให้หมด!"

จบบทที่ บทที่ 26 : ชีวิตอันแสนสุขของข้ายังไม่ทันได้เริ่ม ก็ต้องมาตายแล้วรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว