- หน้าแรก
- สาวมังกรจำเป็น ถูกจับแต่งกับคู่ปรับ
- บทที่ 15 : พวกเราแต่งงานกันเถอะ!
บทที่ 15 : พวกเราแต่งงานกันเถอะ!
บทที่ 15 : พวกเราแต่งงานกันเถอะ!
"ท่านลุงกับท่านป้าดุมากหรือไม่เจ้าคะ?"
"เอ่อ... ข้า... ข้าจะสามารถทำให้ท่านลุงกับท่านป้ายอมรับได้จริงๆ หรือ?"
"ข้าเป็นถึงสาวมังกร ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดานะเจ้าคะ!"
นั่วเสี่ยวฉือ และ มู่อวี่หลาน (น้องสาวของมู่ชิงเสวียน) อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามสารพัดคำถามขณะที่กำลังเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องนอน
ยามนี้นางรู้สึกตื่นตระหนกและประหม่าเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะต้องไปพบหน้าบิดามารดาของเขา
แต่ประเดี๋ยวก่อน! อย่าเข้าใจนางผิดเชียวล่ะ!
นางก็แค่กลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งนั่นจะทำให้นางไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนนับพันล้านมาจ่ายค่าชดเชยต่างหาก
"พี่สะใภ้ตระหนกไปไย!" มู่อวี่หลานแย้มยิ้มพลางตบหัวของนางเบาๆ เพื่อปลอบประโลมให้คลายกังวล
"เหตุผลที่ตระตูลมู่ของพวกเราเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่ทรงอำนาจที่สุดในบรรดาตระกูลเร้นกายทั้งหมด มิใช่เพียงเพราะความอุตสาหะของเหล่าบรรพชนเท่านั้นหรอกนะ"
"หากแต่เป็นเพราะความเปิดกว้างและใจกว้างของคนในตระตูลเราต่างหาก!"
"กะอีแค่การแต่งงานกับสาวมังกร มีสิ่งใดแปลกประหลาดกัน?"
"บรรพชนของพวกเรายังเคยมีสายสัมพันธ์กับเผ่าซัคคิวบัส... อะแฮ่ม! ช่างมันเถอะ!"
มู่อวี่หลานไอแห้งๆ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย: "เอาเป็นว่า ขอเพียงพี่สะใภ้มิได้มีเจตนาร้ายแอบแฝง ก็น่าจะผ่านด่านทดสอบได้อย่างง่ายดายแล้วเจ้าค่ะ!"
"พอดีหน้าของข้าเลอะเทอะไปหน่อย ข้าขอตัวไปชำระล้างร่างกายก่อนนะเจ้าคะ พี่สะใภ้เข้าไปก่อนได้เลย!"
เอ่ยจบ มู่อวี่หลานก็วิ่งเหยาะๆ จากไปทันที
นั่วเสี่ยวฉือได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปด้วยความเงียบงันอยู่เป็นเวลานาน
เจตนาร้ายแอบแฝงอย่างนั้นหรือ?
แล้วนาง... นับว่าเป็นพวกมีเจตนาร้ายหรือไม่นะ?
ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ในที่สุดนางก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของมู่ชิงเสวียน ซึ่งแน่นอนว่ายามนี้มันได้กลายเป็นหน้าประตูห้องของนางเองเช่นกัน
"จะว่าไป... หวังว่าข้าคงจะไม่ถูกจับได้หรอกนะหากแอบฟัง!"
นั่วเสี่ยวฉือฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะแนบหูลงกับบานประตูทันทีเพื่อตั้งใจฟังเสียงเคลื่อนไหวภายในห้อง
ในใจของนางยังคงมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง จึงตัดสินใจลอบฟังสถานการณ์ดูก่อนเพื่อวางแผนรับมือ
ทว่าโชคร้ายนักที่ห้องนี้เก็บเสียงดีเกินไป นางแอบฟังอยู่นานสองนานกลับไม่ได้ยินสิ่งใดเลยสักนิด
แกร๊ก!
ทันใดนั้น บานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน!
"เอ๋?" นั่วเสี่ยวฉือเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับมู่ชิงเสวียนที่กำลังส่งยิ้มมาให้ ใบหน้าของนางพลันแดงซ่านขึ้นมาทันควัน "มู่... มู่ชิงเสวียน? เจ้า... เจ้ากำลังจะทำอะไรน่ะ~"
"คำถามนั้นข้าควรเป็นฝ่ายถามเจ้ามากกว่ากระมัง?" มู่ชิงเสวียนเชยคางของนางขึ้นพลางยิ้มกริ่ม "หากอยากเข้ามาเหตุใดไม่เข้ามาเล่า จะมัวเอียงอายอยู่ไย?"
"ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรอเจ้าอยู่เชียว!"
ขณะที่เอ่ย เขาก็วาดแขนโอบไหล่ของนั่วเสี่ยวฉือแล้วพานางเดินเข้าไปด้านใน
"เหวอ? ช้าลงหน่อย! ช้าลงหน่อยสิ!"
นั่วเสี่ยวฉือมิกล้าขัดขืน ทำได้เพียงก้มหน้าต่ำพลางลอบมองบิดามารดาของมู่ชิงเสวียนอย่างละล้าละลังราวกับหัวขโมย
มารดาของเขาอยู่ในชุดรัดกุมหนังสีดำทมิฬพร้อมสวมแว่นตากันลมสีมืด โดยมีถุงสมบัติระยิบระยับคาดอยู่ตรงเอว
ส่วนบิดาของเขามีใบหน้าคมสัน หนวดเคราสีขาวโพลน และมีกล้องยาสูบคีบอยู่ที่ริมฝีปาก ที่สำคัญบนใบหน้าของเขายังมีรอยแผลเป็นจากคมดาบยาวราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตรพาดผ่าน
ยามที่เห็นนั่วเสี่ยวฉือ ทั้งสองก็ตวัดสายตาจับจ้องและสำรวจนางในทันที
“อึก~” นั่วเสี่ยวฉือพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบด้วยความประหม่า
บ้าจริง!
บรรยากาศราวกับพวกเขาเป็นพวกสมาคมนอกกฎหมายไม่มีผิด คล้ายกับว่าหากนางทำอะไรให้ไม่พอใจเพียงนิดเดียว ก็พร้อมจะสับนางให้กลายเป็นเนื้อบดได้ทุกเมื่อ!
แม้ว่ายามเป็นเด็กนางจะเคยพบกับบิดามารดาของมู่ชิงเสวียนมาก่อน ทว่ายามนี้พวกเขากลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"แงงงง~ มู่ชิงเสวียน ~" หยาดยาดน้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาสองข้างของนั่วเสี่ยวฉือ นางส่งสายตาวิงวอนคล้ายจะร้องไห้ไปให้มู่ชิงเสวียน พร้อมกับเกาะไหล่ของเขาไว้แน่น: "เจ้า... เจ้าห้ามทิ้งข้าไว้ที่นี่คนเดียวเด็ดขาดเลยนะ!"
"ให้ข้า... ให้ข้าเรียกเจ้าว่าสามีก็ได้!"
"สามีขา ช่วยข้าด้วย!"
"อะแฮ่ม!" มู่ชิงเสวียนไอคอกแคก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาแทบจะละลายไปกับท่าทางออดอ้อนของนั่วเสี่ยวฉือ
"ท่านพ่อ! ท่านแม่! นี่คือภรรยาของข้า! พวกท่านทำนางตกใจหมดแล้ว!" มู่ชิงเสวียนรีบเอ่ยแนะนำตัวนางทันที จากนั้นก็โน้มตัวลงตบหัวของนางเบาๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู:
"ประเดี๋ยวจำไว้ว่าต้องเรียกทุกคนให้ดีๆ ล่ะ เรียกพวกเขาว่าท่านพ่อท่านแม่ได้เลย!"
"อื้อ!" นั่วเสี่ยวฉือพยักหน้ารับด้วยความซาบซึ้งใจ และยิ่งโอบกอดเขาไว้แน่นขึ้นไปอีก
"โอ้? เรียก 'ภรรยา' เต็มปากเต็มคำปานนี้เชียวรึ?" มารดาของมู่ชิงเสวียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เบนสายตามามองนั่วเสี่ยวฉือพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนเรียวปาก
"ยินดีที่ได้พบ! พวกเราคือบิดามารดาของเจ้าเด็กเหลือขอมู่ชิงเสวียน เจ้า..."
ตึ้ง!
"กราบสวัสดีเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่! ขอให้ท่านพ่อท่านแม่ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเจ้าค่ะ!"
ด้วยสัญชาตญาณ นั่วเสี่ยวฉือทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นแล้วก้มลงกราบแทบเท้าบิดามารดาของมู่ชิงเสวียนเสียงดังฟังชัดถึงสามครา
"......."
บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบสงัดลงในชั่วพริบตา
ทุกคนต่างพากันจ้องมองมาที่นั่วเสี่ยวฉือด้วยสายตาแปลกประหลาด
"แงงงง~ จบเห่แล้ว!"
นั่วเสี่ยวฉือซบหน้าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี มิกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองใคร
บ้าจริง เมื่อครู่นี้นางพ่นวาจาใดออกไปกันเนี่ย?!
เป็นเพราะนางดูงิ้วและตำนานโบราณมากเกินไป ประกอบกับบิดามารดาของมู่ชิงเสวียนดูน่าเกรงขามเกินไป ในใจของนางเลยเผลอคิดว่าพวกเขาเป็นองค์จักรพรรดิไปเสียได้!
“ลูกชาย เจ้าไปพาอะไรมา…” มารดาของมู่ชิงเสวียนใช้นิ้วชี้ไปที่หัวของตนเอง พลางส่งสายตาตั้งคำถามไปยังบุตรชาย
สายตานั้นราวกับจะสื่อว่า 'เจ้าไปพาสิ่งใดกลับมาเนี่ย ดูท่าทางสมองจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ'
มู่ชิงเสวียนยกมือขึ้นกุมขมับ สายตาของเขาตอบกลับมาราวกับจะบอกว่า 'ขออภัยด้วยขอรับท่านแม่ หากนางฉลาดล่ะก็ ข้าคงมิพานางกลับมาหรอก'
"อะแฮ่ม ท่านพ่อท่านแม่ ข้ามีเรื่องจริงจะบอกพวกท่าน!" มู่ชิงเสวียนลูบหัวของนั่วเสี่ยวฉือและใช้มือเพียงข้างเดียวพยุงตัวนางให้ลุกขึ้นยืน:
"แท้จริงแล้วพวกท่านเองก็รู้จักสาวมังกรน้อยตนนี้!"
"นางคือ นั่วเสี่ยวฉือ สหายในวัยเด็กที่มักจะมาวิ่งเล่นที่นี่บ่อยๆ อย่างไรเล่าขอรับ!"
"ส่วนเรื่องที่เหตุใดนางจึงกลายร่างเป็นสาวมังกรนั้น ข้าเองก็ยังมิทราบแน่ชัด!"
"เอ๋? มู่ชิงเสวียน?" นั่วเสี่ยวฉือหันไปมองมู่ชิงเสวียนด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดเขาจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
ต้องไม่ลืมสิว่า ชาติก่อนนางเคยเป็นบุรุษนะ!
แล้วมารดาของมู่ชิงเสวียนจะยอมรับเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไรกัน?
"อะไรนะ? จริงหรือ?" นัยน์ตาของมารดามู่ชิงเสวียนพลันเปล่งประกายวาววับ นางรีบถลันกายเข้ามาบีบแก้มของนั่วเสี่ยวฉือด้วยความตื่นเต้นละคนยินดี: "นั่วเสี่ยวฉือ? ใช่เจ้าจริงๆ หรือ?"
"......"
"เอ่อ... เจ้า... เจ้าค่ะ!" สมองของนั่วเสี่ยวฉือแทบจะลัดวงจร หลังจากดึงสติกลับมาได้ นางก็รีบพยักหน้ารับทันที: "ท่านแม่... สวัสดีเจ้าค่ะท่านแม่?"
นางถึงกับเอ๋อรับประทาน เหตุใดมารดาของมู่ชิงเสวียนจึงดูผิดไปจากที่นางจินตนาการไว้ลิบลับเช่นนี้ล่ะ?
ตามหลักแล้ว ยามนี้อีกฝ่ายควรจะปฏิเสธและขับไล่นางออกไป หรือไม่ก็ลอบกำจัดนางในคืนเดือนมืดเพื่อมิให้มาพัวพันกับมู่ชิงเสวียนอีกไม่ใช่หรืออย่างไร?
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย!" มารดาของมู่ชิงเสวียนหัวเราะร่าอย่างชอบใจ นางลูบหัวนั่วเสี่ยวฉือพลางเอ่ยด้วยความพึงพอใจ "ไม่ได้เจอกันเสียตั้งนาน เจ้าเติบโตขึ้นมางดงามถึงเพียงนี้เชียวรึ!"
นางกวาดสายตามองสำรวจนั่วเสี่ยวฉือตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจจนต้องพยักหน้าหงึกๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
"ถึงจะดูซื่อบื้อไปบ้าง แต่นางก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเป็นภรรยาที่ดีได้!"
"แถมการที่สหายคู่หูในวันวานกลายร่างมาเป็นสาวมังกรเช่นนี้ ช่างน่าขันและน่าอัศจรรย์ใจแท้!"
"ต่อจากนี้ไป เจ้าลูกชายมู่ชิงเสวียนของข้าช่างโชคดีเหลือเกิน!"
"จะว่าไป..." นางโน้มตัวลงมาใกล้ใบหูของนั่วเสี่ยวฉือ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงความนัย "เจ้ากับเจ้าลูกชายตัวแสบของข้า พวกเจ้า... ยังมิได้มี 'สิ่งนั้น' ต่อกันใช่หรือไม่?"
"หา? เอ๋? คุก... คุกใต้ดิน?" ใบหน้าของนั่วเสี่ยวฉือพลันแดงซ่านถึงขีดสุดในชั่วพริบตา ดวงตาหมุนวนเป็นลูกข่างด้วยความสับสน นางรีบสะบัดหน้าหนีไปอีกทางทันที
"ท่านแม่... ท่านแม่พูดเรื่องอันใดกันเจ้าคะ!"
"ข้า... ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด!"
ยามนี้นางแทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ
เหตุใดท่านแม่ต้องมาเอ่ยถามเรื่องน่าอายพรรค์นี้ด้วยเล่า?
ข้าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้วนะ!
"ตายจริง! เอียงอาย! นี่ยังเอียงอายอยู่อีกรึ!" มารดาของมู่ชิงเสวียนส่งสายตาที่รู้เท่าทันกันมาให้ พลางตบไหล่นางและหัวเราะร่า "ข้าแค่มองปราดเดียวจากดวงหน้าอันเปี่ยมสุขของเจ้า ข้าก็รู้คำตอบแล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องประหม่าถึงเพียงนั้นหรอก!"
"นับจากนี้ไป หากเจ้าลูกชายมู่ชิงเสวียนมันบังอาจรังแกเจ้า เจ้าจงมาบอกแม่ทันที เข้าใจหรือไม่?"
"ข้า... ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ~" นั่วเสี่ยวฉือกุมมือตัวเองแน่น ใบหน้าแดงก่ำพลางก้มหน้าลงต่ำ ในใจลอบคิดไปไกล: "ข้า... ข้าเชื่อว่ามู่ชิงเสวียนจะปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ดีมาก! ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้! แม่ยอมรับเจ้าเป็นสะใภ้ของตระกูลมู่อย่างเป็นทางการ!"
มารดาของมู่ชิงเสวียนฉีกยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ:
"ในเมื่อยามนี้ข้ากับท่านพ่อของเจ้ากลับมาแล้ว พวกเราก็จัดงานแต่งงานกันภายในไม่กี่วันนี้เลยเถิด!"