เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เหมือนเจอกันครั้งแรก

บทที่ 12 เหมือนเจอกันครั้งแรก

บทที่ 12 เหมือนเจอกันครั้งแรก


ไม่เจอกันหกปีเขาดูผอมลงเล็กน้อย แต่อย่างอื่นไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ดวงตาคู่นั้นเหมือนค่ำคืนที่สุกสว่าง แสงดาวเย็นเยียบส่องลงมาจนทำให้สายตาพร่ามัว

เธอรีบละสายตาและพูดเบาๆ “อาจารย์หนิง”

สายตาล่องลอยไม่มีที่ที่สามารถมองไปได้ จึงตกลงยังสิบนิ้วที่ประสานกันวางอยู่บนโต๊ะ นิ้วเรียวขาว ในความทรงจำยังคงจำได้ถึงอุณหภูมิของมันเมื่อประสานมือ เย็นสบาย

เธอไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไร ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วินาที ยาวนานไม่ต่างจากความทุกข์ทรมาน

สุดท้ายก็ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากัน เธอให้กำลังใจตัวเองในใจและแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ

“ไปเถอะ” เขาพูด แววตาอบอุ่น

เธอตกตะลึง เธอไม่คิดจริงๆ ว่าการกลับมาพบกันอีกครั้งหกปีผ่านไปจะเป็นบทสนทนาแบบนี้ เขาที่พูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนั้นช่างดูคุ้นเคย และดูราวกับพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือว่าควรจะต้องพูดว่า ‘หลิวเจิง เธอสบายดีหรือเปล่า?’ หรือ ‘ไม่เจอกันนานนะ?’ หรือคำพูดไร้สาระอื่นๆ อย่างนั้นเหรอ?

เธอชะงักและตอบ “อ้อ” แล้วหันหลังเดินออกไป

หลังออกจากห้องทำงาน ในที่สุดเธอก็ได้ถอนหายใจยาวๆ ด้วยความโล่งอก

การกลับมาเจอกันในครั้งนี้ เปรียบเสมือนทหารที่เข้าโจมตีกำแพงเมือง ป้อมปราการในใจที่สร้างมานาน เมื่อยามที่ต้องรับศึกกลับจบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

เหนือความคาดหมายแต่ก็สามารถทำให้ผ่อนคลายลงได้มาก

เมื่อเทียบกับสถานการณ์ตึงเครียดต่างๆ หรือการหวนนึกถึงรักครั้งเก่าแล้ว สายลมบางเบาและฝนปรอยๆ แบบนี้ มันดีกว่ามาก ทันใดนั้นเองก็รู้สึกได้ว่าความเกี่ยวพันของเธอกับเขาเมื่อหลายปีก่อนได้ไกลออกไปพร้อมกับสายลมเบาบางและฝนปรอยนั้น เธอเหมือนได้ย้อนกลับไปในปีนั้นที่ได้เจอเขาเป็นครั้งแรกตอนอยู่ปีหนึ่ง เธอไปห้องวิจัยผิดห้องและพบกับเขาที่กำลังส่องกล้องจุลทรรศน์ เมื่อเขาลืมตา แสงดาวส่องประกายเคลื่อนไหวเหมือนน้ำในตาของเขา

หากชีวิตคนเราเป็นเช่นดั่งรักแรกพบ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้

แบบนี้ มันดีมากจริงๆ

โดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอ ที่สุดแล้วเธอกับเขาในช่วงเวลาหลายปีนั้นไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะเป็นความรักหรือความติดค้าง เธอไม่เคยโทษเขาเลย เขาคือรุ่นพี่หนิงของเธอเสมอ ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวที่แค่เห็นก็ใจสั่น ผู้กุมช่วงเวลาวัยสาวของเธอไว้ทั้งหมด

“หึ!” เสียงหัวเราะค่อนขอด มีคนยืนขวางหน้าเธอไว้

เธอกะพริบตาเพื่อไล่น้ำตาที่รื้นอยู่ตรงขอบตา มองติงอี้ย่วนโดยไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร

“เธอมีแผนจริงๆ สินะ?” น้ำเสียงของติงอี้ย่วนมีความเย้ยหยัน “หลังฉันออกไปก็ยังอ้อยอิ่งอยู่ตั้งนาน? เพิ่มความประทับใจให้กับคุณหมอหนิงกับหัวหน้าสวีอย่างนั้นเหรอ? ฉันจะบอกเธอให้ อย่าเสียเวลาเปล่าเลย! เธอคิดจะเข้าเป๋ยหย่าเหรอ ไม่มีทาง!”

ปรากฏว่าที่ติงอี้ย่วนเกรี้ยวกราดก็เพราะอย่างนี้

หร่วนหลิวเจิงหัวเราะ “วางใจเถอะ ฉันไม่เคยคิดจะเข้าเป๋ยหย่าเลย”

พูดจบก็แฉลบด้านข้างของติงอี้ย่วนและเดินออกไป

เมื่อเดินไปถึงหน้าแผนกก็มีพยาบาลคนหนึ่งเดินถือยาเข้ามา เมื่อทั้งสองเจอกัน พยาบาลคนนั้นก็ต้องประหลาดใจ “หลิวเจิง!”

นางพยาบาลถานหย่า คนที่เธอคุ้นเคย เธอสนิทกับถานหย่าที่สุดระหว่างที่เธอเตร็ดเตร่อยู่ที่โรงพยาบาลนี้เมื่อหกปีก่อน

“เสี่ยวหย่า!” ได้เจอคนคุ้นเคยอีกครั้งจึงรู้สึกเก้ๆ กังๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้

“ไม่ได้เจอกันนานมากจริงๆ นะ! เธอยังเหมือนเดิมเลย ไม่เปลี่ยนเลยสักนิด!” ถานหย่าใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่จับมือเธอ

เธอยิ้ม “เธอก็เหมือนกัน”

“หลิวเจิง ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่ คุยกับเธอไม่ได้ เบอร์โทรศัพท์ฉันยังเป็นเบอร์เดิมนะ เธอว่างก็โทรหาฉันนะ แล้วเราค่อยคุยกันนะ!” ถานหย่าท่าทางเร่งรีบและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ได้ เธอทำงานเถอะ! รีบไป!” เธอเข้าใจดีว่าพยาบาลนั้นงานยุ่งเพียงใด ไม่กล้าถ่วงเวลาถานหย่าไว้แม้แต่น้อย

เธอกับถานหย่าโบกมือให้กันและจากไป

เธอรู้สึกซาบซึ้งมากที่ถานหย่าไม่ถามว่าเธอมาที่แผนกทำไม มาหาคุณหมอหนิงใช่หรือเปล่า

ผู้คนมากมายในชีวิตช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อบอุ่น

จบบทที่ บทที่ 12 เหมือนเจอกันครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว