- หน้าแรก
- มือปราบผีสายโหด โหมดทำดาวโรงเรียนขวัญผวา
- บทที่ 21: ช่างเย็บศพ
บทที่ 21: ช่างเย็บศพ
บทที่ 21: ช่างเย็บศพ
"เป็นอย่างนี้นี่เอง"
จางเหว่ยพยักหน้า
เขารู้ว่าอู๋เนี่ยนกำลังปลอบใจตน ท้ายที่สุดแล้วเรื่องวาสนาโชคชะตาก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ใครจะไปรู้ล่ะว่าโชคชะตาแบบไหนกันที่จะมาปัดเป่าเคราะห์ถึงฆาตของเขาได้
ความคิดของจางเชาก็ตรงกับจางเหว่ย
เขาโบกมือปัดพร้อมกับกล่าวว่า
"ไม่ว่าจะเป็นพวกนักพรตเต๋าเฒ่า หรือพระหัวโล้นอย่างพวกนาย ก็ชอบเอาแต่พร่ำพูดถึงเรื่องวาสนาโชคชะตาซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั่นแหละ"
"บ้าเอ๊ย ของแบบนี้มันจับต้องก็ไม่ได้ มองก็ไม่เห็น มันจะไปหาเจอได้ง่ายๆ ยังไงวะ?"
"ฉันว่าทางที่ดีนะ อู๋เนี่ยน นายรับงานของหน่วยผู้พิทักษ์มรรคาให้มันเยอะๆ แล้วไปขอเบิกของวิเศษทรงพลังจากเบื้องบนมาไว้ป้องกันตัวยังจะเข้าท่ากว่าอีก"
"ถ้านายขอยืมของวิเศษระดับสมบัติชาติมาได้ล่ะก็ ไม่เพียงแต่มันจะคุ้มครองนายให้ผ่านพ้นมหาเคราะห์กรรมไปได้นะ เผลอๆ มันอาจจะทำให้เคราะห์กรรมของนายกลายเป็นงานรื่นเริงอย่างเทศกาลตรุษจีนไปเลยก็ได้"
"ฉันพูดถูกไหม จางเหว่ย?"
จางเหว่ยพยักหน้ารับแบบส่งๆ
"ก็จริงนะ เมื่อเทียบกับวาสนาโชคชะตาที่พุทธกับเต๋าชอบพูดถึงกันแล้ว ฉันว่าสิ่งที่จับต้องได้อย่างพวกของวิเศษมันดูใช้งานได้จริงมากกว่า"
"ก็เหมือนกับเงินนั่นแหละ เงินเป็นแค่ของนอกกาย แต่ถ้าไม่มีมันก็ทำอะไรไม่ได้เลย"
จางเชาพยักหน้ารัวๆ อย่างเห็นด้วย
"เฮ้ จางเหว่ย ฉันชอบคำพูดนายว่ะ จางเหว่ย ฉันรู้สึกเลยนะว่าชาติที่แล้วนายต้องเป็นพี่น้องร่วมสาบานของฉันแน่ๆ พวกเราถึงได้คุยกันถูกคอขนาดนี้"
"ใช่ไหมล่ะ? ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ชาติที่แล้วพวกเราไม่เป็นพี่น้องร่วมสาบาน ก็ต้องเป็นพ่อลูกกันแหงๆ ฉันเป็นพ่อนะ ส่วนนายเป็นลูก ฉันถึงได้รู้ไส้รู้พุงนายไปซะหมดไง"
"บัดซบ บังอาจมาหลอกด่าฉันเรอะ เดี๋ยวปั๊ดทะลวงดอกเบญจมาศซะเลยนี่!"
จางเชาพุ่งตัวเข้างัดท่าโจมตี "หมื่นปีสังหาร" ใส่จางเหว่ย
จางเหว่ยบิดตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
อู๋เนี่ยนมองดูทั้งสองคนเถียงกันไปมา พลางพนมมือขึ้นแล้วอมยิ้ม
เขารู้ดี
นี่คือวิธีที่จางเหว่ยพยายามจะทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง เพราะไม่อยากให้พวกเขาต้องมารู้สึกหดหู่กับสิ่งที่เรียกว่าเคราะห์ถึงฆาตนี้
ทั้งสามคนพูดคุยหยอกล้อและเถียงกันไปตลอดทาง
จนกระทั่งมาถึงสถานที่ก่อสร้าง... ในเวลานี้
เป็นเวลาตีสี่แล้ว ท้องฟ้ายังไม่ทันสาง
เนื่องจากคืนนี้จางเหว่ยมีคิวต้องมาปราบผี อวี๋เว่ยหงจึงสั่งให้คนงานทั้งหมดออกจากไซต์ก่อสร้างไป พื้นที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้จึงว่างเปล่า เงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงลมพัดหญ้าไหวได้อย่างชัดเจน
หากมีหัวขโมยลอบเข้ามาในไซต์ก่อสร้างเพื่อขโมยของในตอนนี้ล่ะก็ คงได้กอบโกยไปอย่างสบายใจเฉิบเป็นแน่
แต่อย่างไรก็ตาม อวี๋เว่ยหงก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร
พวกหัวขโมยอาจจะขโมยของไปได้ แต่ก็คงต้องตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อตายไปเสียก่อน ต้องไม่ลืมสิว่าภายในเพิงก่อสร้างหลังนั้น มีทั้งโลงศพและผีดิบนอนอยู่
จางเหว่ยพาจางเชามาที่เพิง
ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นผีดิบก็เบิกตากว้าง
"เชี่ยอะไรเนี่ย จางเหว่ย นายไปทำอะไรกับผีดิบตัวนี้วะ? มันติดหนี้คิวคอยน์นาย หรือว่าไปดูดเลือดคนในครอบครัวนายมากันแน่? ทำไมนายถึงกระทืบมันจนตายอนาถขนาดนี้?"
ขณะที่พูด
เขาก็ยกแขนซ้ายของผีดิบที่ตายแล้วขึ้นมาเขย่า
แขนซ้ายทั้งท่อนอ่อนปวกเปียกเหมือนเศษผ้า ปลิวแกว่งไปมา
เห็นได้ชัดเลยว่า
กระดูกแขนซ้ายของผีดิบแหลกละเอียดไปหมดแล้ว
เมื่อมองดูตามร่างกายของผีดิบ นอกเหนือจากรอยจ้ำเลือดแล้ว ก็ยังมีรอยฟกช้ำอีกหลายแห่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน
"ก็ไม่มีอะไรนี่ แค่ต่อยไปสองสามหมัด แล้วก็เตะไปสองสามทีเอง"
จางเหว่ยฉีกยิ้มกว้างจนเห็นซี่ฟันขาวสะอาด
"..." จางเชากับอู๋เนี่ยนถึงกับพูดไม่ออก
นี่มันไม่ใช่แค่เตะสองสามทีแล้วมั้ง นายเห็นผีดิบตัวนี้เป็นกระสอบทรายชัดๆ
"อมิตาภพุทธ โยมจางเหว่ย พลังบ่มเพาะทางร่างกายของโยมนั้นเทียบชั้นได้กับกายาทองคำในทางพุทธศาสนาของพวกเราแล้ว"
อู๋เนี่ยนปรายตามองผีดิบ
จากนั้นเขาก็เริ่มสวดบทสวดส่งวิญญาณ
ทว่าจางเหว่ยกลับโบกมือปฏิเสธ "พี่ชายอู๋เนี่ยน นายก็ชมเกินไป ฉันก็แค่ออกกำลังกายบ่อยหน่อย ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่นายพูดหรอก โอ๊ะ แล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าโยมจางเหว่ยหรอกนะ เรียกจางเหว่ยเฉยๆ ก็พอ"
หลังจากนั้น
หลังจากที่ตรวจสอบผีดิบและโลงศพเหล็กเสร็จสิ้น
จางเชาก็ขมวดคิ้ว
"อู๋เนี่ยน นายพอดูออกไหมว่าคนที่สร้างผีดิบตัวนี้ขึ้นมามาจากสำนักไหน?"
สายตาของเขาจับจ้องไปที่เส้นหมึกที่ตีไว้บนโลงศพเหล็ก
"ถึงแม้มันจะเป็นวิชาของเหมาซาน แต่เส้นหมึกที่ใช้กลับไม่ใช่เส้นหมึกของสำนักเหมาซาน"
"คนที่สร้างผีดิบโลงเหล็กนี้ขึ้นมา ไม่น่าจะใช่คนของสำนักเหมาซานหรอก"
ในวงการปราบผีมีผู้คนหลากหลายประเภท
นอกเหนือจากสายอาชีพที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างนักพรตเต๋า พระสงฆ์ และคนทรงเจ้าแล้ว ความจริงก็ยังมีสายอาชีพอื่นๆ อีก
ยกตัวอย่างเช่น นักพรตเหมาซาน หมอดูขายมีด ผู้ใช้กู่ ซินแสฮวงจุ้ย และอื่นๆ อีกมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้น
อาชีพเหล่านี้ก็ยังมีการแบ่งแยกย่อยลงไปอีกหลากหลายสาย
อย่างเช่น นักพรตเหมาซาน ก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท มีทั้งนักพรตเหมาซานสายหลัก (อย่างลุงเก้าในหนังของหลินเจิ้งอิงก็เป็นนักพรตเหมาซาน) และยังมีสายที่อยู่นอกรีตอย่างเช่น นักขับศพเซียงซี หรือที่เรียกกันว่า 'ช่างเย็บศพ'
ทว่าก็มีคำกล่าวที่ว่าสำนักขับศพเซียงซีไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากวิชาของเหมาซาน แต่เป็นการก่อตั้งสำนักขึ้นมาเอง โดยใช้วิชาคุณไสยมนต์ดำ
สรุปสั้นๆ ก็คือ
การปราบผีมีหลากหลายสำนักและหลายนิกาย
และแต่ละสำนักแต่ละนิกายก็มีเอกลักษณ์และจุดเด่นเป็นของตัวเอง
หน่วยผู้พิทักษ์มรรคาจะตามจับหมอผีที่ทำเรื่องชั่วร้าย โดยอาศัยการพิจารณาจากเอกลักษณ์และจุดเด่นเหล่านี้ เพื่อระบุสายอาชีพของหมอผี จากนั้นจึงทำการสืบสวนและรับมืออย่างเหมาะสม
จางเชามาจากสำนักเหมาซาน
ตอนนี้ หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบดูแล้ว เขาก็พบว่าวิธีการสร้างโลงศพเหล็กไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากวิชาของเหมาซาน
เขาจึงทำได้เพียงหันไปขอความช่วยเหลือจากอู๋เนี่ยนผู้รอบรู้เท่านั้น
"อมิตาภพุทธ"
อู๋เนี่ยนที่กำลังนั่งยองๆ ตรวจสอบโลงศพอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้น จึงปัดฝุ่นตามตัว ยืนขึ้น แล้วเอ่ยว่า
"ในความเห็นของอาตมา"
"คนที่สร้างผีดิบตัวนี้ไม่น่าจะมาจากสำนักใหญ่ แต่เป็นคนของสำนักเล็กๆ นอกรีต อาจจะเป็นช่างเย็บศพ คนเชิดหุ่น หรือไม่ก็ช่างทำกระดาษกงเต๊ก"
"แต่ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะมาจากต่างถิ่น"
"อาตมาจำได้ว่าพวกหมอผีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีวิธีการสร้างผีดิบที่คล้ายคลึงกัน ส่วนเส้นหมึกนั่นก็อาจจะเป็นแค่สิ่งที่พวกเขาเลียนแบบแล้วนำมาประยุกต์ใช้เท่านั้นเอง"
จางเชาเท้าคางครุ่นคิด
เมื่อนำมาประกอบกับคำพูดของอู๋เนี่ยน
เขาก็พึมพำออกมาว่า
"มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นช่างเย็บศพ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงตีเส้นหมึกได้แปลกประหลาดขนาดนี้ บางทีมันอาจจะถูกนำไปผสมกับด้ายเย็บศพที่พวกเขาใช้สำหรับเย็บศพโดยเฉพาะก็ได้"
'ช่างเย็บศพ' ที่เขาพูดถึง
ก็คือช่างเย็บศพคนเดียวกับที่อู๋เนี่ยนพูดถึงเมื่อครู่นี้
ช่างเย็บศพ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผู้ร้อยเรียงศพ
ในอาณาจักรเซี่ยโบราณ สิ่งต้องห้ามที่สุดคือการถูกหั่นศพแยกชิ้นส่วน ทำให้ไม่สามารถหวนคืนสู่รากเหง้าได้ และยังมีคำกล่าวที่ว่าวิญญาณจะต้องหวนคืนสู่บ้านเกิด
และในสมัยโบราณ ผู้คนมากมายถูกสับร่างแยกชิ้นส่วน โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งสงครามและความวุ่นวาย
ดังนั้นเมื่อมีคนมากมายต้องตายแบบศพไม่สวยในสมัยโบราณ ครอบครัวของพวกเขาก็จะแสวงหาความสมบูรณ์ของร่างกาย
ช่างเย็บศพจึงนำร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหล่านี้มาเย็บปะติดปะต่อกันด้วยเส้นด้าย เพื่อให้กลับมาเป็นร่างกายที่สมบูรณ์อีกครั้ง
การใช้วิธีการต่างๆ ในการตามหาชิ้นส่วนศพ นำมาเชื่อมต่อและประกอบเข้าด้วยกันใหม่ นี่แหละคือสิ่งที่ช่างเย็บศพทำ
ว่ากันว่า "ช่างเย็บศพไม่เพียงแต่เชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ ของร่างกายเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขายังเชื่อมต่อจิตวิญญาณของคนๆ นั้นเข้าด้วยกันอีกด้วย" เมื่อนั้นคนๆ หนึ่งถึงจะสมบูรณ์อย่างแท้จริง และเมื่อนั้นพวกเขาถึงจะสามารถหวนคืนสู่รากเหง้าของตนได้
ไม่ได้พูดเกินจริงเลย
วิธีการของช่างเย็บศพนั้นพิลึกพิลั่นไม่แพ้วิชาของเหมาซานหรือพวกคนทรงเจ้าเลยแม้แต่น้อย
จังหวะนั้นเอง
จางเหว่ยที่กำลังนั่งเล่นเกมหวังเจ่อหรงเย่าอยู่ข้างๆ โดยไม่ได้เข้าไปรบกวนการตรวจสอบของจางเชาและอู๋เนี่ยน ก็เงยหน้าขึ้นและเอ่ยปาก
"งั้นก็แปลว่า นอกจากโลงศพเหล็กโลงนี้แล้ว มันก็น่าจะมีผีดิบโลงเหล็กตัวอื่นๆ อยู่อีกใช่ไหม?"
"วิธีการสร้างผีดิบของช่างเย็บศพคือการนำชิ้นส่วนร่างกายมาประกอบเข้าด้วยกัน และการจะประกอบศพขึ้นมาโดยใช้ผีดิบโลงเหล็ก..."
คำพูดของเขาขาดหายไปเพียงแค่นี้
แม้แต่อู๋เนี่ยนกับจางเชาก็ยังหน้าถอดสี สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด...