- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เป็นอสรพิษ ยิ่งมีบุตรยิ่งมากวาสนา มีเพียงข้าเซียนงูเขียว
- บทที่ 26 โอสถชำระโลหิตสามกำเนิด! ระดับตบะหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี!
บทที่ 26 โอสถชำระโลหิตสามกำเนิด! ระดับตบะหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี!
บทที่ 26 โอสถชำระโลหิตสามกำเนิด! ระดับตบะหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี!
บทที่ 26 โอสถชำระโลหิตสามกำเนิด! ระดับตบะหนึ่งพันเจ็ดร้อยปี!
ท่ามกลางหิมะโปรยปราย พวกนายพรานที่กำลังก้าวเดินอย่างยากลำบาก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงก้องกังวานยาวไกลแว่วมา
เสียงนั้นสะท้อนเลื่อนลั่นไปทั่วขุนเขาและพสุธาอันกว้างใหญ่ คล้ายกับว่าเทือกเขาไท่หางทั้งผืนได้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา
สิ่งมีชีวิตบางชนิดตกใจกลัวจนเผยร่องรอยออกมาให้เห็น
พวกนายพรานต่างพากันปีติยินดีเป็นล้นพ้น พากันร้องตะโกนขึ้นว่า "พระภูมิเจ้าที่ทรงสำแดงปาฏิหาริย์แล้ว!" สายปราณสีเขียวอันบริสุทธิ์สายแล้วสายเล่าลอยล่องขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ มุ่งตรงไปยังยอดเขาไท่หางทันที
ในเวลาเดียวกัน
สวี่ชิงทอดสายตามองดูตัวเลขบนแผงหน้าต่างระบบ ในใจเต็มไปด้วยความเกษมสําราญและยินดียิ่งนัก
ทายาทที่เกิดจากภรรยาซึ่งแปรสภาพเป็นอสุรแล้วช่างทรงพลังดีแท้!
เพียงแค่ทายาทที่หลิวเม่ยให้กำเนิดกลุ่มเดียว ก็ช่วยยกระดับตบะให้แก่เขาถึงสี่ร้อยสามสิบปีเต็ม!
ต้องล่วงรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้เขาต้องอุตสาหะตรากตรำมานานกว่าหนึ่งเดือน ทายาทที่เกิดจากงูเพศเมียธรรมดากว่าสี่ร้อยตัว กลับช่วยให้เขาบรรลุระดับตบะหนึ่งพันปีได้แบบเฉียดฉิวเท่านั้น
ทว่ายามนี้ เพียงแค่ทายาทสิบตัวที่เกิดจากหลิวเม่ย กลับนำพาระดับตบะมาให้เขาถึงสี่ร้อยกว่าปี!
กายหยาบของเขาแกร่งกล้าขึ้น พลังอาคมที่กักเก็บไว้ภายในร่างกายก็บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ความแข็งแกร่งยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับแต่ก่อน
"ความรู้สึกของการที่ตนเองแข็งแกร่งขึ้นมันช่างวิเศษแท้!"
สวี่ชิงพึมพำกับตัวเอง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ระดับตบะหนึ่งหมื่นปีก็คงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
เขาเบนศีรษะมุ่งตรงไปยังภูเขาเสวียนหยิน สายตาทะลุผ่านผืนป่าเขาอันต่อเนื่องยาวไกล ทอดมองไปยังดินแดนหมอกทมิฬ
รอให้ความแข็งแกร่งเพิ่มพูนขึ้นอีกสักหน่อย บางทีเขาอาจจะสามารถเดินทางไปสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ที่นั่นได้
อีกทั้งยังมีป่าบุปผาผลไม้และสระมังกรหมอบที่อยู่รายรอบอีกด้วย
อาณาเขตของเขาจำเป็นต้องขยายออกไป ภรรยาต้องรับเพิ่มขึ้น และความแข็งแกร่งก็ต้องยกระดับขึ้นเช่นกัน
สวี่ชิงเลื้อยร่างกลับเข้าสู่รัง ซึ่งหลิวเม่ยที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการให้กำเนิดทายาทกำลังใช้ร่างกายของนางขดล้อมรอบไข่งูเอาไว้ แววตาเต็มไปด้วยประกายแสงแห่งความเป็นมารดา
สิ่งเหล่านี้คือทายาทของนางและผู้เป็นสวามี นางสามารถสัมผัสได้ถึงความยินดีของสวี่ชิง ทำให้ภายในใจของนางรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก
"เจ้าลำบากมากแล้ว"
สวี่ชิงตรวจสอบสภาพของไข่งูเหล่านั้น และหลังจากแน่ใจว่ามวลชีวิตของงูน้อยที่อยู่ภายในล้วนแข็งแรงยิ่งนัก เขาจึงได้ผ่อนคลายความกังวลลงอย่างสิ้นเชิง
วันต่อมา
"ทายาทตัวที่ 3,120 ของท่านได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว แปรสภาพเป็นอสุรตั้งแต่กำเนิด มีพรสวรรค์ทั่วไป ยกรดับตบะให้แก่ท่านยี่สิบปี!"
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังระเบิดขึ้นอีกครั้ง
สวี่ชิงลืมตาขึ้นพลางทอดสายตามองไปยังถ้ำหลังหนึ่งที่อยู่เบื้องล่างของขุนเขา
ภรรยาคนที่สองที่ให้กำเนิดไข่งูปรากฏขึ้นแล้ว
ในตอนนั้น หลิวเม่ยคือภรรยาตัวแรกของเขาที่แปรสภาพเป็นอสุร ทำให้นางเกิดการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงให้กำเนิดทายาทได้ไวกว่าใคร
ส่วนภรรยาอีกเก้าสิบกว่าตัวที่เหลือย่อมต้องช้ากว่าสองสามวัน
เมื่อคำนวณดูวันเวลาแล้ว ก็จวนจะถึงเวลาของพวกนางแล้วเช่นกัน!
"ถึงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวอีกครั้งแล้ว"
สวี่ชิงรวบรวมสมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงแจ้งเตือนที่ดังแว่วอยู่ข้างหู
"ทายาทตัวที่ 3,121 ของท่านได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว แปรสภาพเป็นอสุรตั้งแต่กำเนิด มีพรสวรรค์ทั่วไป ยกระดับตบะให้แก่ท่านยี่สิบปี"
"ทายาทตัวที่..."
ยามที่ทายาทตัวที่ 3,123 ถือกำเนิดขึ้น
ระบบตรวจพบว่าทายาทของสวี่ชิงที่แปรสภาพเป็นอสุรมีจำนวนครบสามสิบตัว จึงได้มอบรางวัลเป็นโอสถขวดหนึ่ง
มีนามว่า โอสถชำระโลหิตสามกำเนิด มันสามารถช่วยให้เผ่าพันธุ์อสุรขัดเกลาและยกระดับสายเลือดได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น สวี่ชิงจึงหยิบขวดโอสถออกมา ด้านในมีโอสถชำระโลหิตสามกำเนิดอยู่สามเม็ด
เมื่อเปิดฝาขวด กลิ่นหอมของตัวยาอันหนาแน่นก็โชยอบอวลออกมาทันที
เพียงแค่สูดดมเข้าไปคำหนึ่ง ก็สามารถสัมผัสได้ถึงสายเลือดภายในร่างกายที่เริ่มตื่นตัวขึ้นมา
สวี่ชิงไม่ลังเลใจ รีบกลืนกินโอสถเม็ดนั้นลงท้องไปในทันที
ทันทีที่โอสถละลายในปาก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งตัวยาอันบริสุทธิ์และมหาศาล พวยพุ่งแล่นพล่านไปทั่วร่างงูเขียวคราม ซึมลึกเข้าสู่กระดูกและเส้นชีพจรทุกส่วน!
เสียงครืนๆ ดั่งฟ้าร้องระเบิดขึ้นแผ่วเบาภายในร่างกายของสวี่ชิง
โลหิตของเขาคล้ายกับกำลังเดือดพล่าน พลังแห่งตัวยาคอยขัดเกลาสิ่งบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในสายเลือดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขจัดเอา 'สิ่งเจือปน' เหล่านั้นออกไปจนสิ้น!
แผงหน้าต่างระบบอันโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า
สวี่ชิงมองเห็นแต้มสายเลือดของตนเองกำลังเพิ่มพูนขึ้นทีละเล็กทีละน้อย!
ไม่เพียงเท่านี้
ทายาทตัวใหม่ยังคงถือกำเนิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังอาคมแห่งระดับตบะที่เป็นรางวัลจากระบบหลั่งไหลปรากฏขึ้นภายในร่างกายของสวี่ชิง
เมื่อมีทั้งพลังอาคมและพลังแห่งตัวยาคอยหนุนเสริม ร่างกายของสวี่ชิงจึงเริ่มยื่นยาวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง!
ครู่ต่อมา
ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง
【นาม: สวี่ชิง】
【สถานะ: เทพงูแห่งเทือกเขาไท่หาง】
【สายเลือด: หวนคืนสู่บรรพกาล (600 / 1000)】
【ความยาวลำตัว: 66.5 เมตร】
【ระดับตบะ: 1,700 ปี】
【จำนวนทายาท: 3,150 ตัว】
【วิชาอสูรปฐพี: กลืนศัสตรา, ขับไล่วิญญาณ, ยืมสายลม, รังสรรค์แสง, กลืนวิญญาณ, พ่นเพลิง, ชักนำปราณ】
【อาคม: วิชาเร้นกายระงับปราณ, คาถาอสนีบาตห้าสาย, เนตรวิญญาณ, วิชาท่าร่างเทพประทาน】
ความคืบหน้าของสายเลือดหวนคืนสู่บรรพกาลบรรลุถึงหกส่วน ยิ่งขยับเข้าใกล้ตัวเลขหนึ่งพันเข้าไปทุกที
อานุภาพของโอสถชำระโลหิตสามกำเนิดช่างกล้าแกร่งดียิ่งนัก!
ในระหว่างที่สวี่ชิงกำลังย่อยสลายพลังแห่งตัวยาอยู่นั้น ภรรยาอีกสองสามตัวก็ให้กำเนิดทายาทได้สำเร็จ นำพาทายาทมาเพิ่มพูนอีก 31 ตัว
ทว่าระดับตบะ ความแข็งแกร่ง และสายเลือดของพวกนางย่อมไม่อาจเทียบเคียงกับหลิวเม่ยได้เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น ในบรรดาทายาทที่พวกนางให้กำเนิดมา จึงมีเพียงแปดตัวเท่านั้นที่แปรสภาพเป็นอสุรตั้งแต่กำเนิด และพรสวรรค์ก็อยู่ในระดับทั่วไป
ส่วนทายาทที่เหลือต่างล้มเหลวในการแปรสภาพเป็นอสุร ยังคงต้องใช้เวลาหรือวาสนาในอนาคตคอยเกื้อหนุน
ถึงกระนั้น พวกมันก็ยังคงนำพาระดับตบะมาให้แก่สวี่ชิงเพิ่มพูนขึ้นอีกกว่าร้อยปี
ทั้งยังได้รับอาคมบทใหม่ วิชาเร้นกายระงับปราณ!
วิชาเร้นกายระงับปราณสามารถช่วยให้ผู้ฝึกตนควบคุมและสะกดข่มความผันผวนของกลิ่นอายในร่างกาย หลบหลีกจากการตรวจจับของผู้อื่น ถือเป็นอาคมที่มีประโยชน์และนำมาใช้งานได้จริงยิ่งนัก
ก่อนหน้านี้ สวี่ชิงทำได้เพียงเร้นปราณผ่านสัญชาตญาณของร่างกายเท่านั้น
ซึ่งมันยังมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย หากได้พบเจอกับผู้ที่มีประสาทสัมผัสอันเฉียบคม ย่อมยากที่จะปกปิดร่องรอยของตนเองได้
ยามนี้เมื่อมีวิชาเร้นกายระงับปราณเข้ามาเสริม ย่อมทำให้เรื่องราวต่างๆ สะดวกสบายขึ้นมากนัก
สวี่ชิงลองโคจรวิชาเร้นกายระงับปราณดู ความผันผวนของกลิ่นอายทั่วร่างก็มลายหายไปในทันควัน
หากไม่ได้พบเห็นด้วยตาตนเอง ย่อมต้องคิดว่าเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้นเป็นแน่
"ไม่เลว ยามนี้หากได้พบเจอกับผู้มีฝีมือ ย่อมสามารถใช้แผนลอบโจมตีได้แล้ว"
ในชั่วขณะที่สวี่ชิงคืนคาถาอาคม เขาก็สัมผัสได้ถึงเงาร่างสายหนึ่งที่กำลังพุ่งทะยานมุ่งตรงมายังเทือกเขาไท่หางจากระยะไกล
มันคืออสุรงูตัวหนึ่งที่มีระดับตบะห้าร้อยปี ความแข็งแกร่งนับว่าไม่ธรรมดา
สิ่งสำคัญคือมันไม่ได้โง่เขลา สวี่ชิงจึงได้มอบหมายให้มันคอยเฝ้าประจำการอยู่ที่ชายแดนระหว่างภูเขาเสวียนหยินและดินแดนหมอกทมิฬเพื่อจับตาดูสถานการณ์
เมื่อเห็นมันรีบร้อนเดินทางมาเช่นนี้ ภายในใจของสวี่ชิงพลันกระตุกขึ้นมาแวบหนึ่ง
หรือว่าจะมีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นในหมอกสีดำทางทิศตะวันตกอีกแล้วงั้นรวบ?
ร่างที่ยาวกว่าหกสิบเมตรขดตัวลงเงียบๆ งูยักษ์ค่อยๆ เลื้อยลงจากเขาไปอย่างไม่รีบร้อน
"อสรพิษชาด คารวะนายท่าน!"
อสุรงูที่มีเกล็ดผสมผสานระหว่างสีแดงและสีดำร่างสั่นสะท้านขึ้นมาในใจยามที่ได้พบเห็นงูเขียวครามขนาดมหึมาตรงหน้า น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความนอบน้อมยำเกรงอย่างที่สุด
มันรู้สึกว่านายท่านในยามนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก!
เพียงแค่ปะทะสายตาแวบเดียว ก็ทำให้มันหวาดกลัวจนตัวสั่นเทาได้แล้ว
"ลุกขึ้นเถอะ ทางฝั่งหมอกสีดำมีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นงั้นรวบ?" สวี่ชิงลดสายตาลงมองอสรพิษชาดพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หามิได้เจ้าค่ะ ช่วงนี้ทางทิศตะวันตกยังคงสงบเงียบยิ่งนัก" อสรพิษชาดส่ายหน้า "ทว่ามีอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เหล่าอสุรงูจึงได้พากันหายตัวไปอย่างลึกลับเจ้าค่ะ..."
"ป่าบุปผาผลไม้ หรือว่าสระมังกรหมอบ?"
สวี่ชิงเอ่ยปากถามตรงประเด็นทันที
อสรพิษชาดลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ยามนี้ยังไม่อาจแน่ใจได้เจ้าค่ะ มีความเป็นไปได้ทั้งสองแห่ง!"
ประกายแสงเย็นเยียบวาบขึ้นในรูม่านตาสีทองแนวตั้งของเขา
สวี่ชิงทอดสายตามองไปยังที่ห่างไกล แววตาประกายวับแวม
"ฉันเข้าใจแล้ว แกกลับไปคอยจับตาดูสถานการณ์ทางทิศตะวันตกต่อไปเถอะ" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยชา
"น้อมรับบัญชาเจ้าค่ะ!"
อสรพิษชาดก้มกราบด้วยความนอบน้อม
"นี่คือรางวัลของแก"
สวี่ชิงค้นหาโอสถเม็ดหนึ่งที่ได้มาจากคนของหน่วยล่าอสูรในแหวนมิติ แล้วดีดส่งให้แก่อสรพิษชาด ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
อสรพิษชาดเมื่อเห็นเม็ดโอสถก็ปีติยินดีเป็นล้นพ้น รีบก้มกราบขอบพระคุณในความเมตตาของราชาแห่งงูทันควัน
หลังจากน้อมรับโอสถมาด้วยความยินดี อสรพิษชาดก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว
มันตั้งใจว่าในวันต่อๆ ไปจะคอยตรวจตราดูแลทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสืบหาต้นสายปลายเหตุของการหายตัวไปของเหล่าอสุรงู่ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนความเมตตาของราชาแห่งงู!
สวี่ชิงไม่ได้เลื้อยร่างกลับคืนสู่เทือกเขาไท่หางในทันที เขาเยื้องกรายเข้าสู่ราวป่าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา โดยมีเสียงแจ้งเตือนดังแว่วอยู่ข้างหูเป็นระยะๆ
ในขณะที่ทายาทตัวใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาทีละตัว ระดับตบะของเขาก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง