- หน้าแรก
- วันนี้โดนบูลลี่ วันหน้าเจออีกทีต้องเรียกลูกพี่นะครับ
- บทที่ 20 - คอนฟรอนต์! คิดบัญชีแค้น!
บทที่ 20 - คอนฟรอนต์! คิดบัญชีแค้น!
บทที่ 20 - คอนฟรอนต์! คิดบัญชีแค้น!
วิลเดอร์ส่ายหน้า
"อาจจะไปเมาปลิ้นอยู่บาร์ไหนสักแห่งก็ได้ เราทำได้แค่ดักรออยู่ที่นี่แหละ"
"แทนที่จะมาตีกันเองให้ตายไปข้าง สู้เราร่วมมือกันดักรอจับพวกมันไม่ดีกว่าเหรอ?"
โรบินพ่นลมออกจมูกอย่างเหยียดหยาม
( ̄_, ̄ )
"ให้ฉันร่วมมือกับแกเนี่ยนะ? ฉันฮุบไว้กินเองคนเดียวไม่ดีกว่าหรือไง?"
วิลเดอร์กัดฟันกรอด
"ฉัน 4 ส่วน แก 6 ส่วน! ฉันรับหน้าที่ฟอกเงินให้ด้วย!"
โรบินส่ายหน้า
"ฉัน 7 แก 3!"
"ตกลง!"
ถึงโรบินจะรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนไปหน่อย แต่ระดับหัวหน้าแก๊งมาเฟีย พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น!
ช่วยไม่ได้แฮะ
ในเมื่อต้องแบ่งให้ไอ้หมอนี่ไป 3 ส่วน... งั้นก็ต้องไปหักเอาจากส่วนแบ่งของไอ้เฮย์เดนก็แล้วกัน!
หัวหน้าแก๊งมาเฟียทั้งสองนั่งจับเข่าคุยกันอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมจนถึงเลยเที่ยงคืน
เอ็มม่าที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ได้แต่นั่งตัวเกร็ง หายใจไม่ทั่วท้อง
ให้ตายเถอะ!
เกร็งกว่าตอนเจ้านายมายืนคุมงานอีกเว้ย!
"กริ๊งงง!"
เสียงโทรศัพท์ของเธอดังทำลายความเงียบขึ้นมา
"ฮัลโหล? เอ็มม่าพูดสายค่ะ"
ปลายสายเป็นเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมา
"เอ็มม่า ผมฉินจั๋วเองนะ!"
"ฉิน... ฉินจั๋ว! ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ?"
พอได้ยินบทสนทนาของเอ็มม่า หัวหน้าแก๊งทั้งสองก็ลุกพรวดเดินปรี่เข้ามาหาทันที
บรรยากาศเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น!
ในที่สุดก็มีเบาะแสสักที!
"ผมเหรอ? ผมอยู่จีนแล้วครับ ข้าวของในห้องพักพวกเราทิ้งไว้หมดเลยนะ ไม่กลับไปพักแล้วล่ะ"
"ส่วนรถก็จอดทิ้งไว้ที่สนามบิน พวกคุณไปรับรถคืนได้เลย เงินมัดจำน่าจะพอจ่ายค่าธรรมเนียมเอารถกลับอยู่นะ!"
"อะไรนะคะ? คุณอยู่จีนแล้วเหรอคะ???"
วิลเดอร์กับโรบินสบตากัน ไฟแทบจะลุกพึ่บออกมาจากเบ้าตา!
แม่มเอ๊ย!
โดนหลอกซะเปื่อยเลย!
"ใช่ครับ ไม่กวนคุณเอ็มม่าแล้วนะครับ บ๊ายบาย!"
"ฮัลโหล! ฮัลโหล!"
เอ็มม่าเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
"เขา... เขาวางสายไปแล้วค่ะ..."
"ปัง!"
วิลเดอร์ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเต็มแรง!
"บัดซบ! มันหนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!?"
โรบินกัดฟันกรามแน่น
"ถ้ามันเพิ่งแลนดิ้งตอนนี้ แสดงว่ามันต้องขึ้นเครื่องไฟลต์เที่ยงบินกลับไปแล้วแน่ๆ!"
แววตาของวิลเดอร์แฝงความอาฆาตมาดร้าย
"ไอ้เวรไมค์! กล้าหลอกกูเหรอวะ!!!"
การแก้แค้นของวิลเดอร์และโรบินตามมาติดๆ อย่างรวดเร็ว!
ไมค์ผู้น่าสงสารจำใจต้องลางานกะทันหันในวันรุ่งขึ้น!
และทางสนามบินก็ต้องสูญเสียพนักงานตัวแสบไปหนึ่งคนอย่างน่าเสียดาย
แต่เรื่องพวกนี้... ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉินจั๋วที่อยู่ห่างไกลถึงประเทศจีนเลยสักนิด!
สองพ่อลูกแลนดิ้งถึงสนามบินตอนเที่ยงคืนกว่าๆ พอเห็นว่าทุกคนเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ก็เลยตัดสินใจเปิดห้องพักโรงแรมแถวสนามบินนอนกันไปก่อน
ความตึงเครียดที่เกาะกินจิตใจมาตลอดหลายวัน มลายหายไปเป็นปลิดทิ้งทันทีที่เท้าแตะผืนแผ่นดินจีน พวกเขาหลับเป็นตายยาวไปจนถึงเก้าโมงเช้า
"เสี่ยวจั๋ว! ตื่นได้แล้ว พ่อซื้อข้าวเช้ามาฝาก!"
ฉินจื้อเคาะประตูห้องรัวๆ
เมื่อคืนนี้ฉินจั๋วยื่นคำขาดว่า ขอเปิดห้องนอนแยกกับฉินจื้อคนละห้อง
เขาไม่อยากจะทนรับสภาพเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าในห้องอีกแล้ว!
ฉินจั๋วเปิดประตูรับอาหารเช้ามา
น้ำเต้าหู้หมักปักกิ่งหนึ่งชาม พร้อมกับปาท่องโก๋เกลียวและหมูกรอบ
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสินะ!
ฉินจั๋วพูดพลางจัดแจงวางอาหารเช้าลงบนโต๊ะ
"ให้พวกพี่เขากลับไปก่อนเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวเราสองคนพ่อลูกค่อยตามไปทีหลัง... อ้วก!"
ฉินจั๋วพูดไปพ่นน้ำเต้าหู้หมักปักกิ่งที่เพิ่งซดเข้าไปออกมาเต็มแรง
"นี่มันน้ำอะไรวะเนี่ย?!"
ฉินจื้อปากคอสั่น
"ของขึ้นชื่อปักกิ่งเลยนะเว้ย! ลูกกินไปก่อนเลย เดี๋ยวพ่อไปบอกพวกเขาก่อน!"
ฉินจั๋วมองแผ่นหลังของฉินจื้อแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
ไอ้แก่ตัวแสบ!
เอาน้ำเต้าหู้บูดมาให้ฉันกิน!
คอยดูเถอะ จะหาเรื่องให้แกทำงานจนหัวปั่นเลยคอยดู!
เดี๋ยวนะ!
นี่มันคือ 'โต้วจือ' ในตำนานนี่หว่า
ทำไมรสชาติมันถึงได้หมาไม่รับประทานขนาดนี้วะ?
แต่... การที่โต้วจือสืบทอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ มันต้องมีเหตุผลของมันสิ!
หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะกินผิดวิธีไปหน่อย?
ขอลองอีกสักอึกซิ?
"อ้วก!!!"
อ้วกมื้อเย็นของเมื่อวานออกมาซะกองเบ้อเริ่ม
ไง!
ได้เจอกันอีกแล้วนะพวกมึง?
กินข้าวมาหรือยังล่ะ?
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สองพ่อลูกก็จัดการเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม ฉินจื้อโทรศัพท์รายงานตัวกับซุนเยี่ยนระหว่างนั่งอยู่บนแท็กซี่
"ฮัลโหล? อาเยี่ยนเหรอ! เรียบร้อยดีแล้วนะ!"
"ตรวจเช็กดูแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอจัดยามาให้กินนิดหน่อย คืนนี้ก็น่าจะถึงบ้านแล้วล่ะ!"
ซุนเยี่ยนปลายสายฟังดูดีใจสุดๆ
"ไวขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว! ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!"
"แค่นี้ก่อนนะ ขี้เกียจคุยแล้ว ตอนนี้พวกเราเพิ่งถึงปักกิ่ง!"
วางสายปุ๊บ เขาก็เห็นฉินจั๋วนั่งจ้องเขม็งมาจากเบาะหลัง
"มองอะไร? แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อเนี่ย?"
"ฉันจะไปรู้เรอะ!"
"อ้าว? ไม่รู้แล้วจะเรียกแท็กซี่ทำไมเนี่ย?"
คนขับรถแท็กซี่ชี้มือไปที่มิเตอร์
"คุยกันไปคุยกันมา มิเตอร์ก็เดินนะเว้ย! ตกลงจะไปไหนกันแน่!"
ฉินจั๋วรีบกระแอมไอแก้เก้อ
"พ่อ! ผมมีลูกพี่ลูกน้องชื่อหลิวเหมี่ยวใช่ไหม?"
ฉินจื้อพยักหน้ารับ
"ใช่แล้วไง? รู้สึกว่าเหมี่ยวเหมี่ยวจะทำงานอยู่ปักกิ่งนี่แหละ"
"โทรหาพี่เขาเลย เราจะไปหาเขากัน!"
ฉินจื้อทำหน้างง
"ไปหาเหมี่ยวเหมี่ยวทำไมวะ?"
"เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละน่า!"
เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หลิวเหมี่ยวเลยพักผ่อนอยู่ที่ห้องเช่าพอดี
แต่... หลิวเหมี่ยวบอกแค่ชื่อหมู่บ้านให้สองพ่อลูกฟัง
ไม่ได้บอกเลยว่าอยู่ตึกไหน ชั้นอะไร!
แต่พอพวกเขาเดินมาถึงหน้าหมู่บ้าน ก็เห็นหลิวเหมี่ยวยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว
"คุณอาฉิน! มาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย?"
ฉินจื้อหัวเราะฮ่าๆ
"พอดีอามาทำธุระแถวนี้น่ะ เลยซื้อของฝากมาให้ นี่ชีสบินตรงจากเนเธอร์แลนด์เลยนะ! รีบเอาไปแช่ตู้เย็นซะสิ!"
สีหน้าของหลิวเหมี่ยวดูเจื่อนลงไปถนัดตา
"ฮ่าๆ งั้นอาฉินกับเสี่ยวจั๋วรอหนูอยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวหนูเอาขึ้นไปเก็บก่อน! แล้วเดี๋ยวลงมาพาไปหาอะไรกินกัน!"
ฉินจื้อส่ายหน้า
"โธ่เอ๊ย เด็กคนนี้นี่ เดี๋ยวอาเดินถือขึ้นไปส่งให้ที่ห้องเอง!"
"ไม่ต้องค่ะๆ! ห้องหนูรกมากเลย! แทบไม่มีทางเดินเลยล่ะค่ะ!"
ฉินจั๋วยิ้มกริ่ม รีบกระซิบที่ข้างหูหลิวเหมี่ยว
"พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ห้องพี่ไม่ได้รกจนไม่มีทางเดินหรอกมั้ง แต่มีคนอื่นอยู่ในห้องด้วยใช่ไหมล่ะ..."
"ฮ่าๆๆ... เสี่ยวจั๋วพูดเรื่องอะไรเนี่ย พี่ฟังไม่เห็นเข้าใจเลย?"
หลิวเหมี่ยวแกล้งทำเป็นหูทวนลม เฉไฉไปเรื่องอื่น!
ฉินจั๋วเลยกระซิบต่ออีกรอบ
"หึๆ ความหมายของผมก็คือ ในห้องพี่เหมี่ยวเหมี่ยวมีแฟนซ่อนอยู่ แล้วก็ไม่อยากให้พ่อผมรู้เลยแอบอู้—"
ยังพูดไม่ทันจบ ปากของฉินจั๋วก็โดนปิดสนิท
"ฮ่าๆๆ อาฉินคะ ให้เสี่ยวจั๋วขึ้นไปส่งหนูที่ห้องก็พอแล้วล่ะค่ะ!"
พูดจบไม่รอให้ฉินจื้ออนุญาต หลิวเหมี่ยวก็แบกฉินจั๋ววิ่งแน่บไปเลย!
ในใจเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง ลูกพี่ลูกน้องคนนี้รู้ความลับนี้ได้ยังไงเนี่ย???
ปกติก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยซะหน่อย?
"สารภาพมาซะดีๆ! เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!?"
พอพ้นสายตาฉินจื้อ หลิวเหมี่ยวก็เริ่มซักไซ้ฉินจั๋วทันที
เธออยากรู้ว่าใครมันเป็นคนคาบข่าวไปบอก!
"โธ่เอ๊ย ก็ผมรู้จักแฟนพี่น่ะสิ!"
"หือ? รู้จักได้ไง? เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอจะไปรู้จักเขาได้ยังไงกัน?"
ฉินจั๋วแบมือยักไหล่!
จะยอมเผยข้อมูลวงในให้พี่สาวสุดสวยฟังหน่อยก็แล้วกัน!
"แฟนพี่ชื่อเฉินหยวนโจวใช่ไหมล่ะ! เข้ามาหางานทำในปักกิ่งเหมือนกัน เรียนไม่จบ ม.ต้น ด้วยซ้ำ แต่ดันศึกษาเรื่องเขียนโปรแกรมด้วยตัวเองเก่งซะงั้น!"
หลิวเหมี่ยวแค่นเสียงขึ้นจมูก
"เหอะ! ข้อมูลอื่นน่ะใช่ แต่เรื่องเรียนไม่จบนี่มั่วแล้ว! หยวนโจวเขาเรียนจบ ม.ปลาย ย่ะ!"
สายตาฉินจั๋วหลุกหลิกไปมา
"เป็นไปได้ไหมล่ะ... ว่าพี่อาจจะ... โดนหลอก..."
หลิวเหมี่ยวได้สติกลับมาทันที
"นี่เธอหมายความว่า?"
ฉินจั๋วรีบโบกมือปฏิเสธ
"ผมไม่ได้พูดนะ!"
"แม่งเอ๊ย! ไอ้บ้านี่กล้าหลอกฉันเหรอ! ตามมา!"
"เอ้ยๆๆ ผมอาจจะจำผิดคนก็ได้นะ!"
หลิวเหมี่ยวผลักประตูห้องเข้าไปอย่างเกรี้ยวกราด ปะทะสายตาเข้ากับเฉินหยวนโจวที่กำลังกวาดพื้นอยู่พอดี
"อ้าวเหมี่ยวเหมี่ยว? ไม่ใช่ว่าจะพาคุณอาไปกินข้าวเหรอ? แล้วนี่ใครล่ะ?"