- หน้าแรก
- วันนี้โดนบูลลี่ วันหน้าเจออีกทีต้องเรียกลูกพี่นะครับ
- บทที่ 13 - เตรียมตัวออกเดินทาง!
บทที่ 13 - เตรียมตัวออกเดินทาง!
บทที่ 13 - เตรียมตัวออกเดินทาง!
การที่จู่ๆ คนแปลกหน้าก็ทักชื่อและพิกัดบ้านได้ถูกต้องเป๊ะๆ เป็นใครก็ต้องหวาดระแวงเป็นธรรมดา
แต่แปลกที่ถานหว่านชิวกลับไม่ได้รู้สึกระวังตัวกับฉินจั๋วขนาดนั้น
"ช่างเถอะ ขี้เกียจคิดแล้ว! ยังไงซะฉันก็ไม่ได้อยากมีแฟนอยู่แล้วนี่นา!"
สาวผมทรงดังโงะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง อินจัดสุดๆ
"ก็จริงนะ! ไอ้เด็กห้องสามที่ตามจีบเธออ่ะ แต่งตัวยังกะเด็กแว้น!"
"ถ้าหล่อและแต่งตัวดูดีแบบอาจารย์คนนั้นนะ ต่อให้ฉันต้องเป็นฝ่ายจีบก่อน ฉันก็ยอมทุ่มสุดตัวเลย!"
ถานหว่านชิวตวัดค้อนขวับ
"พูดอะไรของเธอเนี่ย คิดจะทอดสะพานให้เขาหรือไง?"
ตอนที่ถานหว่านชิวถึงบ้าน ฉินจั๋วเองก็เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาพอดี
ประจวบเหมาะกับเวลาอาหารเย็นเป๊ะ
"วันนี้หนีไปร่อนที่ไหนมาห้ะ? ร่างกายยังไม่หายดีแท้ๆ ยังจะตะลอนออกไปข้างนอกอีก?"
พอได้ยินเสียงบ่นของซุนเยี่ยน ฉินจั๋วก็รีบโบกไม้โบกมือ ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์
"ก็พ่อให้เงินผมมานิดหน่อย บอกให้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่น่ะสิครับแม่!"
ตะเกียบในมือฉินจื้อถึงกับชะงักกึก รีบพยักหน้ารับมุกรัวๆ
"ฉัน? ...อ้อ ใช่ๆๆ! ฉันเป็นคนบอกให้มันไปซื้อเองแหละ!"
ซุนเยี่ยนมองหน้าฉินจื้อสลับกับฉินจั๋ว ส่ายหัวอย่างระอา แล้วยกชามข้าวขึ้นมา
"พ่อลูกคู่นี้ นิสัยถอดแบบกันมาเป๊ะ!"
ฉินจื้อไม่ตอบโต้ ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนโดนเตะใต้โต๊ะ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นฉินจั๋วกำลังขยับปากขมุบขมิบไร้เสียงอยู่!
'เนเธอร์แลนด์!'
ฉินจื้อพยักหน้าเนียนๆ
"อะแฮ่ม!"
เขากระแอมเบาๆ วางตะเกียบลง
"อาเยี่ยน ตอนที่เสี่ยวจั๋วออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าอาจจะมีผลกระทบหลงเหลืออยู่นะ!"
"อะไรนะ? ทำไมก่อนหน้านี้คุณไม่เห็นบอกฉันเลย?"
ได้ยินแบบนี้ ทั้งฉินชิงชิงและซุนเยี่ยนก็กินข้าวไม่ลงพร้อมใจกันหันขวับมามองฉินจื้อเป็นตาเดียว
"ก็ไม่อยากให้พวกคุณกังวลนี่นา แต่ว่า!"
"ฉันติดต่อไปทางโรงพยาบาลที่เนเธอร์แลนด์ไว้แล้ว ที่นั่นเขามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนี้โดยตรง!"
"เนเธอร์แลนด์? นี่... ต้องบินไปต่างประเทศเลยเหรอ?"
ใบหน้าของซุนเยี่ยนฉายแวววิตกกังวล คิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิง
ก็แน่ล่ะ เรื่องเดินทางไปต่างประเทศนี่ ตั้งแต่เกิดมาสี่สิบกว่าปี เธอเคยไปไกลสุดก็แค่เมืองอันกั๋ว
อันกั๋วที่อยู่ข้างๆ เมืองเป่าติ้งเนี่ยแหละ
"แต่ถ้าสถาบันการแพทย์ที่นู่นเขารักษาเฉพาะทางจริงๆ ก็ต้องไปนะขืนปล่อยไว้จนเกิดผลกระทบระยะยาว ต่อไปอาจจะเป็นอัมพาตได้เลยนะ..."
ฉินชิงชิงฟังแล้วก็พยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
"จริงด้วยค่ะแม่! เรื่องแบบนี้จะปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด ยังไงก็ต้องไปค่ะ!"
ถ้าขืนเป็นอัมพาตขึ้นมา นั่นหมายถึงชีวิตพังทั้งชีวิตเลยนะ!
ซุนเยี่ยนถอนหายใจยาว
"แม่ไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วยสักหน่อย แค่... อดเป็นห่วงไม่ได้น่ะ..."
ฉินจั๋วตบหลังมือซุนเยี่ยนเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ไม่เป็นไรหรอกครับแม่! มีพ่อไปด้วยทั้งคน แถมพี่เหลียงก่วงก็จะตามไปคอยดูแลความปลอดภัยให้พวกเราด้วย แม่หายห่วงได้เลย!"
ซุนเยี่ยนถึงได้พยักหน้ายอมรับ ไม่ขัดข้องอะไรอีก
ยังไงซะเรื่องสุขภาพร่างกายก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
สองพ่อลูกลอบสบตากัน แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
มีเพียงฉินชิงชิงคนเดียวที่สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ เธอหรี่ตาแคบลง!
ไม่เนียน!
มีพิรุธสุดๆ!
แต่... เธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตรงไหนที่มันแปลกๆ!
หรือว่าสองพ่อลูกนี่แค่อยากไปเที่ยวเฉยๆ?
แต่ก็ไม่น่าจะลงทุนจัดฉากใหญ่โตขนาดนี้นี่นา!
...
นับตั้งแต่วันที่ตกลงกันว่าจะไปเนเธอร์แลนด์
ฉินจั๋วก็หมกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกไปไหนเลยติดกันหลายวัน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากออกไปร่อน แต่เป็นเพราะ... ซุนเยี่ยนสั่งกักบริเวณเด็ดขาด!
เธอสรรหาสารพัดเมนูบำรุงกำลังมาประเคนให้ทุกวัน ทั้งซุปกระดูกหมู ซุปนกพิราบ ซุปตะพาบน้ำ สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นโต๊ะไม่ซ้ำเมนู
ซัดของบำรุงซะจนสิวปูดขึ้นหน้าฉินจั๋วไปหลายเม็ด พลังงานเหลือล้นเกินจะรับไหว!!!
ฮอร์โมนวัยรุ่นพลุ่งพล่านขนาดนี้ ใครมันจะไปทนของโด๊ปไหววะเนี่ย?
"เอาเสื้อกันหนาวไปหรือยังลูก?"
"แม่... ที่นู่นอากาศก็แอบร้อนอยู่นะครับ!"
"แม่เคยไปเหรอ?"
ฉินจั๋วได้แต่รับเสื้อมาเงียบๆ แล้วยัดใส่กระเป๋าเดินทาง!
"เอารองเท้าแตะไปหรือยัง?"
"แม่! ที่โรงแรมเขามีให้หมดแหละครับ!"
"แม่เคยไปเหรอ?"
ฉินจั๋วส่ายหัว ยอมยัดรองเท้าแตะลงกระเป๋าแต่โดยดี
"เอา——"
"แม่! ยัดไม่ลงแล้วครับ! ถ้าน้ำหนักเกินเดี๋ยวต้องเสียค่าโหลดเพิ่มนะแม่!"
ได้ผลแฮะ!
พอได้ยินว่าต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซุนเยี่ยนก็ชะงักมือทันที
"งั้นก็พอแค่นี้แหละ!"
ในที่สุดฉินจั๋วก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พอเอื้อมมือไปยกกระเป๋า——
นิ่งสนิท ไม่ขยับเขยื้อน?
โห!
ถ้าถอดล้อออก นี่มันแท่งแบริเออร์กั้นถนนชัดๆ!!!
"ไปถึงเนเธอร์แลนด์แล้วลูกต้องหัดดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ พ่อเขาดูแลลูกได้ไม่ตลอดหรอก ลูกต้องรู้จักระวังตัวนะรู้ไหม!"
"รับทราบครับแม่!"
ฉินจั๋วฟังแล้วรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ
"เสี่ยวจั๋ว อย่าลืมซื้อของฝากมาให้พี่ด้วยนะ!"
ฉินชิงชิงกระซิบข้างหูฉินจั๋ว พร้อมกับแอบยัดเงินหนึ่งพันหยวนใส่กระเป๋ากางเกงให้เขา
เธอเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน ยังเก็บเงินได้ไม่เท่าไหร่
นี่คงเป็นน้ำใจก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอจะให้ได้แล้ว
แต่ทว่า... มือของฉินชิงชิงที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงฉินจั๋ว กลับไปสัมผัสโดนวัตถุแข็งๆ บางอย่างเข้า
สัมผัสนี้คุ้นๆ แฮะ!
เย็นเฉียบและเรียบลื่น!
นี่มัน... มือถือนี่นา?
จับดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าราคาไม่เบาแน่!
ฉินจั๋วรีบดึงมือพี่สาวออกมาทันที!
เรื่องมือถือราคาเป็นหมื่นนี่ให้ซุนเยี่ยนรู้ไม่ได้เด็ดขาด!
ขืนต้องมานั่งอธิบาย วันนี้คงไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านแน่!
"ผมลงไปรอข้างล่างก่อนนะ พ่อรออยู่!"
พูดจบฉินจั๋วก็ใส่เกียร์หมาเผ่นแน่บ ลากกระเป๋าเดินทางสุดหนักอึ้งพ้นประตูบ้านไปอย่างทุลักทุเล
"เด็กคนนี้ ไปอยู่เนเธอร์แลนด์จะไปเจอเรื่องลำบากอะไรบ้างก็ไม่รู้!"
ซุนเยี่ยนยืนมองตามหลังลูกชายด้วยความเป็นห่วง
แต่ฉินชิงชิงกลับมีแววตาครุ่นคิด จ้องมองไปทางที่ฉินจั๋วเพิ่งวิ่งลับตาไป แล้วพึมพำเบาๆ
"พี่ว่า... คนอย่างเสี่ยวจั๋วไม่น่าจะยอมไปตกระกำลำบากหรอกมั้ง..."
ซุนเยี่ยนหันมามองฉินชิงชิงด้วยความงุนงง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"พ่อ!"
พอลงมาข้างล่าง ฉินจั๋วก็เห็นฉินจื้อยืนรออยู่กับชายฉกรรจ์อีกสี่คน
สองคนในนั้นเขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี คือพี่เหลียงก่วงกับจู้จื่อ
พี่เหลียงก่วงอายุ 35 ปี เป็นหลานชายของฉินจื้อ สมัยเด็กๆ ไม่ค่อยตั้งใจเรียน เลยออกจากโรงเรียนมาตั้งแต่อายุ 18 ไปทำงานแบกปูนก่อสร้าง
ต่อมาก็ผันตัวไปจับธุรกิจค้าถ่านหิน มาขอยืมเงินฉินจื้อ ฉินจื้อก็ควักให้หลักแสนแบบไม่ลังเล ตอนนี้ก็ถือว่าตั้งตัวได้มั่นคงแล้ว
ส่วนจู้จื่อเป็นเพื่อนซี้ตั้งแต่เด็ก ก็ทำงานอยู่ด้วยกัน รายได้น่าจะตกปีละประมาณหนึ่งแสนหยวน
สองคนนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนเถ้าแก่ แต่ดูเหมือนพวกนักเลงหัวไม้มากกว่า
คนนึงหน้าตาถมึงทึง อีกคนหัวเกรียนเตียนโล่ง มองมุมไหนก็ไม่เหมือนคนดี
จัดอยู่ในประเภทที่ว่าถ้าเดินสวนกันบนถนนเป็นต้องเดินหลบอ่ะ!
"พี่เหลียงก่วง! พี่จู้จื่อ!"
พี่เหลียงก่วงกับจู้จื่อพยักหน้ารับ พี่เหลียงก่วงถกแขนเสื้อขึ้นมาทันที
"เสี่ยวจั๋ว ใครมันกล้าทำร้ายเอ็งห้ะ? เดี๋ยวพี่ก่วงคนนี้จะไปคิดบัญชีกับมันให้เอง!"
เห็นได้ชัดว่าฉินจื้อเล่าเรื่องราวให้พี่เหลียงก่วงฟังแล้ว
ถ้าเป็นในชาติก่อน ฉินจั๋วคงกระอักกระอ่วนใจแทบแย่
แต่ตอนนี้ เขารู้สึกเสียดายสุดๆ!
ชาติที่แล้วทำไมฉันถึงนึกไม่ออกวะว่าต้องไปขอความช่วยเหลือจากพี่เหลียงก่วง!
สำหรับพี่เหลียงก่วง เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก!
แค่ลงมือเบาๆ พวกเด็กแว้นนั่นก็กระเจิงแล้ว!
ฉินจื้อเห็นท่าทางแบบนั้นก็โบกหลังมือใส่พี่เหลียงก่วงไปหนึ่งที
"พอเลย เอ็งนี่สามสิบกว่าแล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้!"
จากนั้นเขาก็หันมาแนะนำให้ฉินจั๋วรู้จักอีกสองคน
"สองคนนี้คุณอาตู้เป็นคนหามาให้ คนนี้ชื่อหลี่หู่ ส่วนคนนี้ชื่อซุนเจี้ยนกั๋ว!"
"ทั้งสองคนนี้เป็นทหารปลดประจำการนะ!"
ฉินจั๋วพยักหน้ารับ สองคนนี้ดูจากรูปร่างแล้วรู้เลยว่าเป็นทหารเก่าแน่นอน
แววตาเฉียบคม กล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะ แต่ก็ไม่ได้ดูล่ำบึกจนน่ากลัว
"พี่เจี้ยนกั๋ว พี่หู่! เรียกผมว่าเสี่ยวจั๋วก็ได้ครับ! ทริปนี้ต้องรบกวนพี่ทั้งสองคนด้วยนะครับ!"
เห็นฉินจั๋วพูดจาสุภาพอ่อนน้อม หลี่หู่กับซุนเจี้ยนกั๋วก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
ซุนเจี้ยนกั๋วตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ
"เสี่ยวจั๋ว พี่หู่ของนายน่ะเคยเป็นถึงทหารหน่วยรบพิเศษเลยนะ นายวางใจได้เลย!"
หลี่หู่ก็รีบกล่าวชื่นชมกลับ
"คุณฉินนี่สอนลูกมาดีจริงๆ นะครับ เสี่ยวจั๋วทั้งหล่อทั้งรู้ความเลย!"
พอได้ยินคำชม ฉินจื้อถึงกับเบะปาก
ไอ้เด็กนี่เนี่ยนะรู้ความ?
เหอะ!
ชี้หน้าด่าฉันว่าตาแก่ตัวแสบอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ยนะ!