เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 สายลับผู้สับสน

บทที่ 1 สายลับผู้สับสน

บทที่ 1 สายลับผู้สับสน


บทที่ 1 สายลับผู้สับสน

ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ

มารีนฟอร์ด

กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวได้บุกทะลวงเข้ามาถึงลานกว้างรูปพระจันทร์เสี้ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"โอ้? คนหนุ่มสมัยนี้ น่ากลัวกันเสียจริง"

"ทว่า ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งทำให้ฉันปล่อยเธอไว้ไม่ได้มากขึ้นไปอีกนะ"

ท่ามกลางสมรภูมิรบอันวุ่นวาย ชายชราสวมแว่นตากันแดดและชุดสูทลายทางสีเหลืองสลับขาวผู้มีท่าทางดูกะล่อนคนหนึ่ง กำลังเกาหลังศีรษะพลางมองดูด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

ฝั่งตรงข้ามของชายชราท่าทางกะล่อนคนนั้น มีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปีคนหนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ

ชายหนุ่มคนนี้สูงสองเมตร ผมสั้นสีดำ สวมเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นธรรมดา ดูไม่มีอะไรโดดเด่นแม้แต่น้อย รูปร่างก็ธรรมดา และแม้แต่การแต่งกายก็ธรรมดาเหลือเกิน

อาจกล่าวได้ว่าหากโยนชายหนุ่มคนนี้ลงไปบนถนน เขาจะเป็นประเภทที่คุณจะลืมเลือนไปในทันทีที่สบตา

เหตุผลที่ชายชรากะล่อนคนนี้สังเกตเห็นชายหนุ่ม เป็นเพราะเมื่อครู่ที่ผ่านมา ชายหนุ่มเพิ่งจะใช้ดาบสั้นของตนซึ่งมีความยาวเพียงครึ่งหนึ่งของดาบธรรมดา เข้าสกัดกั้นเลเซอร์ของเขาเอาไว้ได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย

"พลเรือเอกแห่งกองทัพเรือ คิซารุ... ดวงของฉันมันจะซวยขนาดนี้เลยเชียวหรือ"

โชเกะส่ายหัว ใบหน้าดูเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา

"ดวงของเธอไม่ค่อยดีจริงๆ นั่นแหละ ว่าแต่... เคยโดนเตะด้วยความเร็วแสงบ้างไหมล่ะ"

มุมปากของคิซารุยยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางค่อยๆ ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น

"หากฉันบอกว่า แท้จริงแล้วพวกเราอยู่ฝ่ายเดียวกัน คุณจะเชื่อฉันไหม"

โชเกะชี้ไปที่คิซารุ จากนั้นก็ชี้มาที่ตัวเองพลางเอ่ยถามหยั่งเชิง

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่โจรสลัดและทหารเรือถูกนับว่าเป็นฝ่ายเดียวกันได้ เหตุใดฉันถึงไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยล่ะ"

คิซารุเอียงคอ ราวกับว่าเขากำลังพิจารณาคำพูดของโชเกะอย่างจริงจัง

"บอกให้ก็ได้ แท้จริงแล้วฉันเป็นสายลับที่กองทัพเรือส่งมาแฝงตัวอยู่ในกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว หากคุณไม่เชื่อ ก็ลองไปถามเซ็นโงกุดูสิ"

โชเกะผายมือไปทางลานประหารแล้วใช้มือข้างหนึ่งบังปากพลางลดเสียงลงกระซิบ

"เหอะ คนหนุ่มสมัยนี้มีความคิดแผลงๆ ดีแท้"

"ฉันยังไม่เห็นได้รับแจ้งเลยว่ากลุ่มโจรสลัดหนวดขาวมีคนของเราแฝงตัวอยู่ด้วย"

คิซารุอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ

คำโกหกเช่นนี้ ต่อให้เขาอยากจะเล่นด้วยก็คงทำใจเชื่อได้ยาก!

"เฮ้อ ฉันคิดไว้แล้วเชียว ขนาดตัวฉันเองยังทำใจเชื่อลำบากเลย..."

โชเกะถอนหายใจ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับผลลัพธ์นี้เลย

มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อเขาข้ามมิติมาได้ห้าปีแล้ว เขายังคงมีความสงสัยอย่างลึกซึ้งต่อสถานะทหารเรือของตัวเองเลย!

ใช่แล้ว โชเกะไม่ได้เป็นคนของโลกใบนี้

เมื่อห้าปีก่อน โชเกะเกิดอาการป่วยม.ปลายกำเริบขึ้นมา เขาแกว่งดาบฟันวิญญาณโมเดลชินโซอยู่ที่บ้านพลางตะโกนว่า "ปราณอัสนี รูปแบบที่หนึ่ง สายฟ้าฟาดต่อเนื่อง"

จากนั้น โชเกะก็มาโผล่ที่นี่...

การข้ามมิติต่างโลกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะอย่างไรเสียโชเกะก็เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกกลุ่มค้ามนุษย์ลักพาตัวมา ไม่มีสิ่งใดให้ต้องอาลัยอาวรณ์อยู่แล้ว

เพียงแต่การผสมผสานระหว่างบลีชกับดาบพิฆาตอสูรแล้วมาลงเอยในโลกวันพีซ... แม้จะผ่านไปห้าปีแล้ว โชเกะก็ยังคงคิดไม่ตกถึงความเกี่ยวโยงนี้เลย...

โชคดีที่ชินโซและวิชาปราณอัสนีได้ตามเขามาด้วย

ทว่าโชคร้ายที่โชเกะดันข้ามมิติมาอยู่ในร่างของสายลับที่กองทัพเรือส่งมาแฝงตัวอยู่ในกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว...

ตามความทรงจำที่โชเกะได้รับมา เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่า แกรนท์ เสี่ยว โชเกะ เป็นเด็กกำพร้าที่กองทัพเรือเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก

ตอนอายุสิบแปดปี ด้วยข้อได้เปรียบทางธรรมชาติที่เป็นคนธรรมดาไร้จุดเด่นอย่างสิ้นเชิง โชเกะจึงถูกส่งตัวไปเป็นสายลับในกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอย่างลับๆ โดยมีรหัสลับว่า วาฬขาว ทว่าเจ้าของร่างเดิมทำหน้าที่ได้เพียงปีเดียวก็ถูกแทนที่โดยโชเกะคนปัจจุบัน

ส่วนผู้บังคับบัญชาโดยตรงของโชเกะ ก็คือจอมพลเรือคนปัจจุบันอย่างเซ็นโงกุนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในความทรงจำของเขา โชเกะไม่รู้ว่าความไร้จุดเด่นของเจ้าของร่างเดิมนั้นมันทรงพลังเกินไปหรือไม่ ไม่เพียงแต่พวกโจรสลัดจะไม่เคยสงสัยในตัวเขาเลย แม้กระทั่งเซ็นโงกุก็ไม่เคยติดต่อเขามาเลยเช่นกัน...

ไม่สิ เจ้าของร่างเดิมไม่มีแม้กระทั่งทากสื่อสารส่วนตัวสำหรับติดต่อกับเซ็นโงกุด้วยซ้ำ...

สิ่งนี้ทำให้โชเกะอดไม่ได้ที่จะสงสัยในความจริงแท้ของสถานะตัวเอง...

ทว่าเมื่อใดก็ตามที่โชเกะมีความคิดที่ไม่ยากเป็นสายลับเฮงซวยนี้อีกต่อไป ความเจ็บปวดเจียนฉีกขาดในจิตวิญญาณของเขาก็จะช่วยยืนยันสถานะของเขาได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นโชเกะจึงต้องทำหน้าที่เป็นสายลับไร้ตัวตนนี้ต่อไป จนกระทั่งเกิดสงครามมารีนฟอร์ดขึ้น...

และในวันนี้...

โชเกะเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะกอบกู้สถานะทหารเรือของตนกลับคืนมา

โชเกะรู้แจ้งถึงชะตากรรมที่รอกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอยู่เป็นอย่างดี

หลังจากสงครามมารีนฟอร์ดสิ้นสุดลง กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยฝีมือของหนวดดำและชายที่ลือกันว่าเป็นลูกชายของหนวดขาว จนเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น...

ไม่มีประโยชน์อันใดที่เขาจะทำหน้าที่เป็นสายลับต่อไปอีกแล้ว

แต่การจะกอบกู้สถานะกลับคืนมา โชเกะจำเป็นต้องหาผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนให้พบเสียก่อน

"อืม นั่นค่อนข้างยากเลยแฮะ"

โชเกะปรายตามองไปยังลานประหาร จากนั้นก็มองคิซารุที่อยู่ตรงหน้าพลางรู้สึกสิ้นหวังอยู่ในใจเล็กน้อย...

เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่ตัวเอก ชายที่จะเป็นราชาโจรสลัดอย่างลูฟี่...

"โอ้? ยอมรับแล้วหรือว่าโกหก ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ"

คิซารุไม่ปล่อยเวลาให้โชเกะได้เหม่อลอย ทันทีที่พูดจบ เขาก็แปรสภาพเป็นลำแสง

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เท้าข้างหนึ่งก็กำลังเตะเข้าใส่ศีรษะของโชเกะแล้ว

"ก้าวพริบตา"

ทว่า ลูกเตะของคิซารุกลับสัมผัสได้เพียงภาพติดตาเท่านั้น

"หืม?"

แววตาประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคิซารุอีกครั้ง เขาเป็นผู้ใช้ผลปิกะปิกะ และในเรื่องของความเร็วนั้น เขาจัดว่าเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

ทว่า ความเร็วที่โชเกะเพิ่งแสดงออกมาเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

ในวัยขนาดนี้ หากมีฝีมือระดับนี้ เขาไม่เคยเห็นประวัติของอีกฝ่ายผ่านตามาก่อนเลยจริงๆ

"พวกเราอยู่ฝ่ายเดียวกันจริงๆ นะ ด้วยความเร็วของคุณ การไปถามเซ็นโงกุก็ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นเอง"

โชเกะมาปรากฏตัวตรงตำแหน่งเดิมของคิซารุพลางชี้ไปทางลานประหารเพื่อพยายามเป็นครั้งสุดท้าย

โชเกะรีบชี้ไปที่เซ็นโงกุซึ่งกำลังยืนอยู่บนลานประหารเพื่อเฝ้าตัวเอกของสงครามมารีนฟอร์ดอย่างเอส

แต่ทว่ามือที่โชเกะยกขึ้นมาในครั้งนี้ ดันเป็นมือข้างที่ถือชินโซอยู่พอดี...

"ถึงกับกล้าหันคมดาบเข้าใส่จอมพลเรือของเรา... แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยใส่ใจนัก แต่คิดว่าคงต้องฆ่าเธอเสียแล้วล่ะ"

คิซารุลูบคาง ลังเลอยู่เพียงวินาทีเดียว จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ

"ยาซาคาหนิ โนะ มาคาทามะ"

หลังจากนั้น กระสุนแสงจำนวนนับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูลงมาราวกับสายฝน

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย สรุปแล้วฉันอยู่ฝ่ายไหนกันแน่..."

เมื่อมองดูกระสุนแสงจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตกลงมา มุมปากของโชเกะก็ไม่อาจหยุดกระตุกได้

ในบรรดาทุกคนที่ร่วมรบในสงครามมารีนฟอร์ดนี้ เขาคงจะเป็นคนที่สับสนที่สุดแล้ว...

ทว่าความสับสนนั้นคงอยู่เพียงชั่วครู่ แววตาของโชเกะก็พลันเฉียบคมขึ้น และเขาก็ได้ตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"ดูเหมือนว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสร้างความปั่นป่วนให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

"ตราบใดที่ฉันสามารถดึงดูดความสนใจของเซ็นโงกุได้ เขาก็น่าจะสั่งให้คิซารุถอยไป"

เมื่อคิดได้ดังนั้น โชเกะจึงเก็บชินโซเข้าที่เอว ย่อตัวลงเล็กน้อย และตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีแบบชักดาบปลิดชีพ

"ปราณอัสนี รูปแบบที่หนึ่ง สายฟ้าฟาดต่อเนื่อง"

"ตู้ม"

สิ้นเสียงพึมพำเบาๆ ของโชเกะ พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาก็แตกพลายในทันตา

และร่างของโชเกะก็ได้แปรสภาพเป็นสายฟ้าพุ่งทะยานเข้าหากระสุนแสงจำนวนนับไม่ถ้วนเหนือศีรษะ

"ตู้ม ตู้ม ตู้ม..."

สายฟ้าและกระสุนแสงปะทะกัน ส่งผลให้เกิดการระเบิดต่อเนื่องกลางอากาศในทันที

"ไม่ใช่คนหนุ่มที่ธรรมดาเลยจริงๆ"

"อามาโนะ มุราคุโมะ"

คิซารุหยุดการโจมตีของตนลง เขาดึงมือทั้งสองข้างมาไว้ที่หน้าอก จากนั้นดาบแสงเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

"เคร้ง"

ในวินาทีต่อมาหลังจากที่ดาบแสงปรากฏขึ้น คมดาบของดาบสั้นก็ฟาดลงมาบนนั้น ส่งเสียงแหลมสูงบาดหูออกมา

"การโจมตีแบบชักดาบปลิดชีพธาตุสายฟ้าอย่างนั้นหรือ..."

"เอ่อ..."

"ฉันยังไม่ได้ใช้แรงมากขนาดนั้นเลยไม่ใช่หรือ..."

เดิมทีคิซารุอยากจะเอ่ยปากเหน็บแนมสักคำ ทว่าทันทีที่เขาออกแรงที่แขน เขากลับซัดโชเกะกระเด็นลอยออกไปไกล

อย่างไรก็ตาม เขาก็เข้าใจเหตุผลในทันที

เพราะโชเกะตีลังกากลับหลัง หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศในระยะไกล จากนั้นก็ถือดาบขนานกับพื้นตรงหน้าพลางทำท่าเล็งเป้าหมาย

"จงพุ่งสังหาร ชินโซ"

จบบทที่ บทที่ 1 สายลับผู้สับสน

คัดลอกลิงก์แล้ว