- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรีชดเชย บทที่ 501 สังหารหมื่นกู่ ข้ากำจัดไส้ศึกให้สำนัก
ฟรีชดเชย บทที่ 501 สังหารหมื่นกู่ ข้ากำจัดไส้ศึกให้สำนัก
ฟรีชดเชย บทที่ 501 สังหารหมื่นกู่ ข้ากำจัดไส้ศึกให้สำนัก
บทที่ 501 สังหารหมื่นกู่ ข้ากำจัดไส้ศึกให้สำนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หมื่นกู่ทั้งตระหนกตกใจทั้งโกรธแค้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ก็ตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว มันสะบัดแขนเสื้อ ปล่อยฝูงแมลงบินขนาดเล็กสีแดงชาดลักษณะคล้ายเม็ดทรายออกมาเป็นจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในไม้ตายที่มันใช้บ่อยที่สุด... [แมลงสนิมแดง]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แมลงชนิดนี้มี “พิษสนิมกัดกร่อน” ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แม้แต่พลังมารของผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดก็ยังถูกกัดกร่อนได้ ทั้งยังมีความเร็วปานสายฟ้าแลบ และตัวมันเองก็มีคุณสมบัติต้านทานวิชาอาคมทุกชนิดอีกด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มังกรมารหยินปรโลกรุ่นจักรพรรดิมังกรที่หวังอี้ซัดออกไป พุ่งเข้าชนกับโล่แมลงสนิมแดงอย่างจัง สีของสนิมแดงพลันแผ่ซ่านออกไปเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว ราวกับหยดหมึกที่หยดลงบนผิวน้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง คลื่นกระแทกจากพลังระเบิดแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร่างของหมื่นกู่ปลิวละลิ่วถอยหลังไปกระแทกกำแพงด้านหลังตำหนักกู่พิษจนเกิดรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุมขนาดใหญ่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ยังไม่ทันจะได้พักหายใจ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็เห็นแสงสุดขั้วเจิดจ้าพุ่งปราดเข้ามา ท่ามกลางแสงสว่างบาดตา ประกายคมมีดสีเลือดสาดซัดเข้ามาอีกระลอก นั่นคือหวังอี้ที่กำลังถือกระบี่มารเนื้อโลหิตอยู่นั่นเอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ที่ฟาดฟันออกไป - กระบี่สังหารโลหิตเบิกใจ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภายใต้การโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จิตใจของหมื่นกู่สั่นสะท้าน หมอกผีสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากทวารทั้งห้าบนใบหน้าของมัน แม้จะเป็นเพียงหมอกหยินที่จับต้องไม่ได้ แต่กลับมองเห็นเป็นรูปร่างของมดได้อย่างชัดเจน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นก็คือ... [มดผี]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แมลงกู่ชนิดนี้มีไว้เพื่อป้องกันการโจมตีทางจิตใจและสัมผัสเทวะโดยเฉพาะ แถมยังมีคุณสมบัติในการพุ่งเป้าโจมตีที่รุนแรงมาก ถึงขั้นสามารถแทรกซึมเข้าไปในจุดหนีหวานของเป้าหมาย เพื่อสร้างความเสียหายให้กับวิญญาณของคู่ต่อสู้ได้เลยทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไม่ว่าจะรุกหรือรับ ล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จัดอยู่ในอันดับที่สามสิบสามของแมลงประหลาดในยุคโบราณกาล ถือว่าหายากมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กระบี่สังหารโลหิตเบิกใจที่ขึ้นชื่อเรื่องการโจมตีทางจิตใจอันยากจะต้านทาน กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ล้มเหลวไม่เป็นท่าเป็นครั้งแรก เห็นได้ชัดว่าหมื่นกู่ก็มีของดีอยู่พอตัว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การโจมตีถูกสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้งอแขนขวาราวกับคันธนู แล้วเหวี่ยงหมัดเต็มแรง พลังเทพโลหิตเงินดุดันบีบอัดอาณาเขตพลังจนกลายเป็นสว่านไร้สภาพที่แหลมคมและหมุนด้วยความเร็วสูง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เสียงดังฉึก สว่านทะลวงผ่านโล่แมลงสนิมแดงและหมอกมดผีเข้าไปกระแทกเข้าที่สีข้างของหมื่นกู่อย่างจัง ดวงตาของมันถลนออกมา เอวถูกโจมตีอย่างหนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เรือนร่างบิดเบี้ยวไปทั้งตัว แต่ยังห่างไกลจากบาดแผลฉกรรจ์ถึงชีวิตนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จู่ๆ หมื่นกู่ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ไอ้บ้าเอ๊ย แกคิดว่าหลายปีมานี้ ข้าอยู่มาอย่างสูญเปล่างั้นเรอะ? ไอ้พวกสวะนั่นสู้แกไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าข้าจะเป็นลูกพลับนิ่มที่แกจะบีบเล่นยังไงก็ได้นะเว้ย!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ขมวดคิ้ว ร่างของเขากลายเป็นแสงวูบไปปรากฏอยู่ด้านหลังหมื่นกู่ในพริบตา ตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ ก็มีหางแมงป่องพิษแทงพรวดขึ้นมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากไม่รู้ตัวล่วงหน้า ของเล่นชิ้นนี้คงแทงทะลุก้นเขาไปแล้ว เป้าหมายในการโจมตีเจ้าเล่ห์เพทุบายถึงเพียงนี้ ทำให้พอมองเห็นรูปแบบการต่อสู้ของหมื่นกู่ได้เลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เน้นลอบกัดเป็นหลัก!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การตอบโต้ล้มเหลว จังหวะที่หวังอี้คิดจะซัดหน้ามันสักหมัด ฝูงแมลงสนิมแดงก็แตกฮือออก ราวกับเกลียวคลื่นในแม่น้ำที่แผ่ขยายออกไปเป็นระลอกๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดันร่างของหวังอี้ให้ออกห่างไปโดยตรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การต่อสู้มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่เกิดขึ้นบนยอดเขากู่พิษย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือของนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น อย่างน้อยผู้บัญชาการใหญ่ของหน่วยองครักษ์เทพโลหิตก็ต้องมาดูแน่นอน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากถึงขั้นนั้น ต่อให้ผู้บัญชาการใหญ่มีใจอยากช่วยเขา ก็คงไม่เข้าข้างเขาอย่างเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล ดังนั้น... เวลาในการลอบสังหารหมื่นกู่จึงมีจำกัดมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในเมื่อใช้พลังกายเนื้อสังหารในพริบตาไม่ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀งั้นก็ต้องทุ่มสุดตัว!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในเมื่อแมลงสนิมแดงสามารถกัดกร่อนพลังเวทได้ งั้นก็มาประลองวิชาหวงเฉวียนกันสักตั้ง ดูซิว่าวิถีกู่จะเหนือกว่า หรือพลังกัดกร่อนของวิถีหวงเฉวียนจะร้ายกาจกว่ากัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ที่ถูกคลื่นแมลงสนิมแดงซัดจนถอยร่น ประกบมือเข้าหากันดังป้าบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภาพเหตุการณ์เดียวกันพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง พลังมารที่แฝงพลังความเย็นจัดรวมตัวกันเป็นมหามุทราสีเหลืองขุ่นสองข้าง ฟาดเข้าใส่ร่างที่อยู่ตรงกลางอย่างแรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สีหน้าของหมื่นกู่เปลี่ยนไปทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เจตจำนงหวงเฉวียน? แกไปเรียนรู้ของพรรค์นี้มาได้ยังไง... เป็นไปไม่ได้!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิด การบำเพ็ญเพียรเจตจำนงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แม้จะมีอัจฉริยะบางคนที่สามารถบรรลุเจตจำนงที่สองหรือที่สามได้ แต่ก็ยากที่จะผลักดันเจตจำนงใดเจตจำนงหนึ่งให้บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การทำความเข้าใจเจตจำนงที่แตกต่างกันนั้นมีความยากง่ายต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้ หากไม่ลืมเจตจำนงอีกอย่างหนึ่งไปชั่วคราว การทำความเข้าใจก็จะเกิดความขัดแย้งและทับซ้อนกัน ยิ่งไปกว่านั้นเจตจำนงหวงเฉวียนของหวังอี้ยังบรรลุถึงขั้นความสำเร็จเล็กแล้วด้วยซ้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันไม่มีทางรู้เลยว่า เจตจำนงของหวังอี้นั้นบรรลุผ่านช่องจัดวางทั้งสิ้น เขาแค่มีหน้าที่รับการตอบสนองจาก “ตัวเอง” เท่านั้น สถานการณ์ที่ความเข้าใจขัดแย้งกันไม่เคยเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเผชิญหน้ากับมหามุทราหวงเฉวียนที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน หมื่นกู่ก็กางแขนออก ฝูงแมลงสนิมแดงจำนวนมหาศาลทะลักออกมาจากแขนเสื้อ ก่อตัวเป็นคลื่นแมลงสีแดงเข้าต้านทานกับมุทราหวงเฉวียน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างสูสี แต่... นี่ไม่ใช่กระบวนท่าสังหารเผด็จศึกของหวังอี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงชั่วพริบตาเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คาถากระบี่กระดูกฝังหวงเฉวียนก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า ตัวกระบี่กระดูกขาวแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือก เจตจำนงหวงเฉวียนรุนแรงราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดุจการพิพากษาจากสวรรค์ พุ่งตรงเข้าเสียบศีรษะของหมื่นกู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของมันคือการเข้าปะทะกับหวังอี้ตรงๆ ทำให้เสียจังหวะจนไม่สามารถใช้ความได้เปรียบจากวิชาหลบหนีเพื่อหลบหลีกการโจมตีที่ไม่จำเป็นต้องรับไว้ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่าหวังอี้ผู้เชี่ยวชาญทักษะการใช้สัมผัสเทวะของนิกายวิญญาณสวรรค์ยุคโบราณกาล การใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันสามสี่วิชาก็เป็นเพียงเรื่องกล้วยๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หมื่นกู่แหงนหน้าคำรามก้องฟ้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พื้นดินของตำหนักกู่พิษใหญ่แตกออกอย่างฉับพลัน แมงป่องพิษสีฟ้าจำนวนมหาศาลรวมตัวกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแมงป่องยักษ์ ใช้ก้ามหนีบต้านทานคาถากระบี่กระดูกขาวที่ร่วงหล่นลงมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ท่ามกลางการปะทะอย่างดุเดือด มหามุทราหวงเฉวียนกับฝูงแมลงสนิมแดงต่างประชันพลังกัดกร่อนกันอย่างดุเดือด ชั่วคราวยังไม่อาจรู้แพ้รู้ชนะ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาศักดิ์สิทธิ์ - คาถากระบี่กระดูกฝังหวงเฉวียน ปะทะ แมงป่องพิษสวรรค์ อย่างดุเดือด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังคงตกอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันเช่นกัน หมื่นกู่ขยับจิตเพียงวูบ อาวุธวิเศษประจำตัวของมัน - กระดิ่งศักดิ์สิทธิ์วิถีกู่ ก็พุ่งออกมาจากทะเลปราณ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เสียงกระดิ่งดังกริ๊งๆ พลังลึกลับแผ่ซ่านไปเสริมกำลังให้แมลงกู่ พลิกสถานการณ์กลับมาได้ในพริบตา กลิ่นอายแห่งการกลืนกินเข้มข้นแผ่กระจายออกไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่คือเจตจำนงที่หมื่นกู่บำเพ็ญเพียร... “เจตจำนงแมลงกลืนกิน”!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อความสมดุลถูกทำลายลง สถานการณ์ก็เอียงเอนไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งทันที แมลงกู่ที่ได้เปรียบเริ่มกลืนกินพลังหวงเฉวียนจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ กัดกินพลังมารของหวังอี้ไปทีละน้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ฮ่าๆๆๆ หวังอี้ แกสู้ไม่ได้หร...”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังไม่ทันสิ้นเสียง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หมื่นกู่ก็รู้สึกว่าฟ้าดินพลันเงียบสงัดลงกะทันหัน วินาทีต่อมาพายุหิมะน่าสะพรึงกลัวก็ก่อตัวขึ้นจากพื้นดิน ยอดเขากู่พิษทั้งยอดถูกย้อมไปด้วยความหนาวเหน็บ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀น้ำแข็งสีดำลุกลามแผ่ขยาย แหล่งกำเนิดความเย็นยะเยือกสุดขั้วอยู่บนท้องฟ้า มุทรามารคุกน้ำแข็งที่หนักอึ้งดุจขุนเขาและน่าเกรงขามดั่งขุมนรกปรากฏขึ้นเหนือหัวหมื่นกู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชั่วพริบตานั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความรู้สึกอึดอัดราวกับถูกโซ่ตรวนพันธนาการร่างกายก็บังเกิดขึ้น หมื่นกู่พบว่าภายใต้มุทรามารคุกน้ำแข็งนั้น แม้แต่จะขยับนิ้วสักนิดก็ยังยากลำบากแสนเข็ญ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และไม่ว่าจะเป็นฝูงแมลงสนิมแดงหรือแมลงกู่แมงป่องพิษสวรรค์ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายอึดใจเพื่อสลายวิชาสังหารทั้งสองก่อนหน้านั้น ภายใต้การโจมตีของมุทรามารที่สาม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันถึงกับเกิดความรู้สึกอยากจะนั่งสมาธิรอรับความตายอยู่กับที่เสียเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อันตราย อันตราย อันตราย!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การแจ้งเตือนจากสัมผัสวิญญาณทำให้มันสะดุ้งสุดตัว ได้สติกลับมาในพริบตา อาวุธวิเศษประจำตัวกระดิ่งศักดิ์สิทธิ์วิถีกู่สั่นรัวอย่างร้อนรน ฝูงแมลงยิ่งทวีความคลุ้มคลั่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในที่สุด...
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มหามุทราหวงเฉวียนทั้งสองและคาถากระบี่กระดูกฝังหวงเฉวียนก็สลายกลายเป็นแสงวิญญาณ หมื่นกู่เตรียมใช้วิชาวิถีหลบหนีเพื่อหลบหนี แต่กลับพบว่าตัวเองจมลึกอยู่ในปลักโคลนเสียแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นอกเหนือจากผลของมุทรามารคุกน้ำแข็งที่ปิดผนึกฟ้าดินแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ยังมองมันมาจากที่ไกลๆ ตราประทับจันทร์เสี้ยวในดวงตาทั้งสองเปล่งประกายเจิดจ้า นั่นคือวิชาเนตรระดับสี่ - วิชาเนตรจันทร์ว่างเปล่า!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การที่มิติถูกหยุดนิ่งซ้อนทับกับวิชาศักดิ์สิทธิ์ผนึก ทำให้มันแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้เลย วินาทีต่อมามุทรามารคุกน้ำแข็งก็ทิ้งตัวลงมาอย่างสมบูรณ์ เสียงกรีดร้องโหยหวนของหมื่นกู่แทบจะไม่เหลือให้ได้ยิน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฟังไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ... และยอดเขากู่พิษทั้งลูกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกนี้ จนมีเค้าลางว่าจะกระตุ้นการทำงานของค่ายกลปกป้องยอดเขาให้ทำงานขึ้นมาเอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้องรู้ก่อนนะว่า ยอดเขากู่พิษคือหนึ่งในยอดเขาหลักที่เป็นประตูนิกายของนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน ผ่านการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่งจากปรมาจารย์ค่ายกลมานับครั้งไม่ถ้วน ความแข็งแกร่งของตัวยอดเขาเองก็อยู่ในระดับสูงสุด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การที่สามารถโจมตีจนทำให้ยอดเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนเหตุผลที่หมื่นกู่ไม่กระตุ้นค่ายกลปกป้องยอดเขาขึ้นมาต่อกรกับเขานั้น ในฐานะที่หวังอี้เองก็เป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกกำเนิดของนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน ทั้งยังมีป้ายคำสั่งมารโลหิตอยู่ในมือ เขาย่อมไม่กลัวของพรรค์นี้หรอก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แถมยังสามารถใช้กำลังแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมค่ายกล แล้วหันกลับมาเล่นงานหมื่นกู่เองได้อีกด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดังนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หมื่นกู่ไม่ได้ไม่อยากทำ แต่ไม่กล้าทำต่างหาก การที่จงใจไม่เปิดใช้งานค่ายกลปกป้องยอดเขา ก็เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่สถานการณ์ก็ยังคงแตกต่างจากที่มันคาดการณ์ไว้มาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ทำไมถึง... แข็งแกร่ง... ขนาดนี้!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ท่ามกลางขุมนรกน้ำแข็งที่แตกสลาย บริเวณใจกลางสุดมีหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง ซึ่งก็คือตำแหน่งเดิมของตำหนักกู่พิษใหญ่นั่นเอง หมื่นกู่นอนหมอบอยู่บนพื้นด้วยลมหายใจรวยริน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เปลือกตาใกล้จะปิดสนิท ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลถูกความเย็นกัดจนเป็นสีม่วงคล้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ช่วงเอวที่บิดเบี้ยวผิดรูป ยิ่งทำให้มันสูญเสียความรู้สึกท่อนล่างไปอย่างสมบูรณ์ นอนเป็นอัมพาตอยู่บนพื้นชั่วคราว ท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปไร้ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น...
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อาวุธวิเศษประจำตัวร่วงหล่นอยู่ไม่ไกลด้วยแสงที่ริบหรี่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฝูงแมลงกู่ทั้งสามชนิดหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ร่างของหวังอี้ค่อยๆ ลอยเข้ามา หยุดยืนอยู่ห่างจากจุดที่หมื่นกู่นอนหมอบอยู่ร้อยจั้ง ภายใต้การตรวจสอบของสัมผัสเทวะ กลิ่นอายแห่งชีวิตของมันยังคงอยู่ แต่เบาบางมากจริงๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพื่อความรอบคอบ เขาจึงสาดวิชาเนตรลวงจันทร์เข้าไปอีกหนึ่งดอก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ดึงเจตจำนงทางจิตวิญญาณของมันเข้าไปในเขตแดนลวงจันทร์ จากนั้นก็โบกมือฟาดลงมาจากระยะไกล คาถากระบี่กระดูกฝังหวงเฉวียนดอกที่สองแทงทะลุลงมาอย่างดุดัน ราวกับการพิพากษาจากทวยเทพ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เสียงดัง ผัวะ! ร่างกายของหมื่นกู่ระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อนับไม่ถ้วน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ร่างกายตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ โลงอสนีอาฆาตปรากฏขึ้นโดยทันที เพื่อเก็บเกี่ยวแก่นแท้ทางกายภาพของยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกกำเนิด หลงเหลือเพียงทารกวิญญาณสีดำสนิทที่หลับตาปี๋ลอยอยู่กลางอากาศ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ร่างของหวังอี้หมุนคว้างดุจสายฟ้า ปรากฏตัวตรงหน้าทารกวิญญาณของหมื่นกู่ในชั่วพริบตา เจดีย์หลิวหลีหมุนติ้วกดทับลงมา ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะได้รับการตัดสินแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทารกวิญญาณของหมื่นกู่เบิกตากว้างขึ้นทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภายใต้หมอกผีน่าสะพรึงกลัว มันกลับกลายร่างเป็นมดผี พุ่งตรงเข้าใส่จุดหนีหวานที่กลางหว่างคิ้วของหวังอี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“กะไว้แล้วเชียวว่าต้องมีลูกเล่น!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วังวนสีดำทะมึนกางออกด้านหลังหวังอี้ เรือกระดาษสีดำนับหมื่นนับแสนลำแหวกว่ายไปมาในอากาศอย่างอิสระ ราวกับกำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่คือคาถาเรือมารควักวิญญาณ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นอกจากการค้นวิญญาณแล้ว การป้องกันการโจมตีทางสัมผัสเทวะก็เป็นความสามารถชั้นยอดเช่นกัน และในช่วงหลายปีที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียร หวังอี้ก็หาเวลาอนุมานมันจนถึงระดับสี่เรียบร้อยแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพราะการใช้วิชาค้นวิญญาณระดับสามไปค้นวิญญาณของระดับวิญญาณแรกกำเนิดโดยตรงนั้น มันยากเกินไป เขาจึงจัดสรรเวลาในช่องจัดวางเพื่อยกระดับลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ให้ถึงระดับสี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วงกลมป้องกันที่ก่อตัวจากเรือกระดาษสีดำ ถูกหมื่นกู่ในร่างมดผี ใช้กรามที่เชี่ยวชาญด้านพลังสัมผัสเทวะบดขยี้จนแหลกละเอียด แต่เวลาที่ซื้อมาได้ก็เพียงพอแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แสงเทพสีเทาพุ่งออกมาจากกลางหว่างคิ้วของหวังอี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แสงมรณะทำลายวิญญาณสลายจิตที่ไม่ได้ใช้มานาน ไม่ใช่ว่ามันล้าหลังตามยุคสมัยไม่ทัน แต่เป็นเพราะหวังอี้มีไพ่ตายในการควบคุมคู่ต่อสู้อยู่ในมือมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างหาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาศักดิ์สิทธิ์สายสัมผัสเทวะวิชานี้จึงถูกนำมาใช้น้อยลงตามลำดับ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่เมื่อนำมาใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ กลับเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยแก้ทางพลังพิเศษของมดผีได้อย่างตรงจุด เมื่อถูกแสงเทพสีเทาสาดส่อง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หมื่นกู่ในร่างมดผีก็กรีดร้องอย่างโหยหวน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันเริ่มสลายตัวด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น เมื่อสูญเสียการปกป้องจากกายเนื้อ พลังของแสงมรณะทำลายวิญญาณสลายจิตก็เปรียบเสมือนศัตรูตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตจำพวกวิญญาณเลยทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงไม่นาน มดผีสีแดงอมดำตัวหนึ่งก็หลุดออกจากทารกวิญญาณของมัน หวังอี้ใช้โถน้ำแข็งเก็บมันมาไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย นี่น่าจะเป็นราชันย์กู่ของฝูงกู่ และยังเป็นนางพญามดผีอีกด้วย!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อมีมัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาก็จะสามารถผลิตมดผีจำนวนมากออกมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง สถานะของมันเทียบเท่ากับผีเสื้อราชินีเพลิงน้ำแข็ง หากต้องการใช้ [วิชากู่มารหลั่งโลหิต] ในการเพาะเลี้ยงผีเสื้อเพลิงน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฝูงกู่ที่ใช้เป็น “ของสังเวย” เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เขาเหมาหมดนี่แหละ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไม่กี่อึดใจต่อมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทารกวิญญาณของหมื่นกู่ที่อ่อนแอลงกว่าเดิม จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฝืนปั้นรอยยิ้มอัปลักษณ์ออกมา ในสภาวะที่ชีวิตตกอยู่ในอันตราย ในที่สุดมันก็ยอมจำนน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายเต๋าจี๋ฝ่า ช้าก่อน!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“วิชากู่มารหลั่งโลหิต ข้าผู้เฒ่าขอมอบให้ด้วยความเต็มใจ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ข้าวของที่ต้องใช้ในการเพาะเลี้ยงแมลงกู่ ข้าผู้เฒ่าก็ยินดีจัดหาให้ ขอเพียงสหายเต๋าปล่อยข้าผู้เฒ่าไปสักครั้งเถิด”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้จ้องมองมันด้วยสายตาเย็นชา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“…โอ้?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“แกรู้ตัวว่าจะตายต่างหาก ไม่ใช่รู้สึกว่าตัวเองผิดหรอก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ไม่ๆๆๆ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทารกวิญญาณของหมื่นกู่ยิ้มกว้างขึ้นทันที มันล้วงเอาแหวนเฉียนคุนออกมาจากท้อง เพื่อแสดงความจริงใจ มันถึงกับหยิบหยกสืบทอดที่บันทึกเคล็ดวิชาลับออกมา แล้วส่งให้หวังอี้ด้วยมือตัวเอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายเต๋าดูสิ นี่คือวิชาลับแขนงนั้น ข้าผู้เฒ่ากล้าสาบานต่อมารในใจว่าของจริงแน่นอน ไม่ได้เล่นลูกไม้ตุกติกอะไรเลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สิ้นคำพูด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มือขวาของหวังอี้ก็พุ่งพรวดออกไปดั่งสายฟ้า โซ่เงินมิติที่เกิดจากวิชาลับโซ่สวรรค์ทอดยาวออกมาจากข้อมือ ปิดผนึกมิติในการใช้วิชาวิถีหลบหนีในพริบตา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งยังบีบเข้าที่คอทารกวิญญาณของหมื่นกู่ พลังผนึกเย็นยะเยือกสุดขั้วของเจดีย์หลิวหลีแผ่ซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว แต่อีกฝ่ายกลับระเบิดคลื่นสัมผัสเทวะออกมาอย่างฉับพลัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ข้อมูลที่แฝงอยู่ภายในนั้นส่งกระจายออกไปทุกทิศทางราวกับคลื่นเสียงอย่างรวดเร็ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ผู้บัญชาการใหญ่ช่วยด้วย!!!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้หันขวับกลับไปมอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็พบว่าผู้บัญชาการใหญ่ของหน่วยองครักษ์เทพโลหิต ที่เคยพบหน้ากันครั้งหนึ่งในการทดสอบของเหวโลหิตเมื่อหลายปีก่อน ปรากฏตัวอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังเขา เขากำลังมองมาที่หวังอี้พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่หวังอี้กลับดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขาผนึกทารกวิญญาณของหมื่นกู่เข้าไปในอาวุธวิเศษประจำตัวอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยปากว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ท่านประมุขมีคำสั่ง ให้ผู้แซ่หวังจัดการเรื่องของหมื่นกู่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในนั้น... ย่อมรวมถึงชีวิตของมันด้วย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บัญชาการใหญ่ยังคงเงียบงัน แต่สีหน้าก็ยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จนกระทั่งหวังอี้หยิบป้ายคำสั่งมารโลหิตขึ้นมาแกว่งไปมา อีกฝ่ายก็แย้มยิ้มออกมาทันทีราวกับหิมะที่ละลายเมื่อเจอแสงแดดอุ่น มือขวาขยำเบาๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คลื่นเสียงสัมผัสเทวะที่กระจายออกไปเมื่อครู่ พลันไหลกลับมารวมกันที่ฝ่ามือของเขาราวกับย้อนเวลา ก่อนจะถูกบีบจนแหลกสลาย จัดการกับคำพูดสุดท้ายในชีวิตที่หมื่นกู่ทิ้งไว้บนโลกใบนี้จนสะอาดหมดจด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บัญชาการใหญ่กล่าวขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ที่แท้ก็จัดการกับคนทรยศของนิกาย จอมมารจี๋ฝ่าช่วยกำจัดหนอนบ่อนไส้ให้นิกาย ถือเป็นความดีความชอบใหญ่หลวง บวกกับผลงานที่สร้างไว้ที่ด่านธารน้ำแข็งและสมรภูมิของนิกายเมฆามรกตก่อนหน้านี้”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“นี่คือรางวัลที่ท่านประมุขกำชับไว้เป็นพิเศษ ว่าควรจะมอบให้กับสหายเต๋า”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การเข้าร่วมสงครามธรรมะและมารมีรางวัลตอบแทนให้อย่างแน่นอน โดยทั่วไปแล้วรางวัลสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิด จะรอจนกว่าสงครามจะสิ้นสุดลง แล้วค่อยๆ ทยอยแจกจ่ายให้แบบน้ำซึมบ่อทราย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพราะคงไม่สามารถหาทรัพยากรมากมายขนาดนั้นมาจ่ายให้รวดเดียวได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังต้องรอให้การจัดการกับของเชลยศึกเสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วค่อยแบ่งปันกันตามความเหมาะสม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่เมื่อรับแหวนเฉียนคุนวงนั้นมา หวังอี้ก็ตาลุกวาว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รางวัลหลักที่อยู่ข้างในคือศิลามารดารา ซึ่งก็คือทรัพยากรบำเพ็ญเพียรสุดพิเศษที่ก่อตัวขึ้นจากรูปแบบฮวงจุ้ยพิสดารที่จัดตั้งไว้ในสำนักงานใหญ่ของนิกาย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทาง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังมีของวิญญาณระดับสี่ขั้นสุดยอดอีกมากมาย พอดีกับที่เขาผลาญไปกับการหลอมเกาทัณฑ์มารทะลวงตะวัน ช่วยต่อชีวิตให้เขาได้อีกโข
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนเหตุผลที่ไม่ใช้ของวิเศษชิ้นนี้ในการจัดการกับหมื่นกู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหตุผลง่ายนิดเดียว แค่ไอ้หมอนี่... ยังไม่คู่ควร!