เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 227 ถ่ายทอดวิชาในห้องลับ เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี

บทที่ 227 ถ่ายทอดวิชาในห้องลับ เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี

บทที่ 227 ถ่ายทอดวิชาในห้องลับ เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี


บทที่ 227 ถ่ายทอดวิชาในห้องลับ เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี

“ข้าบอกแล้วไงว่า หวังผู้นี้ต้องการของวิเศษที่ใช้งานได้ทันทีและช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียร หากมันช่วยยกระดับการบำเพ็ญเพียรสายกายาควบคู่ไปด้วยได้ก็จะยิ่งดี”

“เจ้า!”

คำด่าทอพ่อล่อแม่จุกอยู่ที่คอ จินเมี่ยวซ่านอึดอัดจนแทบกระอักหากไม่ได้พ่นมันออกมา

ยามนี้นางได้รับผลกระทบจากจิตสังหาร นิสัยจึงเดี๋ยวเย็นชาเดี๋ยวเกรี้ยวกราด แตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว ทว่าเพื่อคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตา ท้ายที่สุดนางก็ต้องบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และขบคิด

นางเงียบไปเนิ่นนาน

จะว่าไปก็ใช่ว่าจะไม่มี นางนึกถึงของสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ ทว่ามูลค่าของมันไม่ได้มีไว้ให้คัมภีร์ใจของพุทธศาสนาเพียงเล่มเดียวมาเทียบเคียงได้เลย หากต้องแถมทรัพยากรระดับแก่นทองคำขั้นสูงเข้าไปอีก นางคงขาดทุนย่อยยับ!

หวังอี้เห็นนางลังเลอย่างหนัก จึงรีบเอ่ยขึ้น

“คัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตานั้นคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน หากของที่เจ้าหยิบออกมามีมูลค่าสูงเกินไป ข้าสามารถใช้ [ผลแก่นปฐพีหลอมละลาย] หรือ [แก่นพฤกษาหมื่นปี] แลกเปลี่ยนกับเจ้าได้”

จินเมี่ยวซ่าน “……”

นางอยากจะกระอักเลือด ของพวกนี้มันก็คือสิ่งที่เขาขู่กรรโชกไปจากนางไม่ใช่หรือไง น่าโมโหชะมัด!

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความไม่พอใจในก้นบึ้งหัวใจเอาไว้

นางกล่าวว่า

“เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี เป็นของวิเศษฟ้าดินที่ได้มาจากทุ่งน้ำแข็งไร้สิ้นสุดทางตอนเหนือสุดขั้ว ยามบำเพ็ญเพียรวิชาธาตุน้ำแข็ง หากโคจรลมปราณบนเตียงนี้ จะสามารถดูดซับพลังสุดหยั่งคาดของความหนาวเหน็บที่ไม่มีวันละลายได้

“ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรจะเพิ่มขึ้นสองเท่า ทั้งพลังสุดหนาวเหน็บยังสามารถชุบสกัดกายา มีประสิทธิภาพถึงห้าส่วนในการยกระดับการบำเพ็ญเพียรสายกายา ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยชำระจิตใจให้สงบและได้รับการคุ้มครองจากสภาวะใจน้ำแข็ง”

“ของสิ่งนี้คือหนึ่งในผู้ช่วยที่เมี่ยวซ่านใช้สะกดจิตสังหาร เจ้าต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตามีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมกว่านี้มาก มิฉะนั้นข้าจะไม่แลก”

สิ้นเสียงนั้น ดวงตาของหวังอี้ก็ทอประกายเจิดจ้า

ต้องไอ้นี่แหละ!

เขายังฝึกฝนวิชาลับที่ชื่อว่า [วิชาดูดซับความหนาวเย็น] เจตนาดั้งเดิมคือเมื่ออยู่ในดินแดนน้ำแข็งและหิมะ จะสามารถดูดซับไอเย็นของฟ้าดินเพื่อเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียร และยังทำให้ปราณแท้ของเขามีความเย็นยะเยือกที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การปรากฏตัวของเตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปีนั้น เกินความคาดหมายในใจของเขาไปมาก

หากเป็นเช่นนี้ บวกกับการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระดับแก่นทองคำขั้นสูงตามที่ต้องการ

ปัญหาใหญ่ในการบำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานของเขาก็จะถูกแก้ไขไปได้มาก ท้ายที่สุดแล้วปราณแท้ที่ต้องสะสมในอนาคตมีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้เวลายี่สิบปีเพื่อเลื่อนระดับหนึ่งขั้น...

สำหรับคนอื่นอาจถือว่าเร็วมากแล้ว แต่สำหรับเขามันยังไม่พอ

เขาไม่พอใจแค่นี้หรอก!

เขาต้องการให้เร็วกว่านี้! แข็งแกร่งกว่านี้!

ตอนนี้ ถึงคราวที่เขาต้องมากังวลเรื่องประสิทธิภาพของคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาแทนแล้ว ถึงอย่างไรของสิ่งนี้ก็ไม่มีระดับขั้น ขนาดใช้ [ช่องจัดวาง] บ่มเพาะอย่างจดจ่อยังต้องใช้เวลาถึงสามร้อยปีกว่าจะบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบ

มันจะเห็นผลทันตาหรือไม่ ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก

หวังอี้ฝึกฝนหมัดสังหารซิวหลัวน้อยโดยอาศัยการทำความเข้าใจแผ่นหินจิตสังหารล้วนๆ ยังไม่เคยเผชิญกับภาวะจิตสังหารหลุดการควบคุมมาก่อน ดังนั้นประสิทธิภาพของคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาจึงยังคงเป็นปริศนา

ได้แต่หวังว่ามันจะเจ๋งพอก็แล้วกัน

“มาสิ ตามหวังผู้นี้ไปลองที่ห้องลับ รับรองว่าเจ้าจะต้องพอใจ”

“หึ ขอให้มันจริงอย่างที่เจ้าพูดเถอะ!”

ท่าทีของจินเมี่ยวซ่าน หวังอี้ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่ของวิเศษฟ้าดินอย่างเตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี ของสิ่งนี้สมควรเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ถึงอย่างไรคำบรรยายว่าสองเท่าก็เป็นเพียงการประเมินคร่าวๆ ไม่แน่ว่าจะสามารถดึงประสิทธิภาพออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนั้นเสมอไป ของแบบนี้ยังต้องดูที่ตัวบุคคลด้วย

ไม่นาน หวังอี้ก็พานางมาถึงห้องลับสำหรับบำเพ็ญเพียรชั้นที่หนึ่งของเขา

“ข้าจะจุดธูปสงบจิตหนึ่งก้านเพื่อช่วยให้เจ้าตั้งสมาธิ เจ้าเพียงแค่ฟังข้าสวดคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาก็พอ”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

หวังอี้เพิ่งบำเพ็ญคัมภีร์ใจเล่มนี้มาได้เพียงไม่กี่ปี หากจะบอกว่ารู้แจ้งเห็นจริงอะไรก็คงดูเพ้อเจ้อเกินไป ทว่าเขากลับสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบจากการสวดมนต์อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะทุกครั้งหลังจากที่ทำความเข้าใจแผ่นหินจิตสังหารอย่างลึกซึ้ง การสวดคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาสามารถทำให้จิตสังหารที่เดือดพล่านของเขาสงบลงได้อย่างรวดเร็ว และจนถึงตอนนี้เขายังมองไม่เห็นขีดจำกัดของมัน

อีกทั้งพลังแห่งจิตใจที่ไร้รูปลักษณ์ก็ยังเพิ่มพูนขึ้น นี่คือบันทึกลับคัมภีร์ใจที่เป็นรากฐาน ส่วนมันจะมีสรรพคุณในการขจัดวิบากกรรมได้หรือไม่นั้น กลับดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่แล้ว

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

หวังอี้ที่เข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์ก็เริ่มสวดคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตา ในตอนแรกจินเมี่ยวซ่านรู้สึกเหมือนมีแมลงวันบินหึ่งๆ พึมพำอยู่ข้างหู ชวนให้หงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง

แม้แต่จิตสังหารซิวหลัวที่ถูกกดข่มไว้ในร่างกายก็ยังมีทีท่าว่าจะเดือดพล่านขึ้นมา นางถึงกับสงสัยว่าหวังอี้ร่วมมือกับจินหลินเพื่อทำร้ายนางหรือเปล่า แต่พอคิดดูอีกทีมันก็เป็นไปไม่ได้

นางจึงทำได้เพียงข่มความร้อนรน รอให้หวังอี้สวดลึกลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก นางก็เริ่มเข้าสู่สภาวะนั้นเช่นกัน

ผ้าโปร่งบางที่ปกปิดใบหน้าครึ่งซีกร่วงหล่นลงมาตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบ ใบหน้างดงามที่เคยซีดเผือดเจือไปด้วยสีระเรื่อ ตรงหว่างคิ้วสว่างวาบเป็นตราประทับซิวหลัวสีเลือด

เสียงสวดมนต์ของหวังอี้เจือไปด้วยแสงสีทองบางเบาที่ล่องลอยอยู่จางๆ แทรกซึมผ่านหว่างคิ้วของนางเข้าสู่จุดหนีหวาน จนทำให้มีควันสีขาวเริ่มพวยพุ่งออกมาจากศีรษะของนาง

ราวกับการชำระล้างที่ห่างหายไปเนิ่นนาน หรือผืนดินแห้งแล้งที่ได้ต้อนรับหยาดฝนชโลมใจ ทั้งร่างกายและจิตใจล้วนปลอดโปร่งเบาสบายเป็นที่สุด

ประสิทธิภาพของคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตานั้นสมบูรณ์แบบเกินคาด

เรื่องนี้คงมีความเกี่ยวข้องกับการที่จินเมี่ยวซ่านยังไม่ได้ฝึกฝนมันจนฝังรากลึกถึงกระดูก ทั้งนางยังใช้ทรัพยากรของหอจินหม่านเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของจิตใจตนเองด้วย

สิ่งนี้ทำให้หวังอี้ที่คอยจับตาดูนางอยู่ตลอดรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย เขาเข้าสู่สภาวะละทิ้งความคิดและความรู้สึกอย่างสมบูรณ์ เอาแต่สวดท่องความลึกล้ำของคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาอย่างต่อเนื่อง!

การชำระล้างครั้งนี้กินเวลายาวนานถึงสามวันเต็ม

จากหงุดหงิดกลายเป็นเพลิดเพลิน และแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ในที่สุดจิตสังหารซิวหลัวที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจก็ถูกถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้น จินเมี่ยวซ่านที่ทั่วทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อพรูลมหายใจยาวออกมา

กระบวนการรักษานี้ มันช่างสุดยอดเกินคำบรรยายจริงๆ

แต่นางรู้ดีแก่ใจว่า ตราบใดที่ยังคงฝึกฝนคัมภีร์ปราชญ์สังหารซิวหลัวต่อไป อาการเช่นนี้ก็จะหวนกลับมาอีก การสวดมนต์ของหวังอี้เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ

ตอนนี้นางไม่อาจทำลายตบะในด้านนี้ทิ้งได้อีกแล้ว

ต่อให้หลังจากนี้จะไม่ริเริ่มฝึกฝนวิชาสืบทอดนี้อีก แต่นางก็จะยังคงได้รับผลกระทบจากมันอย่างต่อเนื่องตามประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้น ดังนั้นคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตา นางต้องคว้ามาให้ได้!

ส่วนปัญหาที่ว่าในวันข้างหน้าเมื่อควบแน่นใจสังหารซิวหลัวสำเร็จแล้ว ต่อให้เป็นคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตาก็คงหมดปัญญาแก้ไข ถึงตอนนั้นควรจะทำอย่างไร...

ก็คงทำได้เพียงก้าวไปทีละก้าว ยึดคติเรือถึงสะพานย่อมตรงเอง ซึ่งเป็นวิธีพื้นๆ เช่นนี้ไปก่อน (Note : เรือถึงสะพานย่อมตรงเอง เป็นสำนวนจีนแปลว่า ปัญหาหรืออุปสรรคเมื่อถึงเวลาก็จะคลี่คลาย หรือหาทางออกได้เอง)

คราวนี้หวังอี้สูญเสียพลังใจไปไม่น้อย ตอนนี้เขาจึงรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง “เป็นไงล่ะ เคลิ้มเลยล่ะสิ?”

จินเมี่ยวซ่านพูดไม่ออก ได้แต่กรอกตามองบน สำหรับคำพูดที่ชวนให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายแบบนี้ นางก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปโต้เถียงด้วย เพราะมันรู้สึกเคลิ้มอย่างที่เขาว่าจริงๆ

สภาพที่เปียกปอนไปทั้งตัวจนดูไม่งามก็ถูกเขาเห็นไปหมดแล้ว กะอีแค่โดนล่วงเกินทางวาจาสองสามประโยค ก็ไม่นับว่าเป็นอะไรแล้วล่ะ

“ข้อตกลงสำเร็จ ข้าพอใจกับประสิทธิภาพของคัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตามาก แต่เรื่องทรัพยากรระดับแก่นทองคำขั้นสูงนั้น เจ้าจำเป็นต้องหาของมาแลก เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปีน่ะ แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดก็ยังน้ำลายสออยากได้นะ”

“ต่อให้ในอนาคตเจ้าไม่ได้ใช้มันแล้ว ก็ยังสามารถนำไปหลอมเป็นอาวุธวิเศษเฉพาะทางได้ หากสามารถหาของวิเศษธาตุเดียวกันที่เกื้อหนุนกันได้ ไม่แน่ว่าอาจจะเสริมพลังให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น”

“ขอรับพรจากเจ้าก็แล้วกัน งั้นตกลงตามนี้ เริ่มเถอะ”

จินเมี่ยวซ่านไม่ได้ลังเลมากนัก นางยังคงรักษาสภาพนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ทรวงอกอวบอิ่มยังคงกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ นางพลิกฝ่ามือวูบหนึ่ง

เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงขนาดกว้างสามเมตรยาวหกเมตรก็ปรากฏขึ้นในห้องลับ ไอเย็นที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หวังอี้ที่แค่เดินไปโฉบใกล้ๆ ก็สัมผัสได้ว่าการโคจรวิชานั้นคึกคักและไหลลื่นยิ่งขึ้น

เขาอดไม่ได้ที่จะพลิกตัวขึ้นไปนอนทับบนนั้นอย่างไม่รอช้า แนบแก้มถูไถไปกับเตียงน้ำแข็งอย่างลืมตัว

เขากำลังดื่มด่ำกับประสิทธิภาพของของวิเศษชิ้นนี้อย่างลึกซึ้ง

หากกล่าวว่าผู้บำเพ็ญเพียรรากวิญญาณคู่ตามปกติ เมื่อไปถึงระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย อาศัยประสิทธิภาพช่วยเหลือที่ได้จากทะเลสาบปราณแท้

ภายในช่วงเวลาสองถึงสามปี ปริมาณปราณแท้ที่เพิ่มขึ้นจากการบำเพ็ญเพียรตามปกติจะอยู่ที่ประมาณห้าสิบหยด แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากเตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี มันก็พุ่งพรวดขึ้นไปแตะระดับเก้าสิบถึงหนึ่งร้อยสิบหยดในทันที

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของตัวเขาเองด้วย หวังอี้ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญการคำนวณและดีดลูกคิดอยู่ในใจตลอดเวลา ย่อมได้ผลลัพธ์นี้มาอย่างเป็นธรรมชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น พลังสุดหนาวเหน็บที่ดูดซับมาได้จากมัน ยังสามารถยกระดับอานุภาพการใช้วิชาคาถาธาตุน้ำแข็งของเขาได้อย่างมหาศาล การเสริมพลังระดับนี้มันก้าวข้ามขีดจำกัดของเคล็ดวิชาไปแล้ว และยิ่งไม่อาจหยั่งรู้ถึงขีดจำกัดสูงสุดได้เลย

สำหรับผลดีต่อร่างกาย เขาก็ลองสัมผัสดูแล้วเช่นกัน

มันมากเกินกว่าห้าส่วนที่จินเมี่ยวซ่านบอกเสียอีก บางทีอาจเป็นเพราะเขาฝึกฝนวิชาลับมารศพ เลือดลมของเขาจึงเป็นธาตุหยินที่หนาวเหน็บอยู่แล้ว

ประสิทธิภาพการชุบสกัดของไอสุดหนาวเหน็บนี้ ร้ายกาจยิ่งกว่าปราณอสนีในหลุมลึกอสนีบาตจุติเสียอีก มันยังสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับต้นกำเนิดกระดูกสันหลังมังกรของเขา ทำให้มังกรอสูรหยินมรณะที่เกิดจากการแปรสภาพของปราณและเลือดลมวิวัฒนาการต่อไปได้

เขามีลางสังหรณ์ว่า วิชาบำเพ็ญเพียรสายกายาที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความบังเอิญและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเขานี้ ยังมีศักยภาพที่จะก้าวหน้าต่อไปได้อีก และจุดเปลี่ยนก็อยู่ที่การวิวัฒนาการของกระดูกสันหลังมังกรอสูรหยินมรณะนี่แหละ

ไปจนถึงการเติมเต็มวิชาลับมารศพให้สมบูรณ์ถึงขั้นที่สาม ก็อาจมอบโอกาสเช่นนี้ได้เหมือนกัน

สรุปความจากที่กล่าวมาทั้งหมด

เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี เข้ากับเขาได้อย่างลงตัวเกินคาด ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำเพ็ญเพียรวิชาสายกายาได้เกือบสองเท่า นี่ถ้าหากจับคู่กับโอสถวิเศษสายกายาที่เหมาะสมล่ะก็...

คาดว่าการบำเพ็ญเพียรสายกายา คงจะก้าวเข้าสู่ระดับสามล่วงหน้าไปก่อนอย่างแน่นอน

หากเป็นเช่นนี้

กลับกลายเป็นว่าวิชาโลหิตหยินเหมันต์สวรรค์ที่เขามองว่าเป็นรากฐานสำคัญ กลับกลายเป็นวิชาที่พัฒนาได้ช้าที่สุดเสียนี่!

“เจ้าทำบ้าอะไรน่ะ พอได้แล้วมั้ง”

จินเมี่ยวซ่านที่มองดูการกระทำของหวังอี้ต่อเตียงน้ำแข็ง เริ่มมีใบหน้าที่แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม นั่นมันของที่นางเคยใช้มาก่อนนะ การที่หวังอี้ไปลูบๆ คลำๆ แบบนั้น มันทำให้นางรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง

หวังอี้ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป นึกว่านางกำลังรีบร้อนอยากได้คัมภีร์ใจปรัชญาปารมิตา เขาจึงเลิกหมกมุ่นกับเตียงน้ำแข็ง

ตลอดสามวันที่ผ่านมา แม้จะฟังไปหลายรอบแล้ว ทว่าสภาวะของจินเมี่ยวซ่านนั้นไม่ปกติ จึงไม่อาจจดจำไว้ได้ทั้งหมด ยังคงต้องให้เขาถ่ายทอดวิชาต่อไป

“เจ้าฟังให้ดีนะ คัมภีร์ใจเล่มนี้มีชื่อเต็มว่าคัมภีร์หัวใจปรัชญาปารมิตา เป็นวิชาบำเพ็ญจิตของพุทธศาสนา มีสรรพคุณในการขจัดวิบากกรรม เพิ่มพูนวาสนา ชำระล้างสัมผัสทั้งหก...”

“หยุด เจ้าแค่ถ่ายทอดวิชามาตรงๆ ก็พอ”

“…ก็ได้”

นี่เขาไม่ได้กำลังทำให้อีกฝ่ายรู้สึกคุ้มค่าอยู่หรอกหรือ ของชิ้นหนึ่งหากมีมูลค่าเพิ่ม มีเรื่องราวที่น่าประทับใจแฝงอยู่ ย่อมขายได้ราคาดีกว่าเป็นไหนๆ

ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งเงินและของก็ถูกส่งมอบกันเสร็จสิ้น

จินเมี่ยวซ่านเองก็ฟื้นตัวจากอาการเหนื่อยล้า หลุดพ้นจากอิทธิพลของวิชาที่มีต่อจิตใจ นิสัยแม่ค้าในอดีตฟื้นคืนมาไม่น้อย ทว่าก็ไม่ได้กลับมาเป็นปกติในทันที

นางเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อน

“เรื่องในครั้งนี้ ถือว่าข้าติดค้างน้ำใจเจ้า หวังอี้... วันหน้าหากเจ้าพบเจอความลำบากอะไร ข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง”

หวังอี้หัวเราะร่วน

“ไม่เรียกสหายแล้วสินะ ผู้อาวุโสจินฟื้นตัวได้เร็วดีแท้...”

ไม่รอให้อีกฝ่ายได้โมโห เขาก็พูดต่อ

“นี่คือการแลกเปลี่ยน เป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครติดค้างใครทั้งนั้น หากเจ้าคิดว่าหวังผู้นี้มีประโยชน์ล่ะก็ ช่วยใส่ใจเรื่องทรัพยากรระดับแก่นทองคำให้มากหน่อย ข้าจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ”

จินเมี่ยวซ่านถลึงตาใส่เขา ก่อนจะเดินกึ่งสะบัดหน้าไปตรงทางออก

ตอนที่เดินผ่านร่างเขา นางก็ใช้ความเร็วสูงสุดประทับริมฝีปากลงบนแก้มของเขาเบาๆ หนึ่งที จากนั้นก็พุ่งตัวหนีออกไปที่ทางเดินด้านนอกอย่างรวดเร็ว

เสียงของหวังอี้ลอยตามมาอย่างเนิบนาบ

“อย่าคิดนะว่าเอาตัวเข้าแลกแล้วจะใช้กับข้าได้ ความเสียหายที่ปรมาจารย์เทียนสุ่ยก่อเอาไว้ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

จินเมี่ยวซ่านที่กำลังก้าวขึ้นบันไดถึงกับสะดุดกึก

นางกลายร่างเป็นลำแสงสีทอง เเหาะหนีไปด้วยความโกรธเกรี้ยวในทันที

หนีหนี้หน้าตาเฉยเลยแฮะ~

ไม่นาน

หวังอี้ก็เดินเข้าไปในทางเดินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

คำอธิบายพิเศษ: นิยายเรื่องนี้ไม่มีนางเอก แต่พระเอกก็ไม่ได้ไร้สมรรถภาพ ถึงเวลาทำก็ทำ มีสาวงามข้างกาย แต่ไร้หญิงรู้ใจ!!!

(ปล. ตรงนี้คือการที่สัญชาตญาณแม่ค้าของเสี่ยวจินฟื้นคืนมา จึงจงใจทิ้งเบ็ดเอาไว้ ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาแต่อย่างใด)

จบบทที่ บทที่ 227 ถ่ายทอดวิชาในห้องลับ เตียงน้ำแข็งเสวียนปิงหมื่นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว