- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 59 นิมิตอุบัติอีกครา เจ้าต้องการมรดกจักรพรรดิเซียนหรือไม่?
บทที่ 59 นิมิตอุบัติอีกครา เจ้าต้องการมรดกจักรพรรดิเซียนหรือไม่?
บทที่ 59 นิมิตอุบัติอีกครา เจ้าต้องการมรดกจักรพรรดิเซียนหรือไม่?
บทที่ 59 นิมิตอุบัติอีกครา เจ้าต้องการมรดกจักรพรรดิเซียนหรือไม่?
หลังจากที่ฉินเฉาเหยียนหลอมรวมกระบี่เมตตาเสร็จสิ้น
นางเดินออกจากถ้ำพำนักชั่วคราว แล้วทอดสายตาไปยังผนึกของวังจักรพรรดิ
นางพลันเรียกกระบี่เมตตาออกมา
ในชั่วพริบตา
ศัสตราวุธระดับมหาจักรพรรดิเล่มนี้ก็ระเบิดรัศมีกระบี่เจิดจรัสหมื่นวา พร้อมด้วยกลิ่นอายบารมีจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวที่ปะทุออกมาประหนึ่งน้ำป่าไหลหลากและคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดสาดไปทั่วบริเวณ!
บรรดาผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้กับวังจักรพรรดิต่างตื่นตระหนกและหันไปมองฉินเฉาเหยียนเป็นตาเดียว
"นั่นมันศิษย์ของนิกายฉางเซิง!"
"กระบี่เล่มนั้น!"
มีคนสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ
"ดูเหมือนจะเป็นกระบี่เมตตา หนึ่งในศัสตราวุธจักรพรรดิที่ระดับจักรพรรดิเซียนเมตตาเคยครอบครอง เหตุใดจึงไปอยู่ในมือศิษย์นิกายฉางเซิงได้!"
"บารมีจักรพรรดิช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก ดูเหมือนกระบี่เล่มนี้จะถูกนางหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวโดยสมบูรณ์แล้ว!"
บางคนอุทาน "หรือว่านิกายฉางเซิงคิดจะใช้กระบี่เล่มนี้ทำลายผนึกวังจักรพรรดิกัน???"
"......"
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ด้วยความตกตะลึง
ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายทรงพลังหลายสายก็ปะทุขึ้น พุ่งตรงไปยังฉินเฉาเหยียนด้วยหมายจะแย่งชิงกระบี่เมตตาในมือนาง!
ทว่าทางนิกายฉางเซิงมีหรือจะยอมให้สมปรารถนา
กู้ไห่เซิง ตงฟางเหลิ่งเยว่ และเหล่าผู้อาวุโสนิกายฉางเซิงต่างลงมือ สกัดกั้นบรรดาผู้ฝึกตนที่คิดจะชิงกระบี่เอาไว้!
บนท้องฟ้าพลันเกิดการต่อสู้ที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
สีหน้าของฉินเฉาเหยียนดูเคร่งขรึม หลังจากเรียกกระบี่เมตตาออกมาแล้ว นางก็ฟาดฟันเข้าใส่ผนึกวังจักรพรรดิอย่างสุดกำลัง
ครืนนน!
พร้อมกับเสียงกัมปนาทเลื่อนลั่นแผ่นดินไหวภูผาคลอน ภายใต้การโจมตีของกระบี่เมตตา ผนึกวังจักรพรรดิก็บังเกิดรอยร้าวลุกลามไปทั่วราวกับใยแมงมุม
จากนั้น ผนึกวังจักรพรรดิก็พังทลายลง ปรากฏเป็นช่องทางที่มุ่งสู่ภายในวังจักรพรรดิ
จากช่องว่างนั้น มีแสงเทพสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นระฆังสีเลือดขนาดมหึมา ก่อให้เกิดนิมิตฟ้าดินอันน่าสะพรึงกลัว
แก๊ง!
แก๊ง!
แก๊ง!
เสียงระฆังเมตตาดังกังวานกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งฟ้าดิน!
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างพากันสั่นสะท้าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างยิ่งยวด
"ผนึกวังจักรพรรดิถูกทำลายแล้ว!"
"เร็วเข้า! ฉวยโอกาสนี้บุกเข้าไปในวังจักรพรรดิ!"
"ข้าต้องครอบครองมรดกจักรพรรดิเซียนให้ได้!"
"บุกเข้าไป!"
เมื่อเห็นวังจักรพรรดิเปิดออก ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างดวงตาแดงก่ำ ประหนึ่งหมาป่าหิวโหยที่อดอยากมาแรมเดือน พากันพุ่งทะยานไปยังช่องว่างของวังจักรพรรดิอย่างบ้าคลั่ง!
แม้แต่ผู้ฝึกตนที่ทรงพลังซึ่งกำลังแย่งชิงกระบี่เมตตาก็ยังหยุดสู้กับพวกตงฟางเหลิ่งเยว่ แล้วพากันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหาวังจักรพรรดิแทน!
และกลุ่มที่อยู่หน้าสุดย่อมเป็นฉินเฉาเหยียนที่ถือกระบี่เมตตานำทีมนิกายฉางเซิง ตามมาด้วยกลุ่มของสวีต้าฝูและสวีหยวนป้า
ยอดฝีมือจำนวนมหาศาลมุ่งหน้าเข้าสู่ช่องว่างของวังจักรพรรดิ ต่างปรารถนาจะแย่งชิงมรดกจักรพรรดิเซียนในตำนาน!
เมืองเทียนอู่
ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนได้ยินเสียงระฆังนั้น ต่างพากันเงยหน้ามองนิมิตฟ้าดินที่เกิดขึ้น!
"นั่นคือเสียงระฆังเมตตา!"
"พับผ่าสิ เฝ้ารอมาตั้งนาน ในที่สุดก็พังลงเสียที!"
"เร็ว! รีบไปกันได้แล้ว!!!"
แสงหลากสีสายแล้วสายเล่าพุ่งทะยานออกจากเมืองเทียนอู่ด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปยังเขาต้าหลง!
แม้แต่ฉู่หยงเทียนและฉู่อู๋ซวง สองพ่อลูกที่เพิ่งกลับถึงจวนเจ้าเมือง ก็จัดเตรียมกำลังอีกครั้งและรีบมุ่งหน้าไปยังเขาต้าหลง!
ในยามนี้ วังจักรพรรดิที่อยู่ลึกเข้าไปในเขาต้าหลงประหนึ่งหญิงงามล่มเมืองที่เปลือยเปล่า กลิ่นอายทั่วร่างเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดที่มิอาจต้านทาน ชักนำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมหาศาลแห่แหนกันไป!
ถนนเถาฮวา
ยายเฒ่าหรงที่กำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโมคุยเรื่องซุบซิบกับเพื่อนบ้านอยู่ที่หัวถนน พลันเห็นนิมิตฟ้าดินที่ปะทุขึ้นจากทางเขาต้าหลง นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะเริ่มเคร่งขรึมและหยุดแทะเมล็ดแตงโมในทันที
"พี่สาว ข้ามีธุระต้องไปจัดการ ไม่คุยต่อแล้วนะ"
"งั้นเจ้าก็อย่าลืมช่วยหาคู่ดูตัวให้ลูกชายที่ไม่ได้ความของข้าด้วยล่ะ เรื่องค่านายหน้าข้าไม่ขี้เหนียวกับเจ้าแน่นอน"
"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา ถ้ามีเด็กสาวที่เหมาะสมข้าจะแนะนำให้แน่นอน"
ยายเฒ่าหรงรีบเร่งเดินออกจากถนนเถาฮวาไป ไม่มีใครรู้ว่านางมุ่งหน้าไปที่ใด
ร้านยาจิ่วคัง หลังสวน
เฉินฉางอันกำลังฝึกฝน "เคล็ดวิชาอายุขัยจันทร์เหิน" ส่วนจงหลิงเอ๋อร์ก็กำลังตั้งใจฝึกตนเช่นกัน ทั้งสองต่างถูกเสียงระฆังเมตตาทำให้ตื่นตกใจ
จงหลิงเอ๋อร์เบิกตากลมโตที่เปี่ยมด้วยความเฉลียวฉลาด "พี่ฉางอัน ดูเหมือนจะมีนิมิตปะทุออกมาจากวังจักรพรรดิทางด้านเขาต้าหลงเจ้าค่ะ"
เฉินฉางอันพยักหน้า เขานึกถึงนิมิตของวังจักรพรรดิที่เกิดขึ้นในวันที่เขาได้รับระบบมาใหม่ ๆ ทั้งสองนั้นเหมือนกันไม่มีผิด
เขาโคจรพลัง "เนตรเทวะ" กวาดตามองผ่านขุนเขาลำน้ำหมื่นลี้ในพริบตา
ภาพเหตุการณ์ลึกเข้าไปในเขาต้าหลงปรากฏขึ้นตรงหน้า เฉินฉางอันเห็นว่าผนึกวังจักรพรรดิถูกทำลายแล้ว ตรงช่องว่างที่เคยถูกดาบเหล็กของเขาฟันไว้ในตอนนั้น บัดนี้มีผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังบุกเข้าไปข้างใน!
ทว่าในส่วนลึกของวังจักรพรรดิ เฉินฉางอันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอันตรายที่แฝงเร้นอยู่!
"เนตรเทวะ" ของเฉินฉางอันทอประกาย เขาพยายามมองทะลุผ่านวังจักรพรรดิเพื่อดูว่าภายในมีสิ่งใดอยู่ และแล้วเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น
ภายในวังจักรพรรดินั้นคือเมืองโบราณอันเก่าแก่ มีไอหยินหนาทึบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย!
ภายในเมืองใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยขุนพลและทหารผี เสียงโห่ร้องฆ่าฟันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พวกมันกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับผู้ฝึกตนที่บุกเข้ามา ตามท้องถนนมีศพของผู้ฝึกตนเกลื่อนกลาดไปทั่ว!
เฉินฉางอันประหลาดใจ "นึกไม่ถึงว่าภายในวังจักรพรรดิจะอันตรายถึงเพียงนี้"
เขาตั้งใจจะใช้ "เนตรเทวะ" ตรวจสอบเข้าไปให้ลึกที่สุด แต่การจะมองทะลุส่วนลึกของวังจักรพรรดินั้นจำเป็นต้องให้เขาใช้ "พลังวัตรไร้เทียมทาน" มากขึ้น
เพียงชั่วพริบตา ข้อมูลระบบก็แจ้งเตือนขึ้นในหัว
[อายุขัย -1]
[อายุขัยปัจจุบัน 16/191]
เฉินฉางอันหยุดการทำงานของ "เนตรเทวะ"
"ช่างเถิด ตรวจสอบไปก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าตรงไหน มีแต่จะสิ้นเปลืองอายุขัยไปเปล่า ๆ"
ดวงตาที่เคยทอแสงเทพเจิดจรัสของเฉินฉางอันกลับคืนสู่สภาพปกติ
"ผนึกของวังจักรพรรดิถูกทำลายแล้ว"
จงหลิงเอ๋อร์พลันกระจ่างแจ้ง "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง"
นางนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"พี่ฉางอัน ท่านเก่งกาจถึงเพียงนี้ ในเมื่อผนึกวังจักรพรรดิแตกแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่ไปที่นั่นเพื่อแย่งชิงมรดกจักรพรรดิเซียนล่ะเจ้าคะ?"
"ได้ยินว่าขอเพียงได้ครอบครองมรดกจักรพรรดิเซียน ก็จะมีโอกาสฝึกฝนไปจนถึงระดับจักรพรรดิเซียนและกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!"
เฉินฉางอันยิ้มพลางลูบศีรษะของจงหลิงเอ๋อร์ "จักรพรรดิเซียนแล้วอย่างไร ข้าไม่ต้องการหรอก"
จากนั้น เฉินฉางอันก็ถามจงหลิงเอ๋อร์กลับไป
"เจ้าอยากได้มรดกจักรพรรดิเซียนหรือไม่?"
"หากเจ้าต้องการ ข้าจะไปแย่งชิงมรดกจักรพรรดิเซียนในวังนั้นมามอบให้เจ้าเอง"
คำพูดของเฉินฉางอันช่างเรียบเฉย การเอ่ยว่าจะชิงมรดกจักรพรรดิเซียนมาให้จงหลิงเอ๋อร์นั้น ราวกับเขากำลังพูดถึงเรื่องขี้ผงเรื่องหนึ่งเท่านั้น!