- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 28 ฉู่หยงเทียน เจ้าเป็นหมอหรือ?
บทที่ 28 ฉู่หยงเทียน เจ้าเป็นหมอหรือ?
บทที่ 28 ฉู่หยงเทียน เจ้าเป็นหมอหรือ?
บทที่ 28 ฉู่หยงเทียน เจ้าเป็นหมอหรือ?
เฉินฉางอันเอ่ยถาม "เหล่ยจื่อ ข้าดูเด็กเกินไปหรือไม่?"
หลินเหล่ยกวาดสายตามองเหล่าหมอเฒ่าในห้องโถง ก่อนจะพยักหน้าพลางตอบ
"พวกนั้นมันหมอเฒ่า ส่วนเจ้าก็แค่หมอหนุ่ม ขอเพียงเป็นหมอก็พอแล้ว อีกอย่างเจ้ายังได้รับสืบทอดวิชาแพทย์จากผู้เฒ่าหวงมาโดยตรง ย่อมไม่ด้อยไปกว่าคนพวกนั้นแน่นอน"
หลินเหล่ยยังคงมีความเชื่อมั่นในวิชาแพทย์ของเฉินฉางอันเป็นอย่างมาก
เมื่อหนึ่งปีก่อน เขาถูกโจรป่าดักปล้น แม้จะสังหารพวกมันได้สำเร็จ แต่กลับต้องบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ในยามที่คิดว่าตนเองต้องมอดม้วยแน่แล้ว ก็ได้เฉินฉางอันผู้นี้แหละที่ยื่นมือเข้าช่วยรักษา เพียงแค่ครึ่งเดือน เขาก็กลับมาแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าดังเดิม
อย่างไรเสีย เฉินฉางอันก็เป็นหมอตัวจริงเสียงจริง แม้เขาจะอยากได้เงินรางวัลเพียงใด แต่ก็มิได้คิดจะโป้ปดหลอกลวง
จะว่าไป เขาก็เป็นเพียงเบี้ยตัวเล็ก ๆ ในหน่วยองครักษ์ล่าสังหาร ต่อให้ใจกล้าแค่ไหนก็คงไม่บังอาจทำเช่นนั้น
ขณะนั้น มีคนเริ่มขานชื่อเรียกเหล่าหมอให้ทยอยเข้าไปยังวิหารหลัง เพื่อตรวจอาการของฉู่อู๋ซวง
หมอเหล่านั้นยามเข้าไปล้วนเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ทว่าไม่นานนักกลับเดินคอตกออกมา พลางส่ายหน้าทอดถอนใจจนปัญญาจะรักษา
ถึงแม้จะรักษาไม่สำเร็จ แต่พวกเขาก็ได้รับหินปราณหนึ่งร้อยก้อนเป็นค่าตอบแทนในการตรวจโรค ซึ่งแต่ละคนต่างก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่
สำหรับหมอธรรมดาที่ไร้พลังวัตรเหล่านี้ การจะหาหินปราณหนึ่งร้อยก้อนอาจต้องใช้เวลาถึงสองสามปี เพียงแค่มาตรวจอาการแล้วได้รางวัลเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างจากลาภลอยก้อนโตที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์ เป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว!
หมอคนอื่น ๆ ที่เห็นเช่นนั้นต่างก็มีแววตาละโมบปิดไม่มิด ต่างพากันกระวนกระวายอยากจะเข้าไปในวิหารหลังใจจะขาด
หลินเหล่ยกระซิบเสียงเบา "เห็นไหมล่ะ หินปราณตั้งหนึ่งร้อยก้อน ข้าไม่ได้หลอกเจ้าใช่ไหม"
เฉินฉางอันเพียงยักไหล่เบา ๆ
สำหรับเขาในตอนนี้ หินปราณเหล่านั้นไร้ซึ่งความหมายโดยสิ้นเชิง
ขอเพียงเขาต้องการ ต่อให้มากมายมหาศาลเพียงใด เขาก็สามารถหามาได้ทั้งสิ้น
เพียงครู่เดียว หมอในโถงต่างก็แยกย้ายกันไปจนเกือบหมดสิ้น โดยไม่มีใครรักษาได้สำเร็จเลยสักคน จนกระทั่งเหลือเพียงเฉินฉางอันเป็นคนสุดท้าย
พ่อบ้านผู้ดูแลใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อเห็นว่าเหลือเพียงเฉินฉางอันคนเดียวในโถง ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
เด็กหนุ่มตรงหน้าช่างเยาว์วัยนัก ดูท่าจะอายุเพียงสิบกว่าปี ขนยังไม่ทันขึ้นครบเสียด้วยซ้ำ
"เจ้าเป็นหมออย่างนั้นหรือ?"
เขาหันไปจ้องหลินเหล่ยราวกับจะคาดคั้นเอาความ
หลินเหล่ยกล่าวอย่างนอบน้อม "ท่านพ่อบ้าน ฉางอันผู้นี้คือคนที่ข้าเคยเรียนท่านว่าช่วยชีวิตข้าตอนปางตายไว้ได้ เขาเป็นพี่น้องที่ดีของข้า ข้ามิบังอาจโป้ปดท่านแม้แต่น้อย"
พ่อบ้านโบกมืออย่างรำคาญ "ในเมื่อมาแล้ว ก็เข้าไปดูคุณหนูเสียหน่อยเถอะ"
พูดจบ พ่อบ้านก็เดินนำเฉินฉางอันมุ่งหน้าสู่วิหารหลัง
"พี่ชาย สินสอดข้าจะแต่งเมียฝากไว้ที่เจ้าแล้วนะ!"
หลินเหล่ยตะโกนไล่หลังมา
เมื่อมาถึงวิหารหลัง
เฉินฉางอันได้พบกับเจ้าเมืองฉู่หยงเทียน เขาเป็นบุรุษวัยกลางคน สวมอาภรณ์สีเหลืองทอง ร่างกายกำยำองอาจ ดูภูมิฐานน่ายำเกรง
ทว่าในยามนี้ ใบหน้าของเขากลับหมองเศร้า คิ้วขมวดมุ่น เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่งยวด
พ่อบ้านรายงานอย่างนอบน้อม "ท่านเจ้าเมือง นี่คือหมอคนสุดท้ายขอรับ"
ฉู่หยงเทียนไม่ได้ปรายตามองเฉินฉางอันเลยแม้แต่น้อย สายตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยยังคงจับจ้องไปที่ฉู่อู๋ซวงซึ่งนอนทอดกายอยู่บนเตียง
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงด้วยอำนาจ "หากเจ้าสามารถรักษาลูกสาวของข้าให้หายได้ ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าผู้เป็นเจ้าเมืองย่อมยกให้เจ้าได้ทั้งสิ้น"
เฉินฉางอันพยักหน้า เตรียมจะก้าวเข้าไปตรวจดูอาการ
ทว่าในขณะนั้นเอง องครักษ์ผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาในวิหารหลังด้วยความเร่งรีบ
"เรียนท่านเจ้าเมือง คุณชายจินและผู้อาวุโสโอสถแห่งนิกายซือถัวเดินทางมาถึงแล้วขอรับ"
แววตาที่หม่นหมองของฉู่หยงเทียนพลันปรากฏร่องรอยแห่งความยินดีออกมาในที่สุด เขาจึงรีบสั่งการทันที
"รีบเชิญเข้ามาเร็วเข้า! รีบเชิญเข้ามา!"
เฉินฉางอันเอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองยังต้องการให้ข้าตรวจอาการอยู่อีกหรือไม่?"
ฉู่หยงเทียนเพิ่งจะสังเกตเห็นเฉินฉางอันอย่างชัดเจน เขาจึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง
"เจ้าคือหมออย่างนั้นรึ?"
แม้ตอนนี้จิตใจของเขาจะสับสนวุ่นวายดั่งด้ายพันกัน จนปัญญาจะหาทางปลุกลูกสาวให้ฟื้นตื่น จนต้องประกาศหาหมอทั่วเมืองมาช่วยรักษาอย่างไร้ทิศทาง
แต่ไอ้หนุ่มตรงหน้านี่ ขนยังขึ้นไม่ครบดีด้วยซ้ำ มันจะไปตรวจโรคอะไรได้?
ฉู่หยงเทียนเริ่มมีโทสะ หากใครบังอาจอาศัยจังหวะนี้มาหลอกลวงหวังผลประโยชน์จากเขา ก็อย่าหาว่าเขาไร้ความปรานี!
เฉินฉางอันกลับยังคงสงบนิ่งเยือกเย็น แม้ฉู่หยงเทียนจะเป็นถึงอ๋องโหวระดับแปลงเทพ แต่เขาสังหารอ๋องโหวของนิกายซือถัวมาแล้วถึงสองคน มีหรือจะหวาดเกรงฉู่หยงเทียนผู้นี้
"ข้าคือหมอ"
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มวัยเพียงสิบกว่าปีแสดงท่าทางสุขุมนิ่งสนิทต่อหน้าตน ฉู่หยงเทียนก็อดที่จะประเมินเฉินฉางอันใหม่ไม่ได้
"ในเมื่อเป็นหมอ ก็จงเข้ามาตรวจดูเสีย"
เฉินฉางอันพยักหน้า เดินไปที่ข้างเตียง เขาเห็นหญิงสาวนางหนึ่งนอนนิ่งสงบ หลับตาพริ้ม ใบหน้าซีดเผือดฉายแววเจ็บปวดรวดร้าว
เฉินฉางอันยกมือขวาของนางขึ้นมา ก่อนจะกลั่นกรองพลังวัตรไร้เทียมทานให้กลายเป็นเส้นสายเล็กละเอียดดุจเส้นไหม เพื่อสืบเสาะสำรวจร่างกายของนางอย่างถี่ถ้วน