เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 หอหมื่นสมบัติ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!

บทที่ 10 หอหมื่นสมบัติ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!

บทที่ 10 หอหมื่นสมบัติ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!


บทที่ 10 หอหมื่นสมบัติ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!

จากปากคำของฝูงชน เฉินฉางอันจึงได้รู้ว่าสือโยวผู้นั้นแท้จริงคืออ๋องโหวผู้หนึ่งในระดับแปลงเทพ

ทว่าน่าเสียดายที่เขายังมิอาจควบคุมพลังวัตรไร้เทียมทานของตนได้อย่างคล่องแคล่ว ยามลงมือจึงหนักเบามิได้สัดส่วน

เขาบดขยี้สือโยวจนแหลกลาญในคราเดียว กระทั่งสมบัติวิเศษบนกายอีกฝ่ายก็ถูกทำลายจนสิ้น แม้แต่แหวนมิติวงเดียวก็ไม่เหลือ

เขาคาดเดาว่าในแหวนมิติวงนั้นต้องมีของดีอยู่ไม่น้อยแน่ บางทีอาจมีกระทั่งโอสถอายุวัฒนะหรือเคล็ดวิชาอายุวัฒนะอยู่ด้วย

"หากต้องการควบคุมพลังวัตรไร้เทียมทานให้เชี่ยวชาญ ข้าจำเป็นต้องทดลองใช้อยู่บ่อยครั้ง แต่การทดลองแต่ละคราต้องแลกมาด้วยอายุขัย เช่นนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเพิ่มอายุขัย!"

"ต้องหาวิธีหาของพวกนั้นมาให้ได้!"

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินฉางอันก็มาถึงร้านค้าที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหราแห่งหนึ่ง

"หอหมื่นสมบัติ คือที่นี่สินะ"

หอหมื่นสมบัติแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะจำหน่ายสิ่งของที่จำเป็นสำหรับผู้ฝึกตน ไม่ว่าจะเป็นโอสถ สมบัติวิเศษ เคล็ดวิชา หรือยันต์อาคม

ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังจะก้าวเข้าไป เขาก็สังเกตเห็นสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมายังหอหมื่นสมบัติอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ จากถนนที่ไม่ไกลนัก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะใช้ [เนตรเทวะ] กวาดมองไปคราหนึ่ง

เมื่อถอนสายตากลับมา เฉินฉางอันจึงเดินเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ

ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเหล่าสมบัติวิเศษและยันต์อาคมละลานตาที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ แต่ละชิ้นแผ่รัศมีเจิดจรัสล่อตาล่อใจ

ทว่าภายในหอหมื่นสมบัติกลับมีผู้ฝึกตนอยู่เพียงไม่กี่คน บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบเหงา

ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะยามนี้ในส่วนลึกของเขาต้าหลงมีวังจักรพรรดิปรากฏขึ้น นั่นหมายถึงมรดกของระดับจักรพรรดิเซียน ซึ่งเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่เทียมฟ้า!

หากผู้ใดสามารถครอบครองมรดกจักรพรรดิเซียนได้ ก็จะพุ่งทะยานสู่สรวงสวรรค์ กลายเป็นผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิเซียนทันที!

ยิ่งไปถึงเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับมรดกจักรพรรดิเซียนก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น!

ต่อให้ไม่ได้ครอบครองมรดกจักรพรรดิเซียน แต่อย่างน้อยได้เศษเสี้ยวของมันก็ยังดีมิใช่หรือ?

ด้วยเหตุนี้ ในเมืองเทียนอู่ ผู้ฝึกตนที่อยู่เหนือระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์ขึ้นไปและไม่เกรงกลัวความตาย ต่างก็มุ่งหน้าไปยังเขาต้าหลงกันจนหมด

ที่โต๊ะคิดเงิน หญิงสาวในชุดแดงนางหนึ่ง ดูอายุราวยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี ใบหน้าสะสวย รูปร่างเย้ายวนทรมานใจ กำลังก้มหน้าอ่านตำราเล่มหนึ่งด้วยความเบื่อหน่าย

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มในชุดสีเขียวก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านาง

หญิงสาวชุดแดงเงยหน้าขึ้น ปิดตำราลง พร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้

"คุณชาย ท่านต้องการซื้อสิ่งใดหรือเจ้าคะ?"

เฉินฉางอันไม่อ้อมค้อม เขาเอ่ยถามตรงประเด็นทันที

"ที่นี่มีเคล็ดวิชาอายุวัฒนะหรือไม่?"

"ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะคุณชาย เคล็ดวิชาอายุวัฒนะล้ำค่าและหายากยิ่ง ยามนี้หอหมื่นสมบัติของเรายังไม่มีวางจำหน่าย"

เฉินฉางอันมิได้รู้สึกประหลาดใจนัก

ขนาดสำนักใหญ่อย่างพรรคมหาอายุยืนยังมียอดวิชาต่ออายุขัยเพียงระดับหล่อเลี้ยงโลหิตวิชาเดียวเท่านั้น

"แล้ววิชาหลอมกายาล่ะ มีหรือไม่?"

หญิงสาวชุดแดงส่ายหน้า "ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ไม่มีเช่นกัน"

เฉินฉางอันขมวดคิ้ว "แล้วโอสถอายุวัฒนะล่ะ?"

หญิงสาวชุดแดงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย

เด็กหนุ่มตรงหน้ายังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงสนใจใคร่รู้ในวิธีเพิ่มอายุขัยนัก?

อย่างไรก็ตาม นางก็ยังพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพราย

"มีเจ้าค่ะ คุณชายเชิญทางนี้"

นางพาเขามายังโต๊ะคิดเงินที่วางโอสถ ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเคลือบประณีตออกมาขวดหนึ่ง

"คุณชาย นี่คือ ‘โอสถอายุยืน’ ระดับหนึ่ง ยามนี้เหลืออยู่สิบสองเม็ด เมื่อทานแล้วจะช่วยเพิ่มอายุขัยได้หนึ่งปี ได้ผลกับผู้ฝึกตนระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์ ผู้ฝึกตนระดับหล่อเลี้ยงโลหิต และคนธรรมดาทั่วไป ราคาวางจำหน่ายเม็ดละหนึ่งพันหินปราณระดับต่ำ หลังจากทานครบสามเม็ดแล้วจะเริ่มสูญเสียผลของยา คุณชายพึงพอใจในโอสถนี้หรือไม่เจ้าคะ?"

หลังจากฟังคำอธิบายของหญิงสาวชุดแดงจบ เฉินฉางอันก็ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ

"หนึ่งพันหินปราณระดับต่ำ... แพงถึงเพียงนี้เชียว?"

หญิงสาวชุดแดงยิ้มพลางอธิบายว่า "คุณชายควรทราบว่า โอสถอายุวัฒนะคือหนึ่งในโอสถที่ล้ำค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมวัตถุดิบหรือความยากในการหลอม ย่อมมิอาจนำไปเปรียบกับโอสถทั่วไปได้ ราคาที่สูงลิ่วเช่นนี้จึงนับเป็นเรื่องปกติเจ้าค่ะ"

เฉินฉางอันอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ต้องรู้ก่อนว่ารายได้ตลอดสามปีของร้านยาจิ่วคังนั้น มีเพียงหินปราณระดับต่ำไม่กี่สิบก้อนเท่านั้น

โอสถอายุวัฒนะระดับต่ำสุดหนึ่งเม็ดกลับมีค่าถึงหนึ่งพันหินปราณระดับต่ำ นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะเอื้อมถึงอย่างแน่นอน!

เฉินฉางอันรู้สึกเสียดายหนักกว่าเดิมที่ยามสังหารสือโยว เขาไม่ได้รักษาแหวนมิติของอีกฝ่ายเอาไว้!

เจ้านั่นเป็นถึงผู้อาวุโสของนิกายซือถัวและเป็นถึงอ๋องโหวผู้หนึ่ง ในตัวย่อมต้องมีหินปราณอยู่ไม่น้อยแน่!

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า แม้แต่โอสถอายุวัฒนะระดับต่ำเพียงเม็ดเดียว เขาก็ยังไม่มีปัญญาซื้อ!

หญิงสาวชุดแดงถามขึ้น "คุณชายยังต้องการซื้อโอสถนี้อยู่หรือไม่เจ้าคะ?"

เฉินฉางอันส่ายหน้า "แพงเกินไป ข้าซื้อไม่ไหวหรอก แต่ข้าสามารถทำข้อตกลงกับหอหมื่นสมบัติของเจ้าได้"

หญิงสาวชุดแดงเกิดความใคร่รู้ขึ้นมา

"ข้อตกลงใดหรือเจ้าคะ?"

เฉินฉางอันยิ้มพลางกล่าวว่า "มอบโอสถอายุยืนให้ข้าสามเม็ด แลกกับการที่ข้าจะลงมือคุ้มครองหอหมื่นสมบัติของเจ้าหนึ่งครา"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา หญิงสาวชุดแดงก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ จนร่างกายสั่นไหวไปทั้งตัว ทรวงอกอวบอิ่มนั้นกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหัวเราะ

"คุณชาย ท่านล้อข้าเล่นใช่หรือไม่? เพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับหล่อเลี้ยงโลหิตขั้นต้นเช่นท่านเนี่ยนะ?"

"ไม่ได้ล้อเล่น ข้าจริงจังมาก บางทีหอหมื่นสมบัติของเจ้าอาจกำลังต้องการคนคุ้มครองอยู่ก็ได้"

หญิงสาวชุดแดงทั้งขำทั้งระอา นางส่ายหน้าพลางกล่าว

"ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ หอหมื่นสมบัติของเราไม่ต้องการผู้ฝึกตนระดับหล่อเลี้ยงโลหิตมาคุ้มครองหรอก ท่านลองดูผู้คุ้มกันรอบ ๆ นี้สิ พวกเขาล้วนอยู่ในระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์ทั้งสิ้น คุณชายลองไปดูร้านอื่นเถอะเจ้าค่ะ"

ในเวลาเดียวกัน บนถนนที่ไร้ผู้คนใกล้กับหอหมื่นสมบัติ ปรากฏผู้ฝึกตนสามคนในชุดคลุมสีดำปิดบังมิดชิด แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่กลิ่นอายสังหารอันโหดเหี้ยมและเย็นเยียบกลับแผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาทุกคน

ผู้ที่เป็นหัวหน้ามีร่างกายกำยำสูงใหญ่ราวกับหมีป่า พลังวัตรที่แผ่ออกมานั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาคือผู้ฝึกตนที่บรรลุถึงระดับน้ำพุแห่งชีวิต!

หนึ่งในนั้นกดเสียงต่ำ เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น

"ลูกพี่ ข้าสืบมาแน่ชัดแล้ว ผู้อาวุโสสองคนที่เฝ้าหอหมื่นสมบัติอยู่ต่างก็มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของเขาต้าหลงเพื่อแย่งชิงวาสนาแล้ว ยามนี้เหลือเพียงนังแพศยาเย่หงอิงเฝ้าอยู่คนเดียว ลำพังแค่นางย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา!"

เมื่อผู้ฝึกตนร่างกำยำที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ได้ฟัง ดวงตาก็ทอประกายเหี้ยมเกรียม เอ่ยอย่างยินดีว่า

"ดีมาก ยามนี้ในเมืองเทียนอู่นอกจากยอดฝีมือลึกลับที่อยู่ทางทิศใต้ของเมืองแล้ว ก็คงไม่มีใครเก่งกาจอีก ในเมื่อหอหมื่นสมบัติเหลือเพียงเย่หงอิงคนเดียว นี่จึงเป็นโอกาสทองที่จะกวาดล้างหอหมื่นสมบัติและกอบโกยสมบัติให้สิ้น!"

"แล้วพวกเราจะลงมือเมื่อไหร่ดีลูกพี่?"

"ไม่มีใครรู้ว่าผู้อาวุโสสองคนนั้นจะกลับมาเมื่อไหร่ ในเมื่อสืบรู้สถานการณ์แน่ชัดแล้ว หากชักช้าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ลงมือเดี๋ยวนี้เลย!"

สิ้นคำพูด ผู้ฝึกตนร่างกำยำก็นำสมุนอีกสองคนมุ่งหน้าเข้าสู่หอหมื่นสมบัติทันที

ความผิดปกติของทั้งสามดึงดูดสายตาของผู้คุ้มกันระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์สองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตู พวกเขาจึงรีบก้าวออกมาขวางทางไว้

"หยุด!"

"พวกเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงไม่ยอมเผยโฉมหน้าออกมา?"

ผู้ฝึกตนร่างกำยำแค่นเสียงเย็นชา ตวัดมือวูบเดียว ศีรษะที่โชกไปด้วยเลือดสองหัวก็ร่วงลงสู่พื้นทันที

ตุบ! ตุบ! ร่างไร้หัวสองร่างล้มตึงลงกับพื้น ทั้งสามก้าวข้ามซากศพเดินเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ กลิ่นอายสังหารอันหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาทำเอาเหล่าสาวใช้ภายในร้านถึงกับตัวแข็งทื่อ ความเย็นระเยือกเสียดแทงถึงกระดูก ใบหน้าแต่ละคนอาบไปด้วยความหวาดกลัว!

พวกนางคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะมีคนกล้าบุกมาเข่นฆ่าคนถึงในหอหมื่นสมบัติเช่นนี้!

เฉินฉางอันกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขามองคนทั้งสามที่บุกเข้ามาด้วยความสนใจเสียมากกว่า

ผู้ฝึกตนร่างกำยำกวาดสายตาเย็นชามองทุกคนในโถง ก่อนจะหันไปสั่งสมุนด้านหลัง

"ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!"

จบบทที่ บทที่ 10 หอหมื่นสมบัติ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว