- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- ตอนที่ 3 นิมิตแห่งวังจักรพรรดิ!
ตอนที่ 3 นิมิตแห่งวังจักรพรรดิ!
ตอนที่ 3 นิมิตแห่งวังจักรพรรดิ!
ตอนที่ 3 นิมิตแห่งวังจักรพรรดิ!
เฉินฉางอันมองออกว่าฉินเฉาเหยียนมีท่าทีพยายามประจบเอาใจตน
ทว่าความจริงแล้วหาได้มีความจำเป็นไม่
ยามที่สตรีผู้นี้เผชิญกับวิกฤตเมื่อครู่นางยังคิดจะเข้าช่วยเขา เพียงแค่จุดนี้เขาก็พร้อมจะคุ้มครองความปลอดภัยให้นางแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น แม้กระบี่เมตตาเล่มนี้จะแผ่กลิ่นอายพลังอันไม่ธรรมดาออกมา
แต่เมื่อเทียบกับอานุภาพของมีดทำครัวของเขาเมื่อครู่แล้ว เห็นได้ชัดว่ายังห่างชั้นกันไกลโข
"กระบี่เล่มนี้ เจ้าจงเก็บไว้ใช้เองเถิด"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ฉินเฉาเหยียนถึงกับยืนอึ้งไปทั้งร่าง
นางไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่???
สมบัติล้ำค่าที่นางยอมสละชีพเพื่อปกป้อง ดูเหมือนจะไร้ค่าในสายตาของรุ่นพี่ผู้นี้โดยสิ้นเชิง
อีกทั้งในแววตานั้นยังเจือไปด้วยความรู้สึกรังเกียจอยู่รำไป?
"สู้เจ้ามอบโอสถอายุวัฒนะ สมุนไพรอายุวัฒนะ หรือไม่ก็พวกเคล็ดวิชาเส้นทางหลอมกายาให้ข้าจะดีกว่า"
เมื่อเทียบกับกระบี่เมตตาแล้ว สิ่งที่เฉินฉางอันสนใจมากที่สุดย่อมเป็นสิ่งของที่ช่วยเพิ่มอายุขัย!
อย่างน้อยที่สุด เขาก็ต้องเอาอายุขัยสามปีที่เสียไปนั้นคืนกลับมาให้ได้!
"ของวิเศษเพิ่มอายุขัยหรือ?"
ฉินเฉาเหยียนตกใจในคราแรก ทว่าต่อมานางก็เริ่มทำความเข้าใจได้
เป็นที่รู้กันว่าผู้ฝึกตนนั้นให้ความสำคัญกับอายุขัยเป็นที่สุด มีเพียงอายุขัยที่ยืนยาวเท่านั้นจึงจะสามารถมุ่งสู่มรรคาเพื่อบรรลุเป็นระดับจักรพรรดิเซียนได้ ทว่าผู้คนจำนวนมากกลับต้องสิ้นชีพไปอย่างไม่ยินยอมเพียงเพราะอายุขัยไม่เพียงพอ!
เพื่อยื้ออายุขัยให้ยืนยาว ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างออกตามหาของวิเศษเพิ่มอายุขัย หรือไม่ก็ฝึกฝนวิชาอายุวัฒนะที่สร้างขึ้นเพื่อยืดชีวิตโดยเฉพาะ!
แม้รุ่นพี่ท่านนี้จะดูเยาว์วัย แต่แท้จริงแล้วคงเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่เร้นกายมานานนับไม่ถ้วน ย่อมมีเพียงสิ่งของเพิ่มอายุขัยเท่านั้นที่จะอยู่ในสายตาของท่านได้
เพียงแต่เคล็ดวิชาเส้นทางหลอมกายานี้ ด้วยระดับพลังของรุ่นพี่ท่านนี้แล้ว ดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก!
ทว่าฉินเฉาเหยียนก็มิกล้าซักไซ้ให้มากความ นางตอบกลับด้วยความนอบน้อม
"คุณชาย มรดกของเส้นทางหลอมกายานั้นแทบจะสูญสิ้นไปหมดแล้ว ในมือของเฉาเหยียนมิได้มีเคล็ดวิชาเส้นทางหลอมกายาเลยเจ้าค่ะ"
"แต่ภายในสำนักยังมีสมุนไพรอายุวัฒนะเก็บรักษาอยู่บ้าง ทั้งยังมีเคล็ดวิชาอายุวัฒนะอีกเล่มหนึ่งซึ่งสามารถเพิ่มอายุขัยได้สามสิบปี หากคุณชายไม่รังเกียจ เฉาเหยียนจะรีบกลับไปนำมามอบให้คุณชายทันทีเจ้าค่ะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินฉางอันก็บังเกิดความยินดีขึ้นในใจ
วิชาอายุวัฒนะส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชาที่ผู้ฝึกตนซึ่งใกล้หมดอายุขัยคิดค้นขึ้นเพื่อยื้อเวลาชีวิต ความต้องการด้านพรสวรรค์ของร่างกายจึงไม่สูงนัก
แต่เนื่องจากความสามารถในการเพิ่มอายุขัยของมัน มันจึงมักถูกเก็บรักษาไว้เป็นวิชาลับก้นหีบของขุมกำลังใหญ่ ๆ ทั้งหลาย
ในยามที่ยังไม่สามารถหาเคล็ดวิชาเส้นทางหลอมกายาได้เช่นนี้ มันย่อมเป็นวิชาที่เหมาะสมกับเฉินฉางอันมากที่สุด
อีกทั้งการได้อายุขัยเพิ่มมาสามสิบปี เมื่อเทียบกับสามปีที่เสียไป ถือเป็นผลตอบแทนถึงสิบเท่าตัว
ดี! ดียิ่งนัก!
เฉินฉางอันพยักหน้า "เคล็ดวิชาอายุวัฒนะนั่นมีประโยชน์ต่อข้า ข้าจะรับไว้"
"ไม่ทราบว่าคุณชายยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่เจ้าคะ?"
เฉินฉางอันนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "ข้ายังต้องการยารักษาอาการบาดเจ็บและแก้พิษ หากมีก็มอบให้ข้าด้วยเถิด"
เมื่อนึกถึงพิษในตัวของสวีต้าฝู โอสถที่เขาปรุงจากสมุนไพรที่เก็บมาเองนั้นทำได้เพียงสะกดพิษไว้เท่านั้น หากมีโอสถแก้พิษสายตรงย่อมเป็นการดียิ่งกว่า
ฉินเฉาเหยียนรีบหยิบขวดหยกอันประณีตออกมา
"คุณชาย ในนี้มีโอสถคางคกหยกขั้นสามอยู่ห้าเม็ด มีสรรพคุณแก้พิษและรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์ต่อคุณชายบ้างหรือไม่เจ้าคะ?"
"มีประโยชน์แน่นอน"
เฉินฉางอันรับขวดโอสถคางคกหยกมา
แม้ในใจของฉินเฉาเหยียนจะยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย
ทว่ายอดคนย่อมมีเจตนาลึกล้ำที่นางมิอาจหยั่งถึง นางจึงมิกล้าซักถามสิ่งใดต่อ
หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง เฉินฉางอันจึงกำชับให้ฉินเฉาเหยียนนำเคล็ดวิชาอายุวัฒนะไปหาเขาที่ร้านยาจิ่วคังในเมืองเทียนอู่
ฉินเฉาเหยียนพยักหน้า "คุณชาย เช่นนั้นเฉาเหยียนขอตัวกลับสำนักเพื่อไปนำเคล็ดวิชามาก่อนนะเจ้าคะ คงต้องใช้เวลาประมาณสองสามวัน แล้วหลังจากนั้นจะพบคุณชายได้อย่างไรเจ้าคะ?"
เฉินฉางอันกล่าวว่า "เจ้าไปหาข้าที่ร้านยาจิ่วคังภายในเมืองเถิด"
"รับทราบเจ้าค่ะ"
เมื่อฉินเฉาเหยียนกล่าวจบ นางก็ทะยานร่างกลายเป็นสายรุ้งทิพย์พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า มุ่งหน้าไปทางไกลและหายลับไปในเส้นขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว!
หลังจากนั้น เฉินฉางอันก็มิได้เก็บมาใส่ใจอีก
ในเมื่อได้โอสถคางคกหยกขั้นสามจากฉินเฉาเหยียนมาแล้ว การขจัดพิษศพในกายของต้าฝูย่อมมิใช่ปัญหา ถึงเวลาที่เขาต้องกลับเสียที
มิเช่นนั้นเจ้าหมอนั่นคงได้กลายเป็นซากศพเดินได้ไปเสียก่อน
ทันใดนั้นเอง
ณ ส่วนลึกของเขาต้าหลง
ที่ก้นบึ้งของหุบเหวและร่องลึกยาวสามหมื่นลี้ซึ่งถูกฟันด้วยรังสีดาบ วังหลวงสีโลหิตขนาดมหึมาหลังหนึ่งพลันปรากฏออกมาให้เห็น!
เคร้ง——
เสียงแตกหักอันแหลมใสแว่วดังขึ้น
ม่านพลังผนึกของวังหลวงถูกรังสีดาบฟันจนเกิดเป็นรอยปริแยก
ทันใดนั้น ลำแสงเทพสีโลหิตพุ่งทะยานพาดผ่านขึ้นสู่หมู่เมฆ
ก่อนจะกลั่นตัวเป็นระฆังสีโลหิตใบใหญ่ บังเกิดเป็นนิมิตฟ้าดินอันน่าสะพรึงกลัว!
เหง่ง!
หง่าง!
เหง่ง!
เสียงกังวานของระฆังที่ดังก้องกังวาลแว่วออกมาจากส่วนลึกของเขาต้าหลง
ในชั่วพริบตานั้น ผู้ฝึกตนและขุมกำลังใหญ่โตนับไม่ถ้วนต่างพากันตื่นตระหนก!
"นั่นมันเสียงระฆังเมตตา!"
"วังจักรพรรดิของจักรพรรดิเซียนเมตตา นึกไม่ถึงเลยว่าจะปรากฏขึ้นในยุคนี้!"
"ทิศทางนั้นดูเหมือนจะเป็นเขาต้าหลง!"
"ที่แท้วังจักรพรรดิของจักรพรรดิเซียนเมตตาซ่อนอยู่ที่เขาต้าหลงนี่เอง!"
"เร็วเข้า! เร็ว! เร่งเดินทางไปยังจุดที่วังจักรพรรดิปรากฏ ห้ามให้ผู้ใดแย่งชิงมรดกจักรพรรดิไปก่อนเป็นอันขาด!"
"..."
ในเวลานี้ ยอดฝีมือจากขุมกำลังนับไม่ถ้วนต่างมุ่งหน้าไปยังเขาต้าหลงอย่างบ้าคลั่ง!
เฉินฉางอันชำเลืองมองนิมิตฟ้าดินที่ระเบิดออกมาจากส่วนลึกของเขาต้าหลง ซึ่งค่อย ๆ จางหายไป
เขารู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
ทว่าภารกิจเร่งด่วนในตอนนี้คือการไปแก้พิษให้เจ้าสวีต้าฝู
หากกลับไปช้าเกินไป คาดว่าเจ้าหมอนั่นคงได้กลายร่างเป็นศพไปจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีกไม่น้อย
……
หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินฉางอันก็กลับมาถึงเมืองเทียนอู่ในที่สุด
ภายในเมืองคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนมากมายต่างพากันชี้ชวนและสนทนาถึงนิมิตที่เกิดขึ้นเหนือเขาต้าหลง
ส่วนเฉินฉางอันกลับกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนมาถึงหน้าประตูร้านยาแห่งหนึ่ง
ร้านยาจิ่วคัง สถานที่แห่งนี้คือบ้านที่เขาอาศัยมาตลอดสามปี
เขาผลักประตูเข้าไป
กลิ่นสมุนไพรนานาชนิดที่ผสมปนเปกันอย่างเข้มข้นโชยมาปะทะจมูก ร้านยาว่างเปล่าและเงียบสงบยิ่งนัก
"ตาเฒ่านั่นจากไปได้ครึ่งปีแล้วสินะ"
เฉินฉางอันพึมพำกับตัวเอง
เขายังจำได้ว่าในคืนหนึ่งเมื่อครึ่งปีก่อน มีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญมาที่ร้านยา
เมื่อเขาเปิดประตูออกมา แขกผู้นั้นเป็นสตรีโฉมงามที่งดงามหยาดเยิ้ม มีทรวดทรงองเอวเย้ายวนตรึงตา
นั่นคือสตรีที่งดงามที่สุดเท่าที่เฉินฉางอันเคยพบมา และตราตรึงอยู่ในใจเขาอย่างลึกซึ้ง
นางมาหาตาเฒ่าเพื่อพูดคุยบางอย่าง
หลังจากนั้นตาเฒ่าก็ติดตามสตรีผู้นั้นไปยังทวีปทรายเพื่อรักษาโรค
ก่อนไป ยังสั่งกำชับให้เฉินฉางอันเฝ้าร้านยาให้ดีเพื่อรอเขากลับมา
ทว่าบัดนี้ผ่านไปครึ่งปีแล้ว กลับไม่มีข่าวคราวใด ๆ ส่งกลับมาเลย
เฉินฉางอันพึมพำ "หวังว่าจะเป็นการไปรักษาโรคนะ หากแอบไปเสเพลกับแม่นางผู้นั้น เกรงว่ากระดูกกระเดี้ยวของตาเฒ่าคงจะแหลกละเอียดไปหมดแล้วกระมัง?"
"ฉางอัน เจ้าหายหัวไปไหนมาตั้งแต่เช้าตรู่เนี่ย?"
ทันใดนั้น ชายหนุ่มร่างอ้วนในชุดสีเหลืองพลันเดินเข้ามาจากหน้าประตู!
เจ้าอ้วนชุดเหลืองผู้นี้มีอายุไล่เลี่ยกับเฉินฉางอัน
ใบหน้าของเขาใหญ่และกลมมน ยามยิ้มดวงตาแทบจะปิดเป็นเส้นตรง หน้าท้องกลมกลึงราวกับถังไม้ ผิวพรรณขาวผ่องเจ้าเนื้อ
เจ้าอ้วนผู้นี้คือสวีต้าฝู สหายสนิทที่อาศัยอยู่ข้างบ้าน
เขาเปิดร้านขายอาวุธอยู่ในเมืองร่วมกับท่านปู่เจ็ดของเขา
เขาเป็นหนึ่งในสหายกินสหายเที่ยวของเฉินฉางอัน และการขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรครั้งนี้ก็เพื่อมารักษาอาการบาดเจ็บให้สวีต้าฝูนั่นเอง
สวีต้าฝูที่เดินเข้ามาในครั้งนี้ ใบหน้าเริ่มหมองคล้ำดำสนิท ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เขี้ยวทั้งสองข้างเริ่มแหลมคมและยาวออกมาจนปิดไม่มิด แม้แต่ปลายนิ้วทั้งสิบก็ยาวเฟื้อยและแหลมคมราวกับใบมีด
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะกลายเป็นซากศพเดินได้ในอีกไม่ช้า!