เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!

บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!

บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!


บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!

ยามนี้ เฉินฉางอันยังคงไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้เพียงเศษเสี้ยว

กลับกัน เขากลับฉายแววตาแห่งความคาดหวังที่อยากจะลิ้มลอง

เมื่อเผชิญหน้ากับการจู่โจมของสือหลง เขาพลันก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พร้อมกับพึมพำในใจว่า ‘ปลดผนึก’

[ระบบแจ้งเตือน: ขณะนี้ระดับพลังวัตรของโฮสต์สูงล้ำเกินกว่าขีดจำกัดที่ร่างกายจะรองรับได้ โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นจะส่งผลให้ลดทอนอายุขัย ขอแนะนำให้โฮสต์เร่งเพิ่มระดับเส้นทางหลอมกายา เพื่อที่จะสามารถใช้พลังวัตรไร้เทียมทานได้ดียิ่งขึ้น!]

สิ้นเสียงแจ้งเตือน ภายในกายของเฉินฉางอันพลันปรากฏกลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวไร้ที่สิ้นสุด ประหนึ่งภูเขาไฟนับล้านลูกระเบิดปะทุออกมา!

ชั่วพริบตา ผืนนภากาศและพสุธาพลันแปรเปลี่ยนจนสิ้นสี

เฉินฉางอันเพียงขยับความคิด

พลังไร้เทียมทานก็เข้ากดทับสือหลงที่กำลังจู่โจมเข้ามาให้สยบอยู่กับที่อย่างง่ายดาย จนมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย!

สือหลงถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง

เขารู้สึกเพียงว่ามีมหาภัยวิบัติอันน่าสยดสยองมาเยือน จิตใจสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ

ร่างกายสั่นระริกจนมิอาจควบคุมได้อีกต่อไป!

"นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่???"

"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับข้า???"

แม้แต่ฉินเฉาเหยียนที่นอนระทวยอยู่บนพื้นก็ยังตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก

นางเบิกตาค้างจ้องมองไปยังเฉินฉางอัน

เด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้ เมื่อครู่ยังเห็นชัด ๆ ว่าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งมิใช่หรือ!

ทว่าเหตุใดกัน?

เหตุใดจู่ ๆ ถึงระเบิดกลิ่นอายกดดันอันน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ออกมาได้???

เฉินฉางอันคลี่ยิ้มบางพลางชักดาบเหล็กที่แขวนอยู่ข้างเอวออกมา

ดาบเหล็กเล่มนี้เป็นเพียงดาบธรรมดาสามัญที่เฉินฉางอันใช้ถางป่าเวลาขึ้นเขาเป็นประจำเท่านั้น

สือหลงเองก็ดูออกว่ามันเป็นเพียงดาบเหล็กดาษ ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายในใจของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลอย่างถึงที่สุด

เขาข่มความหวาดกลัวแล้วเค้นเสียงสั่นเครือออกไป!

"ข้าเปิดระดับน้ำพุแห่งชีวิตในกายถึงสามแห่ง ร่างกายประดุจดั่งวชิระ แข็งแกร่งมิอาจทำลาย ลำพังเพียงดาบเหล็กผุ ๆ ในมือเจ้านั้น เจ้าไม่มีทางทำอันตรายข้าได้หรอก!!!"

"อย่างนั้นหรือ?"

เฉินฉางอันแกว่งด้ามดาบเบา ๆ

ยังไม่ทันได้กวัดแกว่งดาบออกไป บนตัวดาบก็พลันระเบิดรัศมีดาบอันเจิดจ้าและน่าหวาดกลัวออกมาสว่างวาบ!

เจตจำนงแห่งดาบอันไร้สิ้นสุดที่แฝงอยู่ในรัศมีดาบพุ่งเข้าใส่สือหลง

เพียงชั่วพริบตา ร่างของสือหลงก็ถูกฟันจนสลายกลายเป็นความว่างเปล่า!

ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นก็คือ

หลังจากรัศมีดาบฟันสังหารสือหลงแล้ว อานุภาพของมันกลับมิได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันยังคงพุ่งตรงไปยังเขาต้าหลงที่อยู่เบื้องหลัง!

ครืนนนนน—

พร้อมกับเสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น รัศมีดาบหมื่นวาพุ่งเข้าทำลายล้างทุกสรรพสิ่งด้วยพละกำลังที่มิอาจต้านทาน

ชั่วพริบตา เขาต้าหลงที่ทอดยาวกว้างขวางถึงสามหมื่นลี้ ก็ถูกดาบเดียวฟันแยกออกเป็นสองซีกจากตรงกลาง!

รอยดาบใหม่ที่ลึกราวกับหุบเขาทอดยาวไปไกลแสนไกล จนมิอาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้ด้วยตาเปล่า!

เมื่อเห็นภาพที่สั่นสะท้านขวัญอยู่ตรงหน้า

ฉินเฉาเหยียนถึงกับตกตะลึงจนร่างกายชาหนึบไปทุกสัดส่วน!

นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าต้องมีระดับพลังวัตรสูงส่งเพียงใด จึงจะสามารถจามดาบเดียวออกมาจนเกิดอานุภาพทำลายล้างฟ้าดินได้ถึงเพียงนี้!

ยามนั้น เฉินฉางอันที่มองดูภาพเหตุการณ์ซึ่งเกิดจากน้ำมือตนเอง

แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งเยือกเย็น แต่ภายในใจกลับเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง

"นี่น่ะหรือคือพลังวัตรไร้เทียมทาน 999 แสนล้านปี!"

"ตอนนี้ข้าเพียงแค่หยิบยืมมาใช้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อย ก็ระเบิดอานุภาพที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ สามารถผ่าเขาต้าหลงที่กว้างสามหมื่นลี้ให้แยกเป็นสองซีกได้อย่างง่ายดาย หากข้าฟันลงไปเต็มแรงจริง ๆ เกรงว่าโลกใบนี้คงถูกผ่าออกเป็นสองส่วนเป็นแน่"

"ติ๊ง! โฮสต์ใช้พลังวัตรเกินขีดจำกัดของร่างกาย อายุขัยปัจจุบัน -3 ปี โปรดเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยเร็ว"

เมื่อเฉินฉางอันเปิดแผงหน้าจออายุขัยขึ้นมาดูอีกครั้ง

เขาก็พบว่าอายุขัยของตนเองจากเดิม 66 ปี ได้ลดลงเหลือ 63 ปีเสียแล้ว

[นาม: เฉินฉางอัน (16 ปี)]

[อายุขัย: 16/63 (คงเหลือ 47 ปี)]

[ขอบเขต: ระดับหล่อเลี้ยงโลหิต ขั้นต้น]

[ตบะ: 999 แสนล้านปี (พลังวัตรไร้เทียมทาน), ปลดผนึกได้ทุกเมื่อ (หมายเหตุ: สามารถเลือกใช้พลังวัตรในระดับใดก็ได้ตามต้องการ แต่หากใช้พลังเกินขีดจำกัดของร่างกายจะทำให้อายุขัยลดลง)]

[คำเตือน: หากปลดผนึกพลังวัตร เนื่องจากขอบเขตกายาของโฮสต์ยังต่ำเกินไป หากใช้พลังวัตรเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว จะส่งผลให้อายุขัยลดน้อยถอยลง]

เฉินฉางอันจึงเริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับคำเตือนบนหน้าต่างระบบอย่างถ่องแท้ชัดเจนขึ้น

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ร่างกายของเขานั้นอ่อนแอเกินไป

เพียงแค่ใช้พลังวัตรที่ร้ายกาจขึ้นมาเพียงหนึ่งถึงสองวินาทีเมื่อครู่ ก็ต้องสูญเสียอายุขัยไปถึง 3 ปี!

แม้ความรู้สึกของการไร้เทียมทานจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่เขาก็ต้องมองการณ์ไกล ต่อไปเวลาจะลงมือคงต้องยับยั้งชั่งใจไว้บ้าง!

หากอายุขัยสิ้นมลายจนต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ มันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ดูท่าว่าหลังจากนี้ เขาต้องหาทางยกระดับกายาและเพิ่มอายุขัยของตนเองเสียแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินตาเฒ่าเล่าเรื่องราวในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนมาบ้าง

ในโลกใบนี้ นอกจากการฝึกตนเพื่อทะลวงระดับจะช่วยเพิ่มอายุขัยและปรับปรุงสภาพร่างกายแล้ว

ยังมีสมบัติวิเศษจากฟ้าดินและวิชาลับที่ช่วยเพิ่มอายุขัยรวมถึงความแข็งแกร่งของกายาโดยเฉพาะอีกด้วย

ได้ยินมาว่าสามัญชนบางคนที่ไร้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียน หากโชคดีได้รับโอสถทิพย์เพิ่มอายุขัย ก็อาจจะมีชีวิตยืนยาวได้นับพันปี!

ทั้งยังมีตำนานเล่าขานถึงผู้ฝึกตนเส้นทางหลอมกายา ที่ใช้เพียงพละกำลังทางกายบำเพ็ญจนบรรลุเซียน

พึงรู้ว่าขอบเขตการฝึกตนนั้น เริ่มต้นด้วยระดับหล่อเลี้ยงโลหิต จากนั้นจึงเป็นระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์, ระดับน้ำพุแห่งชีวิต, ระดับกงล้ออายุขัย, ระดับลิขิตสวรรค์, ระดับแปลงเทพ, ระดับอมตะ, ระระดับหมื่นวิถี และระดับบรรลุเซียน

ส่วนระดับที่เหนือไปกว่านั้น เฉินฉางอันเองก็ไม่อาจทราบได้

แม้จะไม่รู้ว่าระดับบรรลุเซียนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แต่เขารู้สึกว่าคงไม่อาจเทียบชั้นกับพลังวัตรนับล้านล้านปีของเขาได้

แววตาของเฉินฉางอันไหวระริกด้วยประกายลึกลับ เขาจึงตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ก่อน นั่นคือเพิ่มอายุขัยให้ได้หนึ่งพันปีและฝึกฝนกายาจนบรรลุเซียน

"การหลอมกายามิใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการเพิ่มอายุขัยให้มากขึ้น"

เขาเก็บดาบเหล็กกลับเข้าฝักข้างเอว ก่อนจะหันไปมองฉินเฉาเหยียน

"อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

ฉินเฉาเหยียนดึงสติกลับมาจากความตกตะลึง

แววตาของนางเต็มไปด้วยความยำเกรงและซาบซึ้งใจที่มีต่อเฉินฉางอัน อีกทั้งยังมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้

ในใจของนางปักใจเชื่อไปแล้วว่า เฉินฉางอันต้องเป็นยอดคนผู้เร้นกายที่มีตบะแก่กล้าเทียมฟ้าเป็นแน่

กลิ่นอายอันอ่อนด้อยของระดับหล่อเลี้ยงโลหิตที่แผ่ออกมานั้น ชัดเจนว่าเป็นเพียงการตบตา!

ผู้ใดจะเชื่อว่าการใช้เพียงดาบสามัญเล่มหนึ่ง จะสามารถผ่าขุนเขาต้าหลงที่ทอดยาวกว่าสามหมื่นลี้ออกเป็นสองเสี่ยงได้

เกรงว่าจะมีเพียงเหล่าอ๋องโหวระดับแปลงเทพที่ได้รับการแต่งตั้งจากฟ้าดินในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนเท่านั้น... (อ๋องโหว คือฉายาของ ระดับแปลงเทพ)

ไม่สิ อย่างน้อยต้องเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ระดับอมตะขึ้นไปถึงจะกระทำเช่นนี้ได้! (ปรมาจารย์ คือฉายาของ ระดับอมตะ)

"ขะ...ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิต อา...อาการบาดเจ็บของข้าน้อยมิเป็นไรเจ้าค่ะ"

เฉินฉางอันยิ้มพลางเอ่ยถาม "หน้าตาข้าดูแก่ชราขนาดนั้นเชียวหรือ?"

ฉินเฉาเหยียนนึกว่าเฉินฉางอันขุ่นเคือง สีหน้าของนางพลันตระหนกตกใจ รีบละล่ำละลักกล่าวด้วยความลนลาน

"ทะ...ท่าน... คุณชาย ข้าน้อยขออภัย เป็นความผิดพลั้งปากของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ"

"เจ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก ข้าไม่ใช่พวกกินคนเสียหน่อย"

หลังจากครอบครองพลังวัตรไร้เทียมทาน 999 ล้านล้านปี ทุกสิ่งก็ดูเหมือนจะอยู่ในกำมือของเขา

สภาวะจิตใจที่เปลี่ยนไป ทำให้เฉินฉางอันแลดูสุขุมเยือกเย็นยิ่งขึ้น

ทั่วทั้งร่างแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ยากจะอธิบายและลึกล้ำสุดคณา!

ฉินเฉาเหยียนพยุงกายอันอ่อนแรงลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพสูงสุด

"หากมิได้คุณชายยื่นมือเข้าช่วย วันนี้เฉาเหยียนคงต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของสือหลงเป็นแน่!"

"บุญคุณช่วยชีวิตนี้ใหญ่หลวงนัก เฉาเหยียนมิรู้เลยว่าจะตอบแทนคุณชายได้อย่างไร?"

นางนึกถึงความแข็งแกร่งอันน่าครั่นคร้ามของเฉินฉางอันตรงหน้า

กัดฟันตัดสินใจนำสมบัติลับที่ได้มาจากส่วนลึกของขุนเขาต้าหลงออกมา

"คุณชาย สมบัติลับชิ้นนี้คือสาเหตุที่สือหลงตามล่าข้าน้อย วันนี้เฉาเหยียนขอมอบมันให้แก่ท่านเจ้าค่ะ!"

กระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่งถูกหยิบออกมา

ตัวกระบี่เป็นสีทองอร่าม แผ่ซ่านไอสังหารอันเฉียบคม รูปทรงโบราณดูองอาจทรงพลัง

ตามมาด้วยอักขระมรรคอันลึกลับที่ไหลเวียนอยู่บนตัวกระบี่ แปรเปลี่ยนเป็นดวงสุริยัน จันทรา ดารา ขุนเขา ผืนป่า และสายน้ำ แฝงไว้ด้วยความลับอันไร้สิ้นสุด!

เมื่อฉินเฉาเหยียนได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของเฉินฉางอัน นางรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับการได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับยอดคนผู้นี้แล้ว กระบี่เมตตาเล่มนี้ดูจะด้อยค่าลงไปถนัดตา

ทว่าสิ่งที่ฉินเฉาเหยียนคาดไม่ถึงก็คือ เฉินฉางอันเพียงแค่เหลือบมองกระบี่เมตตาในมือนางเพียงครู่เดียว ก่อนจะละสายตากลับไปอย่างราบเรียบ

จบบทที่ บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!

คัดลอกลิงก์แล้ว