- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!
บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!
บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!
บทที่ 2 หนึ่งดาบสยบสามหมื่นลี้ จักขอเพียงอายุขัย!
ยามนี้ เฉินฉางอันยังคงไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้เพียงเศษเสี้ยว
กลับกัน เขากลับฉายแววตาแห่งความคาดหวังที่อยากจะลิ้มลอง
เมื่อเผชิญหน้ากับการจู่โจมของสือหลง เขาพลันก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พร้อมกับพึมพำในใจว่า ‘ปลดผนึก’
[ระบบแจ้งเตือน: ขณะนี้ระดับพลังวัตรของโฮสต์สูงล้ำเกินกว่าขีดจำกัดที่ร่างกายจะรองรับได้ โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นจะส่งผลให้ลดทอนอายุขัย ขอแนะนำให้โฮสต์เร่งเพิ่มระดับเส้นทางหลอมกายา เพื่อที่จะสามารถใช้พลังวัตรไร้เทียมทานได้ดียิ่งขึ้น!]
สิ้นเสียงแจ้งเตือน ภายในกายของเฉินฉางอันพลันปรากฏกลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวไร้ที่สิ้นสุด ประหนึ่งภูเขาไฟนับล้านลูกระเบิดปะทุออกมา!
ชั่วพริบตา ผืนนภากาศและพสุธาพลันแปรเปลี่ยนจนสิ้นสี
เฉินฉางอันเพียงขยับความคิด
พลังไร้เทียมทานก็เข้ากดทับสือหลงที่กำลังจู่โจมเข้ามาให้สยบอยู่กับที่อย่างง่ายดาย จนมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย!
สือหลงถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง
เขารู้สึกเพียงว่ามีมหาภัยวิบัติอันน่าสยดสยองมาเยือน จิตใจสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ
ร่างกายสั่นระริกจนมิอาจควบคุมได้อีกต่อไป!
"นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่???"
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับข้า???"
แม้แต่ฉินเฉาเหยียนที่นอนระทวยอยู่บนพื้นก็ยังตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก
นางเบิกตาค้างจ้องมองไปยังเฉินฉางอัน
เด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้ เมื่อครู่ยังเห็นชัด ๆ ว่าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งมิใช่หรือ!
ทว่าเหตุใดกัน?
เหตุใดจู่ ๆ ถึงระเบิดกลิ่นอายกดดันอันน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ออกมาได้???
เฉินฉางอันคลี่ยิ้มบางพลางชักดาบเหล็กที่แขวนอยู่ข้างเอวออกมา
ดาบเหล็กเล่มนี้เป็นเพียงดาบธรรมดาสามัญที่เฉินฉางอันใช้ถางป่าเวลาขึ้นเขาเป็นประจำเท่านั้น
สือหลงเองก็ดูออกว่ามันเป็นเพียงดาบเหล็กดาษ ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายในใจของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลอย่างถึงที่สุด
เขาข่มความหวาดกลัวแล้วเค้นเสียงสั่นเครือออกไป!
"ข้าเปิดระดับน้ำพุแห่งชีวิตในกายถึงสามแห่ง ร่างกายประดุจดั่งวชิระ แข็งแกร่งมิอาจทำลาย ลำพังเพียงดาบเหล็กผุ ๆ ในมือเจ้านั้น เจ้าไม่มีทางทำอันตรายข้าได้หรอก!!!"
"อย่างนั้นหรือ?"
เฉินฉางอันแกว่งด้ามดาบเบา ๆ
ยังไม่ทันได้กวัดแกว่งดาบออกไป บนตัวดาบก็พลันระเบิดรัศมีดาบอันเจิดจ้าและน่าหวาดกลัวออกมาสว่างวาบ!
เจตจำนงแห่งดาบอันไร้สิ้นสุดที่แฝงอยู่ในรัศมีดาบพุ่งเข้าใส่สือหลง
เพียงชั่วพริบตา ร่างของสือหลงก็ถูกฟันจนสลายกลายเป็นความว่างเปล่า!
ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นก็คือ
หลังจากรัศมีดาบฟันสังหารสือหลงแล้ว อานุภาพของมันกลับมิได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันยังคงพุ่งตรงไปยังเขาต้าหลงที่อยู่เบื้องหลัง!
ครืนนนนน—
พร้อมกับเสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น รัศมีดาบหมื่นวาพุ่งเข้าทำลายล้างทุกสรรพสิ่งด้วยพละกำลังที่มิอาจต้านทาน
ชั่วพริบตา เขาต้าหลงที่ทอดยาวกว้างขวางถึงสามหมื่นลี้ ก็ถูกดาบเดียวฟันแยกออกเป็นสองซีกจากตรงกลาง!
รอยดาบใหม่ที่ลึกราวกับหุบเขาทอดยาวไปไกลแสนไกล จนมิอาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้ด้วยตาเปล่า!
เมื่อเห็นภาพที่สั่นสะท้านขวัญอยู่ตรงหน้า
ฉินเฉาเหยียนถึงกับตกตะลึงจนร่างกายชาหนึบไปทุกสัดส่วน!
นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าต้องมีระดับพลังวัตรสูงส่งเพียงใด จึงจะสามารถจามดาบเดียวออกมาจนเกิดอานุภาพทำลายล้างฟ้าดินได้ถึงเพียงนี้!
ยามนั้น เฉินฉางอันที่มองดูภาพเหตุการณ์ซึ่งเกิดจากน้ำมือตนเอง
แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งเยือกเย็น แต่ภายในใจกลับเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
"นี่น่ะหรือคือพลังวัตรไร้เทียมทาน 999 แสนล้านปี!"
"ตอนนี้ข้าเพียงแค่หยิบยืมมาใช้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อย ก็ระเบิดอานุภาพที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ สามารถผ่าเขาต้าหลงที่กว้างสามหมื่นลี้ให้แยกเป็นสองซีกได้อย่างง่ายดาย หากข้าฟันลงไปเต็มแรงจริง ๆ เกรงว่าโลกใบนี้คงถูกผ่าออกเป็นสองส่วนเป็นแน่"
"ติ๊ง! โฮสต์ใช้พลังวัตรเกินขีดจำกัดของร่างกาย อายุขัยปัจจุบัน -3 ปี โปรดเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยเร็ว"
เมื่อเฉินฉางอันเปิดแผงหน้าจออายุขัยขึ้นมาดูอีกครั้ง
เขาก็พบว่าอายุขัยของตนเองจากเดิม 66 ปี ได้ลดลงเหลือ 63 ปีเสียแล้ว
[นาม: เฉินฉางอัน (16 ปี)]
[อายุขัย: 16/63 (คงเหลือ 47 ปี)]
[ขอบเขต: ระดับหล่อเลี้ยงโลหิต ขั้นต้น]
[ตบะ: 999 แสนล้านปี (พลังวัตรไร้เทียมทาน), ปลดผนึกได้ทุกเมื่อ (หมายเหตุ: สามารถเลือกใช้พลังวัตรในระดับใดก็ได้ตามต้องการ แต่หากใช้พลังเกินขีดจำกัดของร่างกายจะทำให้อายุขัยลดลง)]
[คำเตือน: หากปลดผนึกพลังวัตร เนื่องจากขอบเขตกายาของโฮสต์ยังต่ำเกินไป หากใช้พลังวัตรเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว จะส่งผลให้อายุขัยลดน้อยถอยลง]
เฉินฉางอันจึงเริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับคำเตือนบนหน้าต่างระบบอย่างถ่องแท้ชัดเจนขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ร่างกายของเขานั้นอ่อนแอเกินไป
เพียงแค่ใช้พลังวัตรที่ร้ายกาจขึ้นมาเพียงหนึ่งถึงสองวินาทีเมื่อครู่ ก็ต้องสูญเสียอายุขัยไปถึง 3 ปี!
แม้ความรู้สึกของการไร้เทียมทานจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่เขาก็ต้องมองการณ์ไกล ต่อไปเวลาจะลงมือคงต้องยับยั้งชั่งใจไว้บ้าง!
หากอายุขัยสิ้นมลายจนต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ มันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ดูท่าว่าหลังจากนี้ เขาต้องหาทางยกระดับกายาและเพิ่มอายุขัยของตนเองเสียแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินตาเฒ่าเล่าเรื่องราวในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนมาบ้าง
ในโลกใบนี้ นอกจากการฝึกตนเพื่อทะลวงระดับจะช่วยเพิ่มอายุขัยและปรับปรุงสภาพร่างกายแล้ว
ยังมีสมบัติวิเศษจากฟ้าดินและวิชาลับที่ช่วยเพิ่มอายุขัยรวมถึงความแข็งแกร่งของกายาโดยเฉพาะอีกด้วย
ได้ยินมาว่าสามัญชนบางคนที่ไร้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียน หากโชคดีได้รับโอสถทิพย์เพิ่มอายุขัย ก็อาจจะมีชีวิตยืนยาวได้นับพันปี!
ทั้งยังมีตำนานเล่าขานถึงผู้ฝึกตนเส้นทางหลอมกายา ที่ใช้เพียงพละกำลังทางกายบำเพ็ญจนบรรลุเซียน
พึงรู้ว่าขอบเขตการฝึกตนนั้น เริ่มต้นด้วยระดับหล่อเลี้ยงโลหิต จากนั้นจึงเป็นระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์, ระดับน้ำพุแห่งชีวิต, ระดับกงล้ออายุขัย, ระดับลิขิตสวรรค์, ระดับแปลงเทพ, ระดับอมตะ, ระระดับหมื่นวิถี และระดับบรรลุเซียน
ส่วนระดับที่เหนือไปกว่านั้น เฉินฉางอันเองก็ไม่อาจทราบได้
แม้จะไม่รู้ว่าระดับบรรลุเซียนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แต่เขารู้สึกว่าคงไม่อาจเทียบชั้นกับพลังวัตรนับล้านล้านปีของเขาได้
แววตาของเฉินฉางอันไหวระริกด้วยประกายลึกลับ เขาจึงตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ก่อน นั่นคือเพิ่มอายุขัยให้ได้หนึ่งพันปีและฝึกฝนกายาจนบรรลุเซียน
"การหลอมกายามิใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการเพิ่มอายุขัยให้มากขึ้น"
เขาเก็บดาบเหล็กกลับเข้าฝักข้างเอว ก่อนจะหันไปมองฉินเฉาเหยียน
"อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
ฉินเฉาเหยียนดึงสติกลับมาจากความตกตะลึง
แววตาของนางเต็มไปด้วยความยำเกรงและซาบซึ้งใจที่มีต่อเฉินฉางอัน อีกทั้งยังมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้
ในใจของนางปักใจเชื่อไปแล้วว่า เฉินฉางอันต้องเป็นยอดคนผู้เร้นกายที่มีตบะแก่กล้าเทียมฟ้าเป็นแน่
กลิ่นอายอันอ่อนด้อยของระดับหล่อเลี้ยงโลหิตที่แผ่ออกมานั้น ชัดเจนว่าเป็นเพียงการตบตา!
ผู้ใดจะเชื่อว่าการใช้เพียงดาบสามัญเล่มหนึ่ง จะสามารถผ่าขุนเขาต้าหลงที่ทอดยาวกว่าสามหมื่นลี้ออกเป็นสองเสี่ยงได้
เกรงว่าจะมีเพียงเหล่าอ๋องโหวระดับแปลงเทพที่ได้รับการแต่งตั้งจากฟ้าดินในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนเท่านั้น... (อ๋องโหว คือฉายาของ ระดับแปลงเทพ)
ไม่สิ อย่างน้อยต้องเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ระดับอมตะขึ้นไปถึงจะกระทำเช่นนี้ได้! (ปรมาจารย์ คือฉายาของ ระดับอมตะ)
"ขะ...ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิต อา...อาการบาดเจ็บของข้าน้อยมิเป็นไรเจ้าค่ะ"
เฉินฉางอันยิ้มพลางเอ่ยถาม "หน้าตาข้าดูแก่ชราขนาดนั้นเชียวหรือ?"
ฉินเฉาเหยียนนึกว่าเฉินฉางอันขุ่นเคือง สีหน้าของนางพลันตระหนกตกใจ รีบละล่ำละลักกล่าวด้วยความลนลาน
"ทะ...ท่าน... คุณชาย ข้าน้อยขออภัย เป็นความผิดพลั้งปากของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ"
"เจ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอก ข้าไม่ใช่พวกกินคนเสียหน่อย"
หลังจากครอบครองพลังวัตรไร้เทียมทาน 999 ล้านล้านปี ทุกสิ่งก็ดูเหมือนจะอยู่ในกำมือของเขา
สภาวะจิตใจที่เปลี่ยนไป ทำให้เฉินฉางอันแลดูสุขุมเยือกเย็นยิ่งขึ้น
ทั่วทั้งร่างแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ยากจะอธิบายและลึกล้ำสุดคณา!
ฉินเฉาเหยียนพยุงกายอันอ่อนแรงลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพสูงสุด
"หากมิได้คุณชายยื่นมือเข้าช่วย วันนี้เฉาเหยียนคงต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของสือหลงเป็นแน่!"
"บุญคุณช่วยชีวิตนี้ใหญ่หลวงนัก เฉาเหยียนมิรู้เลยว่าจะตอบแทนคุณชายได้อย่างไร?"
นางนึกถึงความแข็งแกร่งอันน่าครั่นคร้ามของเฉินฉางอันตรงหน้า
กัดฟันตัดสินใจนำสมบัติลับที่ได้มาจากส่วนลึกของขุนเขาต้าหลงออกมา
"คุณชาย สมบัติลับชิ้นนี้คือสาเหตุที่สือหลงตามล่าข้าน้อย วันนี้เฉาเหยียนขอมอบมันให้แก่ท่านเจ้าค่ะ!"
กระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่งถูกหยิบออกมา
ตัวกระบี่เป็นสีทองอร่าม แผ่ซ่านไอสังหารอันเฉียบคม รูปทรงโบราณดูองอาจทรงพลัง
ตามมาด้วยอักขระมรรคอันลึกลับที่ไหลเวียนอยู่บนตัวกระบี่ แปรเปลี่ยนเป็นดวงสุริยัน จันทรา ดารา ขุนเขา ผืนป่า และสายน้ำ แฝงไว้ด้วยความลับอันไร้สิ้นสุด!
เมื่อฉินเฉาเหยียนได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของเฉินฉางอัน นางรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับการได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับยอดคนผู้นี้แล้ว กระบี่เมตตาเล่มนี้ดูจะด้อยค่าลงไปถนัดตา
ทว่าสิ่งที่ฉินเฉาเหยียนคาดไม่ถึงก็คือ เฉินฉางอันเพียงแค่เหลือบมองกระบี่เมตตาในมือนางเพียงครู่เดียว ก่อนจะละสายตากลับไปอย่างราบเรียบ