- หน้าแรก
- มหาพิภพวิญญาณยุทธ์หอกมังกรสะท้านโลกา
- บทที่ 29: ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ
บทที่ 29: ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ
บทที่ 29: ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ
บทที่ 29: ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ
เมื่อเลี่ยเยี่ยนพาจวินเสวี่ยหานมาถึงทางเข้าค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ ชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีเงินก็ยื่นมือออกมากั้นทั้งสองคนไว้
"นี่คือเด็กที่จะส่งเข้าค่ายฝึกฝนอัจฉริยะงั้นหรือ?" ชายวัยกลางคนลอบสังเกตจวินเสวี่ยหานอย่างเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"แจ็คคัล ข้าได้รับคำสั่งจากนายน้อยให้ส่งเขาเข้าค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ นี่คือข้อมูลของเขา" เลี่ยเยี่ยนกล่าวพร้อมกับหยิบเอกสารออกมายื่นให้แจ็คคัล
"จวินเสวี่ยหาน อายุหกขวบ วิญญาณยุทธ์หอกมังกรเงิน วิญญาจารย์สายจู่โจมระดับ 15 วงแหวนวิญญาณวงแรกงูหลามเกล็ดเพลิงอายุห้าร้อยปี" แจ็คคัลอ่านออกเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"จุ๊ๆ ช่างเป็นอัจฉริยะเสียจริง!" น้ำเสียงของแจ็คคัลนั้นเฉยเมยยิ่งนัก และยามที่เขาเอ่ยคำว่า "อัจฉริยะ" ก็แฝงแววเย้ยหยันอยู่ในที
"เจ้ามีลายมือชื่อสั่งการขององค์สังฆราชหรือไม่? หากไม่มีก็พาเขากลับไปได้เลย" แจ็คคัลถามพลางมองเลี่ยเยี่ยนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" น้ำเสียงของเลี่ยเยี่ยนเย็นชาลงหลายส่วนโดยไม่รู้ตัว
"หากปราศจากลายมือชื่อขององค์สังฆราช ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งของใคร ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะก็จะไม่รับเขาทั้งนั้น แต่ถ้าเจ้ามีลายมือชื่อขององค์สังฆราช เขาก็อยู่ได้ ส่วนเจ้าก็กลับไปซะ" แจ็คคัลกล่าวพลางไพล่มือไว้ด้านหลัง สายตาจับจ้องเลี่ยเยี่ยนอย่างไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย
"หึหึ ดีมาก แจ็คคัล เบิกตาดูให้ดี นี่คือจดหมายลายมือขององค์สังฆราช" เลี่ยเยี่ยนหยิบจดหมายสั่งการออกจากตัวแล้วโยนให้แจ็คคัล
แจ็คคัลยื่นมือไปรับจดหมายและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน บนนั้นมีตัวอักษรเพียงสี่คำว่า "ปฏิบัติอย่างเสมอภาค" และไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
"เอาล่ะ เขาอยู่ได้ เจ้าไปได้แล้ว" แจ็คคัลเก็บจดหมายลายมือสั่งการนั้นลงและโบกมือไล่เลี่ยเยี่ยนอย่างไม่แยแส
"ฮึ่ม!" เลี่ยเยี่ยนแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
แจ็คคัลหันมามองจวินเสวี่ยหานและกล่าว "ไอ้หนู ตามข้ามา"
กล่าวจบ แจ็คคัลก็หันหลังเดินนำเข้าไปในค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ จวินเสวี่ยหานปรายตามองไปทางที่เลี่ยเยี่ยนเพิ่งจากไป ก่อนจะเดินตามแจ็คคัลเข้าไปด้านใน
ภายในค่ายฝึก ห้องทำงานของแจ็คคัล
"ไอ้หนู เมื่อเข้ามาในค่ายฝึกแล้ว เจ้าต้องปฏิบัติตามกฎของค่ายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าใครจะเป็นคนแนะนำเจ้ามา ไม่ว่าเบื้องหลังเจ้าจะมีใครคอยหนุนหลัง ทุกคนที่นี่ล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เจ้าต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า อยู่ที่นี่เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่ง เข้าใจหรือไม่?" แจ็คคัลกล่าวเสียงเรียบ
"เข้าใจแล้วครับ ผู้ฝึกสอน!" จวินเสวี่ยหานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"ดีมาก!" แจ็คคัลยกมือขึ้นประสานท้ายทอย ยกเท้าพาดบนโต๊ะทำงานแล้วเอ่ยขึ้น "ไอล่า พาเขาไปที่หอพัก การฝึกจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้"
"รับทราบค่ะ ผู้ฝึกสอน" ไอล่าตอบรับ ก่อนจะพาจวินเสวี่ยหานออกไป
แจ็คคัลมองตามหลังทั้งสองคนไปพลางหัวเราะเบาๆ ลอบพึมพำกับตัวเอง "คนจากสภาอาวุโสถูกส่งมาที่ค่ายฝึกฝนอัจฉริยะ ช่างน่าสนใจเสียจริง..."
ค่ายฝึกแห่งนี้กว้างขวางมาก และมีจำนวนนักเรียนอยู่ไม่น้อยราวๆ หนึ่งร้อยคนเห็นจะได้ ในบรรดาคนนับร้อยเหล่านี้ ไม่มีผู้ใดเลยที่ไม่ใช่อัจฉริยะ ผู้ที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับเจ็ดถือเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ต่ำต้อยที่สุดในที่แห่งนี้เสียด้วยซ้ำ
ในจุดที่สะดุดตาที่สุดของค่ายฝึก มีป้ายไม้ขนาดใหญ่สลักชื่อคนสามคนเอาไว้ อันดับหนึ่ง หูเลี่ยน่า อันดับสอง เซี่ยเยว่ อันดับสาม เหยียน
ไอล่าสังเกตเห็นสายตาของจวินเสวี่ยหาน จึงค่อยๆ อธิบายว่า "ชื่อทั้งสามบนป้ายไม้นั้น คือบุคคลสามคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อจบจากค่ายฝึกฝนอัจฉริยะแห่งนี้ไป พวกเขายังเป็นตัวแทนอัจฉริยะ 'รุ่นทองคำ' ของสำนักวิญญาณยุทธ์อีกด้วย สถิติที่พวกเขาทำไว้ในค่ายฝึกแห่งนี้ยังไม่มีใครทำลายลงได้ นั่นคือเหตุผลที่ป้ายไม้นั้นถูกตั้งตระหง่านอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของค่าย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จวินเสวี่ยหานก็มองดูป้ายไม้แล้วพึมพำ "ไม่มีใครทำลายได้งั้นหรือ?"
หูเลี่ยน่า สามวัน ไร้พ่าย
เซี่ยเยว่ สามวัน ชนะเก้า แพ้หนึ่ง
เหยียน สามวัน ชนะแปด แพ้สอง
เมื่อมองดูสถิติของคนทั้งสาม จวินเสวี่ยหานก็ครุ่นคิดเงียบๆ ในใจ เขาไม่แน่ใจนักว่าคำว่า "สามวัน" หมายถึงอะไร แต่จากการคาดคะเนของเขา คำว่า "ไร้พ่าย" และอื่นๆ น่าจะหมายถึงผลแพ้ชนะในการประลองระหว่างนักเรียนด้วยกัน
อาคารหอพักอยู่ไม่ไกลนักและมีขนาดใหญ่มาก จึงมีห้องพักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยแล้วนักเรียนสี่คนจะใช้ห้องพักร่วมกันหนึ่งห้อง
ชั้นสอง ห้องหมายเลขสองศูนย์สอง!
ไอล่ายื่นมือไปผลักประตูให้เปิดออกพลางกล่าว "ต่อจากนี้ไปที่นี่คือห้องพักของเจ้า เครื่องนอนจะถูกส่งมาให้ในภายหลัง ทำความรู้จักกันไว้เสียล่ะ"
กล่าวจบ ไอล่าก็หันหลังเดินจากไป
"เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ" จวินเสวี่ยหานตอบกลับอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ภายในห้องพักนั้นกว้างขวางมาก นอกจากเตียงสี่หลังและตู้เสื้อผ้าสองตู้แล้ว ก็มีเพียงโต๊ะทำงานอีกสองตัว นอกนั้นถือว่าว่างเปล่า ห้องพักสะอาดสะอ้านหมดจด เห็นได้ชัดว่าได้รับการทำความสะอาดมาเป็นพิเศษ ในบรรดาเตียงทั้งสี่หลัง มีสามหลังที่ปูเครื่องนอนไว้แล้ว บ่งบอกว่ามีคนจับจอง ในขณะที่เตียงหลังสุดท้ายยังคงเป็นเพียงแผ่นไม้เปล่าๆ จวินเสวี่ยหานรู้ได้ทันทีว่านั่นคือเตียงของเขา
จวินเสวี่ยหานหาเก้าอี้มานั่งเพื่อจัดเก็บสัมภาระของตน จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิลงบนที่ของตน เข้าสู่สภาวะทำสมาธิและบ่มเพาะพลัง
ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
การฝึกซ้อมในค่ายของวันนั้นสิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน
ประตูห้องพักถูกเปิดออก เด็กชายสามคนที่อายุไม่เกินสิบสองปีเดินเข้ามาด้านใน
"โอ้ ดูสิ เด็กใหม่นี่นา" เด็กชายร่างกำยำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เขาหันไปมองจวินเสวี่ยหานที่นั่งอยู่บนเตียงหลังสุดท้ายแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถามว่า "นี่ไอ้หนู พลังวิญญาณแต่กำเนิดของเจ้าอยู่ระดับไหน แล้วมาจากตระกูลหรือสำนักใดล่ะ?"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก จวินเสวี่ยหานก็คลายจากการทำสมาธิ เขามองดูผู้มาใหม่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าเป็นสามัญชน พลังวิญญาณไม่ได้สูงส่งอะไรนักหรอก"
เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นในห้อง "แปลกดีแฮะที่สามัญชนสามารถเข้ามาในค่ายฝึกฝนอัจฉริยะได้ ข้าชื่อปานจ้วง เป็นลูกพี่ของห้องนี้ ต่อไปนี้ถ้ามีใครหน้าไหนบนชั้นสองมารังแกเจ้า ก็บอกชื่อข้าไปได้เลย"
นักเรียนอีกสองคนมุมปากกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของปานจ้วง แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยท่าทางเหนื่อยล้าอ่อนแรง
จวินเสวี่ยหานเพียงแค่ปรายตามองพวกเขา ก่อนจะดึงสายตากลับมาโดยไม่ได้ใส่ใจคำพูดของปานจ้วงมากนัก
"จะบอกให้เอาบุญนะ ในบรรดาหอพักทั้งหมดบนชั้นสองนี้ ความแข็งแกร่งของข้าติดอันดับหนึ่งในสิบเชียวนะ เพราะงั้นถ้าเจ้าตามข้า รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่" ปานจ้วงกล่าวอย่างมั่นใจพลางมองมาที่จวินเสวี่ยหาน
"ชั้นสองมีห้องพักแค่สามห้อง รวมเด็กใหม่นี่ด้วยก็มีคนทั้งหมดแค่สิบสองคน เลิกอวดอ้างได้แล้วน่าว่าความแข็งแกร่งของเจ้าติดอันดับหนึ่งในสิบของชั้นสองน่ะ" เด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ อดไม่ได้ที่จะพูดสวนขึ้นมา