- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตหายนะไร้ทางสู้
- บทที่ 17: สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 17: สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 17: สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 17: สถานการณ์สิ้นหวัง
ปกติแล้วคนเราจะกลัวเมื่อเห็นซากศพของเผ่าพันธุ์ตัวเอง แต่ตอนนี้เฉินเกอต้องเฝ้ามองด้วยตาตัวเองขณะที่คนเหล่านั้นละลายทีละน้อย กลายเป็นก้อนเนื้อที่บิดตัวพลิ้วไหว
แม้แต่เขาซึ่งภูมิใจว่าฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา ยังรู้สึกขนลุกซู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอ้วนและซวี่เว่ย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเหล่านี้ถึงปรากฏขึ้นมากะทันหัน และทำไมถึงกลายเป็นก้อนเนื้อ?
"อย่ายืนค้างอยู่! วิ่ง!" เสียงคำรามของอ้วนปลุกเฉินเกอและซวี่เว่ยขึ้นมา ทั้งสามวิ่งลงทางเดินซ้ายอย่างรวดเร็ว เข้าไปในห้องเรียนที่ใกล้ที่สุดแล้วดันประตูปิดเพื่อกันสิ่งเหล่านั้นไว้
แล้วทั้งสามก็ถอยชิดผนัง จ้องไปที่กระจกบนประตูอย่างตื่นตระหนก
"พวกนี้คืออะไรกันแน่?" ซวี่เว่ยสงบลงกว่าก่อนมาก หลังจากผ่านเรื่องน่ากลัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวลาสั้น ๆ เขาอาจชาไปแล้ว
เฉินเกอพูดเสียงหนัก "ถ้าเดาไม่ผิด ก้อนเนื้อพวกนั้นคือตัวการเบื้องหลังทุกอย่าง และสิ่งที่ดูไร้สมองเหล่านี้ดูเหมือนจะมีสติปัญญา เคยเห็นแมวเล่นกับหนูไหม? ตอนนี้เราคือหนูตัวน้อยน่าสงสารนั้น มันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำให้เราแตกสลายทางจิตใจ!"
อ้วนพูดต่อ "ในสถานการณ์แบบนี้ ผมกลัวว่าจะออกไปโดยไม่เจ็บตัวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเจอจังหวะวิกฤตที่พูดไม่ได้ เราจะใช้ภาษามือสื่อสารกัน"
ซวี่เว่ยถามด้วยความประหลาดใจ "แกรู้ภาษามือเหรอ?"
"แต่งขึ้นมาเองไม่ได้เหรอ? อย่าขัดจังหวะ ฟังให้ดี นิ้วโป้งขึ้นแปลว่าปลอดภัย กำหมัดแปลว่าอันตราย เตรียมสู้ ถ้าทำสัญลักษณ์วี V อย่าถามอะไร วิ่งทันทีเลย จำได้ไหม?" อ้วนถาม
"ได้! เรื่องง่ายแค่นี้จะจำไม่ได้เหรอ?" เฉินเกอพูด "นิ้วโป้งขึ้นแปลว่าปลอดภัย กำหมัดแปลว่าเข้าสู่การต่อสู้ วีแปลว่าวิ่งทันที เข้าใจแล้ว!"
ซวี่เว่ยพึมพำทบทวนสองครั้ง แล้วก็ถามขึ้นมาว่า "ตอนนี้เราทำสิ่งเหล่านี้ มันมีประโยชน์อะไรอีกไหม?"
ก่อนที่อ้วนจะพูด กระจกบนประตูห้องเรียนก็แตกกระจายจากแรงกระแทกภายนอกในทันใด ทั้งสามสะดุ้งตกใจ ยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้
"โปก!"
ก้อนเนื้อขาวถูกขว้างเข้ามา เฉินเกอมองเห็นชัดว่าเป็นก้อนเนื้อขาว เหมือนหมูมันในตลาดพอดี
และก้อนเนื้อนั้นยังบิดตัวอยู่ ของนี่มีชีวิต!
แต่ฉากถัดมาทำให้แนวป้องกันทางจิตใจของพวกเขาพังทลายสนิท
ก้อนเนื้อเริ่มขยายตัว ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างเป็นทรงมนุษย์ มีคิ้ว จมูก ตา ปาก ขนาดประมาณเด็กอายุสิบขวบ
ไม่เพียงเท่านั้น เสื้อผ้าก็ปรากฏขึ้นบนก้อนเนื้อ และในอีกชั่วขณะ นักเรียนประถมอายุสิบขวบในชุดนักเรียนก็ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ใครจะไปคิดว่าร่างแท้ของนักเรียนประถมคนนี้คือก้อนเนื้อที่บรรยายไม่ถูก!
ทั้งสามนึกถึง SWAT ที่ปรากฏตัวที่ปลายทางเดินชั้นสี่ ตอนนั้น SWAT หายไปกะทันหัน ทั้งสามคิดว่าเป็นผี แต่นึกดูอีกครั้ง SWAT คนนั้นก็ต้องถูกแปลงร่างมาจากก้อนเนื้อเหล่านี้เช่นกัน
สองสามวินาทีที่ทุกคนเผลอ ในชั่วขณะนั้นเอง SWAT ก็กลายเป็นเนื้อและหนีไป!
"สัตว์ประหลาดนี้แปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ที่มันกลืนกิน ไม่ใช่แค่คน แต่โต๊ะเก้าอี้พวกนั้นก็ต้องถูกมันกินไปด้วย!" อ้วนพึมพำ "ห่าเอ้ย ฆ่ามันก่อนเลย!"
ขณะนั้นฝ่ามือชุ่มเหงื่อด้วยความตึงเครียด แต่เพื่อเอาตัวรอด ก็ต้องกำจัดสัตว์ประหลาดตรงหน้าก่อน
อ้วนพุ่งเข้าไปแทงหน้าอกของนักเรียนประถมด้วยหอกทำมือ
แม้นักเรียนประถมจะสวมเสื้อผ้า แต่มันก็แค่การพรางตัวเหมือนกิ้งก่า ในความเป็นจริง ทั้งชุดนักเรียนและตัวนักเรียนตรงหน้าล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพราง
อ้วนพยายามดึงหอกกลับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาพลิกความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ของเขาอย่างสิ้นเชิง
หน้าอกของนักเรียนถูกแทงทะลุ เนื้อขาวไหลซึมออกมา พอเนื้อขาวนั้นสัมผัสกับหอก มีดสับที่ติดอยู่ปลายหอกทำมือกลับแปลสภาพกลายเป็นก้อนเนื้อเหมือนกันเป๊ะ!
ทั้งสามจ้องมองด้วยความไม่เชื่อขณะที่มีดโลหะกลายเป็นส่วนหนึ่งของก้อนเนื้อ วัตถุอนินทรีย์แปรสภาพเป็นสิ่งมีชีวิต!
"ห่า! นี่มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์! ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แน่ ๆ! โลหะจะกลายเป็นเนื้อได้ยังไง?" โลกทัศน์กว่ายี่สิบปีของอ้วนเริ่มพังทลายเมื่อเห็นฉากที่ขัดกับวิทยาศาสตร์นี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาตื่นตระหนกจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกปรสิตหรือค้างคาวปีศาจที่เจอก่อนหน้า อย่างน้อยก็ยังอยู่ภายใต้กฎฟิสิกส์ของโลก แต่ก้อนเนื้อที่บรรยายไม่ถูกตรงหน้านี้ได้ก้าวข้ามสามัญสำนึกของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง
นักเรียนประถมยื่นมือออกมาเงียบ ๆ และมีดสับที่เพิ่งกลายเป็นเนื้อไปก็แปลงกลับเป็นมีดโลหะอีกครั้ง
"ห่า มันเปลี่ยนกลับได้ด้วย! ไอเวรพวกนี้มาจากมิติไหนกัน!" อ้วนตะโกนอย่างฮิสทีเรีย
แรก ๆ เขายังสงสัยอยู่ว่าสัตว์ประหลาดนี้จะเก่งแค่ไหน จะฆ่าคนได้หลายร้อยคนในคืนเดียวได้อย่างไร แต่ตอนนี้อ้วนรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิด สิ่งตรงหน้านี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสามัญสำนึกเลย
และข้างนอกประตูยังมีก้อนเนื้ออีกไม่ต่ำกว่าหลายร้อยก้อน
"เดี๋ยวก่อน แปลว่า... แตะก้อนเนื้อพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด! ไม่งั้นร่างกายเราก็จะถูกแปลงเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ประหลาดนี้!" อ้วนตัดสินใจทำสัญลักษณ์วีอย่างเด็ดขาด
สู้ไม่ได้ก็วิ่ง!
แต่ข้างนอกประตูเต็มไปด้วยคน ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้จักนั้น
ขณะที่อ้วนสิ้นหวังและเตรียมใจรับความตาย เปลวไฟก็ลุกขึ้นมาข้าง ๆ กะทันหัน!
อ้วนหันไปดู เห็นเฉินเกอถอดเสื้อออกแล้วจุดไฟ เดินไปทางประตูอย่างรวดเร็ว
"ลุยเลย! ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่กลัวไฟด้วย ก็ยอมรับชะตากรรม!" เฉินเกอตะโกน "รีบตามมา!"
มือขวาถือเสื้อที่กำลังลุกไหม้ มือซ้ายถือไฟแช็ก ไฟแช็กอันนี้ขโมยมาจากช่างตัดผม ไม่คิดว่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนนั้นจะช่วยชีวิตเขาในยามวิกฤตที่สุดได้
ได้ผลจริง ๆ พอก้อนเนื้อรับรู้ความร้อนสูง ก็ถอยฉับพลันพร้อมกัน!
ตามคาด สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนกลัวไฟ แม้แต่สัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถตัดสินด้วยสามัญสำนึกก็ตาม
"ออกไป! ออกไปให้หมด! เร็ว! ออกทางประตูหลัก!" เฉินเกอคำราม
ซวี่เว่ยและอ้วนวิ่งตามชิด โชคดีที่ไม่ได้อยู่ไกลจากประตูหลัก แค่ก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึง!
ขณะนั้น ประตูหลักถูกก้อนเนื้อขาวกั้นอยู่ เฉินเกอขว้างเสื้อที่ลุกไหม้ใส่พวกมัน พอก้อนเนื้อโดนความร้อน ก็สั่นระรัวแล้วเปิดทางให้
เห็นความหวังในการหนีอยู่ตรงหน้า ทั้งสามรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้น ก้อนเนื้อเหล่านั้นก็เริ่มแตกแขนง กลายเป็นหนวด ปลายหนวดเกาะอยู่กับผนัง พื้น เพดาน และกำแพง หนาแน่นนับร้อย เสื้อเพียงตัวเดียวเผาไม่ได้หมดแน่
"มีไม้ตายอะไรอีกไหม? อย่าเก็บไว้ เอาออกมาหมดเดี๋ยวนี้เลย!" เฉินเกอตะโกน