- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญยอดขุนพล ข้าจะเหยียบย่ำสวรรค์ด้วยเทพมารลิโป้
- บทที่ 49 - ร่วมมือกันอย่างมีความสุข
บทที่ 49 - ร่วมมือกันอย่างมีความสุข
บทที่ 49 - ร่วมมือกันอย่างมีความสุข
บทที่ 49 - ร่วมมือกันอย่างมีความสุข
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี่ยสวี่ก็ยิ้มกว้าง "ร่วมมือกันอย่างมีความสุข"
"ร่วมมือกันอย่างมีความสุข" เลี่ยหยางเทียนก็หัวเราะเช่นกัน ก่อนจะรีบส่งป้ายหยกให้
"นี่คือข้อมูลส่วนตัวของชางซานอีเถียน เจ้านั่นมีวงแหวนวิญญาณระดับแสนปีอยู่หนึ่งวง ส่วนทักษะวิญญาณนั้นยังไม่แน่ชัด"
เจี่ยสวี่รับมา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ราชทินนามพรหมยุทธ์ที่มีทักษะวิญญาณแสนปีไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยฆ่าเสียหน่อย
"อย่างช้าที่สุดคืนนี้"
"เตรียมหินวิญญาณไว้ให้พร้อมล่ะ"
พูดจบเจี่ยสวี่ก็หันหลังเดินจากไป เรียกได้ว่ามาไวไปไว
"ท่านอ๋อง"
แม่ทัพหลายคนจนถึงตอนนี้ก็ยังมึนงงอยู่
"พวกท่าน พวกท่านไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ใช่ไหม" เลี่ยหยางเทียนเอ่ยเสียงเย็น
"เอ่อ... พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง พวกข้าน้อยไม่เห็นอะไรเลย" แม่ทัพหลายคนประสานมือตอบ
"ถ่ายทอดคำสั่ง ตีฆ้องถอยทัพ"
...
ทางด้านนี้ เจี่ยสวี่ได้ไปรวมตัวกับพวกลิโป้ที่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในความว่างเปล่า สาเหตุที่เขากล้าบุกเข้าไปในค่ายทหารกาญจน์โบราณเพียงลำพัง ก็เพราะที่นี่มีสมาชิกของวิหารล้างเทพทั้งหกคนรวมตัวกันอยู่
กวนอู ลิโป้ และอีกสี่คนที่ยอมสวามิภักดิ์
พูดง่ายๆ ก็คือคำพูดของเจี่ยสวี่ในกระโจมเมื่อครู่นี้เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
วิหารล้างเทพไม่ได้ส่งใครไปเจรจากับคนของอาณาจักรสุริยันเลยสักนิด
แต่เลี่ยหยางเทียนไม่รู้นี่นา
"เป็นอย่างไรบ้าง" ลิโป้ถาม
"อืม ธุรกิจแรกมาแล้ว เป็นปลาตัวใหญ่เลยล่ะ" เจี่ยสวี่ส่งป้ายหยกให้
พวกเขาส่งพลังจิตเข้าไปสำรวจ ชั่วพริบตาก็เข้าใจข้อมูลของชางซานอีเถียนไปกว่าเจ็ดแปดส่วน
"อืม งานแรกนี้..." ลิโป้มองไปทางลั่วอู๋จี๋ ความหมายชัดเจน
"ไม่มีปัญหาขอรับนายท่าน แต่เพื่อความรอบคอบ ข้าน้อยต้องการให้เจ้าหัวโล้นนี่มาเป็นผู้ช่วย" ลั่วอู๋จี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ เขาเคยได้ยินชื่อชางซานอีเถียนมาบ้าง ท้ายที่สุดแล้วราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับเก้าสิบขึ้นไปในสามจักรวรรดิก็เป็นที่รู้จักกันแทบทุกคน
ยกเว้นวิหารล้างเทพ
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้ต้องการชัยชนะ แต่ต้องการหัวของอีกฝ่าย และสนามรบก็เป็นค่ายหลักของศัตรู ดังนั้นลั่วอู๋จี๋จึงเจาะจงให้เจ้าหัวโล้นมาเป็นผู้ช่วย
"ดี ก่อนฟ้ามืดต้องได้เห็นหัวของชางซานอีเถียน ออกเดินทางได้" ลิโป้ตัดสินใจ จากนั้นทุกคนก็หายตัวไปในความว่างเปล่า
...
ภายในกระโจมของอาณาจักรสุริยัน
"บัดซบ"
"พวกแกเป็นใครกัน"
ชางซานอีเถียนถามรัวๆ ด้วยความหวาดระแวงและสงสัย
คนผู้นี้โผล่เข้ามาในกระโจมของเขาอย่างเงียบเชียบได้อย่างไร คนข้างนอกมัวทำอะไรกันอยู่
"คนที่มาเอาชีวิตเจ้าไงล่ะ"
"ทักษะวิญญาณที่แปด กรงเล็บวายุอัสนี"
ชั่วพริบตา กรงเล็บสิงโตก็พุ่งโจมตีเข้ามา แหวกอากาศจนเกิดเสียงแหลม พุ่งตรงเข้าหาชางซานอีเถียน
"เป็นเจ้า"
"ลั่วอู๋จี๋"
"บัดซบ เจ้าหาที่ตายหรือไง"
ชางซานอีเถียนจำลั่วอู๋จี๋ได้ทันที ท้ายที่สุดแล้วผู้ที่มีวิญญาณยุทธ์ราชสีห์วายุอัสนีก็มีไม่มากนัก และคนที่ไปถึงระดับเก้าสิบหกก็มีเพียงคนเดียว
นั่นก็คือโจรเด็ดบุปผาชื่อกระฉ่อนแห่งสามจักรวรรดิ นามว่าลั่วอู๋จี๋
"ระดับเก้าสิบหกเหมือนกัน คิดจะฆ่าข้าฝันไปเถอะ"
"ทักษะวิญญาณที่เจ็ด กายแท้วิญญาณยุทธ์"
ชางซานอีเถียนตะโกนลั่น วิญญาณยุทธ์หมาป่าสวรรค์ปรากฏขึ้นปกคลุมร่าง
ชั่วพริบตากระโจมก็ถูกพลังอันรุนแรงของทั้งสองฝ่ายทำลายจนย่อยยับ และชางซานอีเถียนก็เพิ่งเห็นว่าข้างนอกยังมีอีกคนหนึ่ง
แม้จะมีเพียงคนเดียว แต่ก็อาศัยความได้เปรียบของวิญญาณยุทธ์พุ่งชนเข้าไปในกลุ่มคนอย่างบ้าคลั่ง แถมยังพุ่งเป้ามาที่เขาด้วย
"โฮก"
แรดมารเขาเดียวขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมกระทืบเท้าพุ่งเข้ามา
สีหน้าของชางซานอีเถียนมืดทะมึน เขาเคยได้ยินชื่อคนผู้นี้เช่นกัน เจ้าสำนักพิงขุนเขาในอาณาเขตอาณาจักรใบเมเปิลสีชาด พลังวิญญาณระดับเก้าสิบห้า บวกกับวิญญาณยุทธ์แรดมารเขาเดียวที่หนังเหนียวเนื้อหนา หาคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้ยาก
"พวกเจ้าสองคนหมายความว่าอย่างไร ไม่กลัวความโกรธเกรี้ยวของอาณาจักรสุริยันของข้าหรือไง"
มุมปากของลั่วอู๋จี๋กระตุก เขาสัมผัสได้ว่ามีกลิ่นอายหลายสายกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ คงเป็นยอดฝีมือของอาณาจักรสุริยันมาแล้ว "เจ้าหัวโล้น จัดการให้เร็วที่สุด"
"ทักษะวิญญาณที่เก้า ราชสีห์วายุอัสนีคำรามทำลายฟ้า"
"โฮก"
เสียงสิงโตคำรามดังกึกก้องไปถึงชั้นฟ้า ผู้ฝึกวิญญาณระดับต่ำบางคนที่อยู่รอบๆ ถึงกับยกมือปิดหู บางคนถึงกับสลบไปเลย
ส่วนชางซานอีเถียนที่เป็นเป้าหมายนั้นรับผลกระทบจากคลื่นเสียงรุนแรงยิ่งกว่า สมองสั่นสะเทือนอย่างหนัก ทำให้เขาสติหลุดไปชั่วขณะ
ทว่าการประลองระหว่างยอดฝีมือ เพียงชั่วพริบตาก็ชี้เป็นชี้ตายได้
"ปัง"
นอแหลมคมของแรดมารเขาเดียวแทงทะลุหน้าอกของเขา ยิ่งไปกว่านั้นแรงกระแทกยังทำให้ชางซานอีเถียนกระเด็นออกไปไกล
ชางซานอีเถียนเพิ่งได้สติกลับมา แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้ทักษะวิญญาณที่เก้า นัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อเห็นกรงเล็บแหลมคมขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
"ฉัวะ"
เลือดสาดกระจาย ชางซานอีเถียนมองเห็นร่างของตัวเอง เลือดที่คอพุ่งปรี๊ดราวกับน้ำพุ
เขายังเห็นสีหน้าตกตะลึงของทหารอาณาจักรสุริยันรอบๆ อีกด้วย
ในที่สุด สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ก็ดับวูบลงจมสู่ความมืดมิด
"ไป"
ลั่วอู๋จี๋ตาไว คว้าหัวที่โชกเลือดแล้วกระโจนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
การต่อสู้ทั้งหมดดูเหมือนจะกินเวลานาน แต่จริงๆ แล้วผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น ทหารอาณาจักรสุริยันที่อยู่ไกลออกไปยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
ส่วนเจ้าหัวโล้นก็ไม่มัวดีใจที่ตัวเองฆ่าราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับเก้าสิบหกได้ หันหลังกระโดดตามขึ้นไปทันที
เพราะเริ่มมีกลิ่นอายพุ่งมาจากขอบฟ้าแล้ว
"จะหนีไปไหน"
"ทักษะวิญญาณที่แปด ใบไม้ร่วงหล่นตัดเส้นขอบฟ้า"
"ฟิ้ว"
การโจมตีอันรุนแรงพแหวกอากาศมาจากขอบฟ้า เนื่องจากความเร็วที่มากเกินไป ทำให้เกิดกระแสลมลากยาวตามมาด้านหลัง
วงแหวนวิญญาณวงที่แปดบนร่างของเจ้าหัวโล้นสว่างวาบขึ้น
"ทักษะวิญญาณที่แปด หนังเหนียวเนื้อหนา"
สมชื่อทักษะหนังเหนียวเนื้อหนาจริงๆ
การโจมตีอันรุนแรงนี้ถูกเขาปัดป้องไว้ได้ และเจ้าหัวโล้นก็อาศัยแรงกระแทกนั้นพุ่งตามลั่วอู๋จี๋ไปติดๆ ทั้งสองคนหายลับไปในขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว
ร่างไร้หัวของชางซานอีเถียนเพิ่งจะค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ตอนนี้ข้างกายเขามีคนหลายคนยืนอยู่ พวกเขามองดูชางซานอีเถียนที่นอนจมกองเลือดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นี่มันผ่านไปแค่เท่าไหร่เอง
พวกเขากำลังสั่งการให้กองทัพถอยทัพ พอได้ยินเสียงก็รีบตามมา แต่ก็ยังมาช้าไปก้าวหนึ่ง
ใต้เท้าถูกฆ่าตายง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ
"เจ้า บอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น" คนหนึ่งกระชากคอเสื้อปรมาจารย์วิญญาณที่กำลังสั่นงันงกขึ้นมาตะคอกถาม
"เรียนท่านแม่ทัพ ข้า ข้าไม่ทราบขอรับ"
"เดิมทีทุกอย่างก็ปกติดี จู่ๆ ค่ายของท่านแม่ทัพก็เกิดความผิดปกติขึ้น พอพวกเราเข้าไปใกล้ ก็มีแรดยักษ์โผล่ออกมา"
"ใช่แล้ว ฟังจากที่ท่านแม่ทัพพูด หนึ่งในฝ่ายตรงข้ามคือลั่วอู๋จี๋"
...
เวลาพลบค่ำ
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของหลี่ฉางชิงที่อยู่ในวิหารล้างเทพ
[ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สมาชิกวิหารล้างเทพสังหารปรมาจารย์วิญญาณหนึ่งคน ได้รับแต้มสังหารสองแต้ม]
[ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สมาชิกวิหารล้างเทพสังหารราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับเก้าสิบหกหนึ่งคน ได้รับแต้มสังหารห้าสิบแต้ม]
"โอ้ ระบบ ข้านึกว่าต้องเป็นตัวละครอัญเชิญฆ่าคนเท่านั้นถึงจะได้แต้มสังหาร ไม่คิดว่าลั่วอู๋จี๋กับพวกฆ่าคนก็จะได้ด้วย"
[ถูกต้องแล้วโฮสต์ ขอเพียงเป็นลูกน้องของท่านที่ฆ่าคนก็จะได้แต้มสังหาร ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรให้ยุ่งยาก เอาที่สบายใจเลย]
"อืม ดีมาก"
และในตอนนั้นเอง ลั่วอู๋จี๋กับเจ้าหัวโล้นก็กลับมา
"คุณชาย ใต้เท้าทุกท่าน พวกข้าน้อยทำภารกิจสำเร็จแล้วขอรับ"
ลั่วอู๋จี๋ชูหัวที่ถูกห่อด้วยผ้าหยาบๆ ขึ้นสูง พร้อมกล่าวอย่างตื่นเต้น
นี่นับเป็นการแสดงความภักดีได้หรือไม่
หากเป็นเช่นนี้ เขาก็นับเป็นคนของวิหารล้างเทพอย่างแท้จริงแล้วใช่หรือไม่
ส่วนเจ้าหัวโล้นดูจะอ่อนเพลียไปบ้าง เห็นได้ชัดว่าการรับการโจมตีครั้งสุดท้ายนั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
"อืม ทำได้ดีมาก เจี่ยสวี่ พาพวกเขาไปรับหินวิญญาณเถอะ"
"ขอรับ คุณชาย"
[จบแล้ว]