- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 28 ลักพาตัวอนุภรรยาคนที่หก ‘ทาย่า’!
บทที่ 28 ลักพาตัวอนุภรรยาคนที่หก ‘ทาย่า’!
บทที่ 28 ลักพาตัวอนุภรรยาคนที่หก ‘ทาย่า’!
บทที่ 28 ลักพาตัวอนุภรรยาคนที่หก ‘ทาย่า’!
ลูกชายคนโต ชื่อ ซอวิน อายุ 36 ปี จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร ปัจจุบันเป็นผู้บัญชาการหน่วยยานเกราะ ถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจทางการเมือง
ลูกชายคนรอง ชื่อ อองกี อายุ 34 ปี จบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด ดูแลกิจการเหมืองแร่และพลังงานของตระกูล เป็นหัวใจหลักด้านธุรกิจ
ลูกสาวคนโต ชื่อ ตินไล อายุ 33 ปี แต่งงานกับลูกชายคนโตของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อกระชับมิตรกับพันธมิตรในกองทัพ
ภรรยาคนที่สอง ชื่อ ซินเธีย อายุ 45 ปี ลูกครึ่งจีน-เมียนมา ตระกูลทำธุรกิจหยก มีฐานะมั่งคั่ง คอยช่วยนายพลบริหารสินทรัพย์ทางธุรกิจ มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนที่สาม ชื่อ เคนท์ อายุ 28 ปี ทำงานที่ธนาคารกลางเมียนมา รับผิดชอบเรื่องการฟอกเงินและการจัดสรรสินทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นมือวางอันดับหนึ่งด้านการเงิน
ลูกสาวคนรอง ชื่อ มีอา อายุ 26 ปี นักการทูตเมียนมาประจำอังกฤษ ใช้ตำแหน่งหน้าที่คอยจัดการธุระในต่างประเทศ
ภรรยาคนที่สาม ชื่อ มาเอ อายุ 41 ปี ลูกสาวผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ทางเหนือของเมียนมา แต่งงานเพื่อกระชับอำนาจกับท้องถิ่น คอยประสานงานความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธุ์ มีลูกชายหนึ่งคน คือลูกชายคนที่สี่ ชื่อ ซอ มิน อายุ 25 ปี ผู้บัญชาการกองกำลังอาสาสมัครในเมียวดี คุมธุรกิจการค้าชายแดน รวมถึงนิคมคอลเซ็นเตอร์และกองกำลังติดอาวุธ
ภรรยาคนที่สี่ ชื่อ ลินลา อายุ 38 ปี อดีตนางงามและเซเลบริตี้ คอยติดตามนายพลออกงานสังคมและงานทางการทูต เก่งเรื่องประชาสัมพันธ์และการจัดการภาพลักษณ์ มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนที่ห้า ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เป็นอินฟลูเอนเซอร์พ่วงตำแหน่งสมาชิกสภา ใช้โซเชียลมีเดียสร้างภาพลักษณ์ให้ตระกูล
ลูกสาวคนที่สาม ชื่อ ลาเนียร์ อายุ 20 ปี ดีไซเนอร์แฟชั่น คอยซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยและงานศิลปะเพื่อฟอกเงินให้ตระกูล
ภรรยาคนที่ห้า ชื่อ ซูซานนา อายุ 35 ปี ดอกเตอร์ด้านการแพทย์จากอังกฤษ เป็นที่ปรึกษาสุขภาพส่วนตัวของนายพล ดูแลทรัพยากรทางการแพทย์ของตระกูล มีลูกชายหนึ่งคน คือลูกชายคนที่หก ชื่อ แดนซอ อายุ 19 ปี กำลังศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ วางแผนจะเข้าดูแลธุรกิจการแพทย์ของครอบครัว
ภรรยาคนที่หก ชื่อ ทาย่า อายุ 29 ปี น้องสาวของนายทหารคนสนิทนายพล เป็นคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจได้ รับผิดชอบงานด้านการประสานงานข่าวกรองและความมั่นคง มีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนที่เจ็ด ชื่อ เรย์มาน อายุ 10 ปี เรียนโรงเรียนนานาชาติ เป็นลูกรักแต่ยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการตระกูล
ลูกสาวคนที่สี่ ชื่อ ซูพา ยังเด็กมาก เรียนกับครูส่วนตัว มักจะติดตามแม่ไปทำงานด้านความมั่นคงเสมอ
ญาติสายตรงทั้ง 17 คนของซูฉีตู่ แต่ละคนล้วนมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนและอิทธิพลที่แผ่ขยายกว้างขวาง การจะลงมือกับใครคนใดคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ย่อมมีจุดที่อ่อนที่สุดเสมอ
จินหนานตั้งเป้าหมายไปที่ ‘ทาย่า’ ภรรยาคนที่หกของซูฉีตู่ เขาพิมพ์เบอร์โทรศัพท์ของทาย่าลงในระบบ และตรวจสอบพิกัดการโทรครั้งล่าสุด
เวลาที่โทรล่าสุดคือเมื่อวานนี้ตอน 23:15 น.
พิกัด: บ้านพักส่วนตัว เลขที่ 15 ถนนหยางกวาง เขตใต้ เมืองพะอัน
จินหนานจดพิกัดไว้ แล้วปิดคอมพิวเตอร์ปลุกหม่าต้าเพิ่นให้ตื่น ทั้งคู่เริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ออกจากอาคารร้าง
จินหนานและหม่าต้าเพิ่นพกพาไปเพียงปืนสั้นและระเบิดควัน เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
ทั้งคู่ใช้ทางเล็กทางน้อยเดินเท้าเข้าสู่ตัวเมืองได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทันทีที่เข้าเขตเมืองก็เห็นทหาร BGF จำนวนมากตั้งด่านตรวจค้น แต่การตรวจค้นกลับเป็นไปอย่างลวก ๆ นายทหารนั่งสูบบุหรี่เล่นมือถืออยู่ข้างทาง ส่วนพลทหารก็ยืนคุยกันไปวัน ๆ จินหนานและหม่าต้าเพิ่นลอบสังเกตอยู่ไม่กี่นาที ก็ไม่เห็นว่าพวกทหารจะเรียกตรวจใครหรือรถคันไหนเลย
เป็นไปได้ว่าตอนเริ่มตั้งด่านใหม่ ๆ คงจะตรวจเข้มงวด แต่พอตรวจไปหลายชั่วโมงแล้วไม่เจออะไรผิดปกติก็เริ่มขี้เกียจ
กองทัพที่ไม่เป็นระบบส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ
ทั้งคู่เบาใจลง จึงโบกเรียกแท็กซี่ข้างทางคันหนึ่ง นั่งผ่านด่านตรวจไปได้อย่างราบรื่น แล้วตรงไปยังถนนหยางกวาง จนมาหยุดที่หน้าบ้านพักเดี่ยวที่มีสวนกว้างขวางถึงสามสี่ร้อยตารางเมตร
หน้าประตูมีทหารยามสี่นายยืนเฝ้าอยู่
เมื่อเห็นรถแท็กซี่มาจอด ทหารทั้งสี่ต่างก็สงสัย พวกเขามองหน้ากัน ทหารที่มีอายุคนหนึ่งเดินมาที่ประตูหลังรถแล้วเคาะกระจกด้วยความรำคาญ
ประตูรถเปิดออกทันทีหลังจากเขาสะกิด แต่สิ่งที่โผล่ออกมาเป็นอย่างแรกไม่ใช่คน หากแต่เป็นปากกระบอกปืนดำทะมึน
“ปัง!”
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ทหารนายนั้นถูกยิงแสกหน้าจนกะโหลกเปิด จินหนานที่นั่งอยู่ในรถยกปืนยิงใส่ทหารอีกสามนายที่เหลืออย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการลั่นไกที่เป็นเลิศ ทหารทั้งสามยังไม่ทันจะได้ตั้งท่าปืนก็ถูกยิงเข้าจุดสำคัญจนล้มตึงไป
“ไป!”
จินหนานก้าวลงจากรถพุ่งไปที่ประตู คว้าปืน AKM ที่ทหารยามทำตกไว้ขึ้นมา แล้วกราดยิงใส่กุญแจประตูเหล็กจนพัง จากนั้นก็ถีบประตูให้เปิดออก
หม่าต้าเพิ่นก้าวลงตามมา เขาก็เก็บปืน AKM ขึ้นมาเช่นกันแล้ววิ่งตามจินหนานผ่านประตูเหล็กเข้าไปในสวน
คนขับแท็กซี่ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง พอตั้งสติได้ก็เหยียบคันเร่งพุ่งหนีไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเอาเงินค่าโดยสาร
“มีคนบุก!”
“มีกองกำลังติดอาวุธบุกเข้ามา!”
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นคฤหาสน์ ทหารยามจำนวนมากวิ่งออกมาจากสวนหลังบ้าน จินหนานและหม่าต้าเพิ่นไม่มีการลังเล ทั้งคู่ยกปืนขึ้นเล็งแล้วสาดกระสุนใส่ทุกคนที่ขวางหน้า
“ปัง ๆ ๆ!”
“ปัง ๆ ๆ!”
จินหนานยิงเข้าเป้าทุกนัดอย่างแม่นยำ ส่วนหม่าต้าเพิ่นฝีมือจะด้อยกว่าเล็กน้อย ต้องใช้กระสุนเกือบครึ่งแม็กถึงจะยิงถูกเป้าสักคน แต่เขาก็ช่วยระดมยิงกดดันจนทหารที่เหลือไม่กล้าโผล่หัวออกมาตอบโต้ ได้แต่หลบหลังกำแพงแล้วยื่นมือออกมาสุ่มยิงมั่ว ๆ
จินหนานและหม่าต้าเพิ่นดวงดีพอตัว ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงมาแบบไร้ทิศทาง ทั้งคู่เข้าถึงตัวอาคารได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเสื้อ เมื่อถึงตัวบ้าน ทั้งคู่ก็ไม่ได้บุกเข้าไปข้างในทันที แต่แยกทางกันที่หน้าประตูเพื่ออ้อมไปจัดการทหารยามที่อยู่ข้างหลังบ้านคนละฝั่ง
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังรัว ทหารยามกว่าหกสิบนายในบ้านเลขที่ 15 ถูกจินหนานและหม่าต้าเพิ่นกำจัดจนเกลี้ยง แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นผลงานของจินหนาน
หลังจากเคลียร์พื้นที่ข้างนอกเสร็จ ทั้งคู่ก็พักหายใจชั่วครู่ที่ประตูหน้าและหลังบ้าน พร้อมกับเก็บรวบรวมกระสุนจากศพมาเติมจนเต็ม จากนั้นจึงบุกเข้าไปข้างในตัวคฤหาสน์
ภายในบ้านยังมีทหารยามที่เหลือรอดอยู่บ้าง แต่คนพวกนี้กำลังอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกสุดขีด ขอแค่ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยก็จะกราดยิงไปทางนั้นทันทีโดยไม่สนว่าข้างหน้าจะเป็นกำแพงหรืออะไร
จินหนานจัดการทหารที่เหลือได้ไม่ยากเย็น ส่วนหม่าต้าเพิ่นก็คอยเก็บกวาดทหารที่เหลืออยู่ตามหลัง ทั้งคู่กลับมาสมทบกันที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง
“ค้นทีละชั้น ค้นทีละห้อง!”
จินหนานเพิ่งจะสั่งการเสร็จ หูที่ฉับไวของเขาก็ได้ยินเสียงของหนักตกกระทบพื้นที่ประตูหน้าบ้าน เขาจึงรีบส่งสัญญาณให้หม่าต้าเพิ่นตามมา แล้วพุ่งออกไปทางประตูหน้าทันที
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อออกไปพ้นประตูก็เห็นผู้หญิงในชุดกระโปรงสีขาวคนหนึ่งกำลังจูงเด็กผู้หญิงวิ่งหนีสุดชีวิตไปทางประตูรั้ว และเมื่อเหลือบมองไปที่หน้าต่างชั้นสอง ก็เห็นเชือกที่ทำจากผ้าปูที่นอนกำลังปลิวไสวตามลม
จินหนานแอบชมในใจว่าผู้หญิงคนนี้ปฏิกิริยาไวมาก แต่เขาก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่เธอทันที หม่าต้าเพิ่นเห็นเข้ากำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่จินหนานก็เหนี่ยวไกไปเสียก่อน
“ฟุ่บ!”
ลูกกระสุนเฉียดต้นขาของหญิงสาวไป แล้วพุ่งลงไปบนพื้นหญ้าตรงหน้าเธอจนดินกระจุย
หญิงสาวตกใจสุดขีดจนล้มคะมำลงบนพื้นหญ้า เด็กผู้หญิงที่เธอจูงมาก็พลอยล้มลงไปด้วย
“ถ้าวิ่งอีกก้าวเดียว นัดต่อไปจะเจาะเข้าที่หัวเด็กคนนี้แทน” จินหนานขู่เสียงเย็น