- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 27 คู่หูพลปืนกลและพลแม่นปืน!
บทที่ 27 คู่หูพลปืนกลและพลแม่นปืน!
บทที่ 27 คู่หูพลปืนกลและพลแม่นปืน!
บทที่ 27 คู่หูพลปืนกลและพลแม่นปืน!
รอบคลังแสงเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ตั้งสลับซับซ้อนและตรอกซอกซอยนับไม่ถ้วน ทหารยามจึงต้องกระจายกำลังกันออกไปเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละสองสามคนเพื่อค้นหาตามซอกตึก
“แกรก~”
เสียงดังมาจากส่วนลึกของตรอกแห่งหนึ่ง ดึงดูดความสนใจของทหารสองนายที่อยู่ใกล้เคียง
ทหารทั้งสองถือปืนไรเฟิล AKM เตรียมพร้อม ค่อย ๆ ย่องเข้าไปสำรวจอย่างระมัดระวัง เมื่อไปถึงจุดต้นเสียง ก็เห็นแมวตัวหนึ่งกระโดดหนีไปบนหลังคา ทหารทั้งสองจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทว่า ยังไม่ทันจะได้หันหลังกลับ เงาดำสองร่างก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทางข้างหลัง
จินหนานใช้แขนล็อคคอทหารนายแรกไว้แน่น มือหนึ่งกดไหล่อีกมือบิดใบหน้า แล้วออกแรงกระชากในทิศทางตรงกันข้าม เสียงกระดูกลั่น ‘กร๊อบ’ ดังชัดเจน ทหารคนนั้นคอหมุนไป 180 องศา ร่างกายอ่อนปวกเปียกคาอ้อมกอดของจินหนาน
หม่าต้าเพิ่นเองก็พยายามจะบิดคอทหารอีกนายแบบเดียวกับจินหนาน แต่ท่าทางของเขาไม่ค่อยชำนาญนักจึงไม่สำเร็จ โชคดีที่ปฏิกิริยาของเขาว่องไว ก่อนที่ทหารคนนั้นจะทันได้ขัดขืน เขาใช้แขนรัดคอแล้วกดร่างลงกับพื้น จากนั้นขึ้นค่อมหลังแล้วออกแรงรัดคอสุดชีวิต
ทหารนายนั้นถูกเขารัดคอจนขาดใจตายไปต่อหน้า
“ขอโทษครับพี่ ปลดประจำการนานไปหน่อย สมรรถภาพร่างกายเลยตกลง” หม่าต้าเพิ่นหอบหายใจพลางชี้ไปที่ศพทหารแล้วรำลึกความหลัง “ตอนผมยังอยู่ในกรมนะ ไอ้นี่น่ะเรื่องกล้วย ๆ เลย”
จินหนานมองดูพุงที่เริ่มมีชั้นไขมันกับแก้มที่ออกนวลของเขาแล้วหลุดขำออกมาเบา ๆ แต่ก็กลับมาเคร่งขรึมทันควัน “เปลี่ยนชุดซะ แล้วเราจะเข้าทางประตูหน้ากัน”
“ครับ”
ทั้งคู่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมชุดลายพรางและหมวกของทหารยามแล้วเดินออกจากตรอก ทันทีที่พ้นมุมตึก ก็มีทหารสามนายวิ่งสวนทางมา แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ
ความจริงแล้วจินหนานและหม่าต้าเพิ่นมีจุดพิรุธเต็มไปหมด เช่น รองเท้าที่ไม่เข้าชุดกัน หรือเสื้อผ้าของหม่าต้าเพิ่นที่ดูจะเล็กไปสักสองไซส์จนคับแน่น แต่ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและทหารทุกคนกำลังตึงเครียดจัด จึงไม่มีใครมีเวลามาสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้
ทั้งคู่มองดูทหารวิ่งผ่านหน้าไปแล้วยิ้มให้กัน ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของคลังแสงอย่างองอาจ
ที่ประตูใหญ่มีคนพลุกพล่าน นายทหารและพลทหารยืนล้อมรอบศพทหารเวรสองนายก่อนหน้านี้พลางพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าว จินหนานและหม่าต้าเพิ่นอาศัยจังหวะนี้กดหมวกลงต่ำ เดินผ่านฝูงคนเข้าไปในคลังแสงอย่างเป็นธรรมชาติ
“แม่เจ้า... ตื่นตัวกันแค่นี้ ถ้าเป็นในกองทัพเรานะ ตั้งแต่บนลงล่างคงโดนสั่งประหารไปหมดแล้ว” หม่าต้าเพิ่นกระซิบด่าเบา ๆ อย่างอดไม่ได้
จินหนานไม่ตอบ เขาเดินสำรวจไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น เมื่อเดินเข้าไปได้ประมาณสองสามร้อยเมตร ในที่สุดก็เห็นอาคารชั้นเดียวหลังคาเรียบที่มีป้ายเขียนว่า ‘ห้องอาวุธ’
หน้าประตูมีป้อมยามสองป้อม แต่ภายในว่างเปล่า คาดว่าคงจะออกไปไล่ล่าคนร้ายกันหมดแล้ว
จินหนานและหม่าต้าเพิ่นรีบเดินไปที่ประตู ซึ่งปิดสนิทอยู่ จินหนานลูบคลำหาช่องกุญแจแล้วหยิบเส้นลวดที่เตรียมไว้ออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือสะเดาะกุญแจ หม่าต้าเพิ่นลองหมุนลูกบิดประตูดูเบา ๆ
มันเปิดออก!
จินหนานชะงักงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความอึ้ง
หม่าต้าเพิ่นเองก็ตกตะลึง “พวกมันไม่ได้ล็อคประตูแฮะ”
“พวกมันสมควรโดนประหารจริง ๆ นั่นแหละ” จินหนานอดบ่นไม่ได้ เขาผลักประตูเข้าไป เมื่อหม่าต้าเพิ่นตามเข้ามาแล้ว เขาก็ปิดประตูและลงกลอนจากด้านในทันที
“เชี่ย!”
ทันทีที่จินหนานลงกลอนเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงอุทานของหม่าต้าเพิ่นจากข้างหลัง
เขาหันไปมอง และเมื่อเห็นอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิดวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
หม่าต้าเพิ่นดูเหมือนจะเจอของถูกใจเข้าแล้ว เขารีบเดินไปที่ลังไม้ใบหนึ่ง แล้วยกปืนกลอเนกประสงค์ MG42 สัญชาติเยอรมันขึ้นมาถือไว้ เขาประคองมันราวกับของล้ำค่าพลางก้มลงพินิจดูด้วยรอยยิ้ม
“ของดี... นี่มันของดีชัด ๆ MG42 ขนาดกระสุน 7.92 มม. อัตราการยิงสูงสุด 1,500 นัดต่อนาที ระยะยิงหวังผล 1,000 เมตร ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง MG42 แค่กระบอกเดียวก็ยันกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้เป็นร้อยคนแล้ว”
หม่าต้าเพิ่นร่ายยาวข้อมูลทางเทคนิคของ MG42 ออกมาอย่างแม่นยำ เห็นได้ชัดว่าเขาชอบและเชี่ยวชาญเรื่องปืนชนิดนี้มาก
ในขณะเดียวกัน จินหนานก็เจอของรักของเขาแล้ว ปืนไรเฟิลซุ่มยิงแม่นยำ HK417 รุ่นลำกล้องยาว 508 มม. ของเยอรมัน ความจริงเขาไม่ได้พิสมัยปืนเยอรมันเป็นพิเศษ แต่เขาชอบปืนไรเฟิลที่ยิงได้แม่นยำและใช้งานได้หลากหลาย
ใช้ยิงในระยะประชิดก็ได้ ระยะไกลก็ดี
“เลือกอุปกรณ์ที่ชอบคนละสองสามอย่าง แล้วรีบจัดการซะ!”
จินหนานเตือนสั้น ๆ เขาเหลือบไปเห็นกล้องเล็งกำลังขยาย 8 เท่าที่วางอยู่ไม่ไกล จึงเดินไปหยิบมาติดตั้งบนรางปืน HK417 จากนั้นก็เดินไปที่ลังกระสุน หยิบแม็กกาซีนมา 6 อัน แล้วบรรจุกระสุนขนาด 7.92 มม. จนเต็ม
เขามีอาการวิตกจริตเรื่องกระสุนไม่พอ หลังจากบรรจุครบ 6 แม็กกาซีนแล้ว เขาก็หยิบมาเพิ่มอีก 5 อัน บรรจุจนเต็มเหมือนกัน แล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ยุทธวิธีจนหมด ก่อนจะสะพายปืนขึ้นบ่า
สุดท้าย จินหนานยังหยิบปืนสั้นเบเร็ตต้า 92F มาอีกหนึ่งกระบอกพร้อมแม็กกาซีนสำรอง 3 อัน
ส่วนหม่าต้าเพิ่นที่ปักใจกับ MG42 เขาหยิบกระเป๋าเป้ยุทธวิธีมาสะพายทั้งหน้าและหลัง ภายในเต็มไปด้วยสายกระสุนขนาด 7.92 มม. รวมกว่า 300 นัด และลำกล้องสำรองอีกหลายอันไว้เปลี่ยนยามลำกล้องร้อนจัด
เขาก็หยิบปืนสั้นเบเร็ตต้า 92F และแม็กกาซีน 4 อันไปเหมือนกัน
เมื่อได้อาวุธหลักและอาวุธรองครบแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มเลือกอาวุธขว้าง หม่าต้าเพิ่นหยิบระเบิดควัน 10 ลูก ระเบิดสังหาร 5 ลูก และระเบิดแสง 2 ลูก ส่วนจินหนานหยิบระเบิดควัน 3 ลูก ระเบิดสังหาร 6 ลูก และระเบิดแสง 4 ลูก
หลังจากเตรียมตัวเสร็จสิ้น จินหนานและหม่าต้าเพิ่นก็ออกจากห้องอาวุธ ด้วยความที่คลังแสงยังคงวุ่นวาย ทั้งคู่จึงถอนตัวออกมาทางประตูใหญ่ได้อย่างราบรื่น แต่รถโตโยต้าสีแดงคันเดิมคงใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมันสะดุดตาเกินไป ทั้งคู่จึงต้องเดินเท้าแทน
เมื่อเดินมาได้ประมาณหนึ่งกิโลเมตร ทั้งคู่มุดเข้าสู่ตรอกแล้วถอดชุดทหารยามออก ความจริงพวกเขาไม่ได้ถอดชุดตัวเองตั้งแต่แรก ชุดลายพรางนั้นแค่สวมทับเข้าไปเฉย ๆ
“แผนการต่อไปคืออะไรครับ?” หม่าต้าเพิ่นถามพลางกระชับปืนกล MG42 ในมือ
“ขโมยคอมพิวเตอร์สักเครื่อง”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวลาตีสี่
จินหนานพาหม่าต้าเพิ่นงัดร้านขายอุปกรณ์ดิจิทัล ขโมยโน้ตบุ๊กเลอโนโวมาหนึ่งเครื่อง พร้อมตัวปล่อยสัญญาณ WiFi แบบพกพา จากนั้นก็งัดร้านอุปกรณ์เอาท์ดอร์ ขโมยแหล่งจ่ายไฟสำรอง มาอีกเครื่อง
เมื่อได้ของครบ ทั้งคู่ก็เดินทางออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังอาคารร้างแถบชานเมืองเพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราว
หลังจากตรากตรำมาทั้งวัน ทั้งจินหนานและหม่าต้าเพิ่นต่างก็เหนื่อยล้าเต็มที ทั้งคู่รีบวางข้าวของลงแล้วเอนตัวหลับบนพื้นปูนดิบ ๆ ทันที
สิบโมงเช้า จินหนานที่นอนไปได้หกชั่วโมงก็ตื่นขึ้นเป็นคนแรก เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะล้างหน้า รีบเปิดโน้ตบุ๊ก เชื่อมต่อ WiFi และแหล่งจ่ายไฟ เมื่ออินเทอร์เน็ตพร้อม เขาก็พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์มืดเพื่อเข้าสู่ระบบระบุตำแหน่งโทรศัพท์ทันที
ตามข้อมูลที่เขาได้มาจากฐานข้อมูลโลก นายพลซูฉีตู่มีญาติสายตรงทั้งหมด 17 คน
ภรรยาหลวง ชื่อ ตูเมทิน อายุ 58 ปี มาจากตระกูลการเมืองเก่าแก่ของเมียนมา พ่อเคยเป็นข้าราชการระดับสูง เป็นการแต่งงานเพื่ออำนาจ เธอเป็นผู้ดูแลกิจการภายในตระกูล มีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน