- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 15 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ! ชีวิตหัวหน้า รปภ. ที่แสนสำราญ!
บทที่ 15 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ! ชีวิตหัวหน้า รปภ. ที่แสนสำราญ!
บทที่ 15 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ! ชีวิตหัวหน้า รปภ. ที่แสนสำราญ!
บทที่ 15 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ! ชีวิตหัวหน้า รปภ. ที่แสนสำราญ!
เสี่ยวปาเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ จินหนาน เธอใช้มือกุมคาง จ้องมองใบหน้าด้านข้างที่มีเส้นสันกรามคมชัดของเขาพลางหลุดหัวเราะออกมา
จินหนานมองเธอด้วยความฉงน เสี่ยวปาจึงพูดติดตลกขึ้นว่า “คุณตอนอยู่ที่กัมพูชากับคุณตอนนี้ ดูเหมือนเป็นคนละคนกันเลยนะคะ”
“เหรอครับ?” จินหนานไม่ได้รู้สึกแบบนั้น
“จริงสิคะ”
เสี่ยวปายืนยันหนักแน่น “ตอนอยู่ที่กัมพูชา คุณดูเย็นชาและดุดันมาก แต่ตอนนี้... ดูเหมือนคนซื่อ ๆ แถมยังดูประหม่าด้วย คุณแกล้งทำหรือเปล่าคะ เพื่อไม่ให้ใครมาสังเกตเห็นน่ะ”
จินหนานนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยท่าทางจริงใจ “ผมไปเป็นทหารตั้งแต่ ม.6 อยู่ในกองทัพมาเก้าปีเต็ม พอเดินออกมาจากค่ายทหารก้าวเข้าสู่สังคม ผมรู้สึกว่าตัวเองเข้ากับที่นี่ไม่ได้เลย ผมไม่ได้แกล้งทำหรอกครับ ผมแค่ยังไม่ชิน และไม่รู้ว่าจะปรับตัวเข้ากับสังคมยังไงดี”
เสี่ยวปาฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย พอนึกตามคำพูดของเขาแล้วเธอก็รู้สึกว่าจินหนานคงไม่ได้แกล้งทำจริง ๆ ความซื่อ ๆ และประหม่าที่เขาแสดงออกมาตอนนี้ เป็นเพียงการไม่คุ้นชินกับสังคมภายนอกเท่านั้นเอง
“ปกติเขาเป็นทหารกันแค่สองปีไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมคุณเป็นตั้งเก้าปี เก้าปีเนี่ย คุณน่าจะได้ยศร้อยตรีขึ้นไปแล้วมั้ง?” ความอยากรู้อยากเห็นของเสี่ยวปาเริ่มลุกโชน เธอพยายามจะขุดคุ้ยความลับของผู้ชายคนนี้ออกมาให้ได้
จินหนานยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบคำถาม
เรื่องในกองทัพ เขาไม่อยากเปิดเผย และเปิดเผยไม่ได้
เมื่อเห็นจินหนานนิ่งเงียบเรื่องกองทัพ เสี่ยวปาจึงรู้จังหวะและไม่ถามซ้ำ แต่เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน “คุณฆ่าคนไปตั้งเยอะขนาดนั้น คุณไม่มีอาการที่เขาเรียกว่า PTSD บ้างเหรอคะ?”
“ชินแล้วครับ”
จินหนานตอบสั้น ๆ เรียบ ๆ
ชินแล้ว?
เสี่ยวปาอึ้งไปครู่หนึ่ง ต้องฆ่าคนมามากแค่ไหนถึงจะพูดคำว่า ‘ชินแล้ว’ ออกมาได้แบบนี้
นั่นยิ่งทำให้เธออยากรู้เรื่องของเขามากขึ้นไปอีก อยากจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมุดเข้าไปในสมองของเขาเพื่อดูดซับความทรงจำทั้งหมดมาจริง ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม เธอรู้ดีว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป หากถามมากเกินไปจะทำให้จินหนานรำคาญเปล่า ๆ หลังจากนั้นเธอจึงไม่ได้ถามอะไรเครียด ๆ อีก แต่กลับมาเล่าเรื่องประสบการณ์และความรู้สึกของเธอตอนที่อยู่กัมพูชาแทน
จินหนานไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เขาก็ตั้งใจฟังอยู่ตลอด มีการตอบรับ ‘ครับ’ เป็นระยะ ๆ
ทั้งคู่คุยกันได้ประมาณครึ่งชั่วโมง จินหนานเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงขอตัวลาหลี่ซูเฟินกลับบ้านพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวไปรายงานตัวที่สำนักงานนิติบุคคลในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันต่อมา เวลาแปดโมงตรง
จินหนานออกจากห้องเดินลงมาด้านล่าง ใช้แผนที่นำทางจนมาถึงสำนักงานจัดการนิติบุคคล
พอมาถึงก็พบว่าเขามาเร็วเกินไป
สำนักงานนิติบุคคลเริ่มงานแปดโมงครึ่ง
เขาจึงนั่งรออยู่ที่นั่นครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งได้พบกับผู้จัดการนิติบุคคลชื่อ ‘หลินเจียงสุ่ย’
ผู้จัดการหลินเป็นชายวัยกลางคนลงพุง จินหนานคุยกับเขาไม่กี่ประโยคก็ได้ความว่า บริษัทชางหลงและบริษัทนิติบุคคลเป็นพันธมิตรร่วมงานกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง พูดให้ชัดคือบริษัทชางหลงเป็นบริษัทเอาท์ซอร์ส ที่นิติบุคคลจ้างมาดูแลความปลอดภัย ดังนั้นในทางนิตินัยเขาไม่ได้ขึ้นตรงกับนิติบุคคล แต่ในทางปฏิบัติ หัวหน้าสายตรงของเขาก็คือผู้จัดการหลิน
หลังจากคุยเสร็จ ผู้จัดการหลินก็เรียกรวมพล รปภ. ทั้งหมู่บ้าน ทำให้จินหนานได้เห็น ‘กองทัพ’ ของตัวเองเป็นครั้งแรก
คนเยอะพอสมควร มีทั้งหมด 40 คน รวมเขาด้วยก็เป็น 41 คน เพราะหมู่บ้านเป่ยหูฮวาหยวนเป็นหมู่บ้านขนาดค่อนข้างใหญ่ มีลูกบ้านถึงสองพันครัวเรือน เทียบเท่ากับขนาดของตำบลหนึ่งเลยทีเดียว
ทว่าคุณภาพของคนเหล่านี้ดูจะต่ำไปนิด เมื่อรวมจินหนานเข้าไปด้วย อายุเฉลี่ยก็น่าจะ 40 ปีขึ้นไป แถมยังมีบางคนที่ผมหงอกขาวแล้วด้วย
“คนนี้คือหัวหน้าคนใหม่ของพวกคุณ จินหนาน ทุกคนปรบมือต้อนรับหน่อยครับ”
ผู้จัดการหลินแนะนำจินหนานพร้อมกับนำปรบมือ
เหล่า รปภ. ที่ยืนแถวไม่ค่อยจะตรงนักต่างพากันปรบมือตามอย่างเนือย ๆ เสียงปรบมือจึงดูบางเบา
จินหนานไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ เพราะพวกเขาคือ รปภ. ไม่ใช่ทหาร ไม่จำเป็นต้องมีระเบียบวินัยเคร่งครัดขนาดนั้น
“สวัสดีครับทุกคน ผมจินหนาน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” จินหนานพยักหน้าทักทาย พยายามทำตัวให้ดูเป็นมิตรที่สุดเพื่อที่จะได้เข้ากับทีมได้ในอนาคต
“เสี่ยวหนาน ที่เหลือฝากคุณจัดการด้วยนะ จะวางแผนงานยังไงก็แล้วแต่คุณเลย ผมขอตัวไปยุ่งเรื่องอื่นก่อน” ผู้จัดการหลินไม่ได้อยู่นาน พูดจบก็เดินจากไปทันที
จินหนานมองตามจนผู้จัดการหลินลับสายตา ก่อนจะหันมามองทีมงานของตัวเองแล้วเอ่ยว่า “ผมเพิ่งมาเริ่มงานวันแรก ยังไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก พวกคุณเคยทำงานกันยังไง ก็ทำไปตามเดิมนั่นแหละ แยกย้ายไปทำงานได้ครับ”
ทันทีที่สิ้นคำพูด รปภ. วัยสี่สิบห้าสิบปีหลายคนก็เดินเข้ามาหาพลางยิ้มแย้มส่งบุหรี่ให้ พร้อมกับพูดจาฝากเนื้อฝากตัวขอให้ช่วยดูแลกันด้วย
จินหนานยิ้มรับและตอบไปว่า ‘ได้ครับ ๆ’ หลังจากแยกกับพวกเขาแล้ว เขาก็ตรงไปยังห้องทำงานฝ่าย รปภ.
จะบอกว่าเป็นห้องทำงานก็ไม่เชิง มันคือห้องควบคุมวงจรปิด และห้องเก็บอุปกรณ์เสียมากกว่า เพราะแผนก รปภ. มีห้องทำงานเพียงห้องเดียว ซึ่งรวมทั้งจอวงจรปิดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ในที่เดียวกัน
ห้องทำงานนี้ไม่ใหญ่มาก ประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบตารางเมตร มุมห้องถูกกั้นด้วยกระจกเป็นห้องขนาดสิบกว่าตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องทำงานของหัวหน้า
หลังจากเดินสำรวจจนทั่ว จินหนานก็เริ่มงานในฐานะหัวหน้า รปภ. ความจริงงานก็ไม่มีอะไรมาก แค่คอยเดินตรวจสอบว่า รปภ. คนอื่นตั้งใจทำงานกันไหม
งานค่อนข้างว่างและสบายทีเดียว
แถมยังดูมีอำนาจด้วย
ไม่ว่าเดินไปตรงไหน รปภ. แถวนั้นก็จะคอยส่งบุหรี่ให้และแสดงท่าทางนอบน้อม
ความจริงแล้ว อำนาจของจินหนานในฐานะหัวหน้า รปภ. ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก เขาไม่มีสิทธิ์ไล่ใครออก หรือสั่งให้ใครเข้าทำงาน และตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ในหมู่บ้านไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎของบริษัท แต่เขามีอำนาจอยู่อย่างหนึ่ง... นั่นคือการ ‘สั่งปรับ’
หาก รปภ. ใต้บังคับบัญชาละเลยหน้าที่ หรือทำงานไม่เรียบร้อย เขาสามารถเขียนใบสั่งปรับและรายงานไปยังบริษัทเพื่อลงโทษ รปภ. คนนั้นได้
และเนื่องจากหมู่บ้านเป่ยหูฮวาหยวนเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ทีม รปภ. ก็มีแต่พวก ‘เขี้ยวลากดิน’ ที่ทำงานแบบขอไปที ถ้าจะตรวจกันจริง ๆ ในบรรดา 40 คนนี้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งต้องโดนใบสั่งปรับแน่นอน
นั่นคือเหตุผลที่พวก รปภ. เก่า ๆ ต่างพากันส่งบุหรี่ให้จินหนานทันทีที่เจอหน้า เพราะกลัวว่าหัวหน้าคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่งจะ ‘จุดไฟเผา’ ใส่ตัวเองเพื่อโชว์ผลงาน
จินหนานเองก็เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งให้กับความบกพร่องเล็กน้อยในการทำงานของพวกเขา ไม่ใช่เพราะเขาถูกติดสินบนด้วยบุหรี่ แต่เพราะเรื่องพวกนั้นเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น การเข้าเวร บริษัทกำหนดว่าในป้อมหน้าหมู่บ้านต้องมีคนอยู่ข้างในหนึ่งคนและข้างนอกหนึ่งคน เพื่อทำความเคารพลูกบ้านตอนเข้าหมู่บ้าน
แต่ในความเป็นจริง รปภ. ทั้งสองคนมักจะแอบเข้าไปนั่งตากแอร์ในป้อมด้วยกันทั้งคู่ ส่วนเรื่องทำความเคารพน่ะเหรอ? แค่เขาทักทายคุณก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
ดังนั้นเมื่อมันเป็นเพียงปัญหาจุกจิก จินหนานจึงคิดว่าทุกคนต่างก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำเหมือนกัน ขอแค่ไม่ละเลยหน้าที่ในเรื่องใหญ่ ๆ หรือขี้เกียจจนเกินงาม เขาก็ไม่อยากจะไปบีบคั้นใคร
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวก็ครบเจ็ดวัน
หลังจากเป็นหัวหน้า รปภ. มาได้เจ็ดวัน จินหนานก็เข้ากับทีมได้เป็นอย่างดี ทุกคนเริ่มสนิทสนมกัน ทว่าในช่วงบ่ายของวันที่เจ็ดนี้เอง เขากลับได้พบกับเหตุการณ์บางอย่างที่เขาไม่สามารถทำเป็นมองข้ามได้อีกต่อไป...