- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 4 มุ่งหน้าสู่กัมพูชา! เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ!
บทที่ 4 มุ่งหน้าสู่กัมพูชา! เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ!
บทที่ 4 มุ่งหน้าสู่กัมพูชา! เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ!
บทที่ 4 มุ่งหน้าสู่กัมพูชา! เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ!
เว็บไซต์นี้เป็นระบบระบุตำแหน่งโทรศัพท์ทั่วโลกที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มแฮกเกอร์ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ใช้งานง่ายมาก แถมยังฟรีอีกด้วย ที่เขารู้จักเว็บไซต์นี้ก็รู้มาจากปากของผู้ต้องสงสัยในระหว่างการสอบสวนครั้งหนึ่ง
เขาเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันที่ได้ใช้งานเว็บไซต์มืดนี้เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาใช้แต่ระบบระบุตำแหน่งโทรศัพท์ทั่วโลกของกองทัพ
วิธีใช้งานเว็บไซต์นี้ง่ายมาก เพียงแค่พิมพ์เบอร์โทรศัพท์ลงไป ก็สามารถค้นหาตำแหน่งการโทรครั้งล่าสุดได้
จินหนานพิมพ์เบอร์โทรศัพท์ของเสี่ยวปาลงไปก่อน หลังจากโหลดอยู่ไม่กี่วินาที หน้าจอก็แสดงตำแหน่งหนึ่งขึ้นมา เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปตำแหน่งนั้นเก็บไว้ จากนั้นก็พิมพ์เบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายชาวกัมพูชาคนนั้นลงไปอีกครั้ง แล้วก็ถ่ายรูปตำแหน่งที่แสดงขึ้นมาเก็บไว้อีก
เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ จินหนานก็ออกจากเว็บไซต์ ตรวจดูรูปถ่ายตำแหน่งสองรูปที่เพิ่งถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือเมื่อครู่นี้
ตำแหน่งของโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องอยู่ที่เดียวกัน นั่นคือ สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา
ส่วนตำแหน่งที่ตั้งเฉพาะของโทรศัพท์คือที่โรงแรมและคาสิโนเมนี่ในสีหนุวิลล์
หลังจากรู้ตำแหน่งเป้าหมายแล้ว จินหนานก็สวมหมวกแก๊ป รีบออกจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่อย่างไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งซ่างเหราเพื่อขึ้นรถเถื่อนทางไกลสายซ่างเหรา-หนานหนิง
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่นั่งรถไฟความเร็วสูง
ข้อแรกคือ เขาพกมีดสั้นติดตัวมาด้วย
ข้อที่สองคือ เขายังอยู่ในช่วงรักษาความลับ ในช่วงเวลานี้หากต้องการออกนอกเมือง จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เขาไม่อยากแจ้งให้สำนักงานกิจการทหารรู้ว่าเขาออกจากซ่างเหราแล้ว
ระยะทางจากซ่างเหราถึงหนานหนิงเป็นเส้นตรงหนึ่งพันหนึ่งร้อยกิโลเมตร จินหนานขึ้นรถตอนบ่ายโมง และมาถึงในเวลาเก้าโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น
เมื่อมาถึงหนานหนิง จินหนานก็ไม่ได้พักผ่อน เขาขึ้นรถเถื่อนอีกคันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองเล็ก ๆ แถวชายแดนจีน-เวียดนาม
ตอนเที่ยงตรง จินหนานกินอาหารที่เมืองชายแดนเล็กน้อย แล้วก็เดินทางเข้าไปในป่าเขาลำเนาไพรเพียงลำพัง แม้จะไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่ด้วยประสบการณ์เดินป่าหลายปีในหน่วยรบพิเศษ เขาก็สามารถข้ามพรมแดนเข้าสู่อาณาเขตของจังหวัดหลั่งเซินในเวียดนามได้อย่างราบรื่น
หลังจากเดินมาตามเส้นทางภูเขาในอาณาเขตของเวียดนามกว่าหนึ่งชั่วโมง จินหนานก็มาถึงเมืองชายแดนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
เนื่องจากที่นี่คือชายแดนจีน-เวียดนาม ดังนั้นเงินหยวนจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในท้องถิ่น และยังสามารถใช้การชำระเงินผ่านวีแชทได้ด้วย เขาใช้การสแกนวีแชทจ่ายเงินไปสองหมื่นหยวน เพื่อแลกกับเงินเจ็ดสิบล้านดองเวียดนามที่นี่ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่าของทางการเล็กน้อย
จินหนานใช้เงินสามสิบห้าล้านดองเวียดนามซื้อรถกระบะมือสองมือสามที่ถูกใช้มาไม่รู้กี่ทอดคันหนึ่งในพื้นที่ แล้วก็ซื้ออาหารและน้ำเล็กน้อย จากนั้นก็ขับรถออกไปเพียงลำพัง จุดหมายปลายทางคือ อำเภอห่าเตียน เมืองชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเวียดนาม!
อำเภอห่าเตียนอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางคือเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เพียงแค่ร้อยกิโลเมตร เขาตั้งใจจะข้ามพรมแดนเข้ากัมพูชาจากอำเภอห่าเตียน และลักลอบเข้าไปในสีหนุวิลล์
การเดินทางด้วยการขับรถเองในครั้งนี้ถูกกำหนดให้เป็นการเดินทางที่แสนยาวนาน จากจุดเริ่มต้นถึงอำเภอห่าเตียน ระยะทางทั้งหมดหนึ่งพันหกร้อยกิโลเมตร จินหนานออกเดินทางตอนพระอาทิตย์ตกดิน และไปถึงตอนพระอาทิตย์ตกดินของวันรุ่งขึ้น
ขับรถมาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม
การเดินทางไกลติดต่อกันหลายวัน ต่อให้เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษอย่างจินหนานก็ยังทนไม่ค่อยไหว เมื่อมาถึงอำเภอห่าเตียน เขาก็หาโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเพื่อเข้าพัก และใช้เงินสามสิบห้าล้านดองเวียดนามที่เหลือแลกเงินห้าล้านเรียลกัมพูชากับเจ้าของโรงแรม
จินหนานพักผ่อนอยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืน พอเช้าวันรุ่งขึ้นฟ้าสางก็ออกเดินทางต่อ เนื่องจากต้องข้ามพรมแดนเข้ากัมพูชา จึงไม่สามารถใช้ถนนใหญ่ได้ ดังนั้นจินหนานจึงทิ้งรถกระบะของตัวเอง เดินทางเข้าป่าด้วยสัมภาระที่เบาบาง หลังจากเดินวกไปวนมาอยู่สามชั่วโมง ในที่สุดก็สามารถหลบเลี่ยงหน่วยพิทักษ์ชายแดนกัมพูชา-เวียดนามเข้าสู่อาณาเขตของกัมพูชาได้สำเร็จ
หลังจากข้ามพรมแดนมาได้ จินหนานก็เดินเท้าต่ออีกสองชั่วโมง จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในท้องถิ่น
ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เขาพักผ่อนเล็กน้อย จากนั้นก็จ่ายเงินหนึ่งล้านเรียลกัมพูชาเพื่อจ้างรถเถื่อนในพื้นที่ให้ไปส่งเขาที่สีหนุวิลล์
หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา
หลังจากผ่านไปสี่วันเต็ม ในที่สุดจินหนานก็มาถึงจุดหมายปลายทางอย่างสีหนุวิลล์
ตอนที่มาถึงสีหนุวิลล์คือเวลาบ่ายสามโมง จินหนานหาโรงแรมเพื่อพักผ่อนก่อน อาบน้ำ โกนหนวดเครา และแต่งตัวจนสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็ออกจากโรงแรมตอนทุ่มตรง
ตำแหน่งโทรศัพท์มือถือของผู้ชายชาวกัมพูชาและเสี่ยวปาล้วนอยู่ที่โรงแรมและคาสิโนเมนี่ เพื่อสืบข่าวและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมของโรงแรมและคาสิโน จินหนานจึงตรงไปที่โรงแรมแห่งนี้ทันที
“คุณผู้ชายครับ จะมาเล่นการพนันหรือมาเปิดห้องพักครับ?”
เมื่อจินหนานเดินเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรม พนักงานชายผิวคล้ำคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ฟังภาษาจีนรู้เรื่องไหม?” จินหนานยิ้มให้เขา
“ฟังรู้เรื่องครับ” พนักงานสลับโหมดเป็นภาษาจีนทันที แถมยังพูดได้ดีทีเดียว
นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะสีหนุวิลล์ก็เป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกัน
“ฉันอยากเล่นการพนัน ต้องไปที่ไหน?” จินหนานถาม
“เชิญตามผมมาครับ” พนักงานทำท่าผายมือเชิญอย่างสุภาพ จากนั้นก็เดินนำหน้าจินหนานไป
ภายใต้การนำทางของเขา จินหนานและเขาเดินเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่ง ด้วยความช่างสังเกต เขาจึงสังเกตเห็นว่าลิฟต์มีปุ่มกดทั้งหมดสิบสองปุ่ม ชั้นใต้ดินหนึ่ง ชั้นใต้ดินสอง ชั้นใต้ดินสาม และชั้นบนดินตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นเก้า
ปุ่มกดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญก็คือ นอกจากชั้นแปดและชั้นเก้าที่ไม่มีไฟสว่างแล้ว ปุ่มกดอื่น ๆ ล้วนมีไฟสว่างทั้งสิ้น
เขาจงใจเอามือไปวางบนปุ่มชั้นแปด แล้วกดลงไปเบา ๆ พนักงานเห็นดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป รีบคว้ามือของเขาเอาไว้ทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “คุณผู้ชายครับ ชั้นแปดและชั้นเก้าไม่เปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกครับ”
“อ๋อ ๆ ขอโทษที ฉันก็แค่สงสัยว่าปุ่มอื่นไฟติดหมด มีแค่สองปุ่มนี้ที่ไฟไม่ติด ก็นึกว่ามันเสียน่ะ” จินหนานรีบพนมมือขอโทษเขา
พนักงานไม่ได้สงสัยอะไร สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง และยกมือกดปุ่มชั้นใต้ดินสาม
ลิฟต์เริ่มเลื่อนลงมา พร้อมกับเสียงดังกริ๊ง ประตูลิฟต์ก็ค่อย ๆ เปิดออก ภาพฉากหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที นี่คือคาสิโนขนาดใหญ่พอสมควร มีโต๊ะเล็กโต๊ะใหญ่เป็นร้อยโต๊ะ นักพนันหน้าตาหลากหลายนับร้อยคนนั่งลงเดิมพันอยู่ที่โต๊ะพนัน ไฟที่นี่สว่างมาก ทำให้คนที่เดินเข้าไปอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
แต่จินหนานไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ข้อมูลที่เขาอยากรู้ เขาเพิ่งจะรู้ไปเมื่อกี้นี้แล้ว ทว่าเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานสงสัย เขาก็ยังคงเอาเงินจำนวนหนึ่งไปเล่นที่โต๊ะพนัน
หลังจากเล่นอยู่ในคาสิโนมาสามชั่วโมง และเสียเงินไปสามล้านเรียลกัมพูชา เขาก็แกล้งทำหน้าเศร้าเดินจากไป
“คุณผู้ชายครับ ออกมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ ได้หรือเสียล่ะครับ?”
ตอนที่เดินออกจากลิฟต์มาถึงล็อบบี้ พนักงานที่นำทางจินหนานก่อนหน้านี้ก็ถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“โธ่เอ๊ย วันนี้มือไม่ขึ้นเลย พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” จินหนานตอบกลับ ในขณะเดียวกันก็ใช้สายตาเหลือบมองป้ายชื่อที่หน้าอกของเขาอย่างไม่ใส่ใจ พนักงานต้อนรับส่วนหน้าคาเบลอน
แผนการหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจของเขา
“เดินทางปลอดภัยนะครับ” พนักงานต้อนรับคาเบลอนโค้งคำนับพร้อมรอยยิ้ม
จินหนานโบกมือให้เขา แล้วเดินออกจากโรงแรมไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากออกมา จินหนานก็เริ่มสังเกตการณ์ภูมิประเทศรอบ ๆ โรงแรมและคาสิโนเมนี่ เพื่อกำหนดเส้นทางหลบหนี เวลาผ่านไปอีกสามชั่วโมง หลังจากที่เขาสำรวจรอบอาคารโรงแรมเสร็จ เขาก็มาที่ถนนฝั่งตรงข้ามประตูโรงแรม ยืนพิงป้ายบอกทาง จุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน สายตาจับจ้องไปที่ประตูโรงแรมเป็นระยะ ๆ