- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 2 นึกว่าจะแนะนำคู่ครองให้ ที่ไหนได้กลับอยากให้ไปช่วยคน! ค่าจ้าง 300,000 หยวน!
บทที่ 2 นึกว่าจะแนะนำคู่ครองให้ ที่ไหนได้กลับอยากให้ไปช่วยคน! ค่าจ้าง 300,000 หยวน!
บทที่ 2 นึกว่าจะแนะนำคู่ครองให้ ที่ไหนได้กลับอยากให้ไปช่วยคน! ค่าจ้าง 300,000 หยวน!
บทที่ 2 นึกว่าจะแนะนำคู่ครองให้ ที่ไหนได้กลับอยากให้ไปช่วยคน! ค่าจ้าง 300,000 หยวน!
“คุณป้าครับ ตกลงว่าคุณป้ามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะตรงหน้าหลี่ซูเฟิน แล้วถามขึ้นอย่างอดไม่ได้จริง ๆ
หลี่ซูเฟินสูดหายใจลึก ๆ หลายครั้ง ดูเหมือนกำลังลังเลอะไรบางอย่าง “เสี่ยวหนาน เธอช่วย...ช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหม?” เธอพูดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ดูเหมือนว่าเรื่องที่จะให้ช่วยนี้จะไม่ใช่เรื่องธรรมดา
“เอ่อ.. คุณป้าบอกมาได้เลยครับ ถ้าช่วยได้ผมจะช่วยแน่นอน” จินหนานตอบกลับโดยไม่ลังเลด้วยความเกรงใจและมารยาท
เมื่อหลี่ซูเฟินได้ยินว่าจินหนานยินดีช่วย เธอก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา ค้นหารูปถ่ายรูปหนึ่งแล้วยื่นให้อีกฝ่ายดูทันที
จินหนานรับโทรศัพท์มือถือมา เห็นว่ารูปถ่ายใบนี้เป็นรูปเซลฟี่ เจ้าของรูปเป็นผู้หญิงอายุยี่สิบต้น ๆ ผมยาว ใบหน้ารูปไข่ ตากลมโตฟันขาว ริมฝีปากบาง ผิวขาวเนียน สวมกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตสีขาว รูปร่างได้สัดส่วน ดูเป็นสาวสวยระดับแนวหน้าเลยทีเดียว
คุณป้าคงไม่ได้กำลังแนะนำคนรักให้ผมหรอกนะ
จินหนานอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ในใจรู้สึกเบิกบานเล็กน้อย แต่พอนึกถึงเงินในกระเป๋าที่มีอยู่น้อยนิด ความเบิกบานนั้นก็หายวับไปทันที
ไม่มีเงินจะเอาอะไรไปจีบสาวล่ะ
ในชั่วพริบตา เขาก็คิดคำพูดที่จะเอาไว้ใช้ปฏิเสธการจับคู่ของหลี่ซูเฟินไว้เรียบร้อยแล้ว
“เสี่ยวหนาน นี่คือเสี่ยวปาลูกสาวของฉัน สองเดือนก่อนเธอบอกว่าจะไปเที่ยวที่ยูนนานกับเพื่อน รูปเซลฟี่ใบนี้ถ่ายที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในยูนนาน เดิมทีก็คิดว่านี่เป็นแค่การไปเที่ยวธรรมดา ๆ ใครจะไปคิดว่าหลังจากนั้น....”
หลี่ซูเฟินพูดไปน้ำตาก็ร่วงหล่นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอสะอื้นไห้พลางพูดประโยคสุดท้ายออกมา “หลังจากนั้นก็ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งได้รับข่าวของเธออีกครั้ง ก็เป็นผู้ชายที่พูดติดสำเนียงเหน่อ ๆ โทรมา เขาอ้างตัวว่าเป็นชาวกัมพูชา บอกว่าเสี่ยวปาอยู่ในมือพวกเขา และต้องการให้เราจ่ายเงินสองแสนหยวนถึงจะยอมปล่อยตัวคน”
“ฉันกับพ่อของเด็กถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอถูกหลอก หรือจะบอกว่าถูกลักพาตัว.. ลักพาตัวไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชาแล้ว” เมื่อพูดจบ เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาจนดวงตาแดงก่ำ
ส่วนจินหนานหลังจากฟังเธอเล่าจบ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจและกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขานึกว่าเธอจะแนะนำแฟนให้ ที่แท้ลูกสาวของเธอก็ถูกลักพาตัวไปที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชานี่เอง
“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ?”
หลังจากย่อยข้อมูลเหล่านี้เสร็จ จินหนานก็ถามขึ้น
หลี่ซูเฟินหยิบกระดาษทิชชู่ออกจากกระเป๋ามาเช็ดน้ำตา ใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วเล่าต่อว่า “หลังจากนั้นพวกเราก็ไปแจ้งความ ตำรวจก็รับเรื่องไว้แล้ว แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ทางตำรวจก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย ตอนนั้นเอง ผู้ชายชาวกัมพูชาคนนั้นก็โทรมาอีก แถมยังให้เสี่ยวปาตะโกนผ่านโทรศัพท์ว่า... แม่คะ... แม่มาช่วยหนูด้วย....”
พูดถึงตรงนี้อารมณ์ที่เพิ่งสงบลงก็กลับมาแตกสลายอีกครั้ง เธอร้องไห้จนตัวสั่นเทา จินหนานทนดูไม่ได้ จึงเข้าไปใกล้หลี่ซูเฟินแล้วตบหลังเธอเบา ๆ เพื่อหวังจะปลอบโยน
หลี่ซูเฟินร้องไห้อยู่สองสามนาที ก็กลับมาสงบสติอารมณ์ได้อีกครั้ง แต่เสียงยังคงเจือแววสะอื้นไห้อยู่ “ทางกัมพูชาขอให้โอนเงินสองแสนหยวนภายในสามวัน ไม่อย่างนั้นจะส่งเสี่ยวปาไปรับแขก ฉันกับพ่อของเด็กไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องโอนเงินไปให้”
“แต่ใครจะไปคิดว่า พอคนคนนั้นได้รับเงินกลับไม่ยอมปล่อยคน แถมยังต้องการให้เราโอนเงินไปให้อีกแปดแสนหยวน แปดแสนหยวนเลยนะ ฉันกับพ่อของเด็กเป็นแค่พนักงานธรรมดา ๆ หักค่าใช้จ่ายในหนึ่งปีแล้ว ก็เก็บเงินได้แค่ห้าหกหมื่น แถมสินเชื่อบ้านก็เพิ่งจะผ่อนหมดไปเมื่อปีก่อน ไม่มีทางหาเงินแปดแสนหยวนมาให้ได้หรอก”
“ตอนนี้บ้านของเราไม่เพียงแต่ไม่มีเงินแปดแสนหยวนมาให้ แต่ก็ไม่อยากเอาเงินแปดแสนหยวนไปแลกกับตัวคน ไม่ใช่ว่าเสียดายเงินหรอกนะ แต่กลัวว่าพอเขาได้เงินไปแล้วก็จะไม่ปล่อยตัวคนอีก”
“เสี่ยวหนาน” จู่ ๆ หลี่ซูเฟินก็คว้าแขนของจินหนานไว้ แววตาที่จ้องมองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความอ้อนวอน “เมื่อก่อนแม่ของเธอเคยบอกว่าเธอไปเป็นทหารตั้งแต่เมื่อเก้าปีก่อน เธอเป็นทหารมาเก้าปี จะต้องไม่ใช่ทหารธรรมดาแน่ ๆ เธอช่วยป้าไปพาตัวเสี่ยวปากลับมาได้ไหม?”
“ให้ผมไปช่วยเธอกลับมาเหรอครับ?”
จินหนานไม่คิดเลยว่าเรื่องที่หลี่ซูเฟินอยากให้ช่วยคือการไปช่วยลูกสาวของเธอกลับมา เขายังคิดว่าอีกฝ่ายแค่อยากให้เขาใช้เส้นสายในกองทัพช่วยตรวจสอบให้
“ได้ไหม?” มือที่จับแขนของจินหนานเอาไว้ของหลี่ซูเฟินบีบแน่นขึ้นอีกนิด
จินหนานถอนหายใจ แม้จะไม่อยากทำให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังเศร้าโศกคนนี้ต้องผิดหวัง แต่เขาก็ยังคงส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “คุณป้าครับ ผมปลดประจำการแล้ว ตามกฎของกองทัพ ผมยังอยู่ในช่วงรักษาความลับ ไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ดังนั้นเรื่องนี้ ผมช่วยไม่ได้จริง ๆ ครับ”
ความจริงแล้วเหตุผลที่เขาไม่อยากไปไม่ใช่แค่เพราะอยู่ในช่วงรักษาความลับเท่านั้น แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ตอนนี้เขาแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมั่นคง ไม่อยากไปเสี่ยงชีวิตท่ามกลางห่ากระสุนอีกแล้ว
“เสี่ยวหนาน เธออย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ ป้าจะไม่ให้เธอช่วยเปล่า ๆ หรอก สามแสนหยวน ขอแค่เธอพาเสี่ยวปากลับมาได้ ฉันจะให้เธอสามแสนหยวน”
หลี่ซูเฟินยังไม่ยอมถอดใจ เธอจับแขนของจินหนานเอาไว้แน่น
จินหนานออกแรงสลัดเธอออก ลุกขึ้นเดินไปอีกด้านเพื่อรักษาระยะห่าง น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “ผมช่วยไม่ได้จริง ๆ ครับคุณป้า คุณป้าอย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ”
เขาไม่อยากทำผิดกฎหมายเพื่อเงินสามแสนหยวน และยิ่งไม่อยากไปเสี่ยงอันตรายถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาเพื่อไปช่วยคนเพื่อเงินสามแสนหยวนด้วย ถ้าเขายังเป็นทหารอยู่ เขาอาจจะลองพิจารณาดู หน้าที่ของทหารคือการปกป้องบ้านเมืองและประเทศชาติ แต่ตอนนี้ เขาถอดเครื่องแบบทหารออกแล้ว จึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดชอบนั้นอีกต่อไป
เมื่อหลี่ซูเฟินได้ยินคำพูดของจินหนาน เธอก็ไม่ได้แสดงสีหน้าท้อแท้ใจออกมา เธอลุกขึ้นยืน คลำหาอะไรบางอย่างบนตัว สุดท้ายก็หยิบนามบัตรใบหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะ
“เธอลองกลับไปคิดดูดี ๆ ถ้าคิดได้แล้วก็โทรหาป้า ขอแค่เธอพยักหน้า ฉันจะเอาเงินสามแสนหยวนมาให้ทันที”
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่น และเปิดประตูเดินออกไป
จินหนานมองดูนามบัตรบนโต๊ะ ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ แม้เขาจะเห็นใจในสิ่งที่เพื่อนบ้านต้องเผชิญ และรู้สึกเสียดายแทนลูกสาวของเธอ แต่ว่า.... มันก็ไม่ได้อยู่ดี
“เชี่ย! บะหมี่ของผม!”
จู่ ๆ จินหนานก็นึกถึงบะหมี่ของตัวเองขึ้นมาได้ จึงรีบเปิดฝาถ้วยบะหมี่ออก เอาส้อมจิ้มลงไป หัวใจที่แขวนคออยู่ก็ตายสนิท
อืดหมดแล้ว!
เส้นเละแล้ว!
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ!
จินหนานอยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา
หลังจากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รสชาติไม่ค่อยจะอร่อยเข้าไปจนหมด จินหนานก็ล็อกอินเข้าสู่แอปพลิเคชันหางานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไร ขอแค่เป็นตำแหน่งงาน เขาก็ส่งเรซูเม่ไปให้หมด
หลังจากส่งเรซูเม่ไปตามตำแหน่งงานทั้งหมดในแอปพลิเคชันจนเสร็จ เขาก็ไปอาบน้ำอย่างพอใจ แล้วขึ้นเตียงพักผ่อน
เจ็ดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น จินหนานตื่นนอนแต่เช้าตรู่ สิ่งแรกที่ทำหลังจากตื่นนอนก็คือการตรวจสอบระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชันหางาน ซึ่งก็ยังคงน่าผิดหวังเหมือนเคย ไม่มีบริษัทไหนตอบกลับมาเลย
เขาถอนหายใจ แล้วตัดสินใจไปดูที่ตลาดแรงงานในท้องถิ่น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา จินหนานออกจากบ้าน ใช้โทรศัพท์มือนำทางไปยังตลาดแรงงาน จากนั้นก็สแกนจักรยานสาธารณะที่หน้าหมู่บ้าน สองขาปั่นอย่างบ้าคลั่ง ใช้เวลาปั่นอยู่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงตลาดแรงงาน
เมื่อมาถึงที่หมาย เขาก็เพิ่งพบว่าตลาดแรงงานไม่ได้คึกคักพลุกพล่านอย่างที่คิดไว้เลยว่าจะมีคนมายืนชูป้ายหางาน มีฝ่ายบุคคลของหลาย ๆ บริษัทยืนชูป้ายรับสมัครงาน หรือมีป้ายประกาศรับสมัครงานแปะเต็มบอร์ดประกาศ ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ตลาดแรงงานว่างเปล่า ไม่มีใครมาหางาน และไม่มีบริษัทมารับสมัครคน บอร์ดประกาศก็ขึ้นสนิมและผุพังไปหมดแล้ว ประกาศรับสมัครงานบางส่วนบนกำแพงก็เหลืองและฉีกขาดไปหมดแล้ว