- หน้าแรก
- ผมก็แค่แพทย์ฝึกหัดที่มีระบบสุดเทพ
- บทที่ 35 - หมอนี่มันสวะตัวจริง
บทที่ 35 - หมอนี่มันสวะตัวจริง
บทที่ 35 - หมอนี่มันสวะตัวจริง
“ขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษจริงๆ”
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในแผนกฉุกเฉิน
“ผมเป็นเพื่อนบ้านของเขาเองครับ ต้องขอโทษด้วยที่สร้างความวุ่นวายให้นะครับ”
“อ้อ! ผู้หญิงที่หมดสติแล้วถูกส่งตัวมาเมื่อกี้นี้ คือภรรยาของเขาเองครับ”
เมื่อเห็นติงเกอทำหน้างง เพื่อนบ้านคนนั้นก็รีบอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองคนให้ฟัง
“ฉันจะไปหาเมียจ๋า”
“พวกแกมันคนเลว”
“ไม่ยอมให้ฉันไปหาเมีย”
ชายขี้เมายังคงนั่งพึมพำกับตัวเองอยู่บนพื้น
“เอ่อ... คุณหมอครับ จะเป็นไรไหมถ้าผมจะพาเขาไปหาภรรยาที่ห้องพักผู้ป่วย? บางทีถ้าเขาเห็นหน้าภรรยาแล้ว เขาอาจจะสงบสติอารมณ์ลงบ้างก็ได้นะครับ”
เพื่อนบ้านพยายามเกลี้ยกล่อมยังไงชายขี้เมาก็ไม่ยอมฟัง แถมยังโวยวายเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
เขาจนปัญญาแล้วจริงๆ จึงหันไปขอความเห็นจากติงเกอ
“ก็ได้ครับ คุณช่วยประคองเขาไปทีนะ เดี๋ยวผมจะพาเดินไปที่ห้องผู้ป่วยเอง”
ติงเกอเห็นว่าเริ่มมีคนไข้คนอื่นๆ มามุงดูเหตุการณ์กันเยอะขึ้นแล้ว ขืนปล่อยให้ไอ้ขี้เมานี่โวยวายต่อไป มีหวังได้รบกวนคนไข้คนอื่นๆ แน่
สุดท้ายเขาจึงจำใจต้องยอมให้เพื่อนบ้านพาชายคนนี้ไปหาภรรยาที่ห้องพัก
“ได้เลยครับๆ” เพื่อนบ้านรีบพยุงชายขี้เมาเดินตามติงเกอไปที่ห้องพักผู้ป่วย
“ฉันจะไปหาเมียจ๋า”
“โอเคๆ เดี๋ยวผมพาไปหาเมียนะ”
เพื่อนบ้านคนนี้ช่างเป็นคนดีศรีสังคมจริงๆ สถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจตามมาดูแลไม่ยอมทิ้ง
“หลบไปเลย!”
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป ชายขี้เมาก็ผลักเพื่อนบ้านที่ช่วยพยุงมาซะกระเด็น
โชคดีที่ติงเกอตาไว รีบพุ่งเข้าไปรับร่างของเพื่อนบ้านเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้ล้มหัวฟาดพื้นแน่ๆ
“ขอบคุณครับหมอ” เพื่อนบ้านหันไปขอบคุณติงเกอ
“ไม่เป็นไรครับ” ติงเกอส่ายหน้าเบาๆ
ในจังหวะที่ติงเกอกำลังช่วยพยุงเพื่อนบ้านอยู่นั้น ชายขี้เมาก็วิ่งโซเซตรงดิ่งไปที่เตียงของภรรยา
“เมียจ๋า~”
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! มานอนผลาญเงินเล่นอยู่โรงพยาบาลแบบนี้ได้ยังไง!”
“เธอจะเอาเงินมาผลาญเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันยังต้องเอาเงินไปเล่นไพ่อีก!”
“ถ้าเธอใช้เงินหมด แล้วฉันจะเอาอะไรไปเล่นล่ะ!”
“ใช่แล้ว! เธอจะมานอนกินบ้านกินเมืองแบบนี้ไม่ได้ ต้องลุกไปทำงานหาเงินมาให้ฉันเยอะๆ สิ!”
“รีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ฉันกินได้แล้ว ฉันหิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย!”
“อ้อ! อย่าลืมล้างจานด้วยล่ะ!”
“เสื้อผ้ากองโตก็ยังไม่ได้ซักเลยนะ!”
“แล้วก็... กลับไปปั๊มลูกกันเถอะ ฮี่ๆๆ ฉันยังไม่มีลูกเลยนะ”
“ก็โทษเธอคนเดียวนั่นแหละ ที่ไม่มีน้ำยาผลิตลูกให้ฉัน มีเมียแบบเธอแล้วมันได้ประโยชน์อะไรฮะ!”
“เมียจ๋า ทำไมไม่ลุกขึ้นมาล่ะจ๊ะ”
“สายอะไรระโยงระยางเต็มไปหมดเนี่ย? อ๋อ! เพราะไอ้สายพวกนี้ใช่ไหม เธอถึงลุกขึ้นมาไม่ได้น่ะ”
“มาๆ เดี๋ยวผัวคนนี้จะดึงมันออกให้เองนะจ๊ะ”
ในจังหวะที่มือของชายขี้เมากำลังจะเอื้อมไปดึงสายน้ำเกลือ ติงเกอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“หยุด!”
พอได้ยินว่าไอ้บ้านั่นจะดึงสายน้ำเกลือ ติงเกอก็หันขวับกลับมาตวาดลั่น
ติงเกอเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลได้หลายวันแล้ว ในสายตาของทุกคน เขาเป็นคนที่มีบุคลิกอ่อนโยนและพูดจาสุภาพเรียบร้อยมาโดยตลอด
ต่อให้จะเป็นตอนที่เขากำลังด่าคน เขาก็ยังด่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน
แต่พฤติกรรมของไอ้ขี้เมาคนนี้ มันทำให้ความอดทนของติงเกอขาดผึง!
บังคับให้เมียไปทำงานหาเงินมาบำเรอการพนัน?
ทั้งที่เมียป่วยปางตายขนาดนี้ ยังจะลากสังขารให้กลับไปทำงานบ้านรับใช้ตัวเองอีก?
นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์มนาเขาทำกันเหรอวะ?!
พร้อมกับเสียงตวาด ติงเกอก็พุ่งกระโจนเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้ขี้เมา แล้วเหวี่ยงมันลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
ติงเกอไม่สนใจไอ้ขยะนั่นอีก เขาปราดเข้าไปเช็กดูอาการของคนไข้ที่เตียงทันที
พอเห็นว่าสายน้ำเกลือและอุปกรณ์ต่างๆ ยังอยู่ครบถ้วน ติงเกอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
โชคดีที่เขาพุ่งเข้ามาหยุดไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นการรักษาที่อุตส่าห์ทำมาทั้งหมดก็คงสูญเปล่า
หลังจากตรวจดูอาการคนไข้เรียบร้อยแล้ว ติงเกอก็หันขวับไปจ้องหน้าไอ้ขี้เมาด้วยดวงตาที่ลุกวาวไปด้วยไฟโทสะ
“แกทำบ้าอะไรวะ!”
“ฉันจะสั่งให้เมียไปหาเงินมาให้ฉัน มันผิดตรงไหน!”
“อย่ามาแส่เรื่องของผัวเมีย!”
พูดจบ ไอ้ขี้เมาก็พยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากพื้น
แต่ก็โดนติงเกอประเคนฝ่าเท้าถีบยอดอก จนหงายหลังลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นอีกรอบ
“หุบปากเน่าๆ ของแกซะ!”
“หาเงิน? ตัวแกเป็นผู้ชายแท้ๆ มีมือมีเท้าทำไมไม่รู้จักออกไปทำมาหากินวะ! เกาะเมียกินไม่พอ ยังจะเอาเงินไปผลาญกับบ่อนพนันอีก!”
“ถุย!”
“แล้วเมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ? อยากมีลูกงั้นเหรอ? เด็กคนไหนเกิดมาเป็นลูกแก แม่งโคตรจะโชคร้ายเลยว่ะ!”
“ไอ้สวะสังคมเอ๊ย!”
“ไอ้ขยะ!”
เสียงตวาดด่าทอของติงเกอดังก้องไปทั่วทางเดิน ดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มารวมตัวกันมุงดูอยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมหมอติงที่แสนจะสุภาพเรียบร้อย ถึงได้ปรี๊ดแตกด่าคนเสียงดังลั่นขนาดนั้นล่ะ?” พยาบาลหลายคนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็ซุบซิบนินทาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ก็ไอ้ขี้เมานั่นน่ะสิ เมื่อกี้ฉันเดินผ่านหน้าห้องพอดี ได้ยินมันพูดว่า...” พยาบาลอีกคนรีบถ่ายทอดวีรกรรมสุดบรรเจิดของไอ้ขี้เมาให้เพื่อนๆ ฟังอย่างออกรส
“โหย! ไอ้สวะเอ๊ย! แม่งเห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องมือผลิตเงินกับเครื่องผลิตลูกชัดๆ!” พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าพยาบาลสาวก็พากันรุมด่าสาปแช่งไอ้ขี้เมากันอย่างดุเดือด
“หัวหน้ามา!”
พอเห็นหลี่เสวี่ยฉีเดินแหวกวงล้อมเข้ามา พยาบาลสาวๆ ก็รีบหุบปากฉับ แล้วโค้งทักทายรองหัวหน้าแผนกทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่เสวี่ยฉีกวาดสายตามองกลุ่มพยาบาล
ตอนที่เธอนั่งทำงานอยู่ในห้องพัก เธอได้ยินเสียงติงเกอตะโกนโหวกเหวกโวยวายลั่นแผนก ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เธอจึงรีบวิ่งออกมาดู
พวกพยาบาลสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา
“เอาล่ะๆ ไม่มีอะไรก็แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้วไป” หลี่เสวี่ยฉีโบกมือไล่
พวกพยาบาลราวกับได้รับคำสั่งอภัยโทษ รีบสลายตัวแยกย้ายกลับไปทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว
หลี่เสวี่ยฉีชะโงกหน้าเข้าไปดูเหตุการณ์ในห้องพักผู้ป่วย
ภาพที่เห็นคือติงเกอกำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองไอ้ขี้เมาที่นั่งกองอยู่บนพื้น
เธอไม่รอช้า รีบผลักประตูเดินเข้าไปในห้องทันที
“ทำไม! มีปัญหาอะไร! นังนี่มันเป็นเมียฉัน มันก็ต้องยอมเป็นวัวเป็นควายรับใช้ฉันสิวะ! ผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ!” ไอ้ขี้เมายังคงแหกปากเถียงคำไม่ตกฟาก
หลี่เสวี่ยฉีปรายตามองไอ้ขี้เมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหน้าติงเกอ
“อย่าลงไม้ลงมือเชียวนะ” เธอขยับเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
“แต่ไอ้เวรนี่มัน...”
ติงเกอเจอพวกขยะสังคมมาก็เยอะ แต่สวะระดับพรีเมียมที่เลวทรามต่ำช้าได้ขนาดนี้ เขาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตนี่แหละ!
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันจัดการเอง” หลี่เสวี่ยฉีส่งสายตาห้ามปรามติงเกอ
“รปภ. คะ รบกวนมาที่ห้อง 186 ด่วนเลยค่ะ” วิธีรับมือของหลี่เสวี่ยฉีนั้นเรียบง่ายและเด็ดขาดมาก นั่นก็คือการเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากคอออกไปซะ!
“คุณคือคนที่พาเขามาใช่ไหมคะ?” หลี่เสวี่ยฉีหันไปถามเพื่อนบ้านที่ยืนทำหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ
“ใช่ครับๆ” เพื่อนบ้านรีบพยักหน้ารับคำรัวๆ
“รบกวนคุณช่วยพาเขากลับไปส่งที่บ้านด้วยนะคะ ทางเราคงปล่อยให้เขาส่งเสียงดังรบกวนคนไข้คนอื่นๆ ในแผนกต่อไปไม่ได้หรอกค่ะ”
“ถึงแม้ทางโรงพยาบาลจะไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายเรื่องภายในครอบครัวของเขา แต่ในเมื่อภรรยาของเขายังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ เราก็มีหน้าที่ต้องดูแลปกป้องคนไข้ของเราให้ดีที่สุดค่ะ”
เพื่อนบ้านได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย
อย่าว่าแต่ติงเกอเลย เมื่อกี้เขาก็แทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่หน้าไอ้ขี้เมานี่สักทีสองทีเหมือนกัน!
“ขอบคุณค่ะ” หลี่เสวี่ยฉีค้อมหัวขอบคุณ
“ช่วยลากตัวผู้ชายคนนี้ออกไปจากโรงพยาบาลทีค่ะ”
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งหน้าตั้งเข้ามา หลี่เสวี่ยฉีก็ชี้มือไปที่ไอ้ขี้เมาที่นั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
“รับทราบครับ!”
รปภ. สองคนหิ้วปีกไอ้ขี้เมาคนละข้าง ก่อนจะช่วยกันลากถูลู่ถูกังออกไปจากโรงพยาบาล โดยมีเพื่อนบ้านเดินตามประกบออกไปติดๆ
ในที่สุด แผนกฉุกเฉินอันแสนวุ่นวายก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อกี้มีเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของทุกคน”
ในห้องพักนี้ยังมีคนไข้เตียงอื่นๆ นอนพักรักษาตัวอยู่อีก หลี่เสวี่ยฉีจึงหันไปโค้งคำนับขอโทษคนไข้ทุกคนในห้อง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหมอ ร้อยพ่อพันแม่ คนประเภทนี้ก็มีถมไป”
“ใช่ค่ะๆ ฉันว่าที่คุณหมอผู้ชายคนนั้นด่าไปน่ะ ถูกต้องที่สุดแล้วล่ะค่ะ”
บังเอิญว่าคนไข้ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นผู้หญิงกันหมด พวกเธอจึงรู้สึกโกรธแค้นและอินกับคำพูดของไอ้ขี้เมาเป็นพิเศษ
เกิดเป็นลูกผู้หญิงแต่งงานมีสามี ถึงจะไม่หวังให้เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างสุขสบายดั่งคุณนาย แต่ก็ควรจะช่วยกันทำมาหากินสร้างครอบครัวไปด้วยกันสิ!
แต่ไอ้ขี้เมาคนนี้กลับหน้าด้านบังคับให้เมียทำงานงกๆ เพื่อเอาเงินมาประเคนให้ตัวเองไปถลุงเล่นในบ่อน แถมยังโขกสับให้ทำงานบ้าน และบังคับให้ผลิตทายาทสืบสกุลอีก!
ถ้าเมียต้องทำหน้าที่หาเงิน เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน แล้วไอ้ตัวผู้มันมีหน้าที่ทำอะไรล่ะ? แดกเหล้าเมายาเล่นการพนันไปวันๆ งั้นเหรอ?
ด้วยเหตุนี้ บรรดาสาวๆ ในห้องพักผู้ป่วยจึงไม่มีใครรู้สึกโกรธเคืองที่ติงเกอออกโรงอาละวาดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกเธอกลับรู้สึกสะใจและชื่นชมในการกระทำอันเด็ดเดี่ยวของเขาซะด้วยซ้ำ!
(จบแล้ว)