เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - วัยรุ่น ไม่เล่นตามน้ำ

บทที่ 30 - วัยรุ่น ไม่เล่นตามน้ำ

บทที่ 30 - วัยรุ่น ไม่เล่นตามน้ำ


“ซวยแล้ว”

พอหวังฉวนเห็นเฉินซิงยืนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินซิงต้องประทับใจในตัวติงเกอมากแน่ๆ

“เอาไงดีวะเนี่ย? ขนาดตอนฉันมาทำงานที่นี่ ผู้อำนวยการยังเสนอเงินเดือนให้ตั้งเดือนละหนึ่งแสนหยวน แล้วระดับไอ้ติงเกอเนี่ย ไม่โดนเสนอให้เดือนละเป็นล้านเลยเหรอวะ?”

หวังฉวนเริ่มร้อนรนเป็นหนูติดจั่น สมองของเขาคิดหาวิธีสกัดดาวรุ่งติงเกออย่างหนัก

“คุณเฉิงครับ ในเมื่อแผลก็เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

ติงเกอยังมีเข้าเวรตอนกลางคืนต่อ จึงไม่สามารถอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่ได้นานนัก

“เดี๋ยวก่อนครับหมอติง เรามาแลกคอนแทกต์ติดต่อกันไว้หน่อยดีไหมครับ เผื่อวันหน้าวันหลังมีธุระอะไร จะได้ติดต่อกันได้สะดวก”

ปกติเฉิงลู่ไม่เคยเป็นฝ่ายขอแลกคอนแทกต์กับใครก่อนเลย แต่วันนี้เขารู้สึกถูกชะตากับติงเกอมาก จึงอยากจะทำความรู้จักและผูกมิตรเอาไว้

“ยินดีครับ” ติงเกอเห็นว่าเฉิงลู่รักและห่วงใยน้องสาวมาก ก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดี จึงยอมบอกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองไปอย่างว่าง่าย

หลังจากทั้งสองคนแอดวีแชตกันเสร็จเรียบร้อย ติงเกอก็เตรียมตัวจะขอตัวกลับ

“ไปส่งหมอติงหน่อยสิ” เฉิงลู่หันไปสั่งชายร่างยักษ์ให้ไปส่งติงเกอ

“เชิญครับหมอติง” ชายร่างยักษ์รู้หน้าที่ รีบผายมือเชิญติงเกอออกไป

แต่ทันทีที่พวกเขาเปิดประตูออกมา ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับหวังฉวนและเฉินซิงที่ยืนอยู่หน้าประตูพอดี

“เอ่อ... สวัสดีครับ ผมเป็นผู้อำนวยการของคลินิกเสริมความงามแห่งนี้ครับ ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาคุยกันสักหน่อยไหมครับหมอติง?”

เฉินซิงฉีกยิ้มกว้างทักทายติงเกออย่างเป็นมิตร

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมมีธุระด่วนจริงๆ”

ติงเกอส่ายหน้าปฏิเสธ เขาออกมาข้างนอกจะครึ่งชั่วโมงแล้ว แถมคืนนี้ยังมีเข้าเวรตอนทุ่มตรงอีก เวลาของเขามีจำกัดจริงๆ

“เอ่อ... คุยแค่แป๊บเดียวเองครับ”

หวังฉวนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี น้ำเสียงของเฉินซิงฟังดูเหมือนกำลังอ้อนวอนติงเกออยู่เลยนะเนี่ย!

“ให้เวลาแค่สิบนาทีนะครับ” ติงเกอยื่นคำขาด

“ได้ครับๆ” เฉินซิงรีบพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินนำติงเกอ ชายร่างยักษ์ และหวังฉวนไปนั่งคุยกันที่โซฟาตัวใหญ่ในห้องรับรอง

สมกับที่เป็นคลินิกเสริมความงามอันดับหนึ่งของโมตูจริงๆ เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายในดูหรูหรากว่าโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งมหานครโมตูตั้งหลายเท่า ขนาดโซฟายังเป็นเบาะหนังแท้เลย

“ไม่ทราบว่าคุณหมอชื่ออะไรเหรอครับ?” เฉินซิงเอ่ยปากถามด้วยความนอบน้อม

“ติงเกอครับ” ติงเกอตอบสั้นๆ

“หมอติงครับ ผมขอพูดตรงๆ เลยละกันนะครับ ผมอยากจะเชิญให้คุณมาทำงานที่คลินิกเสริมความงามของเราครับ” เฉินซิงไม่อ้อมค้อม ยิงคำถามเข้าประเด็นทันที

“ด้วยฝีมือระดับคุณ การไปทนรับเงินเดือนน้อยนิดในโรงพยาบาลรัฐ ถือว่าเป็นการเสียของเปล่าๆ นะครับ”

“ถ้าคุณตกลงมาทำงานกับคลินิกของเรา ผมยินดีเสนอเงินเดือนให้คุณเดือนละหนึ่งล้านห้าแสนหยวนเลยครับ”

คลินิกเสริมความงามแห่งนี้มีกำไรสุทธิปีละหลายพันล้านหยวน การจะทุ่มเงินจ้างหมอฝีมือดีด้วยค่าตัวแพงลิ่วระดับนี้ ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมากสำหรับพวกเขา

พอได้ยินตัวเลขค่าเหนื่อยที่เฉินซิงเสนอให้ติงเกอ หวังฉวนก็ถึงกับหน้าเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยา

ทำไมไอ้ติงเกอถึงได้เงินเดือนตั้งหนึ่งล้านห้าแสนหยวน! ในขณะที่เขาได้แค่หนึ่งแสนหยวนเท่านั้น!

นี่ขนาดยังไม่ทันได้ตกลงเข้าทำงาน ค่าตัวยังพุ่งกระฉูดทิ้งห่างเขาไปไกลลิบลิ่วขนาดนี้ ถ้าเกิดไอ้หมอนี่ตอบตกลงขึ้นมาจริงๆ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! คลินิกนี้คงไม่มีที่ให้เขายืนอีกต่อไปแล้ว!

“หมอติงครับ ขอถามอะไรหน่อยสิครับ คุณทำงานที่โรงพยาบาลรัฐมานานแค่ไหนแล้วครับ?” หวังฉวนหันไปถามติงเกอ

หน้าตาดูละอ่อนขนาดนี้ ดีไม่ดีอาจจะเก่งแค่เรื่องเย็บแผลอย่างเดียวก็ได้มั้ง?

“ผมเพิ่งจะเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งมหานครโมตูได้สองสัปดาห์เองครับ”

ติงเกอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวหวังฉวน แต่เขาก็รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ ชายแปลกหน้าคนนี้ถึงได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาทั้งๆ ที่เพิ่งจะเคยเจอกันแท้ๆ

“แค่สองสัปดาห์? ถ้างั้นก็คงยังเป็นแค่นักศึกษาฝึกหัดอยู่ล่ะสิ คงยังไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดเลยใช่ไหมล่ะ? ที่เก่งๆ ก็คงมีแค่ทักษะการเย็บแผลอย่างเดียวสินะ”

หวังฉวนแกล้งทำเป็นพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่จงใจพูดให้เฉินซิงได้ยิน

คลินิกเสริมความงามเองก็ต้องมีการผ่าตัดเหมือนกัน ขืนรับหมอที่ไม่มีประสบการณ์การผ่าตัดเข้ามาทำงาน คนไข้ที่ไหนจะกล้ามาใช้บริการล่ะ?

พอได้ยินคำพูดของหวังฉวน เฉินซิงก็เริ่มลังเล

ติงเกอเก่งแค่เรื่องเย็บแผลอย่างเดียวงั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ การที่เขาด่วนตัดสินใจเสนอเงินเดือนให้แพงลิ่วขนาดนี้ ก็คงจะดูวู่วามไปหน่อยจริงๆ นั่นแหละ

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ ผมเคยเข้าห้องผ่าตัดมาหลายครั้งแล้ว แล้วเมื่อวานนี้ผมก็เพิ่งจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำด้วยครับ” ติงเกอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดแต่อย่างใด

“เข้าห้องผ่าตัด? ก็คงจะเข้าไปเป็นแค่ลูกมือช่วยหยิบจับเครื่องมือล่ะสิ เด็กจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่วันอย่างพวกนาย คงยังไม่เคยได้จับมีดผ่าตัดจริงๆ หรอกมั้ง”

หวังฉวนยังคงพูดจาเหน็บแนมติงเกอไม่เลิก เขาพยายามหาจุดอ่อนมาโจมตีติงเกอให้ดูไร้ค่า เพื่อสกัดไม่ให้ติงเกอได้เข้ามาทำงานที่นี่ให้จงได้

ฮ่าๆๆ! หวังฉวนแอบหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ

“ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดหรอกนะ”

จู่ๆ ชายร่างยักษ์ที่นั่งเงียบมาตลอดก็พูดแทรกขึ้นมา

ตอนที่รอติงเกออยู่ที่โรงพยาบาล เขาแอบไปเลียบๆ เคียงๆ ถามพวกพยาบาลเกี่ยวกับประวัติการทำงานของติงเกอมาแล้ว จึงรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของหมอหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดี

“ผมได้ยินพวกพยาบาลเล่าว่า หมอติงเพิ่งจะเข้ามาทำงานวันแรก ก็ได้เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งผ่าตัดใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดแล้วนะ”

“หลังจากนั้นก็ยังได้เป็นคนผ่าตัดเคสโรคปวดเส้นประสาทไทรเจมินัล แล้วก็เคสไส้ติ่งอักเสบอีกหลายเคส”

“อ้อ! แล้วก็เมื่อวานนี้เพิ่งจะผ่าตัดเอาเนื้องอกขนาดสิบห้าเซนติเมตรออกให้คนไข้ด้วยนะ”

ชายร่างยักษ์สาธยายวีรกรรมของติงเกอเป็นฉากๆ แหม... ติงเกออุตส่าห์ช่วยรักษาน้องสาวของลูกพี่เขาจนแผลสวยกริบขนาดนี้ ยังไงเขาก็ต้องออกโรงปกป้องติงเกออยู่แล้ว!

“เป็นไปไม่ได้! นักศึกษาฝึกหัดไม่มีทางผ่าตัดเก่งกาจขนาดนั้นหรอกน่า!”

“แกก็แค่พวกหน้าม้าที่ถูกจ้างมาให้พูดเข้าข้างมันล่ะสิ!” หหวังฉวนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นชี้หน้าด่าชายร่างยักษ์ทันที

“เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? แกทำไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะทำไม่ได้เหมือนแกนี่” ชายร่างยักษ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ที่เขาพูดมาเป็นความจริงเหรอครับ?” เฉินซิงหันไปถามติงเกอเพื่อความแน่ใจ

เขารู้จักมักคุ้นกับชายร่างยักษ์คนนี้ดี ในฐานะลูกน้องคนสนิทของเฉิงลู่ ชายคนนี้ไม่มีทางพูดจาเหลวไหลไร้สาระแน่นอน และในเมื่อเขากล้าพูดออกมาระดับนี้ ก็แสดงว่าเรื่องทั้งหมดต้องเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์!

“จริงครับ” ติงเกอพยักหน้ารับ

“แกมันก็แค่พวกสิบแปดมงกุฎหลอกลวงประชาชน!” หวังฉวนยังคงโวยวายไม่เลิก

ตอนที่เขาทำงานอยู่แผนกฉุกเฉิน กว่าเขาจะได้จับมีดผ่าตัดเคสแรก ก็ปาเข้าไปปีที่สองแล้ว แล้วติงเกอจะเก่งกาจถึงขั้นได้ผ่าตัดตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานได้ยังไงกันล่ะ? ไม่มีทาง!

“หุบปากไปเลย!” เฉินซิงตบโต๊ะดังปัง สั่งให้หวังฉวนหุบปากทันที

“หมอติงครับ ถ้าคุณตกลงมาทำงานกับคลินิกของเรา ผมยินดีจ่ายเงินเดือนให้คุณเดือนละสองล้านหยวนเลยครับ”

หลังจากตะคอกใส่หวังฉวนเสร็จ เฉินซิงก็หันไปเจรจากับติงเกอต่อ บุคลากรชั้นเลิศแบบนี้ ยังไงเขาก็ต้องดึงตัวมาทำงานด้วยให้ได้!

เขาจึงตัดสินใจทุ่มทุนสร้าง อัปค่าเหนื่อยให้ติงเกอเป็นเดือนละสองล้านหยวนทันที

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ แต่ผมปฏิเสธครับ”

ติงเกอส่ายหน้ายืนกราน เขายังอยากจะทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้มากที่สุดมากกว่า

“เป็นเพราะไอ้หมอนี่พูดจาไม่ดีใส่คุณหรือเปล่าครับ? เอาอย่างนี้ดีไหม ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะไม่ได้เป็นหมอของคลินิกเราอีกต่อไปแล้ว”

“แบบนี้คุณหมอพอจะพอใจขึ้นมาบ้างไหมครับ?”

เพื่อแลกกับการได้ตัวหมอระดับเทพอย่างติงเกอมาร่วมงาน การไล่หมอกระจอกๆ อย่างหวังฉวนออก ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินคุ้มแล้ว

“ผู้อำนวยการ! คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะครับ! ผมทำงานถวายหัวให้คลินิกนี้มาตั้งหลายปี ผมไม่เคย...”

พอได้ยินว่าตัวเองกำลังจะโดนไล่ออก หวังฉวนก็เริ่มลนลาน ถ้าโดนไล่ออกจริงๆ เขาจะไปหางานที่ไหนที่ให้เงินเดือนเยอะขนาดนี้ได้อีกล่ะ?

“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลยครับ ผมมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นหมอมาตั้งแต่เด็ก และเป้าหมายของผมคือการรักษาผู้ป่วยในแผนกฉุกเฉิน ซึ่งมันคนละสายงานกับการทำศัลยกรรมความงามเลยครับ ดังนั้นผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”

“ส่วนเรื่องที่คุณจะไล่เขาออกหรือไม่ไล่ออกนั้น มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยแม้แต่น้อยครับ”

“ขอตัวก่อนนะครับ”

พูดจบ ติงเกอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไปทันที

“ผู้อำนวยการครับ ในเมื่อไอ้เด็กนั่นมันเล่นตัวไม่ยอมมาทำงานที่นี่ ถ้าอย่างนั้นผมขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมครับ?” หวังฉวนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นติงเกอเดินออกไป

ไอ้เด็กนี่มันโง่ดักดานจริงๆ อยู่โรงพยาบาลรัฐจะไปรวยได้ยังไง สู้มาทำงานที่คลินิกเสริมความงามก็ไม่ได้ กอบโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำ!

“ไม่ต้องแล้ว ตอนนี้แกถูกไล่ออกแล้ว”

เฉินซิงพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหวังฉวนอีกเลย

“ผม...”

คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายลงไปในลำคอ หวังฉวนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบสิ้นแล้วจริงๆ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - วัยรุ่น ไม่เล่นตามน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว