- หน้าแรก
- ผมก็แค่แพทย์ฝึกหัดที่มีระบบสุดเทพ
- บทที่ 17 - ตำรวจและคนร้าย
บทที่ 17 - ตำรวจและคนร้าย
บทที่ 17 - ตำรวจและคนร้าย
“หมอครับ! หมอ!” ภายในแผนกฉุกเฉิน กลุ่มตำรวจพากันเข็นชายคนหนึ่งที่มีเลือดอาบเต็มตัววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
แถมข้างหลังยังมีการคุ้มกันคนเจ็บที่เลือดกำลังไหลออกเป็นทางอย่างแน่นหนา
เมื่อติงเกอเห็นสถานการณ์เช่นนั้น เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“การหายใจผิดปกติ ความดันโลหิตลดต่ำลง ไม่มีปฏิกิริยาช็อก แต่มีลำไส้ทะลักออกมา แถมยังมีเลือดออกอย่างรุนแรง?” ติงเกอมองเห็นอาการก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“ตอนอยู่บนรถพยาบาลได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอะไรมาบ้างครับ?” ติงเกอหันไปถามพยาบาลประจำรถฉุกเฉินอย่างเร่งรีบ
“ฉีดยาห้ามเลือด (Hemocoagulase) เข้ากล้ามเนื้อ และให้น้ำเกลือ Normal Saline ค่ะ” พยาบาลรีบตอบกลับมา
ทั้งสองวิธีนี้ล้วนเป็นวิธีการที่ใช้ในการห้ามเลือด แต่กลับไม่ได้ผลเลย
“ช่องท้องกำลังมีเลือดออก เลือดมีสีแดงสด แสดงว่าหลอดเลือดแดงได้รับความเสียหาย การห้ามเลือดด้วยวิธีปกติคงไม่ได้ผลแล้วล่ะครับ” ติงเกอมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้หลายวันแล้ว และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับคนไข้ที่ตกอยู่ในภาวะเป็นตายเท่ากันจริงๆ
[ ติ๊ด ระบบขอออกภารกิจ โปรดให้โฮสต์ทำการห้ามเลือด รางวัลภารกิจ: แต้มทักษะ 5 แต้ม, ค่าประสบการณ์ทักษะการห้ามเลือด +1,000, ค่าพละกำลัง +10, เงินสด 10,000 หยวน ]
นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบแจกรางวัลให้เยอะขนาดนี้ ซึ่งมันก็เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าอาการบาดเจ็บของคนไข้รายนี้รุนแรงมากแค่ไหน
“ใช้แต้มทักษะ 5 แต้ม อัปเกรดทักษะการห้ามเลือด”
กับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงขนาดนี้ ติงเกอกลัวว่าทักษะการห้ามเลือดระดับกลางอาจจะเอาไม่อยู่ เขาจึงต้องทำการอัปเกรดมันให้สูงขึ้น ติงเกอจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อคนไข้ทุกคนอย่างถึงที่สุด
[ ติ๊ด ระบบกำลังอัปเกรดทักษะการห้ามเลือด ]
[ ติ๊ด อัปเกรดทักษะการห้ามเลือดสำเร็จ ]
“กรรไกร!” ทันทีที่ได้ยินเสียงยืนยันจากระบบ ติงเกอก็เริ่มขั้นตอนการห้ามเลือดทันที
“นี่ค่ะ” พยาบาลรีบส่งกรรไกรให้ติงเกออย่างรวดเร็ว
“ฉับๆๆ” ติงเกอลงมือตัดเสื้อเครื่องแบบตำรวจจนขาดกระจุย
และแล้ว... การกระทำต่อไปของติงเกอก็ทำเอาทุกคนถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เขาล้วงมือเข้าไปในบาดแผลของคนไข้!
“ติงเกอ! นายกำลังทำบ้าอะไร!” จางสิงที่เพิ่งจะวิ่งมาถึง พอดีเห็นการกระทำของติงเกอเข้าเต็มสองตา
ในขณะที่ไม่มีวิสัยทัศน์ในการผ่าตัดเลยแม้แต่น้อย ติงเกอกลับกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนี้เชียวเหรอ? ต่อให้อยู่ในห้องผ่าตัดที่พร้อมสรรพ ก็ยังไม่มีใครกล้าทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
นี่มันฆาตกรรมกันชัดๆ!
แม้ใบหน้าของจางสิงจะเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าลึกๆ ในใจของเขากลับกำลังลิงโลด
เขาฟันธงเลยว่าติงเกอไม่มีทางห้ามเลือดได้สำเร็จแน่ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้น อย่างเบาสุดติงเกอก็คงถูกไล่ออกจากโรงพยาบาล แต่ถ้าหนักหน่อยก็คงถูกส่งตัวเข้าคุกไปเลย
ดังนั้นจางสิงจึงพยายามอย่างหนักที่จะกลั้นยิ้ม เขาไม่อยากจะหลุดหัวเราะออกมาในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
“ติงเกอ รีบเอามือของนายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” หลี่เสวี่ยฉีที่เพิ่งตามมาสมทบรีบตะโกนสั่ง แต่เธอไม่กล้าเข้าไปดึงมือของติงเกอออก เพราะเกรงว่ามันอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน
“หัวหน้าครับ หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ถ้าไม่รีบห้ามเลือดตอนนี้ คนไข้จะตกอยู่ในอันตรายนะครับ” ติงเกอหันไปอธิบายให้หลี่เสวี่ยฉีฟัง เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่มีทางเอาชีวิตคนไข้มาล้อเล่นแน่
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังคิดว่าติงเกอต้องทำพลาดแน่ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้ทุกคนถึงกับต้องอ้าปากค้าง
เลือดหยุดไหลแล้ว!
ติงเกอห้ามเลือดได้สำเร็จงั้นเหรอ? เขาทำได้ยังไงกัน?
คำถามสองข้อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนพร้อมๆ กัน
“เป็นไปไม่ได้! เลือดออกขนาดนี้มันไม่มีทางห้ามได้หรอก! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
จางสิงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง โอกาสทองขนาดนี้ ทำไมติงเกอถึงทำสำเร็จไปได้ล่ะ? ตอนนี้เขาชักจะเริ่มเสียใจขึ้นมาตงิดๆ รู้งี้เมื่อกี้เขาเข้าไปขัดขวางไม่ให้ติงเกอทำสำเร็จก็ดีหรอก
“ติงเกอ ขึ้นเตียงเข็นเลย! เฉินจื่อเซวียน ตามฉันเข้าห้องผ่าตัด!” หลี่เสวี่ยฉีสมกับที่เป็นหัวหน้าแผนก เธอตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างฉับไว
ในเมื่อติงเกอสามารถยื้อเวลาชีวิตจากมัจจุราชมาได้แล้ว พวกเธอก็ต้องรีบเข้าไปจัดการผ่าตัดให้เร็วที่สุด
แม้ตอนนี้ติงเกอจะห้ามเลือดได้แล้ว แต่มันก็เป็นเพียงแค่การห้ามเลือดชั่วคราวเท่านั้น ทันทีที่ติงเกอปล่อยมือ เลือดก็จะต้องพุ่งกระฉูดออกมาอีกอย่างแน่นอน
โชคดีที่ติงเกอเพิ่งได้รับแต้มพละกำลังมาหมาดๆ มันช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายของเขาได้อย่างมหาศาล เขากระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมบนเตียงเข็นได้อย่างคล่องแคล่ว
“ไปตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เช็กกรุ๊ปเลือด แล้วก็แจ้งคลังเลือดให้เตรียมเลือดสแตนด์บายไว้เลย!” ติงเกอที่อยู่บนเตียงเข็นหันไปสั่งพยาบาลที่วิ่งตามมา
การเสียเลือดปริมาณมากขนาดนี้ ยังไงก็ต้องมีการถ่ายเลือดแน่ๆ
แต่การถ่ายเลือดจะทำส่งเดชไม่ได้ ขืนให้เลือดผิดกรุ๊ปขึ้นมามีหวังคนไข้ได้ตายจริงๆ แน่
“เขาเคยบริจาคเลือดครับ เป็นเลือดกรุ๊ป A” เฉินกังที่วิ่งตามมาข้างหลังตะโกนบอก
“รับทราบค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น พยาบาลก็ข้ามขั้นตอนการตรวจเลือด แล้วรีบโทรประสานงานกับคลังเลือดทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ติงเกอได้เข้าห้องผ่าตัด แต่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าห้องผ่าตัดในฐานะ 'อุปกรณ์เสริม' ชิ้นหนึ่ง
“การผ่าตัดครั้งนี้ค่อนข้างใช้เวลานาน นายต้องอดทนไว้ให้ได้นะ” หลี่เสวี่ยฉีหันมาบอกติงเกอ การผ่าตัดเคสนี้ต้องใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ซึ่งติงเกอจะต้องเกร็งแขนค้างไว้ในท่านี้ตลอดสองชั่วโมงเต็ม
นี่คือบททดสอบความแข็งแกร่งของพละกำลังและความอดทนของมนุษย์อย่างแท้จริง
“หัวหน้าสบายใจได้เลยครับ คุณตั้งใจผ่าตัดไปเถอะ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง” ติงเกอพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น หากเขาทนไม่ไหวและยอมแพ้กลางคัน ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ติงเกอย่อมรู้ดีกว่าใคร
“โอเค” หลี่เสวี่ยฉีพยักหน้า แล้วเริ่มลงมือผ่าตัด
สองชั่วโมงผ่านไป การผ่าตัดก็เสร็จสิ้นลง หลี่เสวี่ยฉีมองติงเกอด้วยสายตาชื่นชม นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะสามารถเกร็งแขนค้างไว้ได้โดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“ลงมาได้แล้ว” หลี่เสวี่ยฉีเดินเข้าไปช่วยดึงติงเกอ
ติงเกอที่เกร็งตัวอยู่ในท่าเดิมมานานจนขาชาไปหมด พอถูกดึงก็เสียหลักล้มคะมำลงมาจากเตียง
สัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์ทำงานอัตโนมัติ ในจังหวะที่ร่วงลงมา ติงเกอก็เผลอคว้าตัวหลี่เสวี่ยฉีเอาไว้แน่น
ผลก็คือ... ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยกันทั้งคู่
“ว้าว!” บรรดาหมอและพยาบาลที่ยืนอยู่รอบๆ เห็นภาพทั้งสองคนนอนกอดกันกลมอยู่บนพื้น ก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตากรุ้มกริ่มจิ้นๆ ไปให้
“ขอโทษครับๆๆ” ติงเกอลนลานทำอะไรไม่ถูก
“ลุกขึ้นเถอะ” หลี่เสวี่ยฉียังคงตั้งสติได้ดี ทั้งสองคนค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น
“ครั้งนี้... นายก็ดูวิดีโอแล้วเรียนรู้มาอีกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?” ระหว่างที่กำลังเดินออกจากห้องผ่าตัด หลี่เสวี่ยฉีก็เอ่ยถามติงเกอขึ้นมา
“รู้ใจผมที่สุดเลยครับหัวหน้า” ติงเกอพยักหน้ารับอย่างหน้าไม่อาย สีหน้าของเขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดหรือละอายใจเลยสักนิด
“หึๆ” หลี่เสวี่ยฉีส่ายหน้าอย่างระอา
บริเวณหน้าห้องผ่าตัด...
“ฉันจะบอกแกให้นะ! ถ้าลูกน้องฉันเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด!” เฉินกังกระชากคอเสื้อคนร้ายขึ้นมาขู่ตะคอก ก่อนจะเหวี่ยงร่างของมันลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
“หัวหน้าครับ! หัวหน้า! ทำแบบนี้ผิดกฎหมายนะครับ! อย่าทำแบบนี้เลย” ตำรวจที่อยู่ข้างๆ สองสามคนยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงรีบพุ่งเข้าไปห้ามเฉินกังเอาไว้
“ผิดกฎหมาย? ไอ้สารเลวนี่ต่างหากที่ทำผิดกฎหมาย!” เฉินกังชี้หน้าด่าคนร้าย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะทำไมโวยวายกัน!” ในตอนนั้นเอง หลี่เสวี่ยฉีและทีมก็เดินออกมาพอดี
“นี่คือโรงพยาบาลนะคะ กรุณารักษาความสงบด้วยค่ะ” รังสีความน่าเกรงขามของหลี่เสวี่ยฉีไม่ใช่เล่นๆ แค่ประโยคเดียวก็สามารถควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายเอาไว้ได้อยู่หมัด
พอเห็นหมอเดินออกมา เฉินกังและลูกน้องก็รีบกรูกันเข้าไปหาหลี่เสวี่ยฉีทันที
(จบแล้ว)