เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก

บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก

บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก


บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก

"ฉู่เหอ เจ้ากล้าดูหมิ่นข้า!"

"ไปตายซะ!"

น้ำเสียงของไป๋เม่ยเอ๋อร์แหลมคมบาดหู กรงเล็บทั้งสองข้างพุ่งเข้าประชิดหน้าอกของฉู่เหอแล้ว

ลุงฝูและคนอื่นๆ ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หากเกิดอะไรขึ้นกับฉู่เหอ ต่อให้เขาต้องแลกด้วยการดับสูญ ก็จะยอมเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อสำแดงตบะระดับเจินเหริน และสังหารภูตผีปีศาจทั้งหมดในที่แห่งนี้ให้สิ้นซาก

ทันใดนั้น หอกยาวเล่มหนึ่งแทงทะลวงมาจากทิศทางใดไม่ทราบ มุ่งตรงไปยังกลางอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์

ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตกใจหน้าถอดสี รีบเบี่ยงตัวหลบหลีกอย่างลนลาน ทว่าก็ยังคงถูกหอกแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายอย่างจัง

โลหิตสาดกระจาย ตัวหอกฟาดกระหน่ำลงบนร่างของนาง ซัดร่างของนางจนปลิวละลิ่วลอยกระเด็นออกไปในทันที

ทว่ากลับปรากฏร่างอันเหยียดตรงสง่างามสายหนึ่งขึ้นเบื้องหน้าของฉู่เหอ บนบ่าแบกหอกยาวเปื้อนเลือด ศีรษะดั่งเสือป่า ดวงตากลมโต คิ้วราวกับปีกนกนางแอ่น หนวดเคราดั่งเสือ ดูสง่างามไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

"มีหลินชงอยู่ที่นี่ ใครบังอาจทำร้ายคุณชายของข้า!"

คนผู่นี้คือจิตวิญญาณแห่งหนังสือหลินชงนั่นเอง ฉู่เหออัญเชิญเขาออกมาในวินาทีวิกฤตที่สุด ตั้งใจจะใช้เขาเป็นไพ่ตาย

เพียงแต่น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตนนั้นตอบสนองรวดเร็วเกินไป ในสถานการณ์เช่นนี้ยังสามารถหลบหลีกจุดสำคัญไปได้

จิตวิญญาณแห่งหนังสือตนที่สองของนายน้อยงั้นหรือ?

ลุงฝูเผยสีหน้าตกตะลึงในตอนแรก เมื่อเห็นหลินชงใช้หอกเดียวสยบศัตรู ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

มีการคุ้มครองจากจิตวิญญาณแห่งหนังสือ นายน้อยย่อมปลอดภัยดี คราวนี้เขาสามารถลงมือจัดการกับไอ้ผีร้ายตัวนี้ได้อย่างเต็มที่เสียที!

"เดชะบารมีแห่งสวรรค์ สายฟ้าฟาดกระหน่ำ!"

ลุงฝูถือกระบี่ร่ายพระเวท จากนั้นก็ตวัดกระบี่ฟาดฟันออกไปอย่างรุนแรง

เปรี้ยง!

สายฟ้าสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้า แผดเผาภูตผีปีศาจจิ้งจอกไปกว่าสิบตนในชั่วพริบตา แม้แต่หวังอู่เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างวิญญาณแทบจะแตกสลายหายไป

"จงมาร่วมมือกับเจินเหรินผู่นี้ สังหารภูตผีให้สิ้นซาก!"

ลุงฝูหัวเราะลั่น ตวัดกระบี่พุ่งเข้าฟันหวังอู่ทันที

หลู่จื้อเซินพยักหน้ารับ ร่ายรำไม้เท้าเหล็กกล้าที่เปี่ยมด้วยแสงพุทธคุณพุ่งตามไปติดๆ

เมื่อต้องเผชิญกับการจู่โจมของทั้งสองคน บนร่างของหวังอู่ก็ปรากฏรอยแผลพุพองขึ้นทีละแห่ง

มันเป็นเพียงร่างภูตผี แม้จะไม่มีเลือดไหลออกมา ทว่าทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บ ร่างกายก็จะดูหม่นแสงลงไปมาก

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ดวงวิญญาณของมันจะต้องแตกสลายไปตลอดกาล

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ฉู่เหอและหลินชงร่วมมือกัน หอกยาวสองเล่มราวกับมังกรสองตัว บีบคั้นจนไป๋เม่ยเอ๋อร์ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วต้องถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง

หอกประดุจมังกรทะยาน ปลายหอกคมกริบฝากรอยแผลเลือดไหลไว้บนร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์หลายแห่ง แม้จะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็ทำให้พลังตบะของนางเสียหายไปมาก

ภายในห้องของลุงฝู บรรดาบ่าวรับใช้ต่างพากันดูด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ จนแทบอยากจะออกไปร่วมต่อสู้เคียงข้างนายน้อยและลุงฝูด้วยตัวเอง

"นายน้อยเก่งกาจยิ่งนัก ต่อให้ไม่ได้เดินตามวิถีบุ๋น หากอยู่ในกองทัพก็ต้องได้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่างแน่นอน!"

"คิดไม่ถึงเลยล่ะว่าลุงฝูจะเก่งกาจขนาดนี้ ถึงขนาดอัญเชิญสายฟ้าจากสวรรค์ลงมาได้ นี่มันวิชาของยอดฝีมือแห่งวิถีเต๋าชัดๆ"

"..."

ฉู่เหอประสานงานกับหลินชง ไม่นานนักไป๋เม่ยเอ๋อร์ก็เผยช่องว่างออกมามากมาย

หลินชงแทงหอกทะลวงแขนขวาของไป๋เม่ยเอ๋อร์ แล้วสะบัดงัดฉีกกระชากเนื้อชิ้นใหญ่ออกมา

ฉู่เหอฉวยโอกาสกระโดดทะยานขึ้นฟ้า กระแทกเท้าเหยียบลงบนหน้าอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์อย่างรุนแรง

ปัง!

พลังมหาศาลหักกระดูกหน้าอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์จนแหลกละเอียด กระดูกที่หักทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของนาง ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงเรือนทันที

หวังอู่เองก็ถูกแผ่นยันต์สายฟ้าของลุงฝูซัดเข้าที่กลางหลัง ร่างวิญญาณหยินแทบจะแตกสลาย ล้มลงไปกองอยู่ไม่ไกล

ไป๋เม่ยเอ๋อร์จ้องมองหวังอู่ที่อยู่ไม่ไกล พลางหัวเราะสมเพชตัวเอง "คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะต้องมาตายร่วมกับวิญญาณเสือรับใช้อย่างเจ้า"

"มันก็ไม่แน่หรอก" ใบหน้าอันเลือนลางของหวังอู่เผยรอยยิ้มอันชั่วร้าย กล่าวเสียงต่ำ "หากข้าสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตผีร้ายขั้นหกได้ พวกเราจะไม่พลิกกลับมาชนะหรอกหรือ?"

"ก้าวเข้าสู่ขอบเขตผีร้ายขั้นหงงั้นหรือ? ลำพังแค่เจ้าเนี่ยนะ?" ใบหน้าของไป๋เม่ยเอ๋อร์เผยแววดูแคลน

หวังอู่กล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย "หากเป็นยามปกติย่อมไม่มีทางทะลวงผ่านได้ แต่ในวันนี้มีพลังปราณของภูตผีปีศาจมากมายขนาดนี้ แถมยังมีปีศาจขั้นเจ็ดจุดสูงสุดอย่างเจ้าอยู่อีก การจะทะลวงผ่านมันจะยากอะไร?"

สีหน้าของไป๋เม่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไปทันที กล่าวด้วยความตื่นตระหนก "หวังอู่ เจ้าคิดจะทำอะไร?"

ทว่ากลับเห็นไอหยินทั่วร่างของหวังอู่พลุ่งพล่าน หมอกผีมหาศาลแผ่ซ่านขยายออก ปากเริ่มขยายกว้างขวาง ราวกับทางเข้าถ้ำอันมืดมิดที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ

"พวกเจ้า รีบไปหยุดมันเร็วเข้า! มันคิดจะกลืนกินพวกเรา!"

ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตื่นตระหนกขวัญเสีย ถึงขนาดร้องขอความช่วยเหลือจากพวกฉู่เหอ

ลุงฝูเห็นดังนั้นก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันที "เสือกลืนกิน! เจ้าคือวิญญาณเสือรับใช้อย่างนั้นหรือ!?"

สิ่งที่เรียกว่าวิญญาณเสือรับใช้ (倀鬼 - ผีพรายเสือ) ก็คือภูตผีที่ถูกปีศาจเสือใช้พลังไออาฆาตแปรสภาพดวงวิญญาณของมนุษย์ให้กลายเป็นผีบริวาร

ไม่เพียงแต่จะมีพลังแข็งแกร่งกว่าภูตผีทั่วไป ทว่ายังสามารถสืบทอดวิชาเหนือธรรมชาติบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของปีศาจเสือมาได้อีกด้วย

วิชาเสือกลืนกินก็เป็นหนึ่งในนั้น สามารถกลืนกินสรรพสิ่งเพื่อแปรสภาพให้กลายเป็นพลังตบะของตนเอง

เมื่อถูกสำแดงออกโดยผีพรายเสือ ย่อมสามารถกลืนกินพลังผีและพลังปีศาจมาเป็นของตนเองได้

เห็นได้ชัดว่า ผีพรายเสือตนนี้ตั้งใจจะอาศัยวิชาเสือกลืนกินเพื่อกลืนกินภูตผีปีศาจทั้งหมดในที่แห่งนี้ แล้วก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหก!

"นายน้อย จิตวิญญาณแห่งหนังสือทั้งสองตน ลงมือพร้อมกันเถิด ห้ามปล่อยให้ผีร้ายตนนี้ก้าวเข้าสู่ขั้นหกเด็ดขาดนะขอรับ!"

ลุงฝูควักแผ่นยันต์กำใหญ่ฟาดลงบนตัวกระบี่ กัดปลายลิ้นพ่นละอองเลือดสาดลงบนกระบี่ไม้ท้อ

"อาศัยโลหิตบริสุทธิ์ของข้า อัญเชิญสายฟ้าจากสวรรค์ สยบสิ่งชั่วร้าย!"

ตวาดตวัดกระบี่เดียว สายฟ้าฟาดกระหน่ำ กลายเป็นแสงกระบี่สายหนึ่งฟาดฟันเข้าใส่หวังอู่

"ฆ่า!"

ฉู่เหอส่งปราณวรรณกรรมเข้าสู่หอกมังกรขาว พลังหอกทะลวงพุ่งออกจากร่าง กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป

"มังกรคะนองนาพุ่งสู่ทะเล!"

หลินชงตวาดลั่น ปราณเลือดลมมหาศาลควบแน่นอยู่บนตัวหอก ราวกับมังกรคะนองนาที่กวาดล้างไปทั่วสารทิศ

"ไปตายซะ!"

หลู่จื้อเซินเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า แสงพุทธคุณบนไม้เท้าเหล็กกล้าสว่างวาบ พุ่งทะลวงผ่านอากาศไปในชั่วพริบตา

คนทั้งสี่ต่างสำแดงวิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ปีศาจจิ้งจอกและภูตผีตนใดที่ขวางทางต่างถูกฉีกกระชากจนแหลกลาญ

"คิดจะฆ่าข้า พวกเจ้ายังไม่มีปัญญาหรอก!"

หวังอู่หัวเราะอย่างสะใจ มันยื่นมือไปคว้าตัวไป๋เม่ยเอ๋อร์ แล้วขว้างออกไปอย่างแรง

ปัง ปัง ปัง!

การโจมตีทั้งหมดล้วนตกใส่ร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์จนหมดสิ้น

โลหิตสาดกระจาย ไป๋เม่ยเอ๋อร์สิ้นใจตายในทันที

ทว่าในตอนที่นางดับสูญ แววตาของนางจดจ้องมองหวังอู่แน่นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและไม่ยินยอม

"ภายใต้เขตแดนเสือกลืนกิน ไม่มีใครหน้าไหนหยุดข้าได้ วันนี้ข้าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหก และล้างบางตระกูลของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!"

หวังอู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยื่นมือไปกระชาก ไอสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์

นั่นคือดวงวิญญาณของไป๋เม่ยเอ๋อร์ หากกลืนกินเข้าไปย่อมได้รับพลังตบะมาเสริมแกร่ง

ทุกคนต้องการจะเข้าไปขัดขวาง ทว่าบนร่างของหวังอู่กลับปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

นี่ไม่ใช่พลังของตัวหวังอู่เอง แต่เป็นการยืมเอาบารมีของท่านอ๋องเสือที่หนุนหลังมันอยู่มาใช้งาน

"จงมาให้หมด มาเป็นส่วนหนึ่งของพลังตบะของข้า ฮ่าๆๆ..."

หวังอู่หัวเราะอย่างสะใจ ปากราวกับบ่อที่ไร้ก้น กลืนกินภูตผีเข้าไปทีละตน ดวงวิญญาณของปีศาจจิ้งจอกที่ดับสูญก็ถูกดึงลอกออกมาด้วยเช่นกัน

หมอกผีหนาทึบบดบังดวงจันทร์จนมิด ลมเย็นพัดกระหน่ำ

ทั่วทั้งจวนตระกูลฉู่ราวกับแปรสภาพกลายเป็นแดนผี คนทั้งสี่ต่างมีสีหน้าเคร่งขrึม ตั้งใจจะขัดขวางทว่ากลับไม่มีกำลังเพียงพอ

ห่างออกไปนับร้อยลี่ ภายในภูเขาหู่โถว

ท่านอ๋องเสือเบิกตาทั้งสองข้างขึ้นทันที ในแววตาแฝงแววตกตะลึงเล็กน้อย

"หวังอู่กำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกแล้วหรือ สวรรค์ช่างช่วยข้าจริงๆ!"

หวังอู่เป็นวิญญาณเสือรับใช้ของมัน พลังตบะย่อมสามารถสะท้อนกลับมาช่วยเสริมพลัง ช่วยให้มันทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขั้นห้าได้เร็วขึ้น

ที่ลานเรือนจวนฉู่ หวังอู่เหยียบย่างอยู่บนความว่างเปล่า สีบนร่างของมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปแล้ว

ชุดคลุมยาวสีเทากลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับโลหิต บ่งบอกว่ามันได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นผีร้ายที่แท้จริง!

"นายน้อย ท่านหนีไปก่อนเถอะ บ่าวเฒ่าจะขวางมันไว้เอง!" ลุงฝูกล่าวเสียงต่ำ

บนร่างของเขากลับปรากฏลวดลายอักขระวิญญาณสว่างวาบขึ้นมาทีละสาย เขาตั้งใจจะเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้จนตายนั่นเอง

"ลุงฝู หากไม่สังหารมัน พวกเราไม่มีใครหนีรอดหรอกขอรับ" ฉู่เหอกำหอกมังกรขาวแน่น น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง

ลุงฝูหันไปมองเห็นแววตามุ่งมั่นของเขา ก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก เพียงแต่อักขระวิญญาณบนร่างกลับเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม

กลิ่นอายพลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างกะทันหัน ถึงกับก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกแห่งการท่องตะวันอีกครั้ง กลับคืนสู่ฐานะเจินเหรินแห่งวิถีเต๋า!

"นายน้อย คอยสนับสนุนข้า รอดูข้าสังหารไอ้สัตว์เดรัจฉานตนนี้เสีย!"

จบบทที่ บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก

คัดลอกลิงก์แล้ว