- หน้าแรก
- หนึ่งพู่กันสยบฟ้าตวัดอักษรสยบภูตผี
- บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก
บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก
บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก
บทที่ 42 ผีร้ายขั้นหก
"ฉู่เหอ เจ้ากล้าดูหมิ่นข้า!"
"ไปตายซะ!"
น้ำเสียงของไป๋เม่ยเอ๋อร์แหลมคมบาดหู กรงเล็บทั้งสองข้างพุ่งเข้าประชิดหน้าอกของฉู่เหอแล้ว
ลุงฝูและคนอื่นๆ ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หากเกิดอะไรขึ้นกับฉู่เหอ ต่อให้เขาต้องแลกด้วยการดับสูญ ก็จะยอมเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อสำแดงตบะระดับเจินเหริน และสังหารภูตผีปีศาจทั้งหมดในที่แห่งนี้ให้สิ้นซาก
ทันใดนั้น หอกยาวเล่มหนึ่งแทงทะลวงมาจากทิศทางใดไม่ทราบ มุ่งตรงไปยังกลางอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์
ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตกใจหน้าถอดสี รีบเบี่ยงตัวหลบหลีกอย่างลนลาน ทว่าก็ยังคงถูกหอกแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายอย่างจัง
โลหิตสาดกระจาย ตัวหอกฟาดกระหน่ำลงบนร่างของนาง ซัดร่างของนางจนปลิวละลิ่วลอยกระเด็นออกไปในทันที
ทว่ากลับปรากฏร่างอันเหยียดตรงสง่างามสายหนึ่งขึ้นเบื้องหน้าของฉู่เหอ บนบ่าแบกหอกยาวเปื้อนเลือด ศีรษะดั่งเสือป่า ดวงตากลมโต คิ้วราวกับปีกนกนางแอ่น หนวดเคราดั่งเสือ ดูสง่างามไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
"มีหลินชงอยู่ที่นี่ ใครบังอาจทำร้ายคุณชายของข้า!"
คนผู่นี้คือจิตวิญญาณแห่งหนังสือหลินชงนั่นเอง ฉู่เหออัญเชิญเขาออกมาในวินาทีวิกฤตที่สุด ตั้งใจจะใช้เขาเป็นไพ่ตาย
เพียงแต่น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตนนั้นตอบสนองรวดเร็วเกินไป ในสถานการณ์เช่นนี้ยังสามารถหลบหลีกจุดสำคัญไปได้
จิตวิญญาณแห่งหนังสือตนที่สองของนายน้อยงั้นหรือ?
ลุงฝูเผยสีหน้าตกตะลึงในตอนแรก เมื่อเห็นหลินชงใช้หอกเดียวสยบศัตรู ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
มีการคุ้มครองจากจิตวิญญาณแห่งหนังสือ นายน้อยย่อมปลอดภัยดี คราวนี้เขาสามารถลงมือจัดการกับไอ้ผีร้ายตัวนี้ได้อย่างเต็มที่เสียที!
"เดชะบารมีแห่งสวรรค์ สายฟ้าฟาดกระหน่ำ!"
ลุงฝูถือกระบี่ร่ายพระเวท จากนั้นก็ตวัดกระบี่ฟาดฟันออกไปอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
สายฟ้าสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้า แผดเผาภูตผีปีศาจจิ้งจอกไปกว่าสิบตนในชั่วพริบตา แม้แต่หวังอู่เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างวิญญาณแทบจะแตกสลายหายไป
"จงมาร่วมมือกับเจินเหรินผู่นี้ สังหารภูตผีให้สิ้นซาก!"
ลุงฝูหัวเราะลั่น ตวัดกระบี่พุ่งเข้าฟันหวังอู่ทันที
หลู่จื้อเซินพยักหน้ารับ ร่ายรำไม้เท้าเหล็กกล้าที่เปี่ยมด้วยแสงพุทธคุณพุ่งตามไปติดๆ
เมื่อต้องเผชิญกับการจู่โจมของทั้งสองคน บนร่างของหวังอู่ก็ปรากฏรอยแผลพุพองขึ้นทีละแห่ง
มันเป็นเพียงร่างภูตผี แม้จะไม่มีเลือดไหลออกมา ทว่าทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บ ร่างกายก็จะดูหม่นแสงลงไปมาก
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ดวงวิญญาณของมันจะต้องแตกสลายไปตลอดกาล
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ฉู่เหอและหลินชงร่วมมือกัน หอกยาวสองเล่มราวกับมังกรสองตัว บีบคั้นจนไป๋เม่ยเอ๋อร์ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วต้องถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง
หอกประดุจมังกรทะยาน ปลายหอกคมกริบฝากรอยแผลเลือดไหลไว้บนร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์หลายแห่ง แม้จะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็ทำให้พลังตบะของนางเสียหายไปมาก
ภายในห้องของลุงฝู บรรดาบ่าวรับใช้ต่างพากันดูด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ จนแทบอยากจะออกไปร่วมต่อสู้เคียงข้างนายน้อยและลุงฝูด้วยตัวเอง
"นายน้อยเก่งกาจยิ่งนัก ต่อให้ไม่ได้เดินตามวิถีบุ๋น หากอยู่ในกองทัพก็ต้องได้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่างแน่นอน!"
"คิดไม่ถึงเลยล่ะว่าลุงฝูจะเก่งกาจขนาดนี้ ถึงขนาดอัญเชิญสายฟ้าจากสวรรค์ลงมาได้ นี่มันวิชาของยอดฝีมือแห่งวิถีเต๋าชัดๆ"
"..."
ฉู่เหอประสานงานกับหลินชง ไม่นานนักไป๋เม่ยเอ๋อร์ก็เผยช่องว่างออกมามากมาย
หลินชงแทงหอกทะลวงแขนขวาของไป๋เม่ยเอ๋อร์ แล้วสะบัดงัดฉีกกระชากเนื้อชิ้นใหญ่ออกมา
ฉู่เหอฉวยโอกาสกระโดดทะยานขึ้นฟ้า กระแทกเท้าเหยียบลงบนหน้าอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์อย่างรุนแรง
ปัง!
พลังมหาศาลหักกระดูกหน้าอกของไป๋เม่ยเอ๋อร์จนแหลกละเอียด กระดูกที่หักทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของนาง ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงเรือนทันที
หวังอู่เองก็ถูกแผ่นยันต์สายฟ้าของลุงฝูซัดเข้าที่กลางหลัง ร่างวิญญาณหยินแทบจะแตกสลาย ล้มลงไปกองอยู่ไม่ไกล
ไป๋เม่ยเอ๋อร์จ้องมองหวังอู่ที่อยู่ไม่ไกล พลางหัวเราะสมเพชตัวเอง "คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะต้องมาตายร่วมกับวิญญาณเสือรับใช้อย่างเจ้า"
"มันก็ไม่แน่หรอก" ใบหน้าอันเลือนลางของหวังอู่เผยรอยยิ้มอันชั่วร้าย กล่าวเสียงต่ำ "หากข้าสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตผีร้ายขั้นหกได้ พวกเราจะไม่พลิกกลับมาชนะหรอกหรือ?"
"ก้าวเข้าสู่ขอบเขตผีร้ายขั้นหงงั้นหรือ? ลำพังแค่เจ้าเนี่ยนะ?" ใบหน้าของไป๋เม่ยเอ๋อร์เผยแววดูแคลน
หวังอู่กล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย "หากเป็นยามปกติย่อมไม่มีทางทะลวงผ่านได้ แต่ในวันนี้มีพลังปราณของภูตผีปีศาจมากมายขนาดนี้ แถมยังมีปีศาจขั้นเจ็ดจุดสูงสุดอย่างเจ้าอยู่อีก การจะทะลวงผ่านมันจะยากอะไร?"
สีหน้าของไป๋เม่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไปทันที กล่าวด้วยความตื่นตระหนก "หวังอู่ เจ้าคิดจะทำอะไร?"
ทว่ากลับเห็นไอหยินทั่วร่างของหวังอู่พลุ่งพล่าน หมอกผีมหาศาลแผ่ซ่านขยายออก ปากเริ่มขยายกว้างขวาง ราวกับทางเข้าถ้ำอันมืดมิดที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ
"พวกเจ้า รีบไปหยุดมันเร็วเข้า! มันคิดจะกลืนกินพวกเรา!"
ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตื่นตระหนกขวัญเสีย ถึงขนาดร้องขอความช่วยเหลือจากพวกฉู่เหอ
ลุงฝูเห็นดังนั้นก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันที "เสือกลืนกิน! เจ้าคือวิญญาณเสือรับใช้อย่างนั้นหรือ!?"
สิ่งที่เรียกว่าวิญญาณเสือรับใช้ (倀鬼 - ผีพรายเสือ) ก็คือภูตผีที่ถูกปีศาจเสือใช้พลังไออาฆาตแปรสภาพดวงวิญญาณของมนุษย์ให้กลายเป็นผีบริวาร
ไม่เพียงแต่จะมีพลังแข็งแกร่งกว่าภูตผีทั่วไป ทว่ายังสามารถสืบทอดวิชาเหนือธรรมชาติบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของปีศาจเสือมาได้อีกด้วย
วิชาเสือกลืนกินก็เป็นหนึ่งในนั้น สามารถกลืนกินสรรพสิ่งเพื่อแปรสภาพให้กลายเป็นพลังตบะของตนเอง
เมื่อถูกสำแดงออกโดยผีพรายเสือ ย่อมสามารถกลืนกินพลังผีและพลังปีศาจมาเป็นของตนเองได้
เห็นได้ชัดว่า ผีพรายเสือตนนี้ตั้งใจจะอาศัยวิชาเสือกลืนกินเพื่อกลืนกินภูตผีปีศาจทั้งหมดในที่แห่งนี้ แล้วก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหก!
"นายน้อย จิตวิญญาณแห่งหนังสือทั้งสองตน ลงมือพร้อมกันเถิด ห้ามปล่อยให้ผีร้ายตนนี้ก้าวเข้าสู่ขั้นหกเด็ดขาดนะขอรับ!"
ลุงฝูควักแผ่นยันต์กำใหญ่ฟาดลงบนตัวกระบี่ กัดปลายลิ้นพ่นละอองเลือดสาดลงบนกระบี่ไม้ท้อ
"อาศัยโลหิตบริสุทธิ์ของข้า อัญเชิญสายฟ้าจากสวรรค์ สยบสิ่งชั่วร้าย!"
ตวาดตวัดกระบี่เดียว สายฟ้าฟาดกระหน่ำ กลายเป็นแสงกระบี่สายหนึ่งฟาดฟันเข้าใส่หวังอู่
"ฆ่า!"
ฉู่เหอส่งปราณวรรณกรรมเข้าสู่หอกมังกรขาว พลังหอกทะลวงพุ่งออกจากร่าง กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป
"มังกรคะนองนาพุ่งสู่ทะเล!"
หลินชงตวาดลั่น ปราณเลือดลมมหาศาลควบแน่นอยู่บนตัวหอก ราวกับมังกรคะนองนาที่กวาดล้างไปทั่วสารทิศ
"ไปตายซะ!"
หลู่จื้อเซินเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า แสงพุทธคุณบนไม้เท้าเหล็กกล้าสว่างวาบ พุ่งทะลวงผ่านอากาศไปในชั่วพริบตา
คนทั้งสี่ต่างสำแดงวิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ปีศาจจิ้งจอกและภูตผีตนใดที่ขวางทางต่างถูกฉีกกระชากจนแหลกลาญ
"คิดจะฆ่าข้า พวกเจ้ายังไม่มีปัญญาหรอก!"
หวังอู่หัวเราะอย่างสะใจ มันยื่นมือไปคว้าตัวไป๋เม่ยเอ๋อร์ แล้วขว้างออกไปอย่างแรง
ปัง ปัง ปัง!
การโจมตีทั้งหมดล้วนตกใส่ร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์จนหมดสิ้น
โลหิตสาดกระจาย ไป๋เม่ยเอ๋อร์สิ้นใจตายในทันที
ทว่าในตอนที่นางดับสูญ แววตาของนางจดจ้องมองหวังอู่แน่นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและไม่ยินยอม
"ภายใต้เขตแดนเสือกลืนกิน ไม่มีใครหน้าไหนหยุดข้าได้ วันนี้ข้าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหก และล้างบางตระกูลของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!"
หวังอู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยื่นมือไปกระชาก ไอสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์
นั่นคือดวงวิญญาณของไป๋เม่ยเอ๋อร์ หากกลืนกินเข้าไปย่อมได้รับพลังตบะมาเสริมแกร่ง
ทุกคนต้องการจะเข้าไปขัดขวาง ทว่าบนร่างของหวังอู่กลับปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
นี่ไม่ใช่พลังของตัวหวังอู่เอง แต่เป็นการยืมเอาบารมีของท่านอ๋องเสือที่หนุนหลังมันอยู่มาใช้งาน
"จงมาให้หมด มาเป็นส่วนหนึ่งของพลังตบะของข้า ฮ่าๆๆ..."
หวังอู่หัวเราะอย่างสะใจ ปากราวกับบ่อที่ไร้ก้น กลืนกินภูตผีเข้าไปทีละตน ดวงวิญญาณของปีศาจจิ้งจอกที่ดับสูญก็ถูกดึงลอกออกมาด้วยเช่นกัน
หมอกผีหนาทึบบดบังดวงจันทร์จนมิด ลมเย็นพัดกระหน่ำ
ทั่วทั้งจวนตระกูลฉู่ราวกับแปรสภาพกลายเป็นแดนผี คนทั้งสี่ต่างมีสีหน้าเคร่งขrึม ตั้งใจจะขัดขวางทว่ากลับไม่มีกำลังเพียงพอ
ห่างออกไปนับร้อยลี่ ภายในภูเขาหู่โถว
ท่านอ๋องเสือเบิกตาทั้งสองข้างขึ้นทันที ในแววตาแฝงแววตกตะลึงเล็กน้อย
"หวังอู่กำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกแล้วหรือ สวรรค์ช่างช่วยข้าจริงๆ!"
หวังอู่เป็นวิญญาณเสือรับใช้ของมัน พลังตบะย่อมสามารถสะท้อนกลับมาช่วยเสริมพลัง ช่วยให้มันทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขั้นห้าได้เร็วขึ้น
ที่ลานเรือนจวนฉู่ หวังอู่เหยียบย่างอยู่บนความว่างเปล่า สีบนร่างของมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปแล้ว
ชุดคลุมยาวสีเทากลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับโลหิต บ่งบอกว่ามันได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นผีร้ายที่แท้จริง!
"นายน้อย ท่านหนีไปก่อนเถอะ บ่าวเฒ่าจะขวางมันไว้เอง!" ลุงฝูกล่าวเสียงต่ำ
บนร่างของเขากลับปรากฏลวดลายอักขระวิญญาณสว่างวาบขึ้นมาทีละสาย เขาตั้งใจจะเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้จนตายนั่นเอง
"ลุงฝู หากไม่สังหารมัน พวกเราไม่มีใครหนีรอดหรอกขอรับ" ฉู่เหอกำหอกมังกรขาวแน่น น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง
ลุงฝูหันไปมองเห็นแววตามุ่งมั่นของเขา ก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก เพียงแต่อักขระวิญญาณบนร่างกลับเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม
กลิ่นอายพลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างกะทันหัน ถึงกับก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นหกแห่งการท่องตะวันอีกครั้ง กลับคืนสู่ฐานะเจินเหรินแห่งวิถีเต๋า!
"นายน้อย คอยสนับสนุนข้า รอดูข้าสังหารไอ้สัตว์เดรัจฉานตนนี้เสีย!"