เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ภยันตรายรอบด้าน

บทที่ 41 ภยันตรายรอบด้าน

บทที่ 41 ภยันตรายรอบด้าน


บทที่ 41 ภยันตรายรอบด้าน

"ถ้าไม่ใช่หอกเล่มนี้แล้วจะให้เป็นหอกอะไรเล่า?" ฉู่เหอกล่าวด้วยความฉงน

ลุงฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอก "นายน้อย ท่านพูดเช่นนี้บ่าวเฒ่าก็วางใจแล้วขอรับ"

ฉู่เหอเหลือบมองเขาอย่างอารมณ์ไม่ดีแล้วกล่าวว่า "ลุงฝู ท่านมีความคิดฟุ้งซ่านเช่นนี้ สู้เอาเวลามาดูสถานการณ์รอบๆ ดีกว่าไหมขอรับ"

บนกำแพงเรือน บนหลังคา หรือแม้แต่ตามมุมลานเรือน

เกือบทั้งหมดล้วนเนืองแน่นไปด้วยปีศาจจิ้งจอกและภูตผีวิญญาณเร่ร่อน

ขอบเขตพลังของภูตผีปีศาจเหล่านี้อย่างต่ำที่สุดก็อยู่ที่ขั้นเก้า และมีไม่น้อยที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นแปดแล้ว

ปีศาจจิ้งจอกมีไม่ต่ำกว่าสิบตน ส่วนภูตผีก็มีจำนวนมากกว่านั้นเสียอีก

กองกำลังระดับนี้ นอกเหนือจากจวนเจ้าเมืองแล้ว ย่อมไม่มีตระกูลใดในเมืองที่จะสามารถต้านทานเอาไว้ได้เลย

"คุณชายฉู่ ผู้น้อยคิดถึงท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ"

เสียงหัวเราะยั่วยวนดังแว่วมา พร้อมกับร่างของไป๋เม่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมบางเบาที่ค่อยๆ ร่อนกายลงมา

ผ้าไหมสีขาวบนร่างของนางพริ้วไหวไปตามสายลม เผยให้เห็นผิวขาวผ่องวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหลและดูดกลืนวิญญาณผู้คน

"ยัยปีศาจ!"

ฉู่เหอด่าทอในใจ เขารีบกระตุ้นปราณวรรณกรรมทันที

ภายใต้ดวงตาทิพย์มองเห็นในยามค่ำคืน หญิงงามล่มเมืองนางนั้นกลับกลายเป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกขนสีเทาตัวหนึ่งที่กำลังเยื้องกรายร่ายรำทำท่าทางยั่วยวน ดูแล้วชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก

ไป๋เม่ยเอ๋อร์ย่อมไม่รู้ว่าฉู่เหอบรรลุวิชาดวงตาทิพย์มองเห็นในยามค่ำคืนแล้ว นางยังคงทำท่าทางยั่วยวนต่อไปอย่างเพลิดเพลิน

ทำเอาฉู่เหอรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา

เขารีบโบกมือห้าม "พี่สาวปีศาจจิ้งจอก เลิกทำท่าทางยั่วยวนเถอะ ข้าดูแล้วรู้สึกคลื่นไส้เหลือเกิน"

สีหน้าของไป๋เม่ยเอ๋อร์แข็งค้างลงทันที ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม กรงเล็บทั้งสองข้างขยายยาวออก ในดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันพรั่งพรู

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "ฉู่เหอ เจ้าลนหาที่ตาย!"

จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำเอาฉู่เหอตกใจสะดุ้ง เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

หรือเป็นเพราะคำพูดคำไหนของตนไปสะกิดโดนสวิตช์เข้า ทำไมสุนัขจิ้งจอกขนเทาตัวนี้ถึงได้เข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งไปเสียแล้ว

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉู่เหอยังคงไม่ค่อยเข้าใจ สุนัขจิ้งจอกขนสีเทาตัวหนึ่ง เหตุใดถึงตั้งชื่อตัวเองว่าไป๋เม่ยเอ๋อร์ มันมีส่วนไหนที่ขาว (ไป๋) กัน?

"ไป๋เม่ยเอ๋อร์ พอได้แล้วล่ะ ในดวงตาของมันมีแสงประกายวูบวาบ เห็นชัดว่าบรรลุวิชาเหนือธรรมชาติของวิถีปราชญ์แล้ว รูปลักษณ์จำแลงของเจ้าปกปิดดวงตาของมันไม่ได้หรอก"

ในขณะที่ไป๋เม่ยเอ๋อร์กำลังจะคุล้มคลั่ง เสียงอันเย็นเยียบสายหนึ่งก็ดังขึ้น

ท่ามกลางความมืดมิด ภูตผีตนหนึ่งในชุดคลุมยาวสีเทาก้าวเดินออกมา บนร่างของมันมีแสงสีแดงแผ่ซ่านออกมาจางๆ

"นายน้อย เจ้าสิ่งนี้กำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตผีร้าย และกลายเป็นผีร้ายขั้นหกแล้วขอรับ" ลุงฝูกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สายตาที่มองไปยังหวังอู่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

หากเป็นในช่วงที่พลังของเขาอยู่ในจุดสูงสุด ย่อมไม่มีทางหวาดกลัวผีร้ายขั้นหกอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้เขาไม่ใช่เจินเหรินแห่งวิถีเต๋าอีกต่อไปแล้ว วิธีการมากมายจึงไม่สามารถสำแดงออกมาได้เลย

"เช่นนั้นก็จงทำลายมันเสียก่อนที่มันจะกลายเป็นผีร้ายขั้นหก"

ฉู่เหอมีสีหน้าสงบนิ่ง แสงจิตวิญญาณสายหนึ่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว กลายเป็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำถือไม้เท้าเหล็กกล้าปรากฏตัวขึ้น

"จิตวิญญาณแห่งหนังสือหลู่จื้อเซิน ขอคารวะคุณชาย!" หลู่ต๋าถือไม้เท้าเหล็กกล้า กลิ่นอายพลังระเบิดกร้าวขึ้นกว่าเดิม แฝงแววว่าจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขั้นเจ็ดแห่งพลังวิเศษได้ในไม่ช้า

เมื่อผสานเข้ากับพลังมหาศาลที่มีมาแต่กำเนิด ย่อมมีพลังเพียงพอที่จะต่อกรกับผู้มีพลังในระดับขอบเขตขั้นเจ็ดได้อย่างแน่นอน

"ฆ่า!"

ฉู่เหอตวาดเสียงต่ำ ถือหอกมังกรขาวแทงเข้าใส่ปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่งที่ตั้งใจจะลอบโจมตีจากด้านข้างทันที

เสียง "ฉึก" ดังขึ้น ปีศาจจิ้งจอกขั้นเก้าตนนั้นถูกแทงทะลุหัวใจจนมิดด้าม

หอกมังกรขาวสะบัดควง ร่างของปีศาจจิ้งจอกแตกสลาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานเรือน กลายเป็นสิ่งมีชีวิตตนแรกที่ดับสูญในการเปิดฉากมหาศึกครั้งนี้

กลุ่มปีศาจจิ้งจอกและภูตผีวิญญาณเคลื่อนไหวพร้อมกันด้วยความเร็วสูง ล้อมคนทั้งสามไว้ตรงกลาง

"สายฟ้า จงมา!"

ลุงฝูเปลี่ยนท่าทีค่อมงอในยามปกติ ร่างกายกลับมายืดตรงสง่างาม ตวัดกระบี่เล่มหนึ่งอัญเชิญสายฟ้าฟาดลงมา สังหารภูตผีไปได้หนึ่งตนในชั่วพริบตา

หลู่จื้อเซินเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ปราณเลือดลมในร่างกายเดือดพล่าน ร่ายรำไม้เท้าเหล็กกล้าโบกสะบัด เหนือไม้เท้าถึงกับมีแสงพุทธคุณปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่ง

เพียงการโจมตีเดียว ภูตผีตนหนึ่งก็ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดรวดเร็วก่อนจะถูกแสงพุทธคุณแผดเผาจนดับสูญไป

คนทั้งสามลงมือพร้อมกัน เผชิญหน้ากับการรุมโจมตีจากภูตผีปีศาจจิ้งจอกกว่ายี่สิบสามสิบตนอย่างไม่หวาดหวั่น

หอกเงินราวมังกรทะยาน กระบี่วิเศษกลายเป็นสายฟ้า ไม้เท้าเหล็กกล้าชำระโลกสยบมารร้าย

แสงสีต่างๆ สาดส่องประกายวูบวาบ บ่าวรับใช้ที่หลบซ่อนอยู่ในห้องของลุงฝูต่างพากันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง

ที่แท้ลุงฝูที่ปกติทำตัวเป็นกันเองและนอบน้อมกลับเก่งกาจถึงเพียงนี้ และยังมีนายน้อยอีก ที่ถึงกับสามารถร่ายรำเพลงหอกได้อย่างยอดเยี่ยม

สถานการณ์การต่อสู้ภายนอกยิ่งทวีความดุเดือด หอกมังกรขาวในมือของฉู่เหอเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ไม่รู้ว่าสังหารปีศาจจิ้งจอกไปแล้วกี่ตน

ทว่าบนร่างกายของเขาก็มีรอยแผลเลือดไหลปรากฏขึ้นสองสามแห่ง เกิดจากการที่ภูตผีบุกประชิดตัวจนถูกพลังหยินทำร้าย

ทั่วร่างของหลู่จื้อเซินมีแสงพุทธคุณพันรอบ บนท่อนแขนก็มีรอยแผลเลือดไหลเพิ่มขึ้นมาสองสามรอยเช่นกัน

ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นลุงฝู ทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยพลังเที่ยงธรรมอันบริสุทธิ์ กระบี่ไม้ท้อในมือร่ายรำไปมา ควบคุมสายฟ้าฟาดฟัน เผยสง่าราศีของเจินเหรินแห่งวิถีเต๋าออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ

หวังอู่และไป๋เม่ยเอ๋อร์ได้ลงมือแล้วเช่นกัน ทว่าต่อให้พวกเขามาร่วมวงด้วย ก็ยังไม่อาจทำอะไรคนทั้งสามได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นแสงพุทธคุณจากปราณวรรณกรรม หรือพลังเที่ยงธรรมอันบริสุทธิ์จากวิถีเต๋า ล้วนสยบข่มพลังของภูตผีปีศาจมารร้ายได้อย่างเด็ดขาด ทำให้พลังต่อสู้ของพวกลดทอนลงไปมาก

พวกมันคิดไม่ถึงเลยว่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ฉู่เหอจะเติบโตขึ้นมาถึงระดับนี้ได้

การมีเจินเหรินแห่งวิถีเต๋าที่รากฐานพลังเสียหายคอยคุ้มครองก็ช่างเถอะ ทว่าตัวเขาเองกลับกลายเป็นผู้ฝึกฝนวิถีปราชญ์ขั้นแปด แถมยังหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งหนังสืออันแข็งแกร่งออกมาคุ้มกายได้อีกตนหนึ่ง

หากยังคงปล่อยให้ฉู่เหอเติบโตต่อไปเช่นนี้ ท่านอ๋องเสือจะต้องพิโรธอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นพวกเขาทั้งสองคนย่อมไม่อาจหลีกหนีโทษทัณฑ์พ้น

หวังอู่ส่งสายตาให้ไป๋เม่ยเอ๋อร์ ทั้งสองสั่งการให้ปีศาจจิ้งจอกและภูตผีบุกจู่โจม ส่วนพวกตนถอยร่นออกไปไกลกว่าสิบจั้ง

"ไป๋เม่ยเอ๋อร์ ข้าจะนำกลุ่มภูตผีปีศาจไปพัวพันขัดขวางจิตวิญญาณแห่งหนังสือและเจินเหรินแห่งวิถีเต๋าตนนั้นไว้ ส่วนเจ้าจงไปสังหารฉู่เหอเสีย!" หวังอู่กล่าว

ไป๋เม่ยเอ๋อร์พยักหน้าเห็นพ้อง แผนการในยามนี้ทำได้เพียงเท่านี้แล้ว

หากคืนนี้สังหารฉู่เหอไม่ได้ วันหน้าเกรงว่าจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป

เมื่อแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนแล้ว หวังอู่ก็นำกลุ่มภูตผีปีศาจพุ่งเข้าใส่หลู่จื้อเซินและลุงฝูทันที

ไอหยินทั่วร่างของมันระเบิดกร้าว ปลดปล่อยหมอกผีอันหนาทึบผสานเข้ากับกลุ่มปีศาจเพื่อสะกดขัดขวางคนทั้งสองเอาไว้

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ไป๋เม่ยเอ๋อร์ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด กรงเล็บหนึ่งซัดทำลายการเคลื่อนไหวของฉู่เหอที่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือกนลบล้าง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มยั่วยวน

"คุณชายฉู่ ท่านเป็นของผู้น้อยแล้วนะเจ้าคะ"

เนื่องจากดวงตาทิพย์มองเห็นในยามค่ำคืนยังไม่ได้ปิดลง เมื่อฉู่เหอเห็นท่าทางยั่วยวนของนาง ก็แทบจะอาเจียนออกมาอีกรอบ

ท่าทางรังเกียจขยะแขยงนั้นไป๋เม่ยเอ๋อร์มองเห็นได้อย่างชัดเจน ใบหน้างดงามพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง ไอปีศาจพุ่งทะยาน จิตสังหารเข้มข้นเด่นชัด

ไป๋เม่ยเอ๋อร์เลิกเสแสร้งแกล้งทำอีกต่อไป นางเผยความดุร้ายออกมาอย่างเต็มที่ กรงเล็บยาวออกมาร่วมฉื่อ เสียงหวีดแหลมบาดหู "ฉู่เหอ เจ้าไม่ชอบทางสว่าง แต่กลับชอบทางมืด! ไปตายซะไอ้หนุ่ม!"

ไอปีศาจมหาศาลแผ่ซ่าน นางพุ่งโถมเข้าใส่ฉู่เหอทันที สองกรงเล็บตวัดกวัดแกว่ง พุ่งเป้าหมายตรงไปยังหัวใจของฉู่เหอ

ฉู่เหอตวัดหอกเข้าต้านทาน กรงเล็บปะทะเข้ากับตัวหอกเกิดเสียงดังแก๊งๆ ติดต่อกันไม่ขาดสาย

ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจจิ้งจอกขั้นเจ็ดจุดสูงสุดอย่างไป๋เม่ยเอ๋อร์ ถูกบีบคั้นจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว มือที่ถือหอกถูกแรงปะทะจนรู้สึกชาหนึบ

ปัง!

ไป๋เม่ยเอ๋อร์ซัดฝ่ามือหนึ่งลงบนหอกเงิน ไอปีศาจพุ่งม้วนตลบออกทำเอาปราณเลือดลมของฉู่เหอเดือดพล่าน จนมีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก

ลุงฝูเหลือบสายตามาเห็นฉู่เหอได้รับบาดเจ็บ ก็เกิดเพลิงโทสะขึ้นมาทันที

แผ่นยันต์จำนวนมากถูกซัดออกมาอย่างไม่เสียดายเงิน สายฟ้าฟาดกระหน่ำคำรามลั่น

หลู่จื้อเซินเห็นนายท่านได้รับบาดเจ็บ ก็โกรธจัดจนแทบคลั่ง ไม้เท้าเหล็กกล้าร่ายรำจนเกิดลมพายุ แสงพุทธคุณแต่ละสายฉีกกระชากหมอกผีจนพังทลาย

หวังอู่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างกะทันหัน เสื้อคลุมยาวสีเทาที่ควบแน่นจากไอหยินบนร่างเริ่มปรากฏรอยร้าวขึ้นทีละสาย

หากเสื้อคลุมยาวนี้พังทลายลง ตัวมันก็จะต้องสูญสิ้นดวงวิญญาณไปตลอดกาล

มันกล่าวด้วยความตื่นตระหนก "ไป๋เม่ยเอ๋อร์ รีบสังหารฉู่เหอซะ แล้วรีบมาช่วยข้า!"

"ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าจัดการเองไค้!"

ไป๋เม่ยเอ๋อร์กรีดร้องลั่น ใบหน้างดงามแปรเปลี่ยนเป็นหัวสุนัขจิ้งจอก หางสีเทาสะบัดฟาดจนฉู่เหอกระอักเลือดออกมาคำโต

กรงเล็บแหลมคมพุ่งตามมาติดๆ หมายจะควักเอาหัวใจของฉู่เหอออกไปตรงๆ

ในตอนที่นางยังไม่ได้บำเพ็ญตบะจนจำเลงร่างเป็นมนุษย์ได้ สิ่งที่นางโปรดปรานมากที่สุดก็คือกินหัวใจมนุษย์!

จบบทที่ บทที่ 41 ภยันตรายรอบด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว