- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- บทที่ 23 นักเรียนส่วนใหญ่
บทที่ 23 นักเรียนส่วนใหญ่
บทที่ 23 นักเรียนส่วนใหญ่
บทที่ 23 นักเรียนส่วนใหญ่
ในโรงเรียนทหารเริ่มฝึกฝนกับหุ่นรบตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ยังไม่ต้องพูดถึงตระกูลขุนนางชั้นสูงบางตระกูลที่มีหุ่นรบและลานฝึกส่วนตัว เป็นที่รู้กันดีว่าดาวนิรนามนั้นขาดแคลนทรัพยากร และแทบจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับหุ่นรบระดับ A เลยด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแยกแยะความแตกต่างระหว่างหุ่นรบทั้งสามประเภท
โรงเรียนทหารดามอกลีสตระหนักถึงสถานการณ์นี้ดี จึงกำหนดให้บรรดาครูผู้สอนต้องคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่นักเรียนที่มาจากดาวนิรนามอยู่เสมอ นี่เป็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
โรงเรียนทหารแห่งอื่นๆ ไม่สนใจหรอกว่านักเรียนจะมาจากไหนหรือมีพื้นฐานเป็นอย่างไร พวกเขาบังคับใช้ระบบคัดออกอย่างเข้มงวดตั้งแต่วินาทีแรกที่นักเรียนใหม่เข้าเรียน
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนทหารดามอกลีสจึงมักถูกโรงเรียนทหารแห่งอื่นเยาะเย้ยและเรียกขานอย่างติดตลกว่าเป็น 'โรงเรียนทหารกำมะลอ' ที่รับใครก็ได้เข้าเรียน
"ฉันค่อนข้างรีบน่ะค่ะ" เว่ยซานกล่าวอย่างจริงใจ
เซี่ยงหมิงฮวา: "???"
เว่ยซานได้อ่านความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหุ่นรบจบไปก่อนหน้านี้แล้ว และได้ตัดสินใจเลือกเป้าหมายของตัวเองเรียบร้อย หุ่นรบขนาดหนักต้องการอาวุธและเครื่องกระสุนมากที่สุด สิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป แถมค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมรายวันก็ยังสูงกว่าหุ่นรบอีกสองประเภทด้วย
หุ่นรบขนาดเบามีความโดดเด่นในด้านการลาดตระเวน การบิน และอื่นๆ แต่แนวทางการพัฒนากลับมีขีดจำกัด
หุ่นรบขนาดกลางนั้นแตกต่างออกไป พวกมันมีแนวทางการพัฒนาที่ยืดหยุ่น และยังสะดวกต่อการดัดแปลงในอนาคต ทันทีที่ได้เห็นข้อมูล เธอก็ตัดสินใจเลือกหุ่นรบขนาดกลางทันที
"เว่ยซานใช่ไหม? ไปยืนตรงนู้นเลย" เซี่ยงหมิงฮวาพยายามอดทน ท่องยุบหนอพองหนอในใจอยู่หลายรอบเพื่อไม่ให้ตัวเองสติแตก "การที่เธอสามารถดิ้นรนออกมาจากดาวนิรนามได้ สมองก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร การรีบร้อนเลือกหุ่นรบตอนนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อเธอเลย ดูเนี่ยฮ่าวฉีเป็นตัวอย่างสิ แล้วหัดเรียนรู้ความใจเย็นจากเขาบ้าง"
เนี่ยฮ่าวฉีคือนักเรียนอีกคนในชั้นเรียนที่มาจากดาวนิรนาม
"ทหารหุ่นรบเดี่ยวไม่ได้พึ่งพาแค่พละกำลังหรอกเหรอคะ?" เว่ยซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น "ฉันไม่ได้ใช้สมองซะหน่อย"
เซี่ยงหมิงฮวา: "..." ดีมาก เจอตัวป่วนตั้งแต่วันแรกที่เปิดคลาสเลย
"ครูจะพูดอีกครั้งนะ การเลือกหุ่นรบก่อนที่จะได้ลองขับมันจริงๆ จะไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอเลย" เซี่ยงหมิงฮวามองหน้านักเรียน "ถ้าเธอยังดึงดันจะเลือกให้ได้ ครูเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม เพียงแต่หวังว่าเธอจะไม่มาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
"ขอบคุณค่ะอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นฉันไปเลือกก่อนนะคะ" นอกจากความยากจนแล้ว ก็ไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของเว่ยซานได้อีก ไม่มีใครหน้าไหนเข้ามาแทรกแซงได้ทั้งนั้น
เมื่อเห็นความดื้อดึงของเธอ เซี่ยงหมิงฮวาก็ทำได้เพียงหลีกทางให้ พร้อมกับเอ่ยเตือนเป็นครั้งสุดท้าย: "ถ้าเธอปรับตัวไม่ได้ก่อนสิ้นสุดภาคเรียนนี้ เธอจะมีโอกาสยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหุ่นรบได้หนึ่งครั้ง"
"รับทราบค่ะอาจารย์"
ยกเว้นคนเพียงไม่กี่คนที่ยังไม่ได้เลือกหุ่นรบ คนอื่นๆ ล้วนมีสร้อยคออยู่ในมือกันหมดแล้ว
เซี่ยงหมิงฮวายืนอยู่ด้านหน้าสุด รอให้พวกเขายืนยันตัวตนบนสร้อยคอจนเสร็จ จากนั้นจึงหยิบสร้อยคอเส้นหนึ่งขึ้นมาและปลดปล่อยหุ่นรบออกมาต่อหน้านักเรียนทุกคน
เว่ยซานแหงนหน้ามองหุ่นรบตัวนี้ และอดไม่ได้ที่จะอุทานชื่นชมความร่ำรวยของโรงเรียน แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของโครงสร้างหุ่นรบตัวนี้ทำมาจากโลหะทั้งสิ้น
"บทเรียนแรกนั้นง่ายมาก นั่นคือเรียนรู้วิธีการจัดเก็บและเรียกใช้งานหุ่นรบของพวกเธอ" เซี่ยงหมิงฮวากล่าวพลางลูบคลำสร้อยคอในมือ "สมรภูมิรบพลิกผันได้ในชั่วพริบตา ทุกวินาทีที่พวกเธอสูญเสียไป เท่ากับศัตรูมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวินาทีในการสังหารพวกเธอ ดังนั้นเวลาที่ใช้ในการจัดเก็บและเรียกใช้หุ่นรบจะต้องถูกบีบอัดให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แยกย้ายกันไปฝึกซ้อมเอง หัวหน้าห้อง ช่วยจับตาดูให้ครูด้วย"
เซี่ยงหมิงฮวาเก็บหุ่นรบกลับไปในชั่วพริบตา จากนั้นเมื่อทิ้งประโยคนั้นไว้ เขาก็ปล่อยกลุ่มนักเรียนทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วพาตัวเนี่ยฮ่าวฉีแยกออกไปฝึกสอนเป็นการส่วนตัว
เว่ยซานหาที่ว่างและค่อยๆ กดสวิตช์ หุ่นรบสีเหลืองอ่อนก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าในทันที และเมื่อกดสวิตช์อีกครั้ง หุ่นรบตัวนั้นก็อันตรธานหายไปในอากาศธาตุ
มหัศจรรย์มาก
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เว่ยซานไม่ได้เรียนในสายนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงเอาแต่เล่นสนุกกับมันไปหลายวันแน่ๆ
เว่ยซานเอาแต่ฝึกจัดเก็บและเรียกใช้หุ่นรบ ตั้งหน้าตั้งตาทำภารกิจที่ครูมอบหมายให้อย่างขยันขันแข็ง แต่เพื่อนร่วมชั้นหลายคนกลับเข้าไปในห้องนักบินและเริ่มทำความคุ้นเคยกับหุ่นรบของตัวเองกันแล้ว
นักเรียนไม่กี่คนที่มีหุ่นรบเป็นของตัวเองก็เรียกหุ่นรบออกมาเช่นกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันแตกต่างจากหุ่นรบของโรงเรียนอย่างสิ้นเชิง
"เชี่ย นี่มันหุ่นรบแปลงร่างแบบแมงมุมนี่นา?"
ทันใดนั้น เพื่อนร่วมชั้นบางคนก็เลิกสนใจหุ่นรบของตัวเองแล้วพากันกรูเข้าไปล้อมรอบ ลูบคลำมันไปทั่วด้วยความตื่นเต้น
"ลิงซ์?! กรี๊ดดดด หุ่นรบรุ่นโปรดของฉันเลย"
ลานฝึกซ้อมพลันเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที ทุกคนต่างแห่กันเข้าไปมุงดู
เว่ยซานยืนอยู่ด้านหลัง แหงนหน้ามองหุ่นรบสีน้ำตาลสองตัวและตัวที่เป็นลายเสือดาว ทั้งหุ่นแมงมุมและลิงซ์ต่างก็เป็นหุ่นรบที่ออกแบบโดยปรมาจารย์อิงเซี่ยว ผลงานชิ้นเอกอื่นๆ ของเขายังรวมถึงหุ่นรบแปลงร่างแอรีส และทั้งสามตัวนี้ล้วนเป็นหุ่นรบขนาดกลาง
ประวัติศาสตร์ของหุ่นรบแบ่งออกเป็นสามยุคสมัยมาโดยตลอด ได้แก่ ยุคก้าวกระโดด ยุคทอง และยุคผานกู่ หรือหากจะแบ่งตามประเภทของหุ่นรบ ก็จะพิจารณาจากช่วงเวลาที่หุ่นรบขนาดเบา ขนาดกลาง และขนาดหนักปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก
ปรมาจารย์ผู้เป็นตัวแทนของยุคก้าวกระโดดคืออวี๋ชิงเฟย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะปรมาจารย์หุ่นรบอันดับหนึ่ง เขาเชี่ยวชาญด้านหุ่นรบขนาดเบาและมีผลงานชิ้นเอกสามชิ้น จวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่หรือก้าวข้ามผลงานเหล่านั้นไปได้ หุ่นรบขนาดเบาทั้งหมดในยุคปัจจุบันเป็นเพียงการดัดแปลงต่อยอดจากแบบจำลองข้อมูลหุ่นรบที่เขาทิ้งไว้ให้เท่านั้น
ยุคทองและยุคผานกู่ต่างก็มีปรมาจารย์ผู้เป็นตัวแทนยุคละสองท่าน หุ่นรบที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นในช่วงสามยุคสมัยนี้ ได้กลายมาเป็นบรรทัดฐานของหุ่นรบทั้งหมดในสหพันธ์ ณ ปัจจุบัน
...
ทางโรงเรียนจัดชั้นเรียนรวมให้นักเรียนใหม่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่พวกเขาพอจะเข้าใจสถานการณ์โดยรวมแล้ว ระบบการลงทะเบียนเรียนก็จะเปิดให้ใช้งาน นอกเหนือจากวิชาบังคับรวมที่จำเป็นเพียงไม่กี่วิชาแล้ว นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาต่างๆ ได้ตามความก้าวหน้าของตนเอง โดยมีตารางเรียนที่ยืดหยุ่นได้
เว่ยซานไม่ได้เลือกลงวิชาไหนเพิ่มเลย หลังจากเรียนวิชาภาคทฤษฎีบังคับเสร็จ เธอก็ใช้เวลาทุกวันขลุกตัวอยู่แต่ในห้องสมุด จากนั้นก็ไปที่ลานฝึกหุ่นรบเพื่อง่วนอยู่กับหุ่นรบของตัวเอง ถึงขนาดที่อยากจะถอดชิ้นส่วนมันออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอด
ต้องบอกเลยว่าหุ่นรบระดับ A และระดับ B นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล และระบบปฏิบัติการก็ยังซับซ้อนกว่ากันหลายเท่าตัว
เว่ยซานปีนเข้าไปในห้องนักบิน นั่งลงบนที่นั่งนักบิน พลางจ้องมองแผงควบคุมตรงหน้า และบังคับให้หุ่นรบเดินเตร็ดเตร่ไปมา
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นใด การเดินของหุ่นรบระดับ A นั้นดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ราวกับกำลังยกเท้าของตัวเองเดินอย่างไรอย่างนั้น
"เว่ยซาน ลงมาเดี๋ยวนี้" เซี่ยงหมิงฮวาเดินมาขวางหน้าเว่ยซานด้วยใบหน้าเรียบเฉย พลางยื่นมือไปตบหุ่นรบของเธอ
"อาจารย์มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?" เว่ยซานรีบกระโดดลงมาจากห้องนักบินทันที
เซี่ยงหมิงฮวามองดูนักเรียนคนนี้ที่ฉากหน้าดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ลับหลังกลับคอยสร้างเรื่องปวดหัวให้เขาอยู่เสมอ ความโกรธในใจของเขาก็ปะทุขึ้น: "ทำไมเธอถึงไม่เข้าเรียน?"
"ฉันก็เข้าเรียนอยู่นะคะ" เว่ยซานปฏิเสธ
"การต่อสู้ด้วยหุ่นรบ การต่อสู้ระยะประชิด การยิงปืน... เธอเข้าเรียนวิชาไหนบ้างล่ะ?" เซี่ยงหมิงฮวาไม่เข้าใจจริงๆ ในฐานะคนที่มาจากดาวนิรนามเหมือนกัน เนี่ยฮ่าวฉีกระตือรือร้นจัดตารางเรียนของตัวเองจนแน่นเอี้ยดทุกวัน แม้แต่ในวันเสาร์อาทิตย์เขาก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับห้องจำลองการฝึกซ้อม ทั้งหมดก็เพื่อตามความก้าวหน้าของเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ให้ทันโดยเร็วที่สุด