- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"
บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"
บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"
บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"
เว่ยซานกัดฟันวิ่งสปรินต์ พยายามต่อสู้กับอาการวิงเวียนศีรษะที่ถาโถมเข้ามา ขณะที่วิ่งผ่านลานกว้างแห่งหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
มันเป็นเสียงของเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอนั่นเอง
"เหยื่อของนายใช้ได้เลยนี่ ขอยืมหน่อยก็แล้วกัน"
"ไสหัวไปซะ!"
เว่ยซานกลอกตา ขยับเปลี่ยนทิศทางแล้วสาวเท้าเดินเข้าไปที่ลานกว้างอย่างรวดเร็ว เธอเหวี่ยงซากเสือดาวที่แบกไว้บนบ่าลงกับพื้น "งั้นมายืมเหยื่อของฉันแทนเอาไหมล่ะ?"
มีคนเจ็ดแปดคนยืนอยู่บริเวณลานกว้าง คนที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางคือเพื่อนร่วมชั้นของเว่ยซาน ส่วนคนที่เหลือเป็นเด็กจากห้องข้างๆ ทว่าหัวโจกของกลุ่มกลับนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป โดยมีซากสิงโตตัวหนึ่งนอนตายอยู่แทบเท้า
เมื่อคนเหล่านี้เห็นเว่ยซาน พวกเขาก็พากันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียงกัน
เพื่อนร่วมชั้นของเธอยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ลากเหยื่อของตัวเองเดินมาหาเว่ยซาน แล้วชี้หน้าพวกเด็กห้องข้างๆ "ไอ้พวกนี้ไม่มีปัญญาทำภารกิจให้สำเร็จด้วยตัวเอง ก็เลยรวมหัวกันมาแย่งเหยื่อของพวกเรา"
เขาอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำแทบตายกว่าจะทำภารกิจสำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงความเหนื่อยล้าทางร่างกายและบาดแผลที่ได้รับเลย แต่จู่ๆ คนกลุ่มนี้ก็โผล่มาปล้นเหยื่อไปหน้าตาเฉย ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคิดจะต่อสู้ขัดขืน แต่หัวโจกห้องข้างๆ คอยคุมเชิงอยู่รอบนอก และพร้อมจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงทันทีที่เห็นท่าไม่ดี ซึ่งก็มีคนโดนแย่งชิงไปมากกว่าหนึ่งหรือสองคนแล้ว
ไม่มีใครจากห้องข้างๆ กล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ สายตาของพวกเขาเอาแต่ลอบมองไปยังคนที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป
ในที่สุด คนที่อยู่ใต้ต้นไม้ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามา "เว่ยซาน ฉันขอเตือนให้เธออย่ามาแส่เรื่องของชาวบ้านจะดีกว่า"
เว่ยซานเดาะลิ้น กวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง "อู๋เต๋อ แผลที่หลังนายดีขึ้นแล้วหรือไง?"
เขาคือเด็กห้องข้างๆ คนนั้นที่มีข่าวลือว่าเป็นนักเรียนระดับ A แต่กลับถูกเธออัดจนหมอบราบคาบไปก่อนหน้านี้นี่เอง
ไท่อู๋เต๋อ "..." ร่างกายของเขาเริ่มปวดร้าวขึ้นมาตงิดๆ อีกครั้ง
เว่ยซานถอนหายใจ "พวกเราก็เรียนอยู่ห้องติดกันแค่นี้ เห็นหน้าค่าตากันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทิ้งเหยื่อทั้งหมดไว้ที่นี่ แล้วฉันจะยอมปล่อยพวกนายไป"
เธอเอ่ยด้วยท่าทีเย่อหยิ่งอย่างเป็นธรรมชาติจนไท่อู๋เต๋อถึงกับโกรธจนหลุดขำ "เว่ยซาน เธอคิดจริงๆ หรือว่าแค่พวกเธอสองคนจะสู้พวกเราทุกคนได้?"
เว่ยซานหมุนข้อมือไปมาแล้วช้อนตาขึ้นมอง "แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ?"
ทันทีที่ไท่อู๋เต๋อกำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกน้อง หมัดลุ่นๆ ก็เหวี่ยงมาตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน เขาเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่ายังไม่ทันจะได้นึกกระหยิ่มใจ หมัดอีกข้างก็ซัดเข้าที่หัวของเขาอย่างจังจนถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
"พี่ไท่!" เหล่าสมุนร้องตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก
เว่ยซานฉวยโอกาสนี้ชิงความได้เปรียบ ซัดไท่อู๋เต๋อร่วงลงไปกองกับพื้นโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว "พี่ไท่เหรอ? ระวังฉันจะอัดแกให้กลายเป็นพี่หมูแทนก็แล้วกัน!"
หลังจากโดนอัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไท่อู๋เต๋อก็ใกล้จะหมดสติเต็มทน ก่อนที่จะสลบเหมือดไป เขาได้แต่คิดในใจว่า บ้าเอ๊ย เว่ยซานคนนี้มันไม่ใช่คนชัดๆ แรงบ้าอะไรกันเนี่ย? โดนต่อยหมัดเดียวฉันก็แทบจะกลายเป็นคนพิการอยู่แล้ว
"พี่ไท่!!!"
เมื่อพวกลูกน้องเห็นไท่อู๋เต๋อสลบไปอย่างง่ายดาย ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
เว่ยซานเริ่มปวดหัววิงเวียนมากขึ้นเรื่อยๆ กับเสียงโอดครวญของคนกลุ่มนี้ จนอดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาเยียบเย็นจ้องเขม็งไปที่พวกเขา
"..."
เหล่าสมุนรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นคอเอาไว้ พวกเขากลืนน้ำลายและเงียบกริบลงทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง ลูกน้องคนที่ดูจะหัวไวหน่อยก็มองไปทางเว่ยซานแล้วลองเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานอย่างกล้าๆ กลัวๆ "หมู... พี่หมูเหรอครับ?"
คำพูดนี้ช่วยเตือนสติพรรคพวกที่เหลือขึ้นมาทันที และไม่นานลานกว้างแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญอีกครั้ง "พี่หมู—"
เว่ยซาน "..."
"พวกแกขโมยตัวไหนมาบ้าง?" เว่ยซานเอ่ยถามพลางปรายตามองกองซากสัตว์ตรงหน้า
ลูกน้องเหล่านั้นรีบประเคนเหยื่อทั้งหมดให้กับเว่ยซานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะช่วยกันหิ้วปีกไท่อู๋เต๋อแล้ววิ่งเตลิดหนีไป โดยไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบเหยื่อของไท่อู๋เต๋อกลับไปด้วยซ้ำ
"ฝากนายช่วยติดต่อคนที่โดนแย่งเหยื่อไปให้หน่อยนะ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ" เว่ยซานแบกซากสัตว์ขึ้นบ่าแล้วออกเดินทางกลับต่อ ด้วยความรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะหน้ามืดสลบลงไปได้ทุกเมื่อ
เว่ยซานวิ่งด้วยความเร็วและนับว่าดวงดีไม่น้อย เพราะเธอไม่บังเอิญเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวอื่นเลยในระหว่างทางกลับ และสามารถออกจากป่าชายขอบมาได้อย่างราบรื่น
"อาจารย์คะ นี่เหยื่อของหนู รหัสประจำตัว B510816429 ค่ะ" เว่ยซานโยนซากสัตว์ลงตรงหน้าอาจารย์ผู้บันทึกคะแนน พูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็ชิ่งหนีไปทันที
เนื่องจากการสอบครั้งนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยบางส่วนมาตั้งแผงขายของอยู่ในเขตปลอดภัยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป่ามากนัก เว่ยซานกำลังหิวโซ เมื่อได้กลิ่นอาหารปรุงสุกร้อนๆ หลากหลายชนิด เธอก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายแล้วมองหาไปรอบๆ จนกระทั่งเจอร้านขายสารอาหารเหลวราคาถูก
เว่ยซานเปิดฝาขวดออก ดื่มด่ำไปกับสารอาหารเหลวอย่างรู้คุณค่าในทุกอึกที่กลืนกิน พลางซึมซับรสชาติท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว
หลังจากดื่มสารอาหารเหลวรวดเดียวจนหมดไปหนึ่งแถว อาการวิงเวียนศีรษะของเธอก็ทุเลาลงบ้างในที่สุด
เฮ้อ เมื่อไหร่ฉันถึงจะมีอิสรภาพทางการเงินจนสามารถซื้อสารอาหารเหลวกินได้อย่างใจนึกเสียทีนะ
เว่ยซานเลิกเพ้อฝันถึงความร่ำรวยไปนานแล้ว ก่อนที่จะได้เป็นช่างสร้างหุ่นรบอย่างเต็มตัว เธอคงจะต้องทนอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้นแบบนี้ต่อไป
เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ทางฝั่งนั้นก็น่าจะจัดการธุระกันเสร็จสิ้นพอดี เว่ยซานเดินออกจากเขตปลอดภัยอย่างอ้อยอิ่ง และมุ่งหน้าไปที่ทางเข้าป่าชายขอบ
นักเรียนส่วนใหญ่ออกมากันหมดแล้ว และบริเวณลานหน้าโต๊ะอาจารย์ผู้บันทึกคะแนนก็เต็มไปด้วยซากสัตว์นานาชนิดกองเป็นภูเขาเลากา เมื่อเว่ยซานไปถึง หลี่ปี้(อาจารย์)ก็กำลังแบกนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัสสองคนออกมาพอดี และทีมแพทย์ที่รอสแตนด์บายอยู่ก็รีบพยุงพวกเขาขึ้นรถพยาบาลเคลื่อนที่เพื่อทำการรักษาทันที
"การสอบปลายภาคครั้งที่ 16 ของนักเรียนรุ่นที่ 108 ขอจบลงเพียงเท่านี้ ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่สอบผ่าน แล้วพบกันใหม่ในภาคการศึกษาหน้า หวังว่าทุกคนจะทำผลงานได้ตามที่หวังไว้ในการสอบจบการศึกษานะ" หลังจากที่อาจารย์หัวหน้าระดับกล่าวจบ เขาก็เดินทางออกไปพร้อมกับคณาจารย์และนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นักเรียนคนอื่นๆ ต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกตามๆ กัน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเขตปลอดภัย
เมื่อการสอบปลายภาคสิ้นสุดลง ความกดดันก็มลายหายไปชั่วขณะ และแน่นอนว่าเหล่านักเรียนย่อมไม่อาจต้านทานกิเลสได้เมื่อมองเห็นของอร่อยและของเล่นสนุกๆ มากมายในเขตปลอดภัย
"เว่ยซาน... ขอบใจสำหรับเรื่องเมื่อกี้มากนะ" เพื่อนร่วมชั้นคนก่อนหน้านี้วิ่งตามมาขอบคุณเธอ
"เรื่องเล็กน้อยน่ะ" เว่ยซานสูดจมูกฟุดฟิด ลอบกลืนน้ำลายหลายอึกโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ถึงจะไม่มีเงินซื้อกิน แต่แค่ได้กลิ่นก็ยังดีล่ะนะ
ทางด้านไท่อู๋เต๋อ หลังจากที่ถูกเว่ยซานซัดจนสลบเหมือดไปในป่า เขาก็ใช้เวลานานโขกว่าจะฟื้นคืนสติ และเนื่องจากเขาต้องออกล่าเหยื่อใหม่อีกครั้ง เขาจึงเกือบจะหมดเวลาสอบ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสอบตก แต่โชคดีที่เขากลับมาทันในวินาทีสุดท้ายพอดี
"อยากกินอะไรก็หยิบเอาเลย เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง" ไท่อู๋เต๋อเอ่ยกับพวกลูกน้องด้วยท่าทีวางมาด
"ขอบคุณครับ พี่หมู— เอ้ย พี่ไท่" เหล่าสมุนพากันแยกย้ายไปซื้อของที่อยากกิน
"พี่ไท่ครับ เนื้อเสียบไม้ร้านนี้โคตรอร่อยเลย! ลองชิมดูสิครับ"
ไท่อู๋เต๋อรับเนื้อเสียบไม้ที่ลูกน้องยื่นให้มาถือไว้ แต่ไม่ได้กินเข้าไป เขาไม่ค่อยมีความสนใจในของพรรค์นี้นักหรอก ในฐานะนักเรียนระดับ A เขาคือคนที่จะได้เข้าไปศึกษาต่อในห้าสถาบันการทหารชั้นนำในอนาคต ดังนั้นตัวตนของเขาย่อมต้องแตกต่างและเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว