เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"

บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"

บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"


บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"

เว่ยซานกัดฟันวิ่งสปรินต์ พยายามต่อสู้กับอาการวิงเวียนศีรษะที่ถาโถมเข้ามา ขณะที่วิ่งผ่านลานกว้างแห่งหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

มันเป็นเสียงของเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอนั่นเอง

"เหยื่อของนายใช้ได้เลยนี่ ขอยืมหน่อยก็แล้วกัน"

"ไสหัวไปซะ!"

เว่ยซานกลอกตา ขยับเปลี่ยนทิศทางแล้วสาวเท้าเดินเข้าไปที่ลานกว้างอย่างรวดเร็ว เธอเหวี่ยงซากเสือดาวที่แบกไว้บนบ่าลงกับพื้น "งั้นมายืมเหยื่อของฉันแทนเอาไหมล่ะ?"

มีคนเจ็ดแปดคนยืนอยู่บริเวณลานกว้าง คนที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางคือเพื่อนร่วมชั้นของเว่ยซาน ส่วนคนที่เหลือเป็นเด็กจากห้องข้างๆ ทว่าหัวโจกของกลุ่มกลับนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป โดยมีซากสิงโตตัวหนึ่งนอนตายอยู่แทบเท้า

เมื่อคนเหล่านี้เห็นเว่ยซาน พวกเขาก็พากันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียงกัน

เพื่อนร่วมชั้นของเธอยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ลากเหยื่อของตัวเองเดินมาหาเว่ยซาน แล้วชี้หน้าพวกเด็กห้องข้างๆ "ไอ้พวกนี้ไม่มีปัญญาทำภารกิจให้สำเร็จด้วยตัวเอง ก็เลยรวมหัวกันมาแย่งเหยื่อของพวกเรา"

เขาอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำแทบตายกว่าจะทำภารกิจสำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงความเหนื่อยล้าทางร่างกายและบาดแผลที่ได้รับเลย แต่จู่ๆ คนกลุ่มนี้ก็โผล่มาปล้นเหยื่อไปหน้าตาเฉย ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคิดจะต่อสู้ขัดขืน แต่หัวโจกห้องข้างๆ คอยคุมเชิงอยู่รอบนอก และพร้อมจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงทันทีที่เห็นท่าไม่ดี ซึ่งก็มีคนโดนแย่งชิงไปมากกว่าหนึ่งหรือสองคนแล้ว

ไม่มีใครจากห้องข้างๆ กล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ สายตาของพวกเขาเอาแต่ลอบมองไปยังคนที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป

ในที่สุด คนที่อยู่ใต้ต้นไม้ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามา "เว่ยซาน ฉันขอเตือนให้เธออย่ามาแส่เรื่องของชาวบ้านจะดีกว่า"

เว่ยซานเดาะลิ้น กวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง "อู๋เต๋อ แผลที่หลังนายดีขึ้นแล้วหรือไง?"

เขาคือเด็กห้องข้างๆ คนนั้นที่มีข่าวลือว่าเป็นนักเรียนระดับ A แต่กลับถูกเธออัดจนหมอบราบคาบไปก่อนหน้านี้นี่เอง

ไท่อู๋เต๋อ "..." ร่างกายของเขาเริ่มปวดร้าวขึ้นมาตงิดๆ อีกครั้ง

เว่ยซานถอนหายใจ "พวกเราก็เรียนอยู่ห้องติดกันแค่นี้ เห็นหน้าค่าตากันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทิ้งเหยื่อทั้งหมดไว้ที่นี่ แล้วฉันจะยอมปล่อยพวกนายไป"

เธอเอ่ยด้วยท่าทีเย่อหยิ่งอย่างเป็นธรรมชาติจนไท่อู๋เต๋อถึงกับโกรธจนหลุดขำ "เว่ยซาน เธอคิดจริงๆ หรือว่าแค่พวกเธอสองคนจะสู้พวกเราทุกคนได้?"

เว่ยซานหมุนข้อมือไปมาแล้วช้อนตาขึ้นมอง "แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ?"

ทันทีที่ไท่อู๋เต๋อกำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกน้อง หมัดลุ่นๆ ก็เหวี่ยงมาตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน เขาเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่ายังไม่ทันจะได้นึกกระหยิ่มใจ หมัดอีกข้างก็ซัดเข้าที่หัวของเขาอย่างจังจนถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ

"พี่ไท่!" เหล่าสมุนร้องตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก

เว่ยซานฉวยโอกาสนี้ชิงความได้เปรียบ ซัดไท่อู๋เต๋อร่วงลงไปกองกับพื้นโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว "พี่ไท่เหรอ? ระวังฉันจะอัดแกให้กลายเป็นพี่หมูแทนก็แล้วกัน!"

หลังจากโดนอัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไท่อู๋เต๋อก็ใกล้จะหมดสติเต็มทน ก่อนที่จะสลบเหมือดไป เขาได้แต่คิดในใจว่า บ้าเอ๊ย เว่ยซานคนนี้มันไม่ใช่คนชัดๆ แรงบ้าอะไรกันเนี่ย? โดนต่อยหมัดเดียวฉันก็แทบจะกลายเป็นคนพิการอยู่แล้ว

"พี่ไท่!!!"

เมื่อพวกลูกน้องเห็นไท่อู๋เต๋อสลบไปอย่างง่ายดาย ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

เว่ยซานเริ่มปวดหัววิงเวียนมากขึ้นเรื่อยๆ กับเสียงโอดครวญของคนกลุ่มนี้ จนอดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาเยียบเย็นจ้องเขม็งไปที่พวกเขา

"..."

เหล่าสมุนรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นคอเอาไว้ พวกเขากลืนน้ำลายและเงียบกริบลงทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง ลูกน้องคนที่ดูจะหัวไวหน่อยก็มองไปทางเว่ยซานแล้วลองเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานอย่างกล้าๆ กลัวๆ "หมู... พี่หมูเหรอครับ?"

คำพูดนี้ช่วยเตือนสติพรรคพวกที่เหลือขึ้นมาทันที และไม่นานลานกว้างแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญอีกครั้ง "พี่หมู—"

เว่ยซาน "..."

"พวกแกขโมยตัวไหนมาบ้าง?" เว่ยซานเอ่ยถามพลางปรายตามองกองซากสัตว์ตรงหน้า

ลูกน้องเหล่านั้นรีบประเคนเหยื่อทั้งหมดให้กับเว่ยซานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะช่วยกันหิ้วปีกไท่อู๋เต๋อแล้ววิ่งเตลิดหนีไป โดยไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบเหยื่อของไท่อู๋เต๋อกลับไปด้วยซ้ำ

"ฝากนายช่วยติดต่อคนที่โดนแย่งเหยื่อไปให้หน่อยนะ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ" เว่ยซานแบกซากสัตว์ขึ้นบ่าแล้วออกเดินทางกลับต่อ ด้วยความรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะหน้ามืดสลบลงไปได้ทุกเมื่อ

เว่ยซานวิ่งด้วยความเร็วและนับว่าดวงดีไม่น้อย เพราะเธอไม่บังเอิญเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวอื่นเลยในระหว่างทางกลับ และสามารถออกจากป่าชายขอบมาได้อย่างราบรื่น

"อาจารย์คะ นี่เหยื่อของหนู รหัสประจำตัว B510816429 ค่ะ" เว่ยซานโยนซากสัตว์ลงตรงหน้าอาจารย์ผู้บันทึกคะแนน พูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็ชิ่งหนีไปทันที

เนื่องจากการสอบครั้งนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยบางส่วนมาตั้งแผงขายของอยู่ในเขตปลอดภัยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป่ามากนัก เว่ยซานกำลังหิวโซ เมื่อได้กลิ่นอาหารปรุงสุกร้อนๆ หลากหลายชนิด เธอก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายแล้วมองหาไปรอบๆ จนกระทั่งเจอร้านขายสารอาหารเหลวราคาถูก

เว่ยซานเปิดฝาขวดออก ดื่มด่ำไปกับสารอาหารเหลวอย่างรู้คุณค่าในทุกอึกที่กลืนกิน พลางซึมซับรสชาติท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

หลังจากดื่มสารอาหารเหลวรวดเดียวจนหมดไปหนึ่งแถว อาการวิงเวียนศีรษะของเธอก็ทุเลาลงบ้างในที่สุด

เฮ้อ เมื่อไหร่ฉันถึงจะมีอิสรภาพทางการเงินจนสามารถซื้อสารอาหารเหลวกินได้อย่างใจนึกเสียทีนะ

เว่ยซานเลิกเพ้อฝันถึงความร่ำรวยไปนานแล้ว ก่อนที่จะได้เป็นช่างสร้างหุ่นรบอย่างเต็มตัว เธอคงจะต้องทนอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้นแบบนี้ต่อไป

เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ทางฝั่งนั้นก็น่าจะจัดการธุระกันเสร็จสิ้นพอดี เว่ยซานเดินออกจากเขตปลอดภัยอย่างอ้อยอิ่ง และมุ่งหน้าไปที่ทางเข้าป่าชายขอบ

นักเรียนส่วนใหญ่ออกมากันหมดแล้ว และบริเวณลานหน้าโต๊ะอาจารย์ผู้บันทึกคะแนนก็เต็มไปด้วยซากสัตว์นานาชนิดกองเป็นภูเขาเลากา เมื่อเว่ยซานไปถึง หลี่ปี้(อาจารย์)ก็กำลังแบกนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัสสองคนออกมาพอดี และทีมแพทย์ที่รอสแตนด์บายอยู่ก็รีบพยุงพวกเขาขึ้นรถพยาบาลเคลื่อนที่เพื่อทำการรักษาทันที

"การสอบปลายภาคครั้งที่ 16 ของนักเรียนรุ่นที่ 108 ขอจบลงเพียงเท่านี้ ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่สอบผ่าน แล้วพบกันใหม่ในภาคการศึกษาหน้า หวังว่าทุกคนจะทำผลงานได้ตามที่หวังไว้ในการสอบจบการศึกษานะ" หลังจากที่อาจารย์หัวหน้าระดับกล่าวจบ เขาก็เดินทางออกไปพร้อมกับคณาจารย์และนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นักเรียนคนอื่นๆ ต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกตามๆ กัน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเขตปลอดภัย

เมื่อการสอบปลายภาคสิ้นสุดลง ความกดดันก็มลายหายไปชั่วขณะ และแน่นอนว่าเหล่านักเรียนย่อมไม่อาจต้านทานกิเลสได้เมื่อมองเห็นของอร่อยและของเล่นสนุกๆ มากมายในเขตปลอดภัย

"เว่ยซาน... ขอบใจสำหรับเรื่องเมื่อกี้มากนะ" เพื่อนร่วมชั้นคนก่อนหน้านี้วิ่งตามมาขอบคุณเธอ

"เรื่องเล็กน้อยน่ะ" เว่ยซานสูดจมูกฟุดฟิด ลอบกลืนน้ำลายหลายอึกโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น

ถึงจะไม่มีเงินซื้อกิน แต่แค่ได้กลิ่นก็ยังดีล่ะนะ

ทางด้านไท่อู๋เต๋อ หลังจากที่ถูกเว่ยซานซัดจนสลบเหมือดไปในป่า เขาก็ใช้เวลานานโขกว่าจะฟื้นคืนสติ และเนื่องจากเขาต้องออกล่าเหยื่อใหม่อีกครั้ง เขาจึงเกือบจะหมดเวลาสอบ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสอบตก แต่โชคดีที่เขากลับมาทันในวินาทีสุดท้ายพอดี

"อยากกินอะไรก็หยิบเอาเลย เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง" ไท่อู๋เต๋อเอ่ยกับพวกลูกน้องด้วยท่าทีวางมาด

"ขอบคุณครับ พี่หมู— เอ้ย พี่ไท่" เหล่าสมุนพากันแยกย้ายไปซื้อของที่อยากกิน

"พี่ไท่ครับ เนื้อเสียบไม้ร้านนี้โคตรอร่อยเลย! ลองชิมดูสิครับ"

ไท่อู๋เต๋อรับเนื้อเสียบไม้ที่ลูกน้องยื่นให้มาถือไว้ แต่ไม่ได้กินเข้าไป เขาไม่ค่อยมีความสนใจในของพรรค์นี้นักหรอก ในฐานะนักเรียนระดับ A เขาคือคนที่จะได้เข้าไปศึกษาต่อในห้าสถาบันการทหารชั้นนำในอนาคต ดังนั้นตัวตนของเขาย่อมต้องแตกต่างและเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 12 "พวกนายกำลังทำอะไรน่ะ?"

คัดลอกลิงก์แล้ว