เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 "เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ?" เว่ยซานถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

บทที่ 7 "เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ?" เว่ยซานถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

บทที่ 7 "เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ?" เว่ยซานถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


บทที่ 7 "เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ?" เว่ยซานถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หากไม่ใช่เพราะบีบคั้นจากการใช้ชีวิต ใครเล่าจะไม่อยากเป็นนักบินหุ่นรบสำรองกัน

"ช่างเถอะ เป็นนักบินหุ่นรบสำรองก็ดีเหมือนกัน"

ทั้งสองแยกย้ายกันไป เว่ยซานเดินไปที่ห้องเรียนของตัวเอง หาที่นั่งว่างแล้วทรุดตัวลงนั่ง พลางนึกสงสัยว่าวันนี้พวกเธอจะได้เรียนอะไร

อาจารย์ผู้สอนยังคงเป็นคนเดิม ทันทีที่เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น เขาก็ไปยืนประจำที่หน้าชั้นเรียนและเปิดตารางสอนให้ดู

หลังจากได้อ่าน เว่ยซานก็รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ทั้งวิ่งถ่วงน้ำหนัก ศิลปะการต่อสู้ ทักษะการใช้มีดสั้น... ทั้งหมดล้วนเป็นการฝึกฝนทางร่างกาย โดยมีวิชาภาคทฤษฎีแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น

อดีตวิศวกรผู้บอบบางอย่างเธอทำไมถึงต้องมาเรียนอะไรพวกนี้ด้วยเนี่ย?

...

หลังจากเข้าเรียนที่สถาบัน 3212 มาได้กว่าครึ่งเดือน เว่ยซานก็รู้สึกว่าหนทางหาเงินของเธอนั้นยังคงมืดมนและมองไม่เห็นทาง ภารกิจที่อาจารย์มอบหมายให้ก็หนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่เลิกเรียน แขนขาของเธอจะสั่นเทาไปหมด และทันทีที่กลับถึงตึกร้างเธอก็จะผล็อยหลับไปทันทีโดยไม่มีเรี่ยวแรงไปคิดเรื่องอื่นอีก

ที่สำคัญไปกว่านั้น เธอได้ยินมาว่าขนาดการสอบประจำเดือนของคลาส A ยังไม่ทันเริ่ม ก็มีนักเรียนกว่าสองร้อยคนขอทำเรื่องย้ายไปเรียนในโรงเรียนทั่วไปแล้ว เพราะพวกเขาไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าอุปกรณ์และวัสดุต่างๆ

ช่างสร้างหุ่นรบที่ผ่านการรับรองล้วนถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งครอบครัวคนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางจ่ายไหวแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนี้ การย้ายสาขาของเว่ยซานจึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ โชคดีที่ห้องสมุดของโรงเรียนไม่ได้แบ่งแยกโซน นักเรียนคลาส B จึงสามารถยืมหนังสือที่เกี่ยวข้องกับช่างสร้างหุ่นรบมาอ่านได้เช่นกัน

ในฐานะอดีตวิศวกรระดับแนวหน้า เว่ยซานจึงตัดสินใจปล่อยทุกอย่างไว้แบบนี้ก่อน เธอสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้

เธอต้องหาเวลาไปถามจินเคอเสียหน่อยว่าในห้องเรียนพวกเขาสอนอะไรกันบ้าง

"วันนี้ฉันจะสอนวิธีล่าเหยื่อให้กับพวกเธอ น่าเสียดายที่ดาว 3212 ของเรายากจนเกินกว่าจะซื้อเครื่องจำลองภาพโฮโลแกรมมาใช้ได้ ดังนั้นขอให้ถือว่าเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าคือเหยื่อของพวกเธอก็แล้วกัน จำไว้ว่าต้องใช้เทคนิคที่สอนไปในคาบก่อนหน้า คนแพ้จะไม่มีบทลงโทษใดๆ ส่วนถ้าใครชนะ..." อาจารย์ยิ้มบางๆ "ก็ไม่มีรางวัลให้เหมือนกัน"

ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น คนที่อยู่ตรงหน้าเว่ยซานก็พุ่งพรวดเข้ามา กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และพยายามจะจับเธอทุ่มลงกับพื้น

บ้าเอ๊ย!

ถ้าโดนทุ่มลงไปแบบนั้น เธอคงต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกสิบวันหรือครึ่งเดือนแน่ ถึงแม้แคปซูลพยาบาลของโรงเรียนจะรักษาคนให้กลับมาเดินปร๋อได้ในครึ่งชั่วโมงก็เถอะ แต่เธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าใช้งานหรอกนะ!

พี่ชาย ขอโทษด้วยนะ

เว่ยซานก้าวถอยหลังไปสองก้าว คว้ามืออีกฝ่าย จับดึงอย่างแรง แล้วจับทุ่มข้ามหลัง แต่นั่นยังไม่จบ เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ต่อสู้จะหมดสภาพโดยสมบูรณ์ เธอถึงกับจัดการดัดแขนเขาจนหลุดออกจากเบ้า

ลานฝึกซ้อมเต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ คนที่บาดเจ็บสาหัสถูกส่งตัวไปยังห้องพยาบาลทันที

หลังจากคู่ต่อสู้ขอยอมแพ้ เว่ยซานก็ยืดตัวขึ้นด้วยความรู้สึกรันทดใจ : พวกนักบินหุ่นรบสำรองนี่ช่างป่าเถื่อนรุนแรงกันเสียจริง

...

บันทึกจากผู้เขียน: เว่ย 'วิศวกรผู้บอบบาง' ซาน ผู้เพิ่งดัดแขนเพื่อนร่วมชั้นจนหลุดออกจากเบ้า ได้กล่าวรำพึงขึ้นมาว่า : นักบินหุ่นรบสำรองพวกนี้รุนแรงเกินไปแล้วจริงๆ

...

เจ็ดปีผ่านไป เว่ยซานก็ยังคงเป็นเว่ยซานที่ยากจนข้นแค้นและยังมองไม่เห็นหนทางสู่ความร่ำรวยเลยแม้แต่น้อย

โลกใบนี้น่าบัดซบเกินไปแล้ว ระดับการพัฒนาทางเทคโนโลยีของที่นี่อยู่ในระดับสูงลิบลิ่ว และสิ่งที่เว่ยซานรู้วิธีประดิษฐ์ขึ้นมาก็แทบจะไม่มีพื้นที่ในตลาดเลย ตอนที่เธอเข้าไปในเมืองเพื่อขายรถสามล้อในครั้งแรก นั่นเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของจินเคอล้วนๆ หลังจากนั้น ไม่ว่าเธอจะหว่านล้อมยังไง จินเคอก็ไม่เคยหลงกลเธออีกเลย ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บางครั้งที่โรงเรียน เวลาเธออยากจะขอแบ่งขนมของจินเคอกิน เขาก็มักจะทำหน้าตายากจะคาดเดาทำนองว่า 'ฉันเข้าใจนะ' แล้วก็เดินกอดขนมหนีไปเสียอย่างนั้น

ด้วยความที่ยังเด็ก เธอจึงไม่สามารถรับจ้างทำงานในร้านค้าได้ เธอจึงต้องเอาชีวิตรอดไปวันๆ ด้วยการรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้คนอื่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ทว่า เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับการรับประกัน ขอบเขตการซ่อมแซมของเธอจึงมีจำกัด และเงินที่ได้มาก็ช่างน้อยนิดจนน่าสงสาร

และนี่ก็ยังถือเป็น 'งาน' ที่เธออุตส่าห์เค้นสมองคิดหามาได้แล้วนะ

เมื่อต้องจ่ายทั้งค่าเทอมในแต่ละภาคการศึกษา บวกกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าพลังงานสำหรับ 'รถสกูตเตอร์ไฟฟ้า' ของเธอ เว่ยซานจึงต้องใช้ชีวิตอย่างรัดเข็มขัด เธอยังไม่ได้ย้ายออกจากตึกร้างใกล้ลานทิ้งขยะ เพียงแค่หาเฟอร์นิเจอร์มือสองมาเพิ่มสองสามชิ้นเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นเท่านั้น

ถึงกระนั้น เว่ยซานก็ยังไม่ยอมแพ้ในการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองเพื่อก้าวไปเป็นช่างสร้างหุ่นรบ เธออ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหุ่นรบในห้องสมุดจนหมดทุกเล่มแล้ว และเนื่องจากเธอไม่มีเงินพอจะซื้ออุปกรณ์มาลงมือปฏิบัติจริง เธอจึงใช้การจำลองสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ในหัวแทน

...

"ทางนี้" จินเคอยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านพร้อมกับโบกมือเรียกเว่ยซาน

เว่ยซานมาช่วยแม่ของจินเคอซ่อมกล่องดนตรี ซึ่งว่ากันว่าเป็นของเก่าที่แม่ของเขาไปขุดเจอมา แต่มันกลับพังไปหลังจากใช้งานได้เพียงไม่กี่วัน

"ฉันซ่อมได้" เว่ยซานรับมาพลิกดูแล้วเอ่ยขึ้น

จินเคอยกมือขึ้นเตรียมจะโอนเงินให้เว่ยซาน แต่เธอรีบห้ามเขาไว้ "ลดให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์"

"นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?"

"ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน ขอยืมหนังสือที่นายอ่านเมื่อหลายวันก่อนสักสองวันสิ" เว่ยซานอ่านหนังสือในห้องสมุดจนหมดแล้ว แถมเธอก็ไม่มีเงินพอจะซื้อหนังสือใหม่ด้วย เพราะหนังสือในโลกนี้ราคาแพงหูฉี่เหลือเกิน

"ได้สิ" จินเคอกรอกจำนวนเงินเหรียญดาราลงไปใหม่

ขณะที่เว่ยซานกำลังซ่อมกล่องดนตรี จินเคอก็กำลังนั่งออกแบบข้อต่อหุ่นรบอยู่ข้างๆ ซึ่งนี่คือโปรเจกต์งานสำหรับการสอบครั้งสำคัญในรอบหน้าของเขา

"นายเลือกตลับลูกปืนผิดนะ" เว่ยซานเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าก้มตาประกอบกล่องดนตรีที่แยกชิ้นส่วนออกมากลับเข้าไปใหม่ พลางพูดขึ้นมาลอยๆ

จินเคอชะงักไป "แต่ในหนังสือมันเขียนไว้อย่างนี้นะ"

เว่ยซานเดาะลิ้น แม้ว่ามือจะยังขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว "เห็นปกตินายก็หัวไวปรับตัวเก่งดีนี่นา แต่พอกลายเป็นเรื่องหุ่นรบทีไรกลับทึ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้น บางทีนายอาจจะเหมาะกับการเป็นผู้บัญชาการมากกว่ามั้ง"

เธอแค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่จินเคอกลับวางชิ้นส่วนข้อต่อหุ่นรบที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างในมือลง "เธอพูดถูก บางทีการเป็นช่างสร้างหุ่นรบอาจจะไม่เหมาะกับฉันจริงๆ"

หลังจากไขสกรูตัวสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย เว่ยซานก็กดสวิตช์ กล่องดนตรีก็บรรเลงเพลงออกมาทันที

เว่ยซานผิวปาก "เรียบร้อย"

เธอหันหน้าไปมองจินเคอ "เมื่อกี้นายว่าไงนะ?"

จินเคอลุกพรวดขึ้นยืน "ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปเรียนเป็นผู้บัญชาการ! คนฉลาดอย่างฉัน ไม่มีทางที่จะทำอะไรไม่สำเร็จหรอกน่า"

เว่ยซานปรายตามองเขา "สถาบัน 3212 ไม่มีสาขานั้นนะ"

"ดาว 3212 ไม่มี แต่ดาวดวงใหญ่อื่นๆ มีแน่นอน ฉันจะย้ายบ้านแล้วก็ย้ายโรงเรียนด้วย" จินเคอตะโกนเรียกพ่อแม่ที่อยู่ข้างนอกทันที

"มีอะไรลูก?" สองสามีภรรยาตระกูลจินเดินเข้ามาถาม

"พ่อครับ แม่ครับ วันนี้เราย้ายไปอยู่ดาวหลิวจี๋กันเถอะ ผมอยากเรียนเป็นผู้บัญชาการ"

"หืม?" พ่อจินอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้า "เอาสิ ถ้าลูกอยากไป เราก็ไปกัน"

เมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนที่เว่ยซานได้พบกับจินเคอเป็นครั้งแรก ครอบครัวของเขายังคงเป็นเพียงบริษัทดั้งเดิมที่รับผิดชอบเรื่องการจัดการขยะบนดาว 3212 ซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลางค่อนไปทางดีบนดาวดวงนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่า ภายใต้การดูแลและการปฏิรูปของจินเคอตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวจินได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของดาว 3212 ไปไกลแล้ว ว่ากันว่าพวกเขาควบคุมธุรกิจจัดการขยะไปกว่าหนึ่งในสามของสหพันธ์ และยังคงขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง ร่ำรวยมหาศาลจนมีเงินทองล้นฟ้าไหลมาเทมา

จบบทที่ บทที่ 7 "เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ?" เว่ยซานถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว