- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- บทที่ 6 "ทุกคนตั้งใจกันหน่อย
บทที่ 6 "ทุกคนตั้งใจกันหน่อย
บทที่ 6 "ทุกคนตั้งใจกันหน่อย
บทที่ 6 "ทุกคนตั้งใจกันหน่อย
ห้อง B ไม่เหมือนห้อง A ที่แค่เข้าสอบก็ได้คะแนน มาตรฐานเดียวของที่นี่คือหลังสอบปลายภาคแล้วพวกเธอยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่" ครูฝึกเดินตามหลังมาอย่างเนิบนาบ "มีชีวิตรอด เข้าใจไหม? ทุกๆ รอบที่พวกเธอวิ่งเพิ่มในตอนนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของพวกเธอในวันข้างหน้า"
หลังจากวิ่งไปได้หกรอบ กลุ่มนักเรียนก็ทิ้งห่างกันอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนหลายสิบคนที่อยู่แนวหน้าไม่เคยลดความเร็วลงเลย ในขณะที่อีกร้อยกว่าคนด้านหลังเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเดินกันแล้ว
เว่ยซานหอบหายใจแฮกขณะวิ่งอยู่ตรงกลางกลุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองเป็นระยะ สมรรถภาพทางกายของนักเรียนพวกนั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ
เมื่อถึงรอบที่สิบ ครูฝึกก็ไปยืนอยู่หน้าสุด ในมือถือกล่องใบหนึ่งที่เอามาจากไหนก็ไม่รู้ "ตรงนี้มีสารอาหารเหลวอยู่ประมาณห้าสิบขวด ใครมาก่อนได้ก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยซานก็ตาสว่างขึ้นมาทันที ฝีเท้าของเธอเร่งความเร็วขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นักเรียนหลายคนที่อยู่กลางกลุ่มก็เป็นเหมือนเธอ พวกเขาพากันเร่งความเร็วขึ้นมากะทันหัน
เว่ยซานกัดฟันพุ่งทะยานไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่เพื่อสารอาหารเหลวเท่านั้น แต่เธอต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อ เธอจะยอมเสียค่าเทอมไปเปล่าๆ ไม่ได้ และการอยู่ที่นี่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เธอมีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับช่างเครื่องหุ่นรบ ดังนั้นเธอจึงต้องวิ่งให้ครบยี่สิบรอบ
"สามสิบ ยี่สิบเก้า... เหลืออีกแค่สิบขวดแล้ว คนที่อยู่ข้างหลังก็พยายามเข้าล่ะ" ครูฝึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ขมับของเว่ยซานเต้นตุบๆ ยังมีคนอยู่ข้างหน้าเธออีกสิบสองคน ขอแค่เธอวิ่งแซงสองคนนั้นและรักษาความเร็วเอาไว้ได้ เธอก็จะคว้าสารอาหารเหลวขวดสุดท้ายมาครองได้สำเร็จ
"เหลืออีกแค่สามขวด..." ครูฝึกเพิ่งจะพูดจบก็มีนักเรียนพุ่งตัวเข้ามาอีก "ขวดสุดท้ายแล้ว"
เว่ยซานอยู่ห่างจากคนข้างหน้าห้าสิบเมตร เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงตัวครูฝึกแล้ว เธอก็ปาดเหงื่อ กัดฟันแน่นแล้วพุ่งทะยานออกไป ในที่สุดก็แซงคนข้างหน้าและคว้าสารอาหารเหลวขวดสุดท้ายมาได้สำเร็จ
เธอเทสารอาหารเหลวเข้าปากขณะที่ยังคงวิ่งต่อไป เมื่อได้ดื่มมัน เว่ยซานจึงตระหนักได้ว่าสารอาหารเหลวขวดนี้ช่างแตกต่างจากขวดที่มีปัญหาซึ่งเธอเก็บมาจากกองขยะลิบลับ ทันทีที่สารอาหารเหลวไหลลงคอ ความรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานก็เติมเต็มไปทั่วทั้งร่างกายในพริบตา
เว่ยซานรู้สึกว่าเธอสามารถวิ่งต่อได้อีกสักสิบรอบสบายๆ
นักเรียนห้าสิบคนที่คว้าสารอาหารเหลวมาได้ล้วนเป็นกลุ่มแรกที่วิ่งเข้าเส้นชัย แต่หลังจากวิ่งครบยี่สิบรอบ พวกเขาก็พากันทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นทันที
เว่ยซานอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทำให้คนเราแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ สมัยที่ยังอยู่ในโลกเดิม หลังเลิกงาน ถ้าเธอนั่งได้ก็จะไม่ยอมยืน และถ้านอนได้ก็จะไม่ยอมนั่ง แต่ตอนนี้ในวัยเพียงเจ็ดขวบ เธอกลับสามารถวิ่งมาได้ไกลถึงเพียงนี้
วันแรกของการเปิดเรียนหมดไปกับการวิ่ง เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนหลายคนยังคงวิ่งไม่ครบยี่สิบรอบ แต่ครูฝึกเพียงแค่โบกมือปัด "เลิกเรียน คนที่ยังวิ่งไม่เสร็จก็กลับได้เหมือนกัน"
เว่ยซานเช็กดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงกว่า เธอตกรถบัสเสียแล้ว
ในโลกนี้สามารถเรียกแท็กซี่ซึ่งเป็นรถลอยฟ้าได้เช่นกัน แต่ราคาออกจะสูงไปสักหน่อย เว่ยซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจว่าจะไปเดินดูของที่ตลาดวัสดุอุปกรณ์สักหน่อย
ตลาดวัสดุอุปกรณ์ แน่นอนว่าต้องเป็นแหล่งขายวัสดุต่างๆ ตามชื่อของมัน เดิมทีเว่ยซานตั้งใจจะมาหาซื้ออุปกรณ์เพื่อนำไปประกอบรถยนต์ไฟฟ้า จะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่เมื่อมาถึงและเดินดูรอบๆ เธอกลับพบแต่วัสดุที่ตัวเองไม่รู้จักทั้งนั้น
หลังจากเดินเข้าออกอยู่หลายร้าน ในที่สุดเว่ยซานก็ค้นพบว่าแหล่งพลังงานของโลกใบนี้คืออะไร—มันคือคริสตัลเทา
คริสตัลเทาเป็นพลังงานประเภทหนึ่งที่สหพันธ์ขุดเจาะขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานป้อนให้กับหุ่นรบได้โดยตรง ครอบครัวธรรมดาทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้งานได้โดยตรง พวกเขาทำได้เพียงใช้สิ่งที่เรียกว่าการ์ดคริสตัล ซึ่งภายในบรรจุคริสตัลเทาที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมาแล้ว
การ์ดบางๆ แผ่นหนึ่งบรรจุพลังงานที่สามารถใช้ขับเคลื่อนเครื่องมือต่างๆ ได้ เมื่อพลังงานในการ์ดคริสตัลหมดลงก็สามารถนำไปชาร์จใหม่ได้ สิ่งนี้ทำงานคล้ายคลึงกับพลังงานไฟฟ้าในโลกเดิมของเว่ยซาน
เว่ยซานใช้เงินหกร้อยเหรียญดาวซื้อการ์ดคริสตัลที่มีความจุห้าร้อยหน่วยมาหนึ่งใบ เธอวางแผนจะใช้มันเป็นแหล่งพลังงานสำหรับรถไฟฟ้า นอกจากนี้เธอยังซื้อปืนเชื่อมมาอีกหนึ่งกระบอก เพราะอันที่เคยใช้อยู่เป็นมรดกตกทอดมาจากชายชรา ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของมันไม่ค่อยดีนัก
หลังจากเดินสำรวจถนนวัสดุอุปกรณ์จนทั่วและได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุแปลกใหม่หลายอย่าง เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มแล้ว เว่ยซานเดินออกจากตรอกและบังเอิญเจอร้านขายหุ่นรบร้านหนึ่ง เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปข้างใน
ตัวร้านตกแต่งอย่างหรูหรามาก ทว่าภายในร้านกลับมีหุ่นรบตั้งโชว์อยู่เพียงแค่สามตัวเท่านั้น เว่ยซานพินิจดูอย่างละเอียด หุ่นรบทั้งสามตัวนี้เป็นคนละประเภทกันและล้วนมีรูปลักษณ์ที่ดูดีมาก แต่ทว่า... ตามข้อมูลที่เธอสืบค้นมาจากคอมพิวเตอร์ออปติคัล หุ่นรบนั้นมีไว้เพื่อการสู้รบ ทว่าหุ่นรบทั้งสามตัวนี้ไม่เห็นดูเหมือนว่าจะใช้โจมตีพวกเผ่าพันธุ์แมลงได้เลยสักนิด
เธอเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไป ลูกค้าคนหนึ่งที่ยืนดูหุ่นรบอยู่ใกล้ๆ จึงหัวเราะออกมา "ไอ้หนู พวกนี้คือหุ่นรบประดับบารมี ไม่ใช่หุ่นรบสายต่อสู้หรอก หุ่นรบทางทหารไม่มีทางเอามาวางขายตามท้องตลาดได้หรอกนะ"
อย่างนี้นี่เอง
เว่ยซานเดินเตร็ดเตร่อยู่ในร้านนั้นอีกพักหนึ่ง หุ่นรบสามตัวนี้ยิ่งดูก็ยิ่งแพง ตัวที่ถูกที่สุดยังมีราคาถึงห้าล้านเหรียญดาว แต่ก็นั่นแหละ โลหะเองก็มีราคาสูงถึงกรัมละหนึ่งแสนเหรียญดาวเข้าไปแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหุ่นรบพวกนี้ถึงได้แพงหูฉี่ขนาดนี้
หลังจากเดินออกจากร้าน เว่ยซานยอมจ่ายเงินห้าสิบเหรียญดาวเพื่อนั่งแท็กซี่กลับที่พัก เธอไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืนและในที่สุดก็ประกอบ 'รถยนต์ไฟฟ้า' เวอร์ชั่นเรียบง่ายได้สำเร็จ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เธอก็ขี่รถคันนี้ไปโรงเรียน
ทันทีที่เธอมาถึงประตูโรงเรียน ยานบินลำหนึ่งก็โฉบข้ามหัวเธอไปจอดลง จินเค่อเดินออกมาจากด้านในและโบกมือให้เธอ "เว่ยซาน"
"นี่มันรถอะไรอีกล่ะเนี่ย?" จินเค่อเดินวนดูรอบๆ รถยนต์ไฟฟ้าของเธอ "ขายไหม?"
เว่ยซาน "ห้าหมื่นเหรียญดาว"
"งั้นช่างเถอะ" จินเค่อมองไปที่เบาะหลังของเธอ "ตรงนี้นั่งได้ไหม? ขี่พาฉันเข้าไปในโรงเรียนหน่อยสิ"
"รอบละห้าร้อยเหรียญดาว"
"พวกเราไม่ใช่เพื่อนกันหรอกเหรอ?"
"ฉันจนนี่นา"
จินเค่อยกมือขึ้นโอนเงินห้าร้อยเหรียญดาวให้เว่ยซาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งซ้อนท้ายเธอ "ก็ได้"
เมื่อเห็นเจ้ายานพาหนะหน้าตาประหลาดนี่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่ารถสามล้อคันก่อนมาก จินเค่อก็ยิ่งปักใจเชื่อว่าเว่ยซานต้องเป็นลูกหลานของผู้เชี่ยวชาญ และรถคันนี้ก็คงเป็นฝีมือของผู้เชี่ยวชาญคนนั้นแน่ๆ
รถสามล้อคันก่อนหน้านี้ถูกอาจารย์สอนพิเศษของจินเค่อแยกชิ้นส่วนไปแล้ว มันไม่มีโครงสร้างอะไรซับซ้อน อาศัยเพียงแรงคนในการขับเคลื่อน ถือเป็นแค่ของแปลกใหม่เท่านั้น ซึ่งอาจารย์ก็บอกว่ามันไม่มีคุณค่าพอให้ทำวิจัยต่อ รถคันนี้ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
"ฉันอยู่ห้อง A1 แล้วเธออยู่ห้องไหนล่ะ?" จินเค่อเอ่ยถามเว่ยซานที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับอยู่ด้านหน้า
"B5"
จินเค่อชะงักไป "ห้อง B? เธอไม่ได้เป็นช่างเครื่องหุ่นรบสำรองหรอกเหรอ? ทำไมถึงกลายเป็นทหารหุ่นรบสำรองไปได้ล่ะ?"