- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- บทที่ 3 วันรุ่งขึ้น
บทที่ 3 วันรุ่งขึ้น
บทที่ 3 วันรุ่งขึ้น
บทที่ 3 วันรุ่งขึ้น
เว่ยซานขัดเนื้อขัดตัวจนสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็ออกแรงปั่นรถสามล้อซอมซ่อขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างเหนื่อยหอบ เธอใช้เวลาไปประมาณห้าชั่วโมงกว่าจะมองเห็นตัวเมืองในที่สุด
มิน่าล่ะตาเฒ่าถึงไม่พาเด็กมาด้วย ที่แท้ก็เพราะมันไกลขนาดนี้นี่เอง
เธอหยุดพักหายใจ หยิบขวดสารอาหารเหลวออกมาจากถุงผ้าที่เย็บขึ้นเอง ดื่มเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรง จากนั้นจึงปั่นสามล้อเดินหน้าต่อไป
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมาที่เว่ยซานได้เห็นผู้คนที่ดูเป็นปกติ นอกเหนือจากยานบินที่พุ่งโฉบไปมาบนท้องฟ้าเป็นระยะ และป้ายโฆษณาเสมือนจริงที่ดูราวกับมีชีวิตซึ่งเรียงรายอยู่ริมถนนแล้ว สถานที่แห่งนี้แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกที่เธอจากมาเลย
'เมื่อเร็วๆ นี้ มีการตรวจสอบพบว่าสารอาหารเหลวชุดหนึ่งจากบริษัทถงเซวียนขาดแคลนองค์ประกอบที่จำเป็น และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกายมนุษย์... ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว'
เว่ยซานได้ยินเสียงคล้ายการประกาศข่าวแพร่ออกมาจากหน้าจอเสมือนจริงทางด้านขวาเยื้องไปข้างหน้า เมื่อถูกดึงดูดด้วยคำพูดของผู้ประกาศข่าว เธอจึงเงยหน้าขึ้นและมองเห็นภาพหลายภาพปรากฏอยู่บนหน้าจอพอดี
มันคือลานทิ้งขยะที่เธอไปเยือนเป็นประจำตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยมียานทิ้งขยะหลายลำกำลังบินโฉบปล่อยขยะลงมาอย่างต่อเนื่อง
เว่ยซานเลิกคิ้ว ที่มุมหนึ่งของภาพเธอสังเกตเห็นตัวเอง เป็นเพียงก้อนเล็กๆ มอมแมมและดำปี๋ ร่างกายผอมโซจนน่าสงสาร มีเพียงดวงตากลมโตคู่นั้นที่ดูโดดเด่นออกมา
—ดูเหมือนซอมบี้น้อยไม่มีผิด
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เพิ่งประกาศออกมา เธอได้ล่วงรู้ความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือ สารอาหารเหลวขาดองค์ประกอบทางโภชนาการที่สำคัญไป แม้มันจะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด
สำหรับตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ท้องอิ่ม ส่วนเรื่องโภชนาการนั้น เว่ยซานยังไม่กล้าคาดหวังไปไกลถึงขั้นนั้น
เว่ยซานมุ่งความสนใจไปที่หน้าจอเสมือนจริงเพียงอย่างเดียว โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองขวางทางเธอด้วยความประหลาดใจบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ
เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบกำลังปั่นเศษโลหะหน้าตาประหลาดที่เคลื่อนที่ได้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ดูพิลึกพิลั่นเกินไปอยู่ดี
ทอล์กจากนักเขียน: เว่ยซาน: ถึงตอนนี้จะจน แต่วิศวกรคนนี้จะต้องหาทางรวยให้ได้แน่นอน!
บทที่ 2
เว่ยซานจ้องมองป้ายโฆษณาตลอดทางด้วยความสนใจใคร่รู้ และสามารถเก็บเกี่ยวข้อมูลจากพวกมันได้มากมาย
ยกตัวอย่างเช่น โลกนี้มีหุ่นรบวางขายแล้วจริงๆ ของแบบนี้ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาในโลกเดิมของเธอ เธอไม่คาดคิดเลยว่าที่นี่จะมีการผลิตออกมาขายในเชิงพาณิชย์แล้ว
อาชีพการงานของเธอเองก็อยู่ในสายนี้เช่นกัน แต่การจะประดิษฐ์สิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ต้องใช้เงินมหาศาล เธอไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ในโลกใบใหม่นี้จะเป็นอย่างไรบ้าง
'นี่ ของสิ่งนี้คืออะไรน่ะ?'
เว่ยซานกำลังปล่อยรถสามล้อให้ไหลไปช้าๆ พลางดูโฆษณา ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กดังขึ้นจากข้างหลัง ตอนแรกเธอคิดว่าเขาไม่ได้พูดกับเธอ จนกระทั่งเด็กชายตัวอ้วนท้วนผิวขาวจั๊วะคนหนึ่งเดินมาขวางหน้า เชิดคางขึ้น แล้วถามประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง
เด็กชายคนนี้แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูล มีผู้ใหญ่สองคนที่ดูเหมือนบอดี้การ์ดคอยขนาบข้าง ดูแล้วเขาน่าจะมีฐานะไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
โดยไม่รอให้เว่ยซานตอบ เด็กชายก็ก้าวเข้าไปหาแล้วลูบคลำรถสามล้อตรงนั้นทีตรงนี้ที พลางพึมพำเบาๆ ว่า 'นี่เป็นหุ่นรบรุ่นใหม่หรือเปล่า?'
เว่ยซานแหงนหน้ามองยานบินบนท้องฟ้า จากนั้นก็กวาดสายตามองคนเดินถนนที่เดินผ่านไปมา โลกใบนี้น่าจะไม่มีพาหนะล้าสมัยอย่างรถสามล้อหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
เด็กชายชี้ไปที่กระบะท้ายด้านหลังเว่ยซานแล้วถามว่า 'ไอ้ส่วนข้างหลังนี่เอาไว้ทำอะไร?'
'เอาไว้บรรทุกของ หรือจะบรรทุกคนก็ได้' เว่ยซานอธิบายอย่างใจเย็น เด็กคนนี้ดูรวยกว่าชาวบ้านเดินดินทั่วไป เธออาจจะหาเงินจากเขาได้สักหน่อย
สมัยก่อน วิศวกรเว่ยสามารถคว้าโปรเจกต์งานมากมายมาครองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้ทักษะการเจรจาหว่านล้อมอันยอดเยี่ยมของเธอนี่แหละ
เด็กชายถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น 'บรรทุกคนเหรอ? แต่ข้างหลังนั่นไม่มีที่นั่งนะ'
'ก็นั่งลงไปบนนั้นตรงๆ ได้เลย'
'ฉันขอลองหน่อย' สิ้นคำพูดของเด็กชาย บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ ก็อุ้มเขาขึ้นไปวางบนกระบะท้ายทันที
เมื่อขึ้นไปยืนบนกระบะท้ายแล้ว เด็กชายก็ไม่รู้ว่าจะนั่งตรงไหนดี เพราะข้างหลังมันสกปรกเกินไป
เว่ยซานชำเลืองมองไปข้างหลัง ตบที่คานเหล็กของรถสามล้อ แล้วพูดว่า 'จับไว้ให้แน่นล่ะ'
เด็กชายคว้าจับคานเหล็กด้านหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันทีที่เขาจับจนแน่น คนข้างหน้าก็เริ่มออกแรงปั่นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ สองแผ่นใต้ฝ่าเท้าอย่างเหนื่อยหอบ แล้วพาหนะรูปร่างประหลาดก็เริ่มเคลื่อนตัว
บอดี้การ์ดทั้งสองคน: '...' ความเร็วของไอ้ของประหลาดชิ้นนี้มันช่างเชื่องช้าเหลือเกินจริงๆ
เด็กชายยืนอยู่บนกระบะท้ายรถสามล้อ มองดูถนนที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปช้าๆ เขายื่นมือออกไปจิ้มหลังเว่ยซาน 'นี่ ของของเธอมันก็สนุกดีเหมือนกันนะ'
'อยากได้ไหมล่ะ? ฉันจะขายให้' เว่ยซานเอ่ยถาม
มันก็แค่รถสามล้อคันหนึ่ง ตราบใดที่มีวัสดุ เธอจะประกอบขึ้นมาอีกคันเมื่อไหร่ก็ได้
เด็กชายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง 'กี่เหรียญดวงดาวล่ะ?' เขาเพิ่งกลับมาจากตลาดค้าวัสดุ และตอนนี้ก็เหลือเหรียญดวงดาวติดตัวอยู่ไม่มากนัก
'นายคิดว่ามันมีมูลค่าเท่าไหร่ล่ะ?' เว่ยซานถามกลับ
เด็กชายพูดอย่างจริงใจ 'ห้าร้อยเหรียญดวงดาวเป็นยังไง?'
จากการดูโฆษณาตลอดเส้นทาง เว่ยซานสังเกตเห็นว่าราคาสินค้ามักจะระบุไว้ที่มุมขวาล่างเสมอ สารอาหารเหลวหนึ่งกล่องมีสิบสองขวด ราคาอยู่ที่สองร้อยเหรียญดวงดาว ส่วนรองเท้าของเด็กชายคนนี้ออกแบบโดยปรมาจารย์ชื่อดัง โฆษณาที่เธอเพิ่งเห็นระบุว่าราคาคู่ละตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญดวงดาว เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นลูกคุณหนูบ้านรวย
'ห้าร้อยเหรอ? ไม่ขายหรอก' เว่ยซานหยุดรถสามล้อ ดึงเบรกมือ แล้วหันไปมองเด็กชาย 'นายเคยเห็นรถสามล้อแบบนี้ที่ไหนอีกไหมล่ะ? ในเมือง... ทั้งเมืองนี้ คันนี้คือคันเดียวที่มีอยู่นะ'
เว่ยซานยังคงไม่รู้ชื่อของสถานที่แห่งนี้
เด็กชายตัวอ้วนท้วนและผิวขาวจั๊วะ เว่ยซานรู้สึกว่าตราบใดที่บอดี้การ์ดสองคนข้างหลังไม่สอดมือเข้ามายุ่ง เธอจะต้องหลอกฟันกำไรก้อนโตมาได้อย่างแน่นอน
'ดีไซน์ก็มีเอกลักษณ์ดีนะ แต่...' เด็กชายเม้มริมฝีปาก 'วัสดุมันธรรมดาเกินไป ไม่มีโลหะเป็นส่วนประกอบเลยสักนิด มันไม่เกี่ยวอะไรกับหุ่นรบเลยด้วยซ้ำ ของของเธอมันมีประโยชน์ไม่มากหรอก ถ้าฉันซื้อไปก็แค่เอาไว้ดูเล่นแปลกตาเท่านั้นแหละ ให้ห้าร้อยเหรียญดวงดาวนี่ก็ใจป้ำมากแล้วนะ'
เว่ยซาน: '?'
คำพูดเหล่านี้ไม่เหมือนหลุดออกมาจากปากเด็กอายุเจ็ดแปดขวบเลยสักนิด เด็กในโลกนี้หลอกยากขนาดนี้เลยเหรอ?
'แน่นอนว่ามันไม่ใช่หุ่นรบ อันที่จริงรถสามล้อคันนี้มีไว้ช่วยเพิ่มความสูงต่างหาก' เว่ยซานชำเลืองมองขาของเด็กชายแล้วตีหน้าตายเอ่ยว่า 'ถ้าปั่นรถสามล้อบ่อยๆ ขาจะยาวขึ้น แล้วพอนานไปนายก็จะตัวสูงขึ้นยังไงล่ะ'
เด็กชายมองเว่ยซานด้วยสายตาประหลาดใจ 'ทำไมต้องปั่นไอ้นี่เพื่อเพิ่มความสูงด้วยล่ะ? ก็แค่ฉีดยากระตุ้นพันธุกรรมก็จบแล้วนี่'
เว่ยซาน: '...' มีเทคโนโลยีล้ำหน้านี่มันดีแบบนี้นี่เอง
'เธอเป็นคนประกอบรถสามล้อคันนี้ขึ้นมาเองเหรอ?' เด็กชายถาม
เว่ยซานพยักหน้า 'ขายให้นายห้าพัน ขาดตัวไม่ลดแล้ว' เด็กคนนี้หลอกยากเอาเรื่อง เธอไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว
สายตาของเด็กชายจับจ้องไปที่รอยเชื่อมของรถสามล้อ มองปราดเดียวเขาก็รู้ว่าพาหนะคันนี้ถูกนำเศษโลหะมาร้อยเรียงปะติดปะต่อกัน แม้วัสดุจะห่วยแตก แต่ฝีมือช่างนั้นยอดเยี่ยมมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะ
'ฉันจะเพิ่มให้เธออีกห้าร้อยเหรียญดวงดาวก็แล้วกัน เป็นห้าพันห้าร้อย ถือว่าเรามาเป็นเพื่อนกันนะ'