- หน้าแรก
- เช็กอินรับคฤหาสน์หรู แต่ผมขอสโลว์ไลฟ์ไปวันๆ
- บทที่ 13 - แอลกอฮอล์ขึ้นสมอง
บทที่ 13 - แอลกอฮอล์ขึ้นสมอง
บทที่ 13 - แอลกอฮอล์ขึ้นสมอง
ห้างว่านเซี่ยงเฉิงถือว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลงเฉิง อยู่ไม่ไกลจากร้านชาบู นั่งแท็กซี่ไปสิบกว่านาทีก็ถึง
ทั้งสองคนลงรถที่ฝั่งตะวันออกของห้าง เดินลัดเลาะไปตามถนน ลมกลางคืนพัดมาเอื่อยๆ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังไม่สร่าง ฝีเท้าก็เลยออกจะลอยๆ นิดหน่อย
พอเดินเข้าห้าง หลิวไห่เม่ยก็ควงแขนจางเซิ่งหมับ
จางเซิ่งไม่ได้ชักแขนออก
ความอวบอิ่มที่หน้าอกของเธอเบียดชิดกับท่อนแขนของเขา แม้จะสวมเสื้อผ้ากั้นไว้แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่ม เส้นประสาทของจางเซิ่งที่ถูกแอลกอฮอล์ย้อมจนมึนตึงตอบสนองช้าไปครึ่งจังหวะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย
"จะเดินดูอะไรก่อนดีล่ะ?" หลิวไห่เม่ยเงยหน้าขึ้นถาม
"ตามใจเธอเลย เธอเป็นคนนำแล้วกัน"
หลิวไห่เม่ยลากเขาขึ้นไปชั้นสอง
ชั้นสองเป็นโซนเสื้อผ้าผู้หญิง มีแบรนด์ต่างๆ เรียงรายติดกันเป็นพรืด เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองจิ่วหยวน หลิวไห่เม่ยมาเดินห้างก็มีแต่ดูไม่ซื้อ หรือไม่ก็ซื้อเฉพาะของลดราคา แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม เธอเดินพุ่งเข้าไปในร้านที่ปกติแทบจะไม่เคยเฉียดกรายเข้าไป
เธอหยิบเดรสตัวหนึ่งขึ้นมาทาบกับตัว "สวยไหม?"
"สวยสิ"
"งั้นฉันลองนะ?"
"ลองเลย"
หลิวไห่เม่ยเดินเข้าห้องลองเสื้อ ตอนออกมาเธอสวมเดรสสีเขียวเข้มเข้ารูป คอเสื้อคว้านลึกกำลังดี เธอหมุนตัวอยู่หน้ากระจกพลางมองจางเซิ่ง
"เอาชุดนี้"
หลิวไห่เม่ยยิ้มแฉ่ง ให้พนักงานเปิดบิล จางเซิ่งเป็นคนไปรูดบัตร สามพันหกร้อยหยวน
พอเดินออกจากร้าน หลิวไห่เม่ยก็ควงแขนเขาแน่นขึ้นอีก
"วันนี้นายกะจะเหมาห้างให้ฉันเลยหรือไง?" เธอถามกลั้วหัวเราะ
"แค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว" จางเซิ่งหลุดปากพูดประโยคนี้ออกไปราวกับโดนผีผลัก ฤทธิ์แฝงของไวน์แดงชักจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เผาผลาญเซลล์สมองให้ทำงานช้าลงไปอีก
ร้านต่อไป ซื้อเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสองตัว สี่พันสอง ร้านถัดไป ซื้อรองเท้าส้นสูงหนึ่งคู่ สองพันแปด ถัดไปอีกร้าน ซื้อกระเป๋าหนังแกะใบเล็ก หนึ่งหมื่นสอง
ตอนรูดบัตร จางเซิ่งตาไม่กะพริบสักนิด
ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะซื้อเสื้อโค้ตตัวละห้าร้อยยังต้องลังเลแล้วลังเลอีก แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิม เงินล้านกว่านอนนิ่งอยู่ในบัตร จะจ่ายสักไม่กี่หมื่นก็ให้ความรู้สึกเหมือนจ่ายแค่ไม่กี่ร้อย ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ยิ่งเดิน หลิวไห่เม่ยก็ยิ่งกล้าได้กล้าเสีย ตอนลองเสื้อผ้าเธอไม่ยอมปิดประตูห้องลองสนิท แง้มไว้คุยกับจางเซิ่งไปด้วย ตอนไปซื้อชุดชั้นในก็ลากจางเซิ่งเข้าไปด้วย ให้เขาช่วยดูทรง แถมพอรู้สึกได้ถึงสายตาของจางเซิ่งตอนที่เธอลองถุงน่อง เธอก็เหมามาอีกหลายคู่ แค่จางเซิ่งบอกว่าชอบเธอก็ซื้อ จนสุดท้ายก็เลิกสนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น
จางเซิ่งเริ่มหน้ามืด
ไม่ใช่เพราะเมาเหล้า แต่เมาอย่างอื่นต่างหาก
รูปร่างของหลิวไห่เม่ยน่ะ ปกติเขาก็มองอยู่แล้ว แต่ตอนใส่เสื้อผ้ากับตอนเห็นใกล้ๆ แบบนี้มันคนละเรื่องกันเลย เธอผิวขาว ไหปลาร้าสวย เอวคอด มีครบทุกสัดส่วนที่ควรมี ตอนลองชุดชั้นใน จางเซิ่งไปยืนอยู่ข้างๆ แทบไม่รู้จะเอาสายตาไปไว้ตรงไหน
โดยเฉพาะแม่สาวคนนี้เหมือนจะจงใจ ขลุกอยู่ในร้านถุงน่องแบรนด์เนมตั้งนานสองนาน หยิบมาลองเปลี่ยนทีละคู่ๆ เสร็จแล้วก็พุ่งเข้าร้านชุดชั้นในต่อ
"สีนี้เป็นไง?" หลิวไห่เม่ยหยิบชุดชั้นในสีดำขึ้นมาถาม
"ก็ดีนะ"
"แล้วตัวนี้ล่ะ?" เธอหยิบชุดสีแดงไวน์ขึ้นมาอีกตัว
"ก็ดีเหมือนกัน"
"งั้นเอาทั้งสองตัวเลยแล้วกัน"
ชุดชั้นในสองชุด ห้าพันกว่า
จางเซิ่งรูดบัตรจ่ายไป
เดินไปโซนเสื้อผ้าผู้ชายบ้าง หลิวไห่เม่ยเลือกเสื้อแจ็กเก็ตกับรองเท้าคู่หนึ่งให้จางเซิ่ง ตัวเขาเองไม่ได้กะจะซื้อ แต่พอเธอเลือกให้ เขาก็รับไว้โดยไม่ดูราคาเลยด้วยซ้ำ แปดพันกว่า
แวะโซนเครื่องสำอางต่อ หลิวไห่เม่ยสอยเซตลาแมร์มาชุดหนึ่ง หมื่นกว่า ตอนจางเซิ่งรูดบัตร พนักงานมองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็หันไปมองหลิวไห่เม่ย สายตานั้นมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่
จางเซิ่งไม่ได้ใส่ใจ
เดินจนถึงตอนสุดท้าย ในมือทั้งสองคนมีถุงช้อปปิ้งเป็นสิบๆ ใบ สองมือของจางเซิ่งหิ้วเต็มพิกัด หลิวไห่เม่ยเองก็หิ้วอยู่อีกหลายใบ
ตอนที่นั่งพักตรงโซนพักผ่อนชั้นหนึ่ง จางเซิ่งล้วงมือถือขึ้นมาเช็กยอดการใช้จ่าย
แปดหมื่นสามพันกว่าหยวน
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง
แปดหมื่นสาม? แค่คืนเดียวเนี่ยนะ?
เขามองกองถุงช้อปปิ้งข้างๆ แล้วหันไปมองหลิวไห่เม่ย เธอกำลังก้มหน้าค้นของในถุงใบหนึ่ง ผมปรกลงมาปิดหน้าไปครึ่งซีก
"พอหรือยัง?" จางเซิ่งถาม
หลิวไห่เม่ยเงยหน้าขึ้น กวาดตามองไปรอบๆ เหมือนยังช้อปไม่จุใจ แต่พอดูเวลา ก็จะสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ห้างก็เริ่มเปิดเพลงส่งลูกค้ากลับบ้าน
"โอเค วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน"
เธอยืนขึ้น เอื้อมมือมาช่วยถือถุงจากมือจางเซิ่งไปหลายใบ แล้วก็สอดมือควงแขนเขาอีกครั้ง
ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูห้าง
พอใกล้จะถึงประตู จางเซิ่งไม่ได้หยุดฝีเท้า ยังคงเดินตรงดิ่งไปทางทางออก หลิวไห่เม่ยกระตุกแขนเขาทีหนึ่ง
"จางเซิ่ง"
"หืม?"
"ฉันไม่อยากกลับศูนย์อบรมเลยอ่ะ"
ตอนที่พูด ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ จ้องหน้าเขาเขม็ง บนแก้มยังมีสีแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือบลัชออนกันแน่
จางเซิ่งมองเธอ ผู้หญิงในอ้อมแขนคนนี้ สวย หุ่นดี ปกติเชิดหยิ่งทะลุฟ้า ไม่ค่อยจะเห็นหัวเขา
แต่วันนี้กลับควงแขนเขาเดินช้อปปิ้งทั้งคืน ซื้อของกองเบ้อเริ่ม แล้วตอนนี้ยังมาบอกว่าไม่อยากกลับอีก
หมายความว่ายังไง เขารู้ดี
ถ้าเป็นเมื่อก่อน จางเซิ่งคงหาข้ออ้างหนีไปแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่อยาก แต่ไม่กล้าต่างหาก เขารู้ตัวดีว่าตัวเองมีน้ำยาแค่ไหน ไม่มีทางเอาผู้หญิงคนนี้อยู่หรอก
แต่วันนี้มันไม่เหมือนกัน
เงินห้าล้านนอนอยู่ในบัญชีพ่อแม่ ในบัตรเขาก็มีอีกตั้งล้านกว่า กุญแจห้องหรูกลางโครงการซิงเหอวานก็นอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋า ยืดอกได้เต็มที่ ความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว
"แล้วเธออยากไปไหนล่ะ?" จางเซิ่งถาม
หลิวไห่เม่ยไม่ได้ตอบ แต่มือที่ควงแขนเขาอยู่กระชับแน่นขึ้นอีกนิด
จางเซิ่งล้วงมือถือขึ้นมา เปิดแอปจองที่พัก ค้นหาโรงแรมใกล้ๆ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลอยู่ไม่ไกล เดินไปแค่ห้านาที เขากวาดตามอง ห้องสวีทสุดหรู คืนละสามพันแปด
กดจอง
"ไปกันเถอะ" จางเซิ่งเก็บมือถือ หิ้วถุงเดินนำออกไป
หลิวไห่เม่ยเดินตาม เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกริ๊กๆ
พอถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ก็จัดการเช็กอินที่หน้าฟรอนต์ พนักงานเห็นทั้งคู่หอบหิ้วของพะรุงพะรัง ก็รีบเข็นรถเข็นกระเป๋ามาช่วย จางเซิ่งทิปไปนิดหน่อย แล้วพาหลิวไห่เม่ยขึ้นลิฟต์
ในลิฟต์มีแค่พวกเขาสองคน
หลิวไห่เม่ยพิงผนังลิฟต์ ก้มหน้าดูมือถือ แต่หน้าจอกลับมืดสนิท จางเซิ่งยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงลมหายใจของเธอชัดเจน
ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นยี่สิบสอง
ประตูห้องเปิดออก ห้องสวีทกว้างขวางมาก มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ตกแต่งอย่างหรูหรา นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่คือวิวกลางคืนของเมืองหลงเฉิง แสงไฟระยิบระยับเต็มไปหมด
จางเซิ่งวางถุงช้อปปิ้งลง แล้วหันกลับมา
หลิวไห่เม่ยยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น สองมือปล่อยทิ้งข้างลำตัว จ้องมองเขา
"ที่นายบอกคราวก่อนว่า ผ้าปูที่นอนมันดูเก่าไปหน่อย เลยไม่อยากไปซิงเหอวานใช่ไหม?" เธอถาม
"อืม"
"แล้วผ้าปูที่นอนที่นี่ล่ะ ใหม่พอหรือเปล่า?"
จางเซิ่งไม่ได้ตอบ
เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ส่วนสูงร้อยหกสิบเจ็ดพอใส่ส้นสูงก็ปาเข้าไปร้อยเจ็ดสิบสี่แล้ว เทียบกับเขาร้อยแปดสิบ ก็ห่างกันแค่นิดเดียว
จางเซิ่งก้มหน้าลง ประทับริมฝีปากลงไป
หลิวไห่เม่ยไม่หลบ
เธอหลับตาลง สองมือเรียวบางโอบกอดเอวเขาไว้แน่น
รองเท้าส้นสูงคู่ใหม่หล่นอยู่บนเตียงข้างหนึ่ง บนโซฟาข้างหนึ่ง ถุงน่องแบรนด์เนมราคาแพงหลายคู่ถูกฉีกขาดกระจุยกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ของห้อง ชุดชั้นในที่เพิ่งซื้อมาใหม่เอี่ยมก็ยับยู่ยี่ไปหมด
หลิวไห่เม่ยจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ของจางเซิ่ง เธอรู้แค่ว่าตัวเองเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆไม่ยอมลงมาสักที ประสบการณ์ที่ล้ำลึกแบบไม่เคยเจอมาก่อน ทำให้เธอถึงกับลุ่มหลงไปชั่วขณะ
ส่วนจางเซิ่งเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าหลิวไห่เม่ยจะเป็นสาวสวยที่ให้ความร่วมมือดีขนาดนี้ มอบประสบการณ์สุดยอดเยี่ยมให้กับเขา