- หน้าแรก
- วันพีช เป็นโจรสลัดอยู่ดีๆ แต่ดันถูกบังคับให้ขึ้นเป็นสี่จักรพรรดิ
- บทที่ 30: หนวดขาว ปะทะ โรเจอร์
บทที่ 30: หนวดขาว ปะทะ โรเจอร์
บทที่ 30: หนวดขาว ปะทะ โรเจอร์
บทที่ 30: หนวดขาว ปะทะ โรเจอร์
ทั้งสองคนเดินมาถึงจุดที่หนวดขาวและโรเจอร์จะประลองฝีมือกัน บริเวณโดยรอบนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มารอดูเหตุการณ์
อัลเลนไม่ได้เดินเข้าไปใกล้กว่านี้ เขาตัดสินใจปักหลักดูอยู่ขอบวงนอก พลางนึกค่อนขอดพวกลูกเรือที่ไปยืนอออยู่ใกล้ๆ ว่า 'ช่างอ่อนหัดกันเสียจริง'—เดี๋ยวพอโดนลูกหลงคลื่นฮาคิราชันย์ซัดเข้าไป ก็คงได้ร่วงลงไปนอนหลับปุ๋ยกันหมด ถามอะไรก็คงเงียบกริบไม่ตอบสนองแน่ๆ
อัลเลนไม่ใช่พวกห้าวเป้งอย่างคิดหรือโอเด้ง ที่จะคิดอะไรตื้นๆ อย่าง 'เทวีกัมปนาท (Divine Departure) งั้นเหรอ? ฉันไม่หลบหรอก ฉันอึดกว่าพระเจ้าซะอีก'
ต่อให้เทวีกัมปนาทจะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง แต่แค่แรงสั่นสะเทือนจากมันก็รับมือยากพอสมควรแล้ว
บริเวณลานกว้าง ทั้งสองเริ่มปะทะฮาคิราชันย์กันแล้ว พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวทำให้พืชพรรณรอบด้านเอนเอียงสั่นไหวอย่างรุนแรง พวกลูกเรือที่มุงดูอยู่ต่างพากันเหงื่อแตกพลั่ก ถอยกรูดกันออกมาโดยสัญชาตญาณ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าฮาคิราชันย์ของใครก็ไม่อาจข่มอีกฝ่ายลงได้ หนวดขาวจึงยกมุราคุโมะกิริขึ้นตวัดฟันใส่โรเจอร์ โรเจอร์เองก็ชักดาบ 'เอส' ออกมารับการโจมตีนั้นทันที
เสียง 'เคร้ง' ดังกังวาน คลื่นกระแทกอันรุนแรงแผ่ขยายออกไปโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลาง ผู้คนที่มุงดูอยู่ถูกแรงลมพัดจนหน้าหงาย ลืมตาแทบไม่ขึ้น ต่างต้องกระจัดกระจายถอยห่างออกไปอีก
"ดูสิ ท้องฟ้าแยกออกแล้ว!" ลูกเรือคนหนึ่งชี้ไปที่ท้องฟ้าพลางตะโกนด้วยความหวาดกลัว
พวกลูกเรือได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ก่อนจะพากันกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
ภาพที่เห็นคือท้องฟ้าที่เคยสดใส บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำทะมึน และมีรอยแยกขนาดใหญ่แหวกออกตรงใจกลางกลุ่มเมฆนั้น
เมื่อการประชันกำลังไม่รู้ผลแพ้ชนะ โรเจอร์และหนวดขาวก็ถอยห่างออกจากกันรักษาระยะ
"นิวเกต พลังของนายตกลงไปหน่อยนะเมื่อเทียบกับคราวก่อน รับนี่ไป เทวีกัมปนาท!" โรเจอร์เอ่ยเยาะเย้ย ก่อนจะตวัดดาบปล่อยท่าเทวีกัมปนาทใส่หนวดขาว
"ไอ้เวรโรเจอร์! ฉันก็แค่กลัวว่าแกจะจนไม่มีจะกินจนไม่มีแรงสู้ ก็เลยออมมือให้ต่างหากล่ะ รับไปซะ คลื่นผ่าปฐพี!" หนวดขาวสวนกลับ พลางยกง้าวเล่มโตขึ้นฟาดฟันเข้าใส่การโจมตีของโรเจอร์
เมื่อเห็นดังนั้น อัลเลนก็รีบใช้พลังแรงโน้มถ่วงพาทุกคนที่อยู่รอบๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าทันที "มาแล้ว"
เรย์ลี่มองลงไปยังพื้นดินจากบนฟ้า ก่อนจะถอนหายใจและเอ่ยว่า "พลังของนายนี่แอบคล้ายกับของชิกิเลยนะ น่าอิจฉาจริงๆ"
"นั่นน่ะสิ พลังของหัวหน้าอัลเลนนี่มันน่าอิจฉาจะตายไป"
ก็แหงล่ะ มีผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่มีความฝันอยากโบยบินบนท้องฟ้าล่ะ?
ในขณะที่ทุกคนกำลังทึ่งอยู่นั้น ท่าไม้ตายของโรเจอร์และหนวดขาวก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างจัง
สายฟ้าสีแดงและดำปะทุระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง แรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวเขย่าไปทั่วบริเวณ พื้นดินแตกร้าวและแยกออกจนมองเห็นผิวน้ำทะเลเบื้องล่าง
ผู้คนที่ลอยอยู่บนฟ้าถูกแรงกระแทกจนตัวปลิวออกไปไกล เมฆดำที่ปกคลุมท้องฟ้าถูกทำลายจนสลายไปหมดสิ้น เผยให้เห็นแสงแดดเจิดจ้าที่สาดส่องลงมาอีกครั้ง
"ไอ้บ้าสองคนนี้กะจะทำลายเกาะนี้ให้พังพินาศเลยหรือไง?" เรย์ลี่มองดูชายสองคนเบื้องล่างพลางบ่นอุบอิบอย่างพูดไม่ออก
ในจังหวะที่พื้นดินใกล้จะทนรับแรงปะทะไม่ไหว ในที่สุดทั้งสองก็หยุดมือและแยกออกจากกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังพอมีความยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง แต่ก็นะ... คงไม่มากเท่าไหร่หรอก
อัลเลนควบคุมแรงโน้มถ่วงพาทุกคนกลับลงมาบนพื้นดิน ผู้คนที่ลงมาต่างพากันปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากด้วยความหวาดหวั่นปนเคารพในพลังของทั้งสอง
เมื่อมองดูผืนดินที่พังยับเยิน ทั้งสองคนก็เกาหัวอย่างเก้อเขิน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะใส่กันและกัน
"พวกเด็กๆ (เรย์ลี่) ไปตามทุกคนมาเริ่มงานเลี้ยงกันเถอะ!" ทั้งสองออกคำสั่งพร้อมกัน
อัลเลนได้แต่คิดในใจว่า เมื่อกี้พวกแกเพิ่งจะสู้กันซะโลกแทบแตก แล้วตอนนี้จะมานั่งกินเหล้าคุยโม้กันเนี่ยนะ มีแค่พวกแกสองคนเท่านั้นแหละที่ทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ได้
บนชายหาดที่อาบไล้ไปด้วยแสงแดด เหล่าลูกเรือของทั้งสองกลุ่มโจรสลัดนั่งล้อมวงกัน ใครที่ถูกชะตากันก็กอดคอกันเริ่มดวลเหล้า หนวดขาวและโรเจอร์นั่งอยู่ด้วยกัน ยกเหล้าขึ้นดื่มอึกๆ อย่างไม่ลดละ
อัลเลนก็ไปหาเรย์ลี่เพื่อชนแก้วเช่นกัน
"พี่เรย์ลี่ ได้ข่าวว่าการ์ปกับเซ็นโงคุคอยตามล่าพวกพี่ไปทั่วเลยเหรอครับ?"
เรย์ลี่ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าอ่อนใจ "ใช่แล้วล่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้สองคนนั้นมันผีเข้าหรือยังไง มีหลายครั้งเลยนะที่สถานการณ์ตึงเครียดสุดๆ เราเกือบจะได้ไปกินข้าวหลวงที่อิมเพลดาวน์ซะแล้ว"
"นั่นสิครับ คราวก่อนพวกเราก็ดันไปเจอพวกนั้นเหมือนกัน ผมนี่โดนไล่บี้หนีหัวซุกหัวซุนอยู่บนฟ้าตั้งนาน" อัลเลนแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง พลางยอมรับในความแข็งแกร่งของทั้งสองคน
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันรู้เรื่องคราวก่อนนะ ได้ยินมาว่าเซ็นโงคุโดนนายปั่นหัวซะเสียทรงเลยนี่ สุดยอดไปเลย น้องอัลเลน"
"ไม่หรอกครับ ก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ"
เรย์ลี่หัวเราะอย่างร่าเริง "ฮ่าฮ่าฮ่า นายถ่อมตัวเกินไปแล้ว ถ้าไม่มีฝีมือก็คงไม่มีโชคช่วยหรอก แต่ก็นะ... ตั้งแต่เราเข้ามาในโลกใหม่ เราก็ยังไม่เจอไอ้สองคนนั้นเลย ท้ายที่สุดแล้ว ที่นี่มันก็อาณาเขตของร็อคส์แล้วนี่นา"
อัลเลนหุบรอยยิ้มลงและมองเรย์ลี่ด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง "ใช่ครับ โลกใหม่เป็นอาณาเขตของร็อคส์ก็จริง แต่ผมมีลางสังหรณ์ว่า รัฐบาลโลกกับร็อคส์จะต้องมีศึกใหญ่กันแน่ และพวกเราก็จะได้พบกันอีกครั้งในปีนี้ครับ"
เรย์ลี่มองอัลเลนด้วยความงุนงง "ทำไมนายถึงมั่นใจนักล่ะว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกในปีนี้?"
ทำไมน่ะเหรอ? ไปถามโอดะนู่นสิ
อัลเลนคิดในใจแต่ก็พูดออกไปไม่ได้ เขาจึงทำได้แค่ส่งยิ้มลึกลับให้เรย์ลี่ "เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เองแหละครับ"
เรย์ลี่ปรายตามองอัลเลนอย่างหงุดหงิดใจ ไอ้พวกชอบพูดจาเป็นปริศนานี่มันน่ารำคาญไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหนจริงๆ
และแล้วงานเลี้ยงก็ดำเนินต่อไปจนถึงดึกดื่น เช้าวันรุ่งขึ้นบนชายหาด ทุกคนต่างถูกอัลเลนเตะปลุกให้ตื่น พากันลูบหัวป้อยๆ อย่างงัวเงีย
อัลเลนไม่ได้นอนค้างบนชายหาดเหมือนคนอื่นๆ เมื่อเห็นว่างานเลี้ยงใกล้จะเลิกรา เขาก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านและหาโรงเตี๊ยมพักค้างคืน พอคะเนว่าทุกคนน่าจะตื่นกันแล้ว เขาจึงเดินมาที่ชายหาดเพื่อปลุกพวกเขา
อัลเลนไม่อยากสัมผัสประสบการณ์โดนลมทะเลพัดจนตื่นในสภาพเมาค้างอีกแล้ว
กลุ่มของหนวดขาวและกลุ่มโจรสลัดโรเจอร์แยกย้ายกันไปหลังจากซื้อเสบียงเรียบร้อยแล้ว อัลเลนมองตามเรือของกลุ่มโจรสลัดโรเจอร์ที่กำลังแล่นจากไปพลางพึมพำ "ครั้งหน้าที่เจอกัน คงเป็นที่ก็อดวัลเลย์สินะ ถึงตอนนั้นฉันจะลากเรย์ลี่ไปอู้แอบอยู่มุมไหนสักแห่งก็แล้วกัน"
เมื่อเรือของโรเจอร์แล่นลับสายตาไป อัลเลนและพรรคพวกก็ต้องออกเดินทางตามเส้นทางของตัวเองต่อไปเช่นกัน
ไม่ว่าจะออกทะเลมากี่ครั้ง ทุกคนก็ยังคงรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ดี อัลเลนถือคันเบ็ด นั่งป้อนเหยื่อให้เจ้าฟ้า และแทบจะตกปลาไม่ได้เลยตามเคย
บางครั้งบางคราว เขาก็จะบีบอัดฮาคิสังเกต สัมผัสไปถึงห้วงอวกาศที่อยู่สูงขึ้นไปหลายแสนเมตร หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะสามารถใช้แรงโน้มถ่วงดึงอุกกาบาตลงมาถล่มใส่หัวคนอื่นได้แบบฟูจิโทระบ้าง
"อา น่าเบื่อชะมัดเลย รู้งี้อยู่ฮาจิโนสึยังจะดีซะกว่า" เสียงบ่นกระปอดกระแปดของร็อบ ลุจจิ ลอยมาเข้าหูอัลเลน (ผู้แปล: ต้นฉบับใช้ชื่อ ร็อบ ลุจจิ คาดว่าผู้เขียนอาจจำชื่อสลับกับตัวละครอื่น)
อัลเลนมองดูร็อบ ลุจจิ ที่หน้ายังคงบวมปูดพลางขมวดคิ้วจนเกิดเส้นดำพาดผ่านหน้าผาก "ตอนอยู่บนเกาะก็ร่ำร้องอยากจะออกทะเล พอออกมาทะเลแล้วก็มาบ่นว่าน่าเบื่อ นี่แกรอจะขึ้นสวรรค์เลยไหมล่ะ? การเดินทางคราวนี้ แกยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยนอกจากโดนอัดซะน่วมเนี่ย"
ร็อบ ลุจจิ ตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงขวานเหล็กของสคอปเปอร์ กาบัน "กลุ่มโจรสลัดของพวกนั้นมันแข็งแกร่งกันเกินไปแล้ว นอกเหนือจากลูกพี่ พวกมันรับมือพวกเราที่เหลือเหมือนเล่นสนุกเลยล่ะ"
"นั่นมันพวกนายต่างหาก อย่าเหมารวมฉันไปด้วยสิ ฉันยังพอรับมือได้อยู่หรอก" อัลเลนปรายตามองร็อบ ลุจจิ ที่กำลังถอนหายใจ พลางคิดในใจ: ก็แน่ล่ะสิ พวกมันแข็งแกร่งอยู่แล้ว นั่นว่าที่ราชันย์โจรสลัดเชียวนะโว้ย ล้อเล่นรึไง?
"ครับๆๆ หัวหน้าเก่งที่สุด หัวหน้าแข็งแกร่งจนน่ากลัวที่สุดเลยครับ"
และแล้ว สามวันแห่งการเดินเรือก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้ กลุ่มของอัลเลนได้เจอกับกลุ่มโจรสลัดสองสามกลุ่มและกวาดล้างพวกมันจนสิ้นซาก ซึ่งถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่าทีเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกโจรสลัดพวกนั้นไปปล้นเมืองมากี่แห่งถึงได้มีสมบัติมากมายขนาดนี้
หนึ่งในกัปตันของกลุ่มโจรสลัดเหล่านั้นพอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง เขาเป็นผู้ใช้พลังผลปีศาจสายโซออน ดึกดำบรรพ์ โมเดล: อาร์คีออปเทอริกซ์ หมอนั่นเกือบจะหนีรอดไปได้ด้วยพลังในการบิน แต่ท้ายที่สุด อัลเลนก็ใช้พลังแรงโน้มถ่วงกดทับมันจนจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลไป
เมื่อตรวจสอบสมบัติที่ได้มา มันก็มากพอให้พวกลูกเรือใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยไปได้อีกพักใหญ่ หนวดขาวจึงเตรียมตัวจะหันหัวเรือกลับ
ในตอนนั้นเอง อัลเลนก็ได้รับข่าวจากเจ้าฟ้าว่า มีเกาะแห่งหนึ่งอยู่เบื้องหน้ากำลังถูกโจรสลัดโจมตี หลังจากสื่อสารกับอัลเลนมานาน เจ้าฟ้าก็สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเรือโจรสลัดกับเรือทั่วไปได้แล้ว
หลังจากได้รับข่าว อัลเลนก็รีบแจ้งหนวดขาวทันที หนวดขาวสอบถามความเห็นของทุกคนและตัดสินใจว่าจะแวะไปดูสักหน่อย และถือโอกาสปล้นกลุ่มโจรสลัดพวกนี้ไปด้วยเลย ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครคิดว่าตัวเองมีเงินเยอะเกินไปหรอกนะ