เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: มหาสงครามเปิดฉาก

บทที่ 22: มหาสงครามเปิดฉาก

บทที่ 22: มหาสงครามเปิดฉาก


บทที่ 22: มหาสงครามเปิดฉาก

พลเรือตรีโอลิเวอร์จับจ้องเรือของหนวดขาวที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ท่าเรือ เขากำดาบในมือแน่นเสียจนเหงื่อซึมชุ่มด้ามจับโดยไม่รู้ตัว

"ฟังคำสั่งฉัน ยิงได้!" ทันทีที่เรือโจรสลัดแล่นเข้ามาในระยะยิง พลเรือตรีโอลิเวอร์ก็ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด

เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งบริเวณท่าเรือ

ลูกปืนใหญ่นับร้อยลูกพุ่งทะยานเข้าหาเรือโจรสลัด

ภายในอาคารฐานทัพของกองทัพเรือที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เซ็นโงคุและการ์ปกำลังดักซุ่มรออยู่

เมื่อเห็นพลเรือตรีโอลิเวอร์สั่งยิง เซ็นโงคุก็หันไปมองการ์ปที่อยู่ข้างๆ "เริ่มแล้วนะ การ์ป พอพวกมันขึ้นฝั่งมาเมื่อไหร่ ก็ลงมือตามแผนได้เลย"

การ์ปมีท่าทีจริงจังอย่างผิดหูผิดตา เขาตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "เข้าใจแล้ว เซ็นโงคุ"

เห็นได้ชัดเลยว่า ชื่อของหนวดขาวนั้นสร้างแรงกดดันให้กับการ์ปได้มากพอสมควร

เมื่อเห็นลูกปืนใหญ่พุ่งตรงเข้ามา หนวดขาวและลูกเรือของเขากลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ต่างคนต่างงัดเอาวิธีการของตัวเองออกมาเตรียมรับมือกับการโจมตีของกองทัพเรือ

ทันใดนั้น วงแหวนแสงสีม่วงก็แผ่ขยายออกจากมือของทไวไลท์ อัลเลน และเข้าครอบคลุมลูกปืนใหญ่ที่ยังอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน พลังผลปีศาจของทไวไลท์ อัลเลน ก็พัฒนาก้าวหน้าไปมาก ตอนที่เพิ่งได้พลังมาใหม่ๆ เขาสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงได้ในรัศมีแค่ 50 เมตรรอบตัวเท่านั้น แต่ตอนนี้มันขยายขอบเขตออกไปไกลถึงหลายร้อยเมตรแล้ว

ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ลูกปืนใหญ่เหล่านั้นราวกับสูญเสียแรงส่งและร่วงหล่นลงสู่ทะเลลูกแล้วลูกเล่า ทำเอาพวกทหารเรือที่อยู่ไกลออกไปถึงกับงุนงง นึกว่ากระสุนของพวกตนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

"ฮ่าฮ่าฮ่า พลังของนายเนี่ยมีประโยชน์จริงๆ เลย ทไวไลท์ อัลเลน พอกลับไปเมื่อไหร่ นายคงได้ประลองฝีมือกับลูกพี่อย่างสนุกแน่ๆ" ดยุคที่ถือปืนเตรียมยิงสกัดลูกปืนใหญ่ เมื่อเห็นพวกมันร่วงลงทะเลไปหมดแล้วก็หัวเราะลั่นและเอ่ยชม ก่อนจะถือโอกาสขุดหลุมพรางดักทางทไวไลท์ อัลเลน ไปในตัว

เมื่อหนวดขาวได้ยินดังนั้นก็เกิดความสนใจขึ้นมาเช่นกัน "กุระ ระ ระ ระ ทไวไลท์ อัลเลน พอกลับไปถึงแล้วเรามาประลองกันสักตั้งดีกว่า"

ทไวไลท์ อัลเลน ที่กำลังยิ้มรับคำชมอย่างอารมณ์ดี ถึงกับหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคหลัง "เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันตอนกลับไปถึงเถอะครับ"

เมื่อเห็นว่าการระดมยิงไม่ได้ผล กองทัพเรือจึงสาดกระสุนปืนใหญ่ออกไปอีกหลายระลอก แต่ทุกครั้งที่ลูกปืนใหญ่ลอยเข้ามาใกล้เรือในระยะไม่กี่ร้อยเมตร พวกมันก็ทำตัวราวกับเห็นผีและพากันดิ่งพสุธาลงทะเลไปจนหมดสิ้น

หลังจากตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าของพลเรือตรีโอลิเวอร์ก็เคร่งเครียดขึ้นมา "นี่มันพลังของใครกัน? ดูเหมือนจะไม่ใช่พลังของหนวดขาวนะ ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีคนใต้บังคับบัญชาของหนวดขาวที่มีพลังแบบนี้อยู่ด้วย"

"ช่างเถอะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ก็แค่ทำตามแผนแล้วปล่อยให้หนวดขาวขึ้นฝั่งมาก็พอ" เมื่อคิดไม่ตก พลเรือตรีโอลิเวอร์ก็เลิกสนใจ เขาแค่ต้องทำตามแผนให้สำเร็จลุล่วง จึงสั่งให้กองทหารล่าถอย ยอมทิ้งพื้นที่บางส่วนของท่าเรือและถอยร่นไปอยู่หลังแนวสิ่งกีดขวางที่เตรียมไว้

เมื่อเห็นว่ากองทัพเรือหยุดยิงปืนใหญ่แถมยังถอยร่นออกไป พวกลูกเรือบนเรือต่างก็พากันงุนงง "พวกทหารเรือคิดจะทำอะไรกันแน่? ยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ?"

ภาพที่เห็นยิ่งตอกย้ำข้อสันนิษฐานของทไวไลท์ อัลเลน ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น "ซุ่มโจมตีจริงๆ ด้วยสิ ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าใครมา เซ็นโงคุ การ์ป หรือว่าเซเฟอร์กันล่ะ?"

ทไวไลท์ อัลเลน ไม่แม้แต่จะเดาเป็นคนอื่น เพราะในการเผชิญหน้ากับหนวดขาว หากไม่ใช่สามคนนี้แล้ว คนอื่นก็เป็นได้แค่เป้านิ่งให้เชือดเท่านั้นแหละ

เวลาผ่านไปไม่นาน เรือโจรสลัดก็จอดเทียบฝั่ง ลูกเรือหลายคนอดใจรอไม่ไหวต่างพากันกระโดดลงไปบนลานท่าเรือ

ทไวไลท์ อัลเลน รู้สึกทั้งตื่นเต้นและเคร่งเครียดขึ้นมาในใจ "มหาสงครามครั้งแรกตั้งแต่ฉันข้ามมายังโลกใบนี้... กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้วสินะ"

หลังจากสั่งให้มาร์โกรออยู่บนเรือและห้ามตามลงมา ทไวไลท์ อัลเลน ก็ใช้พลังแรงโน้มถ่วงพยุงร่างของตนเองให้ค่อยๆ ร่อนลงไปยืนอยู่ข้างกายหนวดขาว

มาร์โกไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใดเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น แม้เขาจะอยากลงไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคพวก แต่เขาก็เข้าใจดีว่าหากลงไปตอนนี้ ตัวเองก็คงเป็นได้แค่ตัวถ่วง ที่จะพานทำให้คนอื่นต้องเสียสมาธิมาคอยดูแล มาร์โกกำหมัดแน่นพลางตั้งปณิธานไว้ในใจว่า พอกลับไปเมื่อไหร่เขาจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่านี้ให้ได้

"พวกเด็กๆ ลุยเลย!" หลังจากทำลายแนวสิ่งกีดขวางทั้งหมดด้วยการโจมตีพื้นฐานที่เคลือบพลังแผ่นดินไหวเข้าไปเพียงครั้งเดียว หนวดขาวก็ตะโกนสั่งการลูกเรือ

"โอ้! บุกเลย!"

เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าทหารเรือต่างก็ชักดาบออกมาเตรียมประจัญบาน ในขณะที่บางส่วนก็สาดกระสุนปืนเข้าใส่พวกโจรสลัด

ทไวไลท์ อัลเลน ไม่ใช่คนกระหายเลือด ระหว่างที่ก้าวเดินเข้าหาพวกทหารเรือ เขาก็ปลดปล่อยฮาคิราชันย์ที่ผสานเข้ากับพลังแรงโน้มถ่วง กวาดโถมเข้าใส่กองทัพเรืออย่างดุดัน

พลังงานสีดำแดงที่เจือไปด้วยประกายแสงสีม่วงพุ่งเข้าปกคลุมทหารเรือส่วนใหญ่ในชั่วพริบตา

เพียงอึดใจเดียว ทหารเรือเกือบครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 3,000 นายก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น เนื่องจากไม่อาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลจากการผสานกันระหว่างฮาคิราชันย์และแรงโน้มถ่วงได้

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เหงื่อเย็นเยียบก็ผุดซึมขึ้นบนหน้าผากของพลเรือตรีโอลิเวอร์ "บ้าเอ๊ย ไปมียอดฝีมือระดับนี้อยู่ใต้สังกัดของหนวดขาวตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?"

เมื่อนึกถึงรายงานข่าวกรองที่ได้รับมา ยอดฝีมือในกลุ่มโจรสลัดครั้งนี้ควรจะมีแค่หนวดขาวที่มีค่าหัว 1,290 ล้านเบรี และพลซุ่มยิงดยุคที่มีค่าหัว 440 ล้านเบรี ส่วนรองลงมาก็คือฟรีนที่มีค่าหัว 60 ล้านเบรีเท่านั้นนี่นา

การปรากฏตัวของทไวไลท์ อัลเลน สร้างความตื่นตะลึงให้พวกเขาได้อย่างแท้จริง

ในจังหวะที่กองทัพเรือกำลังจะต้านทานการบุกทะลวงของพวกโจรสลัดไว้ไม่อยู่นั้นเอง จู่ๆ หนวดขาวก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากแนวหน้า

"หนวดขาว คู่ต่อสู้ของแกคือฉัน รับไปซะ หมัดกระดูกอุกกาบาต!" เมื่อเห็นว่าลูกเรือของหนวดขาวขึ้นฝั่งมาหมดแล้ว การ์ปที่ทนรอไม่ไหวก็พุ่งพรวดออกไป เขากระโดดลอยตัวขึ้นกลางอากาศและซัดหมัดเข้าใส่หนวดขาวอย่างจัง

หนวดขาวเงยหน้าขึ้นมอง "เป็นแกเองเรอะ การ์ป ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเลย หมัดทลายมิติ"

เห็นได้ชัดว่าหนวดขาวไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการ์ป เขาจึงเลือกใช้ท่าโจมตีพื้นฐานแบบมีชื่อสวนกลับไปในทันที

คลื่นกระแทกจากหมัดของการ์ปปะทะเข้ากับการโจมตีของหนวดขาว ก่อให้เกิดพายุหมุนลูกใหญ่พัดกวาดออกไปโดยรอบ แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินและกระแสลมกระโชกแรงจากการโจมตี ส่งผลให้ทั้งโจรสลัดและทหารเรือในบริเวณใกล้เคียงต่างล้มลุกคลุกคลานกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง

ทไวไลท์ อัลเลน อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไอ้สองหมัดนี้มาตกอยู่ที่ตัวเขา เขาจะรับมันไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

ระหว่างที่ทไวไลท์ อัลเลน กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ลำแสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ลูกเรือในฝั่งของเขา

"คลื่นกระแทกพระพุทธองค์"

ตู้ม! เสียงระเบิดดังกัมปนาท คลื่นกระแทกระเบิดออกในระยะไม่ไกลจากทไวไลท์ อัลเลน

ทไวไลท์ อัลเลน รีบชักดาบออกมาและกางวงแหวนแรงโน้มถ่วงขึ้นมาป้องกันทันที ลูกเรือหลายคนที่หลบไม่ทันถูกคลื่นกระแทกซัดกระเด็นปลิวไปในชั่วพริบตา

เมื่อมองดูหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ตรงหน้า ทไวไลท์ อัลเลน ที่ดึงสติกลับมาได้ ก็เผยแววตาเคร่งเครียดออกมา

"งานหยาบแล้วไง เซ็นโงคุก็มาด้วยเหรอเนี่ย" ทไวไลท์ อัลเลน สูดลมหายใจเข้าลึกขณะจ้องมองยักษ์เรืองแสงตรงหน้า

ผู้ที่โจมตีทไวไลท์ อัลเลน ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'พระพุทธองค์' เซ็นโงคุ ผู้ดำรงตำแหน่งจอมพลกองทัพเรือหลังจากเนื้อเรื่องหลักเริ่มต้นขึ้น และยังเป็นผู้ใช้พลังผลฮิโตะ ฮิโตะ (คน) สายโซออนมายา โมเดล: พระพุทธองค์ อีกด้วย (ช็อปเปอร์ชาวบ้านธรรมดาร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าอีกแล้ว)

เซ็นโงคุมองดูทไวไลท์ อัลเลน ที่ไร้รอยขีดข่วน แววตาของเขาฉายแววชื่นชม "ไอ้หนู แกยังไม่มีค่าหัวติดตัว แสดงว่าเพิ่งจะมาเป็นโจรสลัดสินะ สนใจจะละทิ้งความมืดมิดแล้วหันหน้าเข้าหาแสงสว่างมาเป็นทหารเรือบ้างไหมล่ะ? ฉันสามารถเป็นตัวแทนของกองทัพเรืออภัยโทษในความผิดทั้งหมดที่แกเคยทำมาได้นะ"

ทไวไลท์ อัลเลน ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเซ็นโงคุ "จะมาทำตัวสูงส่งน่าเลื่อมใสอะไรตอนนี้ล่ะ? ถ้าลุงกล้าบุกไปเด็ดหัวร็อคส์ตอนนี้เลย ผมก็พร้อมจะหันหลังเดินกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเหมือนกันนั่นแหละ"

"ไม่เอาด้วยหรอก กองทัพเรือปกป้องผมได้ก็จริง แต่มันปกป้องบ้านเกิดของผมไม่ได้นี่นา ผมไม่อยากเป็นทหารเรือที่พอกลับบ้านไปแล้วต้องมาเจอว่าบ้านตัวเองถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง เหมือนกับสาขา G-5 ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านผมหรอกนะ" แววตาของทไวไลท์ อัลเลน ฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน

เซ็นโงคุถึงกับหน้าม้านไปไม่เป็นเมื่อได้ยินคำพูดของทไวไลท์ อัลเลน "คำพูดแบบนี้มันต่างอะไรกับการขี้รดหัวฉันวะเนี่ย?"

แม้จะรู้ซึ้งจากการสนทนากับทไวไลท์ อัลเลน ว่าการกลายมาเป็นโจรสลัดของเด็กหนุ่มนั้นเป็นเพียงทางเลือกสุดท้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่เซ็นโงคุก็ไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยเขาไปง่ายๆ

เขาจ้องมองใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ของทไวไลท์ อัลเลน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ฮาคิราชันย์ วิชาดาบที่ร้ายกาจ แถมยังมีผลปีศาจที่ทรงพลัง ศักยภาพของแกมันน่าสะพรึงกลัวเกินไป วันนี้ฉันต้องหยุดแกไว้ที่นี่ เพื่อให้แน่ใจว่าในอนาคตแกจะไม่ได้ไปทำเรื่องเลวร้ายที่ไหนอีก การเดินทางของแกจบลงแค่นี้แหละ"

จบบทที่ บทที่ 22: มหาสงครามเปิดฉาก

คัดลอกลิงก์แล้ว