- หน้าแรก
- วันพีช เป็นโจรสลัดอยู่ดีๆ แต่ดันถูกบังคับให้ขึ้นเป็นสี่จักรพรรดิ
- บทที่ 9: การมาเยือนของร็อคส์
บทที่ 9: การมาเยือนของร็อคส์
บทที่ 9: การมาเยือนของร็อคส์
บทที่ 9: การมาเยือนของร็อคส์
เมื่อกลับมาถึงบ้าน อัลเลนก็หวนนึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้
พอคิดถึงคลื่นดาบที่เขาฟาดฟันออกไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา "การฝึกฝนมาหลายปีในที่สุดก็ผลิดอกออกผลซะที ขั้นตอนต่อไป ฉันแค่ต้องฝึกฮาคิเกราะให้เชี่ยวชาญ แล้วฉันก็จะได้ก้าวเข้าสู่วิถีของยอดฝีมืออย่างแท้จริงแล้ว"
"ส่วนฮาคิราชันย์... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าตัวเองจะมีคุณสมบัติของราชันย์รึเปล่า คงต้องแล้วแต่ดวงล่ะนะ" คิดได้ดังนั้น อัลเลนก็หยิบดาบเดินออกจากบ้านไป เพื่อทบทวนวิชาฟันคลื่นดาบดูอีกสักรอบ
เขารวบรวมสมาธิ กระชับดาบในมือทั้งสองข้างให้แน่น แล้วฟาดฟันเข้าใส่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรอย่างสุดแรง
ฟุ่บ! สายลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นไม้ไปตามทิศทางการตวัดดาบของอัลเลน ทว่ากว่าที่แรงปะทะจะไปถึงต้นไม้ มันก็สลายหายไปหมดแล้ว ทำได้เพียงแค่ทำให้ใบไม้สั่นไหวเบาๆ เท่านั้น
ณ ที่ห่างออกไป อัลเลนยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าฟันดาบ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งตัว
o·o "บ้าเอ๊ย ทำไมคราวนี้ฉันถึงรีดเค้นคลื่นดาบออกมาไม่ได้อีกล่ะเนี่ย?" อัลเลนจ้องมองความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ
"โชคดีนะที่ไม่มีใครมาเห็น ไม่งั้นคงได้อายม้วนเสื่อแน่ๆ" เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของตาเหยี่ยวขึ้นมานิดๆ แล้วสิ
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ดอน ครีก แห่งอีสต์บลู ถูกตาเหยี่ยวไล่ฟันซะกระเจิดกระเจิง เพียงเพราะเขาบังเอิญไปเห็นตาเหยี่ยวใช้ 'โยรุ' (ดาบดำ) พายเรือเล่น (อันนี้เป็นแค่ข่าวลือนะเออ)
แต่พอโดนถามว่าทำไมถึงไปไล่ฟันพวกมัน ตาเหยี่ยวก็ตอบหน้าตายว่าเพื่อฆ่าเวลา ดูเหมือนตาเหยี่ยวจะพูดไม่หมดนะ ไม่งั้นสวะค่าหัวแค่ 17 ล้านเบรี จะมีค่าพอให้แกเสียเวลาไล่ตามจากแกรนด์ไลน์มาจนถึงอีสต์บลูเชียวเหรอ?
การถูกคนอื่นมาเห็นตอนกำลังทำเรื่องหน้าอายแบบนี้ มันเสียฟอร์มสุดๆ ไปเลยจริงๆ เหมือนกับตอนที่ฉันกำลังฟันลมอยู่ตอนนี้ไงล่ะ...
"หรือว่าคลื่นดาบของฉันมันจะกลายเป็นเหมือน 'กระบี่หกชีพจร' ของต้วนอี้ไปแล้ว ที่ติดๆ ดับๆ ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง" อัลเลนเริ่มครุ่นคิดถึงสาเหตุความล้มเหลวในครั้งนี้
"หรือว่ามันจะใช้ได้เฉพาะตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายเท่านั้น? หรือบางที... ตอนที่ไม่มีอันตราย สมาธิของฉันอาจจะไม่มากพองั้นเหรอ?"
"ช่างเถอะ นอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยฝึกต่อ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะปล่อยคลื่นดาบไม่ได้อีก" หลังจากปัดตกข้อสันนิษฐานส่วนใหญ่ทิ้งไป อัลเลนก็เลิกคิดมากและเตรียมตัวเข้านอน
ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากจัดการมื้อเช้าจนอิ่มแปล้และฝึกวิชาแบบไซตามะเสร็จเรียบร้อย อัลเลนก็มาที่ชายหาดอีกครั้งเพื่อฝึกฟันดาบ
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าไปเก็บน้ำผึ้งเองอีกต่อไป เขาแค่ต้องเอาถังไม้ไปวางไว้ใต้ต้นไม้ ทักทายจ่าฝูงผึ้งสักหน่อย แล้วพวกผึ้งก็จะเอารวงผึ้งมาใส่ลงในถังให้เอง
อะไรนะ? ถามว่าพวกผึ้งจะเบี้ยวข้อตกลงมั้ยน่ะเหรอ? หึ พวกมันไม่อยากมีบ้านอยู่แล้วหรือไงล่ะ?
ดังนั้น ด้วยเวลาว่างที่เพิ่มขึ้น อัลเลนจึงตั้งใจจะมาฝึกฟันดาบในทะเล เพื่อให้เชี่ยวชาญการใช้คลื่นดาบให้เร็วที่สุด
เพราะถึงยังไง พวกโจรสลัดที่กำลังลับดาบรออยู่ ก็คงไม่มารอใครหรอก
การตวัดดาบแต่ละครั้งฟาดฟันลงบนผิวน้ำทะเลจนเกิดเสียงดังซวบๆ เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"ใกล้จะเที่ยงแล้ว ฉันไปเอาถังไม้ที่ป่าก่อนดีกว่า วันนี้ไม่อยากกินเนื้อด้วยสิ งั้นเดี๋ยวเอารวงผึ้งไปส่งให้ตาเฒ่ากรีน แล้วค่อยฝากท้องมื้อเที่ยงที่นั่นซะเลยละกัน"
อัลเลนเก็บดาบเข้าฝัก และตั้งใจจะเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่า
แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีจุดสีดำเรียงรายปรากฏขึ้นบนผิวน้ำทะเลอันห่างไกล
"หืม เรือสินค้าเหรอ? หรือว่า... เรือโจรสลัดกันนะ" อัลเลนตั้งใจจะเพ่งมองดูให้แน่ใจว่าเรือพวกนั้นมาจากไหน
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ราวสิบนาที จุดสีดำเหล่านั้นก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น จนเผยให้เห็นธงรูปหัวกะโหลกสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของโจรสลัดประจักษ์แก่สายตา
"บัดซบเอ๊ย ทำไมถึงมีโจรสลัดมาอีกแล้วเนี่ย? จะมากันไม่รู้จักจบจักสิ้นเลยรึไง? เป็นความผิดของร็อคส์แท้ๆ เลยเชียว" อัลเลนล้มเลิกความคิดที่จะเข้าป่าทันที เขาหันหลังกลับและวิ่งมุ่งหน้าไปยังเมือง เขาต้องรีบไปบอกให้ชาวบ้านซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านและห้ามออกมาเด็ดขาด
...
"ลุงนัตสึ รีบไปบอกให้ชาวบ้านกลับบ้านเร็วเข้า โจรสลัดมาอีกแล้ว เดี๋ยวผมจะล่วงหน้าไปที่ท่าเรือก่อน ลุงช่วยฝากไปเตือนคนอื่นๆ ทีนะครับ"
อัลเลนที่วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาถึงเมือง บังเอิญเจอกับนัตสึที่กำลังออกมาเดินย่อยหลังอาหารเที่ยงพอดี หลังจากบอกกล่าวเสร็จ เขาก็หันหลังและออกตัววิ่งพุ่งตรงไปยังท่าเรือทันที
"อะไรนะ! เข้าใจแล้ว แกเองก็ระวังตัวด้วยนะอัลเลน เดี๋ยวเรื่องบอกคนอื่นฉันจัดการเอง" นัตสึรับคำเสร็จ ก็รีบวิ่งไปแจ้งข่าวให้ชาวบ้านรู้ทันที
ในเวลานี้ อัลเลนวิ่งมาถึงท่าเรือแล้ว เมื่อทอดสายตามองออกไปแต่ไกล เขาก็พบว่ามีเรือโจรสลัดมากกว่าสิบลำกำลังมุ่งหน้ามา โดยมีเรือหลักสามลำที่มีความยาวกว่าหกสิบเมตร ซึ่งจัดว่าเป็นเรือขนาดมหึมาเลยทีเดียว
เมื่อมองดูขบวนเรือโจรสลัดเหล่านั้น หัวใจของอัลเลนก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "กลุ่มโจรสลัดขนาดมหึมาเลยแฮะ ฉันจะหยุดพวกมันไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้สิเนี่ย"
อัลเลนกระชับดาบยาวในมือแน่น สายตาจ้องเขม็งไปทางทิศทางที่เรือกำลังแล่นเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ไม่นานนัก เรือเหล่านั้นก็เข้ามาอยู่ในระยะที่มองเห็นได้ชัดเจน อัลเลนจึงปลดปล่อยฮาคิสังเกตออกไปเพื่อตรวจสอบพวกมัน
วินาทีที่ฮาคิสังเกตของเขาสัมผัสเข้ากับเรือเหล่านั้น สีหน้าของอัลเลนก็เปลี่ยนไปทันที เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เพราะเพียงแค่การตรวจสอบเบื้องต้น อัลเลนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนับสิบสาย
ใช่แล้วล่ะ มีคนเป็นสิบๆ คนที่แข็งแกร่งกว่าเขาในตอนนี้รวมอยู่ด้วย
"บัดซบเอ๊ย พวกมันเป็นใครกันแน่เนี่ย?" อัลเลนกำดาบยาวในมือแน่นขึ้นไปอีก
ในตอนนั้นเอง ก็มีร่างหลายร่างเดินมาปรากฏตัวที่บริเวณหัวเรือของกลุ่มโจรสลัด
"จิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นี่น่ะเหรอไอ้เด็กที่ใช้ฮาคิสังเกตสอดแนมพวกเรา?" พูดจบ ชายคนนั้นก็ชักดาบยาวหนึ่งในสองเล่มที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา แล้วตวัดฟันไปทางร่างที่ยืนอยู่บนชายฝั่งอย่างไม่ใส่ใจนัก
ทันทีที่เห็นร่างตรงหัวเรือ อัลเลนยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าตาของอีกฝ่ายชัดๆ คลื่นดาบสีทองความยาวกว่ายี่สิบเมตรก็พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงเข้ามาหาเขาเสียแล้ว
รูม่านตาของอัลเลนหดเกร็ง "บัดซบ ยอดนักดาบงั้นเรอะ!" เขารีบรวบรวมสมาธิ กระชับดาบในมือทั้งสองข้างแน่น แล้วตวัดฟันสวนกลับไปอย่างสุดแรงเกิด
คลื่นดาบสีฟ้าอ่อนพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นดาบสีทองกลางอากาศ ห่างจากท่าเรือออกไปเกือบร้อยเมตร และหลังจากยันกันอยู่ครู่หนึ่ง คลื่นดาบทั้งสองก็สลายหายไป
"เยี่ยม คราวนี้ไม่พลาดแฮะ" อัลเลนเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
"โอ้ ไม่น่าเชื่อเลยแฮะว่าเกาะโทรมๆ แบบนี้จะมียอดนักดาบอยู่ด้วย"
"จิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าอย่างนั้น... แกจะรับมือกับคลื่นดาบนี้ยังไงล่ะ?"
หลังจากประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ ชายผมบลอนด์ก็ตวัดดาบอย่างสุดกำลัง ปลดปล่อยคลื่นดาบสีทองความยาวกว่าห้าสิบเมตรพุ่งตรงเข้าใส่อัลเลนอีกครั้ง
"บ้าเอ๊ย นี่ไม่ใช่คลื่นดาบที่ยอดนักดาบทั่วไปจะทำได้แน่ๆ นี่มันฝีมือระดับ 'ปรมาจารย์ดาบ' ชัดๆ!!" เมื่อมองดูคลื่นดาบที่กำลังพุ่งเข้ามา ใบหน้าของอัลเลนก็กระตุกถี่ยิบ
เขารีบงัดเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ราวกับตอนที่ต้องเบียดเสียดแย่งขึ้นรถเมล์หลังเลิกงานในชีวิตก่อนออกมาใช้ และฟาดฟันคลื่นดาบด้วยสองมือเข้าใส่คลื่นดาบสีทองนั้นทันที
ทว่าคลื่นดาบสีฟ้าอ่อนนั้นมีขนาดไม่ถึงครึ่งของคลื่นดาบสีทองด้วยซ้ำ มันสามารถต้านทานไว้ได้ไม่ถึงครึ่งวินาทีในตำแหน่งเดิมก่อนจะแตกกระจายหายไป ส่วนคลื่นดาบสีทองนั้นยังคงพุ่งเข้าใส่อัลเลนอย่างไม่ลดละโดยไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนกำลังลงเลย
ด้วยความตื่นตระหนก อัลเลนทำได้เพียงยกดาบขึ้นมาป้องกันตัวเท่านั้น ไม่นานนัก คลื่นดาบนั้นก็พุ่งเข้ามาถึงตัวและปะทะเข้ากับดาบของเขาอย่างจัง
น้ำหนักอันมหาศาลที่กดทับลงมาบนสองมือทำให้อัลเลนมีสีหน้าเหยเกและต้องกัดฟันกรอด
หลังจากยันเอาไว้ได้ไม่กี่วินาที ดาบในมือของอัลเลนก็หักสะบั้นลงเพราะทนรับน้ำหนักไม่ไหว คลื่นดาบสีทองที่ไร้สิ่งกีดขวางพุ่งเข้าฟาดฟันลงบนหน้าอกของอัลเลนอย่างจัง ส่งร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่วปลิวไปไกลหลายสิบเมตร
"ตายรึยังน่ะ? จิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ช่างเป็นพวกที่ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลย"
ชายผมแดงผู้เป็นหัวหน้า เฝ้ามองดูเด็กหนุ่มบนชายฝั่งมาตั้งแต่ตอนที่ชายผมบลอนด์ชักดาบออกมาแล้ว แต่พอเห็นว่าเด็กหนุ่มถูกฆ่าตาย เขาก็หมดความสนใจไปในทันที
"ถึงเกาะนี้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย แต่เหล้าน้ำผึ้งสูตรเฉพาะของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่เบาเลยนะเว้ย พวกเด็กๆ บุกขึ้นไปปล้นมาให้หมด ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
"หม่า ม้า ม๊า ม๊า ม๊า เกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำผึ้งงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีของหวานเพียบเลยล่ะสิ?" หญิงสาวในชุดสีชมพูเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"เฮ้!!! กัปตันจงเจริญ ลุยปล้นให้เรียบเลยพวกเรา!" ลูกสมุนนับไม่ถ้วนพากันโห่ร้องและกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
เพียงไม่นาน กองเรือก็มาถึงท่าเรือ เหล่าลูกสมุนที่อดใจรอไม่ไหวต่างพากันกระโดดลงจากเรือและวิ่งกรูกันเข้าไปในเมือง
ส่วนระดับผู้บัญชาการก็ค่อยๆ เดินลงจากเรือตามมาอย่างไม่รีบร้อน
"แค่ก แค่ก... เฮ้ เส้นทางนี้ถูกปิดแล้วนะเว้ย" อัลเลนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน ปาดเลือดที่มุมปาก แล้วเอ่ยขึ้น
ดูเหมือนว่าอานุภาพของคลื่นดาบจากชายผมบลอนด์จะอ่อนกำลังลงไปมาก หลังจากที่ปะทะกับคลื่นดาบและดาบของอัลเลน ดังนั้นมันจึงไม่รุนแรงพอที่จะเอาชีวิตเขาได้
ชายผมแดงจ้องมองอัลเลนด้วยสายตาขบขันและเดินตรงเข้าไปหา
"ในฐานะนักดาบที่ไม่มีแม้แต่ดาบในมือ แกจะเอาอะไรมาใช้ปิดเส้นทางนี้วะ? พวกเด็กๆ ลุยเลย ปล้นทุกอย่างที่พวกแกต้องการ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
ในที่สุดอัลเลนก็ได้เห็นใบหน้าของชายผมแดงอย่างชัดเจน และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันที "ร็อคส์?"