- หน้าแรก
- เริ่มต้นฝึกตนไร้พ่ายตั้งแต่สนามสอบเข้ามหาวิทยาลัย
- บทที่ 16 สังหาร
บทที่ 16 สังหาร
บทที่ 16 สังหาร
บทที่ 16 สังหาร
เขามาผิดทางเสียแล้ว!
เขารีบล้วงเอาแผนที่ออกมาตรวจสอบ ทว่าในยามนี้ทั่วทั้งบริเวณกลับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบจนมองไม่เห็นสิ่งใด จะบอกว่ามืดแปดด้านจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเองก็คงไม่เกินจริงนัก
แย่แล้ว!
เมื่อครู่เขาตั้งใจมุ่งหน้าไปยังเขตแดนรอบนอกอย่างชัดเจน แล้วทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกเหมือนหลงเข้ามาในใจกลางของภูเขาเฟิ่งหวงได้ล่ะ
หรือว่าแผนที่ของเยว่เหล่าซานจะมีปัญหา?
เวลานี้เจียงฝานไม่มีเวลามาคิดให้มากความ ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว!
เขามั่นใจว่ามีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่
ควรทำอย่างไรดี!
ตอนนี้เขามองไม่เห็นอะไรเลย!
หยาดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายบนหน้าผากไหลย้อยเข้าตา ความรู้สึกแสบร้อนทำให้เขาปวดตาไปหมด
เขาอยากจะยกมือขึ้นเช็ดมัน แต่พอขยับมือก็ต้องหยุดชะงักทันที
ภายใต้การถูกจับจ้องเช่นนี้ เขาไม่มีความกล้าแม้แต่จะขยับตัว!
หยาดเหงื่อไหลรินลงมาจากหน้าผาก ผ่านดวงตาลงมาถึงมุมปาก รสชาติของมันฝาดเฝื่อนอย่างยิ่ง!
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียง 'สวบสาบ' ดังแว่วอยู่ข้างหู
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร มันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที!
จะมัวรอช้าอยู่ไม่ได้แล้ว!
ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง!
เมื่อครู่ตอนที่สูญเสียการมองเห็น เขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่พอตั้งสติได้ สมองของเขาก็เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว!
จริงสิ ยังมีเคล็ดวิชาชักนำลมปราณก่อกำเนิดอยู่นี่นา!
เจียงฝานนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์หญิงในมิติด่านที่สอง เนื่องจากความเร็วของนางพริ้วไหวเกินไป เขาจึงมองเห็นการเคลื่อนไหวของนางไม่ชัดเจนเลย
ดังนั้น ในการต่อสู้ครั้งหลังๆ เขาจะกระตุ้นเคล็ดวิชาชักนำลมปราณก่อกำเนิดก่อน แล้วจึงใช้สัมผัสในการคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
สถานการณ์ในตอนนี้คล้ายคลึงกับการต่อสู้ในมิตินั้นอย่างน่าประหลาด!
บางทีวิธีนี้อาจจะได้ผล!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงฝานก็สูดลมหายใจเข้าลึก ไม่ลังเลอีกต่อไป เขากระตุ้นเคล็ดวิชาชักนำลมปราณก่อกำเนิดทันที
ชั่วขณะที่เคล็ดวิชาทำงาน ประสาทสัมผัสทางหูของเขาก็แจ่มชัดขึ้นมาในทันใด!
เขาลอบยินดีและรีบใช้สัมผัสตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางการรับรู้ที่เลือนราง ดูเหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลังฝั่งขวา!
มันคืองูยักษ์!
ฝ่ามือของเจียงฝานมีเหงื่อซึมเล็กน้อยขณะที่เขากระชับมีดหัวตัดในมือแน่น!
เขาอดไม่ได้ที่จะแอบรู้สึกโชคดีที่ชิงมีดเล่มนี้มาจากเสี่ยวเตาก่อนหน้านี้เพื่อไว้ป้องกันตัว มิฉะนั้น... ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ!
ทว่ามีดเล่มนี้จะรับมือกับเจ้างูยักษ์ตัวนี้ได้จริงหรือ?
พริบตาที่ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว เขาก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศดัง 'ฟุ่บ'
ร่างมหึมาของงูยักษ์เบื้องหลังพุ่งพรวดออกมาราวกับสายฟ้าแลบ เห็นได้ชัดว่ามันหมดความอดทนในการดักซุ่มรอเหยื่อมนุษย์ผู้นี้และชิงลงมือโจมตีก่อน
เจียงฝานเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว วินาทีที่งูยักษ์ขยับตัว เขาก็ออกแรงถีบเท้าอย่างแรง ร่างของเขาเบี่ยงหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วดุจสายลม
ตูม!
งูยักษ์จู่โจมพลาดเป้า ร่างอันใหญ่โตของมันพุ่งชนเข้ากับโขดหินใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ จนหินก้อนนั้นแตกกระจายในพริบตา
ท่ามกลางสายหมอก ประกายไฟสว่างวาบขึ้น!
เมื่อเห็นฉากนั้น จิตใจของเจียงฝานก็ผ่อนคลายลงวูบหนึ่ง!
มันคืออสรพิษยักษ์เกล็ดมรกต สัตว์อสูรระดับสอง!
ประกายไฟเมื่อครู่เกิดจากการเสียดสีระหว่างเกล็ดอันแข็งแกร่งของอสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตกับเศษหินที่แตกกระจาย!
แม้วาเจียงฝานจะไม่เคยเห็นอสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตตัวเป็นๆ มาก่อน แต่โชคดีที่เขาเรียนรู้วิชาการระบุสายพันธุ์สัตว์อสูรมาอย่างเชี่ยวชาญพอตัว
อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตมีรูปลักษณ์ที่ใหญ่โตและดูดุร้ายอย่างยิ่ง
แต่ในความเป็นจริง พลังรบของมันอยู่ในระดับปานกลาง นอกเหนือจากการป้องกันด้วยเกล็ดที่แข็งแกร่งแล้ว มันอาศัยเพียงพละกำลังมหาศาลในการล่าเหยื่อเท่านั้น
ตราบใดที่ไม่ถูกมันรัดหรือโจมตีเข้าอย่างจัง เขาก็ยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง
ที่สำคัญที่สุดคือ อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตมีจุดอ่อนถึงตายอยู่ที่ส่วนท้อง และเผอิญว่าเจียงฝานก็รู้เรื่องนี้พอดี
ถ้าเกิดว่า... เขาสามารถสังหารอสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตตัวนี้ได้ เขาจะได้รับพลังงานชีวิตหรือไม่?
อันที่จริง ด้วยความเร็วของเจียงฝาน หลังจากหลบการโจมตีครั้งแรกพ้น เขาก็สามารถหนีรอดไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าตอนนี้เมื่อรู้ว่ามันคืออสรพิษยักษ์เกล็ดมรกต จู่ๆ เขาก็เกิดความทะเยอทะยานขึ้นมา!
...อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตโจมตีพลาดเป้าจนเริ่มหงุดหงิด มันตวัดหาง ร่างของมันดีดตัวขึ้นสู่อากาศ แล้วพุ่งเข้าใส่เจียงฝานอีกครั้ง
เจียงฝานได้วางแผนการรับมือเอาไว้ในชั่วพริบตา
เขารีบถอยร่นจนแผ่นหลังไปติดกับต้นไม้ จากนั้นก็เบี่ยงไหล่อย่างกะทันหัน ถีบเท้าซ้ายส่งแรงพาร่างกระโจนขึ้นไป
เมื่อลอยตัวถึงระดับหนึ่ง เขาก็ใช้เท้าขวาเหยียบลงบนลำต้นของต้นไม้อย่างแรง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็กุมด้ามมีดด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วแทงสวนลงมาอย่างสุดแรง
อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตไม่แสดงความหวาดกลัวต่อภาพตรงหน้า มันพุ่งเข้าปะทะกับมีดของเจียงฝานตรงๆ
ใครจะรู้ว่าขณะที่เจียงฝานเข้าใกล้ร่างของมัน เขากลับบิดตัวกลางอากาศ สไลด์ตัวเข้าไปใต้ท้องของมัน
อาศัยเพียงสัมผัสทางความรู้สึก เขาก็ตวัดมีดแทงเข้าที่ท้องของมันทันที
น่าเสียดาย!
ทันทีที่คมมีดสัมผัสกับหน้าท้องของงูยักษ์ เจียงฝานก็รู้ตัวว่าเขาเล็งพลาดจุดเสียแล้ว
แม้แผ่นหลังของงูยักษ์จะถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนา และส่วนท้องจะไร้สิ่งป้องกัน แต่ผิวหนังบริเวณนั้นก็ทั้งหนาและเหนียวเป็นอย่างมาก!
ต่อให้เจียงฝานจะมีปราณและโลหิตที่เปี่ยมล้น เขาก็ทำได้เพียงกรีดผิวหนังของมันให้ปริออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
หากแทงโดนจุดตาย มันย่อมเปราะบางกว่านี้แน่ ไม่สมควรจะเป็นเช่นนี้
เมื่อตระหนักว่าพลาดท่า เจียงฝานก็รีบดึงมีดออกและถอยร่นทันที
ทว่าท้ายที่สุดเขาก็อยู่ใกล้งูยักษ์มากเกินไป จังหวะที่กำลังจะพ้นรัศมีการโจมตี หางอันมหึมาก็กวาดเข้ามา ฟาดร่างของเจียงฝานจนกระเด็นลอยเข้าไปในป่าทึบ
พรวด!
เลือดสดๆ คำโตกะอักออกมา การโจมตีครั้งนี้แทบจะพรากชีวิตครึ่งหนึ่งของเจียงฝานไปเลยทีเดียว!
เหตุผลที่อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์อสูรระดับสองทั้งที่ไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ ก็เป็นเพราะพละกำลังอันมหาศาลของมัน
ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ไม่สามารถทนรับการโจมตีของมันได้แม้แต่ครั้งเดียว
ต่อให้ฝืนรับไว้ได้ ก็ต้องบาดเจ็บหนักและยากที่จะตั้งรับการโจมตีระลอกต่อไปได้
แต่เจียงฝานได้ผ่านการขัดเกลาจากบททดสอบนับไม่ถ้วนในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างผู้ฝึกยุทธ์หญิงในมิติ แม้ว่าตอนนี้หน้าอกของเขาจะเจ็บปวดรวดร้าวอย่างทนไม่ได้ แต่เขาก็ยังฝืนยืนขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับงูยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอีกครั้ง!
ตูม!
ไม่นาน เจียงฝานก็ถูกกระแทกจนปลิวไปอีกรอบ!
โชคดีที่แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัส แต่ความคล่องตัวของเขาก็ยังเหนือกว่างูยักษ์ และเขาไม่ได้ถูกมันรัดตัวเอาไว้ มิฉะนั้นคงได้เกิดปัญหาใหญ่แน่
ด้วยเหตุนี้ เจียงฝานจึงถูกซัดกระเด็น ลุกขึ้นมา ถูกซัดกระเด็นอีกครั้ง และลุกขึ้นมาใหม่อีกรอบ!
ภายในป่าทึบ เสียงปะทะดังก้องกังวานเป็นระยะๆ
ไม่เกิดประกายไฟสว่างวาบ ก็เป็นยอดไม้ที่สั่นไหวอย่างรุนแรง!
สิบกว่านาทีต่อมา พร้อมกับเสียง 'ตึง' ดังสนั่นเป็นครั้งสุดท้าย อสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ และเจียงฝานก็แทงมีดเข้าที่จุดตายของมันได้อย่างแม่นยำ
ฉึก!
เพื่อให้แน่ใจว่างูยักษ์ตายสนิท เขาออกแรงบิดมีดหัวตัดซ้ำอีกหลายครั้ง
จนกระทั่งงูยักษ์นิ่งสนิทไป เขาถึงได้ทรุดฮวบลงกับพื้นดัง 'ตุบ'
ทันทีที่เขาล้มตัวลงนอน เสียง 'ติง' ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"ขอแสดงความยินดีที่คุณสังหารเป้าหมายสำเร็จ คุณได้รับพลังงานชีวิต 121 จุด!"
ทันใดนั้น กระแสพลังงานบางเบาจนแทบมองไม่เห็นก็ไหลทะลักจากร่างอสรพิษยักษ์เกล็ดมรกตเข้าสู่ร่างกายของเขา
พลังงานนี้กล้าแข็งเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเจียงฝานดูดซับมันเข้าสู่ร่างกาย มันก็ค่อยๆ ผสานเข้ากับเส้นลมปราณของเขา
สายธารพลังเล็กๆ ภายในเส้นลมปราณของเขา หลังจากดูดซับพลังงานนี้เข้าไปก็ยิ่งแข็งแกร่งและหนาแน่นขึ้น
เมื่อผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ สายธารในเส้นลมปราณก็ปลดปล่อยพลังงานแผ่ซ่านออกไป โดยส่วนหนึ่งกระจายไปยังบริเวณที่บาดเจ็บ
ส่งผลให้บาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัว และเลือดคั่งที่ตกค้างจากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต่ออวัยวะภายในก็ถูกขจัดออกไป
พลังงานอีกส่วนหนึ่งหลอมรวมเข้ากับลมปราณและโลหิตโดยรวมของเขา ทำให้ปราณและโลหิตของเขากล้าแข็งขึ้นไปอีกขั้น!
กระบวนการนี้ดำเนินไปประมาณสิบนาที และเมื่อเสร็จสิ้น เจียงฝานก็สัมผัสได้ว่าทั่วทั้งร่างของเขาเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงอีกครั้ง
เขาลองเหวี่ยงหมัดดู รู้สึกได้เลยว่าแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก!
หากที่นี่ไม่ใช่ใจกลางของภูเขาเฟิ่งหวง เขาคงอยากจะเข้าไปท้าประลองกับผู้ฝึกยุทธ์หญิงในมิติทันทีเลยด้วยซ้ำ!
ใจกลางภูเขาเฟิ่งหวง!
สีหน้าของเจียงฝานเปลี่ยนไปทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ และเขาก็รีบก้มลงดูแผนที่อีกครั้ง