เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 - ในเมื่อฟิสิกส์ยังใช้สู้ได้ คณิตศาสตร์ก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน!

บทที่ 108 - ในเมื่อฟิสิกส์ยังใช้สู้ได้ คณิตศาสตร์ก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน!

บทที่ 108 - ในเมื่อฟิสิกส์ยังใช้สู้ได้ คณิตศาสตร์ก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน!


ศาสตราจารย์หลี่ถูกผู้การเซี่ยหิ้วปีกขึ้นมาราวกับลูกเจี๊ยบตัวน้อย แล้วเอาไปวางแหมะไว้บนเก้าอี้ข้างๆ เพราะเมื่อกี้เถี่ยหลิวหมายเลขสามเพิ่งจะส่งสัญญาณเตือนมา!

"เถี่ยหลิวหมายเลขสาม นี่ศูนย์บัญชาการ! นี่ศูนย์บัญชาการ!"

"ชายวัยกลางคนสี่คนที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้าม สายตาดูไม่น่าไว้วางใจ!"

ทุกคนที่ร่วมทีมเฝ้าระวังและคุ้มกันล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ภาคสนามอย่างโชกโชน การที่เถี่ยหลิวหมายเลขสามสังเกตเห็นว่าสี่คนนั้นมีท่าทีผิดปกติ ย่อมต้องมีเหตุผลมารองรับแน่ๆ

และตอนนี้ระดับการคุ้มกันซูเฉิงก็ถูกยกระดับขึ้นไปสูงสุดแล้ว จะยอมให้ซูเฉิงได้รับบาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด

แต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับเป็นภาพที่ผู้การเซี่ยกังวลใจที่สุด

กลางวันแสกๆ! ช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านที่สุด! ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย!

ถ้ามีใครคิดจะทำร้ายเป้าหมายในช่วงเวลานี้ ทีมคุ้มกันจะใช้มาตรการเด็ดขาดได้ยากมากลำบาก

เผลอๆ แค่เคลื่อนไหวผิดสังเกตุนิดเดียว เป้าหมายก็อาจจะรู้ตัวได้! ถ้าเกิดไปกระทบกระเทือนจิตใจเป้าหมายเข้า แล้วเขาเลิกประดิษฐ์ของพวกนั้นขึ้นมาล่ะก็

พวกเขาก็จะกลายเป็นคนบาปของประเทศมังกรอย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว!

"ทีมตรวจสอบรีบเช็คประวัติไอ้สี่คนนั้นด่วนเลย ไม่ต้องละเอียดมาก ขอแค่เร็วที่สุด!"

ผู้การเซี่ยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและหนักแน่น แต่ศาสตราจารย์หลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับทำหน้าเหมือนคนเสียสติ น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้!

"โอยย ผู้การเซี่ย~ คุณต้องคุ้มครองไอ้หนูนั่นให้ดีนะ~ สูตรพวกนั้นมันอาจจะมีประโยชน์มหาศาลเลยเชียวนะ~"

"ถ้าคุณยิงพวกมันทิ้งไม่ได้ อย่างน้อยก็ลงมือหักขาพวกมันซะก่อนดีไหม! คณะนิติศาสตร์มหา'ลัยเราเก่งมากเลยนะ เดี๋ยวผมไปคุยกับอธิการบดีให้ ให้ทีมทนายของมหา'ลัยเราช่วยว่าความให้พวกคุณเอง!"

เชี่ยเอ๊ย นี่มันคำพูดของคนเป็นอาจารย์เหรอเนี่ย!

โชคดีที่ตอนนั้นข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ข่าวกรองถูกส่งเข้ามาพอดี ทั้งสี่คนนั้นเป็นคนเจียงซื่อแต่กำเนิด และไม่มีวี่แววว่าจะเกี่ยวข้องกับกองกำลังต่างชาติเลย

และจุดร่วมเดียวของทั้งสี่คนก็คือ... พวกเขาเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ฝั่งตรงข้าม!

"พ่อค้าแม่ค้างั้นเหรอ? พวกเขาจะมีเรื่องบาดหมางอะไรกับเป้าหมายได้ล่ะ?"

"ตรวจสอบแล้วครับ ยอดสลิปการโอนเงินในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ทั้งสี่คนรวมกันมีธุรกรรมทางการเงินกับซูเฉิงแค่สองครั้งเท่านั้น!"

พอผู้การเซี่ยได้ยินแบบนี้ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันแน่น นี่มันไม่ชอบมาพากลสุดๆ ตามหลักแล้ว ปริมาณการปฏิสัมพันธ์แค่นี้ไม่น่าจะทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำร้ายกันได้เลยนี่นา!

หรือว่า... พ่อค้าสี่คนนี้แค่ต้องการจะข้ามถนนเฉยๆ? มันก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ

แต่ทีมเถี่ยหลิวเป็นคนของเขา เขามั่นใจในสัญชาตญาณและการประเมินสถานการณ์ของลูกน้องดี...

"เถี่ยหลิวหมายเลขแปด แฝงตัวเข้าไปในฝูงชน คอยตามประกบอยู่รอบๆ เตรียมพร้อมคุ้มกันตลอดเวลา!"

"จำไว้ การเคลื่อนไหวต้องเน้นให้แนบเนียนที่สุด! ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้วิธีขัดขวาง สรุปก็คือ ห้ามให้เป้าหมายรู้ตัวว่าเรากำลังคุ้มกันเขาอยู่เด็ดขาด!"

ผู้การเซี่ยมอบหมายสถานการณ์หน้างานให้กับเถี่ยหลิว ทุกคนจ้องหน้าจออย่างเคร่งเครียด ตอนนี้พวกเขากำลังสวดภาวนาให้ซูเฉิงรีบๆ เดินออกไปจากเฟรม เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสี่คนนั้น!

คนที่คิดแบบนี้ไม่ได้มีแค่ผู้การเซี่ยคนเดียว ตอนนี้รามานุจันก็กำลังตะโกนอยู่ในหัวของซูเฉิงเหมือนกัน

[รามานุจัน : รีบหนีไปเถอะ ฉันรู้สึกได้เลยว่าพวกเขามีเจตนาร้ายกับเราแน่ๆ!]

[ซูเฉิง : หนี? จะให้หนีไปไหน? ตอนนี้ฉันอยู่หน้าโรงเรียน เดินไปอีกนิดก็เป็นสี่แยกแล้ว กล้องวงจรปิดเยอะขนาดนี้ใครมันจะกล้าลงมือ! ฝั่งตรงข้ามก็มีรถตำรวจจอดอยู่ด้วย!]

[ซูเฉิง : ถ้าพวกมันมีเจตนาร้ายจริงๆ เราก็ต้องใช้จังหวะนี้แหละ ทำความเข้าใจให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!]

ซูเฉิงยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาจ้องมองสี่คนที่กำลังเดินตรงเข้ามาอย่างไม่วางตา สายตาของเขามันแน่วแน่เสียจนหนึ่งในสี่คนนั้นเริ่มหลบตา ไม่กล้าสบตาด้วยแล้ว!

บางทีในใจของพวกเขา ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนและคลุกคลีในสังคมมาเป็นสิบๆ ปี การเดินรี่เข้าไปด้วยสายตาดุดันแบบนี้ ไอ้นักเรียนตรงหน้ามันควรจะหันหลังวิ่งหนีไปแล้วสิ!

แต่นี่มันดันยืนจ้องพวกเขากลับหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?

คนตัวสูงที่เดินอยู่ตรงกลางคือพ่อค้าขายข้าวปั้น บริเวณนี้คนพลุกพล่านเกินไป เขาเดินเข้าไปใกล้ซูเฉิง

แต่ก็ไม่กล้าข่มขู่ซูเฉิงตรงๆ จึงแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่น แล้วกดเสียงต่ำพูดเบาๆ

"ไอ้เด็กเวร ที่แกยุให้นักเรียนในโรงเรียนไม่มากินข้าวร้านพวกฉัน เป็นไอเดียของแกใช่ไหม!"

"ไสหัวกลับไปบอกทุกคนเลยนะ ว่าต้องมากินที่ร้านฉัน!"

พอได้ยินคำพูดนี้ แววตาของซูเฉิงก็เต็มไปด้วยความงุนงง เวลาที่โรงเรียน ถ้าฉันไม่ตั้งใจเรียน ฉันก็คุยกับคนดังในหัวตลอด

สมองหมาๆ ของแกคิดได้ยังไง ว่าฉันจะเอาเวลาว่างไปสั่งให้นักเรียนไม่ต้องมากินข้าวร้านแกน่ะฮะ!

ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกเป็นใคร!

[รามานุจัน : ขอร้องล่ะครับ อย่าไปต่อปากต่อคำกับเขาเลย! พวกเขามีตั้งสี่คนนะ แถมสายตายังน่ากลัวมากด้วย!]

[ซูเฉิง : นายเป็นถึงคนดังระดับโลก ทำไมปอดแหกขนาดนี้ฮะ? พวกมันก็แค่พวกสมองกลวงเท่านั้นแหละ!]

[ซูเฉิง : ถ้าฉันควบคุมเด็กทั้งโรงเรียนได้จริงๆ ฉันยิ่งไม่มีทางฟังคำสั่งมันหรอก! ยังจะหน้าด้านสั่งให้ทุกคนไปกินร้านมันอีก?]

[ซูเฉิง : ไอ้ปัญญาอ่อนสี่ตัวนี้คงไม่ได้คิดว่าถนนฝั่งตรงข้ามเป็นเขตอิทธิพลของพวกมันหรอกนะ...]

จู่ๆ ซูเฉิงก็นึกถึงเรื่องแปลกๆ ขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้ไอ้อันธพาลที่มาหาเรื่องแฟนครูหวัง ดูเหมือนจะไม่ได้มีแผงลอยเป็นของตัวเองนี่นา

ตามหลักแล้วไอ้อันธพาลนั่นก็ไม่น่าจะมีเรื่องบาดหมางอะไรกับแฟนของครูหวังโดยตรง แต่ไอ้สี่คนตรงหน้านี้กลับดูจะใส่ใจเรื่องธุรกิจบนถนนเส้นนั้นเหลือเกิน...

"เฮ้ย! คราวที่แล้วคนที่ไปหาเรื่องแฟนครูฉัน ก็คือพวกแกใช่ไหม?"

"พวกแกจ้างไอ้อันธพาลนั่นมาใช่ไหม?"

"โดนจับเข้าไปข้างในแล้ว มันไม่ได้ซัดทอดมาถึงพวกแกหรือไง?"

ทุกประโยคที่ซูเฉิงพูดออกมา ทำให้สีหน้าของฝั่งตรงข้ามเจื่อนลงเรื่อยๆ ในใจของซูเฉิงตอนนี้แทบจะฟันธงไปแล้ว

ต้องเป็นไอ้สี่คนนี้แน่ๆ ที่รู้สึกว่าแผงลอยของแฟนครูหวังไปแย่งลูกค้าพวกมัน มันก็เลยจ้างไอ้อันธพาลนั่นไปก่อกวน!

"แม่งเอ๊ย แกคิดให้ดีๆ นะเว้ย ไม่งั้น..."

ชายตัวสูงยังพูดไม่ทันจบ รปภ. ของโรงเรียนสองคนก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงเปิดประตูเตรียมจะเดินออกมา ทั้งสี่คนเห็นท่าไม่ดีจึงหันหลังเดินไปทางทิศตะวันออก ทำทีเหมือนกำลังจะข้ามถนน!

แถวนี้คนพลุกพล่าน การเดินหลบไปแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติสุดๆ แต่ที่มันไม่ปกติก็คือ ตอนนี้ซูเฉิงดันเดินตามหลังสี่คนนั้นไปเนี่ยสิ?

ทว่า เสียงที่ดังออกมาจากวิทยุสื่อสารกลับเริ่มลุกลน ส่วนผู้การเซี่ยถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความตกใจ!

หมายความว่าไง ที่เป้าหมายคุ้มครองของเรากำลังเดินสะกดรอยตามผู้ชายสี่คนที่เพิ่งจะข่มขู่เขาไปแหม็บๆ!

เชี่ยเอ๊ย! เขาคงไม่ได้กะจะลุยเดี่ยวกับพวกมันหรอกนะ!

[ซูเฉิง : รีบช่วยฉันคิดวิธีหน่อย แถวนี้พอจะมีวิธีจัดการพวกมันโดยที่ไม่ให้ถูกจับได้ไหม?]

[รามานุจัน : คุณครับ! หยุดเถอะ! เราไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้นะครับ!]

[ซูเฉิง : ทำไมนายถึงได้ปอดแหกขนาดนี้เนี่ย อาจารย์คนก่อนที่สอนฉันต่อยตีคือนิวตันนะเว้ย สอนไปต่อยไปเลยล่ะ!]

นิวตัน? พอได้ยินชื่อนี้ รามานุจันก็ถึงกับอึ้งไปเลย!

อาจารย์ของเขาเคยเปรียบเปรยว่าเขาคือ นิวตันคนที่สอง และที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษที่เขาเรียน ชื่อของนิวตันได้รับการยกย่องราวกับคัมภีร์ไบเบิล!

ฉัน... ต้องพิสูจน์ตัวเองซะหน่อยแล้ว!

[รามานุจัน : คุณตามพวกนั้นไปก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเอง!]

[รามานุจัน : ในเมื่อฟิสิกส์ยังใช้สู้ได้ คณิตศาสตร์ก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน!]

จบบทที่ บทที่ 108 - ในเมื่อฟิสิกส์ยังใช้สู้ได้ คณิตศาสตร์ก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว