- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 101 - นายเรียกคนแบบนี้ว่าอันธพาลเหรอ? นี่มันขงจื่อชัดๆ!
บทที่ 101 - นายเรียกคนแบบนี้ว่าอันธพาลเหรอ? นี่มันขงจื่อชัดๆ!
บทที่ 101 - นายเรียกคนแบบนี้ว่าอันธพาลเหรอ? นี่มันขงจื่อชัดๆ!
ค่ำคืนนี้ซูเฉิงหลับสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้ยกเว้นวิชาชีววิทยา วิชาอื่นๆ เขาก็สุ่มได้คนดังมาช่วยติวให้ครบหมดแล้ว
เกาส์มอบเซนส์ทางคณิตศาสตร์ระดับท็อปให้ นิวตันให้โครงสร้างความรู้ต้นกำเนิด หลี่ไป๋ให้การเขียนแบบไป๋เมี่ยวระดับท็อป หลี่โก่วเซิ่งให้ความตั้งใจระดับท็อป ส่วนเมนเดเลเยฟก็ให้ความสามารถในการอนุมานระดับสุดยอดมา
ถึงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าไม่มีจุดอ่อนเลย แต่การรับมือกับการสอบจำลองในตอนนี้ ซูเฉิงก็กลายเป็นคนละคนกับเด็กหนุ่มในงานปฏิญาณร้อยวันไปแล้ว!
ซูเฉิงสังหรณ์ใจว่าการสอบวันนี้จะต้องทำให้เขา "มีชื่อเสียงกระฉ่อน" แน่นอน!
ทว่า สิ่งที่ซูเฉิงไม่รู้ก็คือ... เขาไม่ต้องรอให้ถึงตอนสอบหรอก เพราะชื่อเสียงของเขามันกระฉ่อนไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!
เมื่อคืนนี้มีนักเรียนโรงเรียนมัธยมเจียงซื่อที่หนึ่งไม่รู้กี่คนที่พอกลับถึงบ้าน ก็รีบเล่าเรื่องสุดระทึกขวัญในโรงเรียนให้พ่อแม่ฟังอย่างออกรสออกชาติ
รถตำรวจเป็นสิบคันพุ่งพรวดเข้ามาในโรงเรียนเลยนะ! พูดตามตรง ฉากแบบนั้นถ้าจะบอกว่ามีการฝังศพซ่อนไว้ในโรงเรียนก็ยังน่าเชื่อเลย!
พอพ่อแม่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจตาตั้ง ปฏิกิริยาแรกของพวกท่านคือคว้ามือถือเตรียมโทรไปร้องเรียนกับทางโรงเรียนทันที
เด็กนักเรียนที่น่ากลัวขนาดนี้มาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับลูกฉันได้ยังไง? แล้วผลการเรียนของเด็กคนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ?
วีรกรรมเรื่องผลการเรียนของซูเฉิงก่อนหน้านี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนอยู่แล้ว เด็ก ม.6 คนไหนบ้างจะไม่รู้ เวลาจัดห้องสอบตามคะแนน ซูเฉิงมักจะเป็นขาประจำของห้องสอบสามห้องสุดท้ายเสมอ
และถ้าดูจากตำแหน่งที่นั่งในห้องสอบแล้วล่ะก็... หลายคนถึงกับมองว่าซูเฉิงน่าจะเป็นเด็กสายศิลปะหรือสายกีฬาด้วยซ้ำ!
สรุปก็คือ นักเรียนทุกคนที่พูดชื่อซูเฉิงให้พ่อแม่ฟังเมื่อคืน สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า "คะแนนของหมอนั่นน่ะห่วยแตกสุดๆ!"
"แบบนั้นไม่ได้การแล้ว! นี่มันช่วงโค้งสุดท้ายของ ม.6 แล้วนะ ปล่อยให้เด็กแบบนี้เรียนอยู่ในโรงเรียนต่อไป มันจะไม่กระทบการเรียนของลูกเราได้ยังไง!"
"ตำรวจมากันขนาดนี้ แสดงว่าเด็กนั่นต้องไปก่อเรื่องอะไรมาแน่ๆ! ปล่อยเด็กอันธพาลแบบนี้ไว้ในโรงเรียน มันเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของนักเรียนชัดๆ!"
"ครั้งนี้ตำรวจไม่ได้จับตัวเขาไป แล้วครั้งหน้าล่ะ? ไม่ได้การ เราต้องไปแจ้งเรื่องนี้กับทางโรงเรียน!"
แต่ทว่า พ่อแม่เพิ่งจะหยิบมือถือขึ้นมา ลูกๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาตะครุบมือถือเอาไว้แน่น พร้อมกับพ่นประโยคที่ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่งงเป็นไก่ตาแตก!
"พี่เฉิงเขา... ต่อให้แม่ไปร้องเรียนก็ไม่มีประโยชน์หรอก! คราวที่แล้วหนูยังเห็น ผอ. ยกห้องทำงานให้เขาเลย!"
พระเจ้าช่วย! แววตาของคนเป็นพ่อเป็นแม่สว่างวาบขึ้นมาทันที เด็กคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันแน่? ขนาด ผอ. ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลยงั้นเหรอ?
หลังจากตกอยู่ในภวังค์ความคิด พ่อแม่ก็ปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมาได้!
ในเมื่อโรงเรียนทำอะไรไม่ได้ งั้นก็ตำรวจสิ! ถ้าเราไปแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจล่ะ?
เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ตำรวจจะไม่ตรวจสอบซูเฉิงให้ละเอียดได้ยังไง? ในเมื่อคนในโรงเรียนจัดการไม่ได้ พวกคุณที่เป็นตำรวจก็ต้องจัดการสิ!
การที่เขาสามารถทำให้รถตำรวจแห่กันมาที่โรงเรียนได้เยอะขนาดนี้ แสดงว่าปัญหาของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ!
แต่สายโทรศัพท์แจ้งความยังไม่ทันได้ต่อติด ลูกๆ ก็แทบจะพุ่งเข้ามาแย่งมือถือไปอย่างบ้าคลั่ง!
ไม่ได้นะพ่อ! ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด! ถ้าพ่อโทรแจ้งตำรวจตอนนี้ อีกห้านาทีซูเฉิงไม่เพียงแต่จะรู้ว่าเราเป็นคนแจ้ง แต่เผลอๆ จะรู้ที่อยู่บ้านเราด้วยซ้ำ!
พ่อกับแม่ไม่รู้อะไรซะแล้ว! เมื่อวานซืนนี้! เมื่อวานซืนนี้เอง! ซูเฉิงนั่งรถตำรวจมาโรงเรียนนะ! รถตำรวจขับมาส่งถึงข้างในโรงเรียนเลย!
คราวนี้มือที่ถือมือถือของพ่อแม่ถึงกับสั่นพั่บๆ...
ก่อนหน้านี้เคยเห็นในเน็ตพูดถึงพวกอภิสิทธิ์ชนอะไรทำนองนั้นในเมืองเล็กๆ ตัวเองก็มองเป็นแค่เรื่องตลก แต่ตอนนี้... ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้เจอครอบครัวระดับนั้นเข้าให้จริงๆ ซะแล้ว!
"ลูกเอ๊ย พ่อกับแม่มันไร้ความสามารถเอง ถ้านี่ไม่ใช่ช่วงใกล้สอบเกาเข่าล่ะก็ พ่อกับแม่คงหาทางย้ายโรงเรียนให้ลูกไปแล้ว!"
"ลูกจ๋า เวลาอยู่ที่โรงเรียนก็ตั้งใจเรียนไปนะ ตอนพักเบรกถ้าไม่ปวดฉี่จนทนไม่ไหวจริงๆ ก็อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านล่ะ! พยายามเลี่ยงอย่าไปเจอกับซูเฉิงเด็ดขาด เข้าใจไหมลูก!"
"รอให้สอบเกาเข่าเสร็จเมื่อไหร่ พ่อกับแม่จะขายบ้านแล้วพาลูกหนีไปให้ไกลๆ เลย..."
พ่อแม่พร่ำรำพันด้วยความสะเทือนใจอยู่นาน ในที่สุดก็นึกถึงประเด็นสำคัญขึ้นมาได้!
"จริงสิลูก! ซูเฉิงเคยรังแกลูกที่โรงเรียนบ้างไหม? เขา... เขารังแกคนอื่นยังไงบ้าง?"
หลังจากที่ลูกเล่าให้ฟังเป็นเวลาสิบนาทีเต็ม คนเป็นพ่อถึงกับชะโงกหน้าเข้าไปดมใกล้ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกตัวเองแอบไปดื่มเหล้ามาหรือเปล่า
ทำไมถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้ล่ะ?
อะไรคือการที่เขารังแกด้วยการตั้งใจเรียนในห้อง จนทำให้พวกแกต้องพลอยตั้งใจเรียนตามไปด้วย แล้วก็ไม่กล้าลุกไปไหนตอนพักเบรก?
อะไรคือการที่หลังเลิกเรียนเขายังคงนั่งทำโจทย์ต่อ จนทำให้แกรู้สึกว่าถ้าตัวเองเลิกเรียนปุ๊บแล้วไปกินข้าวปั๊บ จะถือเป็นการลบหลู่เขาอย่างรุนแรง?
อะไรคือการที่ถ้าแกสอบได้คะแนนแย่เกินไป เขาอาจจะด่าแกเพราะเรื่องคะแนนสอบ?
พวกนายเรียกคนแบบนี้ว่าเด็กอันธพาลเหรอ?
นี่มันไม่ใช่นักการศึกษาเอกชนหรอกเหรอ? หรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ลงมาดูงานการศึกษาระดับรากหญ้า?
สิ่งที่พ่อแม่สอนก็ไม่ฟัง สิ่งที่ครูสั่งก็ไม่ทำ แต่ตอนนี้ดันมีเด็กอันธพาลมาช่วยจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องเรียนให้ลูกฉันเนี่ยนะ?
มีนักเลงแบบนี้อยู่ในโรงเรียน แล้วเขาอาจจะมารังแกแกเพราะผลการเรียนของแกตกเนี่ยนะ?
บอกไว้เลยนะ พ่อแกคนนี้เจอหน้าเขายังต้องยกมือไหว้เลย แกเข้าใจไหม!
เพราะพฤติกรรมมันผิดปกติเกินไป พ่อแม่ก็เลยอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกสักสองสามประโยค "ที่แกลงความเห็นว่าเขาเป็นอันธพาลเนี่ย แกมีหลักฐานไหม? เขาไปทำอะไรมาบ้าง?"
อะไรนะ? เขาแย่งของเพื่อน? แย่งหนังสือแบบฝึกหัดเนี่ยนะ?
อะไรนะ? เขาเอาแต่มองมือถือในโรงอาหาร? แต่มองเพื่อดูข้อสอบเก่าเกาเข่าเนี่ยนะ?
แกบอกว่าท่าทางตอนเขาเรียนมันน่ากลัวมาก? แกเลยกลัว?
ถ้าแกกลัวนัก แกก็ตั้งใจเรียนสิวะ! พวกฉันไม่ตีแก ในที่สุดก็มีคนมาช่วยตีแกแล้วโว้ย!
พ่อแม่บางคนถึงกับแววตาเป็นประกาย พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมขงจื่อถึงต้องมีร่างกายกำยำล่ำสัน ก็ดูสิว่าเขาสามารถปั้นลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ตั้งกี่คน!
นี่แหละคือของจริง! ถ้าแกไม่ตั้งใจเรียน แกก็ต้องโดนอัดจริงๆ แล้วล่ะ!
พวกแกนี่มัน...
"พวกแกนี่มันโชคดีแต่ไม่รู้ตัวจริงๆ!"
"เอ้า พ่อให้เงินห้าร้อย ไปซื้อข้อสอบแล้วเอาไปประเคนให้ซูเฉิงซะ!"
"ยังจะกล้าเถียงอีก! พ่อแกคนนี้เจอหน้าเขายังต้องเรียกเขาว่า พี่เฉิง เลย! แถมยังต้องฝากฝังว่า 'ฝากดูแลไอ้ลูกหมาตัวนี้ด้วยนะครับ' อีกต่างหาก!"
"แกยังกล้าให้ฉันไปแก้แค้นให้แกอีกเหรอ? เอาเงินนี่ไปหาพี่เฉิงของเรา แล้วบอกเขาซะว่านี่คือค่าตอบแทน!"
"โอ๊ย จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ปีนี้ซูเฉิงก็จะจบ ม.6 แล้ว แต่ลูกเราเพิ่งจะอยู่ ม.5 เอง ถ้าเขาเรียนจบไป ฉันคงคิดถึงเขาแย่เลย!"
แต่ทว่า... ก็ยังมีคุณพ่อสายบู๊ที่เช้าวันนี้ขับรถพาลูกชายไปหาซูเฉิงเพื่อขอคำอธิบายจริงๆ!
เมื่อวานลูกชายฉันกลับมาบ้านก็ตกใจจนร้องไห้โฮ เรื่องนี้ฉันต้องคุยกับซูเฉิงให้รู้เรื่อง ถ้าเจอพ่อแม่เขา ฉันก็จะคุยกับพ่อเขาให้รู้เรื่องเหมือนกัน!
กลับไปสั่งสอนลูกตัวเองให้ดีๆ หน่อย! นี่มันโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งนะ นี่มันสถานที่แห่งการเรียนรู้!
อย่าเอาสันดานนักเลงข้างถนนมาใช้ในโรงเรียน!
แต่ในจังหวะนั้นเอง รถเบนซ์ จีคลาส สีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูโรงเรียน จอดแบบผิดกฎจราจรต่อหน้าต่อตาตำรวจเลย ป้ายทะเบียนรถคือเลข 6 เรียงกันหกตัว
ซูไห่หยาง พ่อของซูเฉิงเปิดประตูก้าวลงจากรถ แถมยังส่งยิ้มทักทายตำรวจที่ยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่แถวนั้นอย่างอารมณ์ดี!
"พ่อ! ลุยเลยสิ! ทำไมพ่อยืนนิ่งล่ะ?"
"นั่นมันรถบ้านซูเฉิงนี่ คนนั้นก็น่าจะพ่อซูเฉิงแน่ๆ!"