- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 34 - มาหาเรื่องเหรอ? ต้องจับให้หมด!
บทที่ 34 - มาหาเรื่องเหรอ? ต้องจับให้หมด!
บทที่ 34 - มาหาเรื่องเหรอ? ต้องจับให้หมด!
"ต้องยกนิ้วให้ลูกพี่ฮุยจริงๆ!"
"ใช่แล้ว เงินห้าพันหยวนนี่ได้มาง่ายๆ เหมือนได้เปล่าเลย!"
"เฮ้ย! พูดแบบนั้นได้ไงล่ะ! หลังจากศึกครั้งนี้ ชื่อเสียงลูกพี่ฮุยต้องกระฉ่อนไปทั้งถนนแน่ๆ!"
ชายวัยกลางคนสี่คนกำลังก๊งเหล้ากันอยู่ที่ร้านอาหารครอบครัวคนอ้วน ตรงตำแหน่งประธานโต๊ะก็คือหานฮุยนี่แหละ ในบรรดาคนที่เคยสมาคมกันมา สี่คนนี้ถือว่าไม่ได้เรื่องที่สุด และก็คุยกันถูกคอที่สุดแล้ว
จุดร่วมของคนสี่คนนี้ก็คือ ชอบรังแกแต่คนที่อ่อนแอกว่า จ้องแต่จะเอาเปรียบคนซื่อ!
ทั้งสี่คนเคยติดคุกกันมาแล้วทั้งนั้น ข้อหาก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เวลาที่โดนขังก็ไม่นาน คดีลักเล็กขโมยน้อยนี่แหละที่น่ารังเกียจที่สุด!
"รบกวนช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหมคะ! ฉันมีเด็กมาด้วยนะ!"
ลูกค้าผู้หญิงโต๊ะข้างๆ เอ่ยปากเตือน ไอ้อันธพาลสี่คนนั้นก็ส่งสายตาแทะโลมเรือนร่างของหญิงสาวก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะหันไปมองที่โต๊ะนั้น
มีแม่สองคนพาลูกสองคนมากินข้าว โดยไม่มีพ่อของเด็กมาด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น หานฮุยก็ถ่มน้ำลายลงพื้นเสียงดัง ถุย! คว้าไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ พ่นควันเป็นวง ก่อนจะจงใจแผดเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม!
แถมเพื่อเป็นการข่มขวัญ เขายังถลกแขนเสื้อขึ้น จงใจโชว์รอยสักบนท่อนแขนด้วย!
พอผู้หญิงคนนั้นเห็นสภาพแบบนี้ ก็รีบหันขวับกลับไปเก็บข้าวของที่โต๊ะตัวเองทันที ไอ้สี่ตัวนั้นเห็นภาพนั้นก็หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
"ลูกพี่ฮุย ผมว่าเรื่องนี้จะยอมจบแค่ห้าพันไม่ได้หรอกนะ!"
"ในเมื่อไอ้เด็กนั่นมันโดนจับเข้าไปแล้ว เราต้องเป็นฝ่ายรุก ไปหามันถึงที่เลย!"
"ใช่! พี่ฮุย พี่เข้าไปโวยวายเลย ไอ้เด็กนั่นเพิ่งจะสิ้นกลิ่นน้ำนม มันต้องกลัวหัวหดแน่ พอผู้ปกครองมันมา พี่ก็เปิดราคาไปเลยสองหมื่น (ประมาณเก้าหมื่นหกพันบาท)!"
"ถ้าไม่จ่ายสองหมื่น พี่ก็ไม่ยอมความ! พ่อแม่เด็กมันต้องยอมควักเงินจ่ายเพื่ออนาคตลูกตอนสอบเกาเข่าอยู่แล้ว!"
พอได้ยินตัวเลขสองหมื่นหยวน ตาลูกพี่ฮุยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที!
ส่วนชายที่นั่งอยู่ขวามือของหานฮุยก็ทำหน้าตื่นเต้นเกินเบอร์
"ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมเราไม่เรียกสักห้าหมื่น (ประมาณสองแสนสี่หมื่นบาท) ไปเลยล่ะ!"
มีเสียงสนับสนุนดังขึ้นมาทันที แต่ชายคนที่เสนอไอเดียเรียกเงินสองหมื่นกลับหัวเราะแล้วส่ายหน้า
"พวกแกมันจะไปรู้อะไร! ถ้าเรียกตั้งห้าหมื่น ดีไม่ดีพ่อแม่เด็กมันอาจจะฟ้องกลับว่าเรากรรโชกทรัพย์ก็ได้!"
"เออว่ะ! จริงด้วย! พี่นี่ร้ายลึกจริงๆ!"
"เก่งอะไรกัน ก็วิชาที่เรียนรู้มาจากข้างในคุกนั่นแหละ!"
"เดี๋ยวพอกินเสร็จเราไปโวยวายกันเลย พอได้เงินมา คืนนี้พวกเราไปอาบน้ำนวดตัวกันให้หนำใจไปเลย!"
...
"น้องซูเฉิง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ! พวกเราสืบสวนจนกระจ่างแล้ว!"
"เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดเลย น้องไม่ได้เป็นคนตีหานฮุยเลยสักนิด!"
ซูเฉิงหรี่ตามองกลุ่มตำรวจตรงหน้า สถานีตำรวจนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ตอนนี้ตำรวจประจำการแทบทุกคนมายืนเรียงแถวอยู่ตรงหน้าซูเฉิง แถมทุกคนยังค้อมตัวลงนิดๆ สีหน้าแฝงไปด้วยความหวาดหวั่นปนเกรงใจ
"โห ห้องสอบสวนของพวกคุณนี่บุด้วยวัสดุนุ่มๆ ทั้งนั้นเลยนะ ถ้ามีผ้าห่มผืนเล็กๆ กับหมอนสักใบ คงนอนหลับสบายไปแล้ว..."
ซูเฉิงแค่พูดความจริง แต่ตอนนี้กลุ่มตำรวจตรงหน้าเขากลายเป็นนกตื่นตื่นตูมไปซะแล้ว!
เมื่อกี้ผู้กำกับของพวกเขาก็เพิ่งรับสายโทรศัพท์อีกสองสาย เป็นสายจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสายงานทั้งนั้น เปิดฉากมาก็โดนด่ายับ มีคำด่าหยาบคายสารพัดสัตว์ยิ่งกว่าแม่ค้าด่ากันกลางตลาดซะอีก!
สรุปสั้นๆ ก็คือ ถ้านักเรียนคนนี้ต้องเจอเรื่องขัดใจแม้แต่นิดเดียว หรือแม้แต่ตอนเดินออกจากสถานี ขากางเกงเปื้อนฝุ่นแม้แต่ฝุ่นเดียว สถานีตำรวจของพวกแก็เตรียมตัวเด้งยกแผงได้เลย!
ตอนนี้ความตั้งใจที่จะประจบประแจงซูเฉิงของพวกตำรวจเลยพุ่งทะลุปรอท!
พอได้ยินซูเฉิงพูดถึงผ้าห่มกับหมอน...
"แน่นอนครับ แน่นอน คราวหน้าผม..."
ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่สติแตกไปแล้ว ถึงกับหลุดปากพูดคำว่าคราวหน้าออกมา! แกบ้าไปแล้วเหรอ ถึงอยากให้คุณนักเรียนมีคราวหน้าอีกเนี่ย?
ตำรวจรุ่นเก๋าที่อยู่ข้างหลังถึงกับงัดกระบวนท่าปราบผู้ร้ายมาใช้ เอาเข่าแทงเข้าข้อพับ ตามด้วยล็อกคอแล้วเอามือปิดปากตำรวจหนุ่มคนนั้นทันที!
ตอนที่ผู้กำกับหันไปมองตำรวจที่พูดผิดคนนั้น สีหน้าเขาไม่ใช่แค่เขียวคล้ำ แต่ซีดเป็นกระดาษไปแล้ว!
"แกไปเขียนจดหมายสำนึกผิดมาหนึ่งแสนคำ พรุ่งนี้เอาไปโพสต์ลงแอปนิยายฟานเฉีย ถ้าคนดูไม่ถึงแสนวิว แกเตรียมตัวเข้าเวรดึกครึ่งปีแรกไปเลย!"
กลุ่มตำรวจห้อมล้อมซูเฉิงเดินออกจากห้องพักคอย ตอนที่เดินผ่านโซนปฏิบัติงาน ซูเฉิงเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยุ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
แถมยังมีคนกำลังโทรศัพท์ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย!
"อ้าว? ยังแอบเสียดายอยู่เหรอครับที่กล้องวงจรปิดถ่ายภาพผมไม่ติดน่ะ?"
พอรู้ว่าตัวเองพ้นผิดแล้ว ซูเฉิงก็พูดจายียวนขึ้นมานิดหน่อย แต่เพิ่งพูดจบเขาก็แอบเสียใจ เพราะยังไงก็กำลังคุยกับคุณอาตำรวจอยู่ มันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่!
"ไม่ๆๆ! น้องนักเรียน! น้องเข้าใจผิดแล้ว!"
"ที่เรากำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็เพื่อหาหลักฐานให้ชัดเจนว่าช่วงที่ผ่านมาไอ้หานฮุยมันไปข่มขู่ใครมาบ้าง! แล้วก็ไปหาเรื่องครูหวังมากี่ครั้งแล้ว!"
"มะเร็งร้ายของสังคมแบบนี้ พวกเราต้องกำจัดให้สิ้นซาก!"
เชี่ย! เปลี่ยนเรื่องไวขนาดนี้เลยเหรอ? ตอนนี้เรียกหานฮุยเต็มยศเลยนะ? ดูท่าทางลุงแกคงกะจะยัดข้อหาให้หานฮุยเต็มๆ เลยสินะ?
"จากข้อมูลที่เรามีตอนนี้ นายหานฮุยเคยคุกคามแฟนสาวของครูหวังในวันที่ X เดือน X, วันที่ X เดือน X..."
"นอกจากนี้..."
ผู้กำกับยืนตัวตรงแหน่วต่อหน้าซูเฉิง ท่าทางเหมือนกำลังยืนรายงานตัวต่อหน้าผู้บังคับบัญชาไม่มีผิด!
ซูเฉิงถึงกับอึ้ง ตำรวจพวกนี้จัดเต็มทั้งความเป็นมืออาชีพและท่าทีการให้บริการ เขาแค่รู้ว่าครูหวังกับแฟนเคยโดนหานฮุยจงใจหาเรื่อง
แต่ตอนนี้ตำรวจกลับหาข้อมูลเวลาและสถานที่ทั้งหมดมาได้แล้วเนี่ยนะ?
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้กำกับดูเหมือนกำลังประจบเอาใจซะด้วยซ้ำ
เขายิ้มอธิบายว่าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้เร็วขนาดนี้ ก็เพราะตอนนี้ตำรวจแทบทั้งเมืองกำลังระดมกำลังช่วยกันสืบเรื่องนี้อยู่น่ะสิ!
"เยี่ยมเลยครับผู้กำกับ! มันมาหาเรื่องถึงที่เลย! แถมยังพาพวกมาอีกหลายคนด้วย!"
"พวกนั้นก็คือเพื่อนเลวๆ ของมันนั่นแหละครับ"
"ตอนนี้พวกมันอยู่หน้าประตูสถานีเราเลยครับ!"
ตอนนี้ซูเฉิงได้เห็นตำรวจในมุมที่หลุดโลกสุดๆ ถึงขนาดพูดออกมาได้ว่า 'เยี่ยมเลยที่มีคนมาหาเรื่อง'!
ผู้กำกับเริ่มออกอาการรำคาญ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือซูเฉิง ใครมาโวยวายตอนนี้ก็ไม่สนทั้งนั้นแหละ!
"ผู้กำกับครับ! หานฮุยครับ! หานฮุยพาคนมาโวยวายครับ!"
ผู้กำกับที่เมื่อกี้ยังยิ้มแฉ่งให้ซูเฉิง หันขวับกลับไปมองตำรวจทุกคนที่อยู่ข้างหลัง!
"ไปเชิญพวกมันเข้ามา! แล้วปิดประตูสถานีให้แน่นหนา!"
"เราจะกู้หน้ากลับมาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะจับไอ้พวกสวะพวกนี้ได้ก่อนที่หน่วยสวาทจะมาถึงหรือเปล่า!"
บนใบหน้าของตำรวจหนุ่มทุกคนเต็มไปด้วยความกระหายในผลงาน!
...
"นี่! ทุกคนดูสิ! ผมโดนซ้อมจนสภาพเป็นแบบนี้ ส่วนคนที่ทำร้ายผมตอนนี้ก็โดนจับอยู่ข้างในเนี่ยแหละ!"
หานฮุยถลกเสื้อโชว์รอยช้ำเป็นจ้ำๆ ตรงซี่โครงให้ชาวบ้านที่มุงดูเห็น เขาแหกปากร้องเสียงดัง พยายามเรียกให้คนแถวนั้นเข้ามามุงดูเยอะๆ
ทว่า... ด้วยชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่ของเขา คนแถวนี้ไม่มีใครไม่รู้กิตติศัพท์...
ดังนั้นคนเลยมามุงดูแค่ไม่กี่คน แถมไอ้ที่เขาคิดว่าคนจะควักมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก็ไม่มีใครทำเลยสักคน!
ทุกคนแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ...
ในที่สุดตำรวจก็เดินออกมา รอยยิ้มเพิ่งจะปรากฏบนใบหน้าหานฮุยได้แวบเดียวก็ต้องค้างเติ่ง!
ด้วยประสบการณ์ที่เคยโดนจับมานับครั้งไม่ถ้วน หานฮุยดูจากท่าทางของตำรวจก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
เชี่ย! วิ่งตรงดิ่งมาหาพวกเราเลยเหรอ? จะมาจับฉันเหรอ? สีหน้าของพวกเขา...
"เอ่อ คือผมมา..."
ผู้กำกับที่วิ่งนำหน้าสุด อาศัยจังหวะที่คล่องแคล่วว่องไว ทุ่มหานฮุยลงกับพื้นอย่างสวยงาม พร้อมกับตะโกนสั่งให้ใส่กุญแจมือ!
เดี๋ยวก่อน... ท่านผู้กำกับ ท่านฟังผมพูดให้จบก่อนได้ไหม?