- หน้าแรก
- ระบบรีเฟรชคนดัง เปลี่ยนผมเป็นเทพก่อนสอบเกาเข่า
- บทที่ 27 - นิวตัน: ลุยเลยสิวะ!
บทที่ 27 - นิวตัน: ลุยเลยสิวะ!
บทที่ 27 - นิวตัน: ลุยเลยสิวะ!
ดวลเหรอ ไม่มีทางดวลเด็ดขาด! ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่ดวล! ทำโจทย์ก็ทำไม่ได้...
ซูเฉิงรีบคิดหาวิธีประนีประนอมได้อย่างรวดเร็ว เขาชูมือขออนุญาตครูไปเข้าห้องน้ำ แล้วรีบหลบฉากออกจากห้องเรียนทันที
ครูหวังดีกับนักเรียนมาตลอด ไม่ว่าจะสอนห้องไหน ชื่อเสียงของครูหวังก็ดีเสมอ
นิวตันบอกว่าครูหวังจะปิดบังเขาแล้วเอาสูตรการอนุมานไปเป็นของตัวเองเหรอ? เรื่องนี้เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!
แต่ความอารมณ์ร้อนของท่านนิวตันเนี่ย มันเกินเบอร์ไปจริงๆ!
ซูเฉิงแอบย่องไปแถวๆ ห้องพักครู เขายังไม่ทันเดินเข้าไปก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างครูหยางกับครูหวัง เพราะครูหวังยังคงอยู่ในอาการตื่นเต้น เสียงของเขาก็ดังเกินไปหน่อย!
"ผมได้ยินคุณบอกว่าซูเฉิงเก่งคณิต ตอนนั้นผมยังแอบแปลกใจเลย! เพราะคณิตกับฟิสิกส์มันเกี่ยวข้องกันเยอะมาก ทำไมเขาถึงไม่ฉายแววทางด้านฟิสิกส์ออกมาบ้างเลย"
"ใครจะไปนึกว่าวันนี้เขาจะปล่อยของชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มออกมาแบบนี้!"
"ผมไม่รู้หรอกนะว่าแนวคิดในการแก้โจทย์ที่ซูเฉิงให้ศาสตราจารย์มหา'ลัยไปมันเจ๋งแค่ไหน แต่มันไม่มีทางเจ๋งไปกว่าสูตรฟิสิกส์สูตรนี้แน่ๆ!"
"นี่มันไม่ใช่แค่จะเปลี่ยนตำราเรียนมหา'ลัยนะ ในอนาคตการวิวัฒนาการจากสูตรนี้ อาจจะกลายเป็นแขนงการวิจัยแขนงใหม่เลยก็ได้!"
ครูหวังกับครูหยางอยู่ในห้องพักครู แต่ดันไม่ได้คุยกันเรื่องการสอน กลับมาเถียงกันว่าซูเฉิงมีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์มากกว่ากันซะงั้น!
[นิวตัน: ด้านคณิตศาสตร์เหรอ? แกเก่งขนาดนั้นตั้งแต่ก่อนเจอฉันอีกเหรอ? แต่ที่ฉันสัมผัสได้ในหัวแก มันแทบจะกลวงโบ๋เลยนะ]
[นิวตัน: ถึงเจตนาของครูคนนี้เราจะยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าครูคนนี้ตาแหลมไม่เบา...]
ตาแหลมเหรอ? นี่ท่านหันมาชมเขากลับแล้วรึไง? ก็เพราะเขากำลังยอมรับในตัวท่านอยู่น่ะสิ!
"เฮ้อ น่าเสียดายที่เด็กอัจฉริยะแบบนี้ ฤดูใบไม้ร่วงนี้ผมก็คงไม่ได้เจอแล้วล่ะ..."
น้ำเสียงของครูหวังเต็มไปด้วยความเสียดาย ส่วนนิวตันถึงกับสติแตก!
[นิวตัน: เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าเราต้องท้าดวล แกไม่ท้าดวล อีกฝ่ายจะจัดการแกแล้วเห็นมั้ย!]
ซูเฉิงยกมือกุมขมับอย่างจนใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
ก็ฉันเรียนจบแล้วไง ฤดูใบไม้ร่วงนี้ก็เลยไม่ได้เจอกันแล้วต่างหาก...
ซูเฉิงได้แต่อธิบายให้นิวตันฟังง่ายๆ ว่าโลกนี้มีกฎหมาย การดวลอะไรแบบนั้นมันเกิดขึ้นไม่ได้หรอก!
"ทางฝั่งคุณเตรียมตัวพร้อมหรือยังล่ะ? โรงเรียนนั้นน่ะ..."
เสียงของครูหยางเบาลงเล็กน้อย แต่ตอนนี้เป็นเวลาเรียน แถมห้องพักครูก็อยู่ห่างจากห้องเรียนพอสมควร ซูเฉิงเลยได้ยินบทสนทนาของครูทั้งสองคนชัดเจน
ส่วนเรื่องของครูหวัง ก่อนหน้านี้เพื่อนในห้องก็เคยเล่าให้ฟังบ้างเหมือนกัน
บทสนทนาที่ได้ยินวันนี้ กับเรื่องที่เคยได้ยินมา เอามาปะติดปะต่อกันก็กลายเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ได้พอดี
ครูหวังชื่อหวังจื่อเฉียง เรียนจบป.โทแล้วก็สอบบรรจุกลับมาที่บ้านเกิด ในวัย 26 ปี ได้เป็นครูที่โรงเรียนมัธยมเจียงซื่อที่หนึ่ง ถือว่าเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จสุดๆ
ในขณะที่คนอื่นพยายามจะแนะนำแฟนให้เขา หวังจื่อเฉียงกลับไปสารภาพรักกับผู้หญิงที่เขาแอบชอบมานาน แล้วทั้งคู่ก็ได้คบกัน!
นี่มันยิ่งกว่าประสบความสำเร็จอีกไม่ใช่เหรอ แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้
ฝ่ายหญิงป่วยเป็นโรคไต เธอมาจากครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ฐานะก็ธรรมดา...
แต่ครูหวังไม่คิดจะยอมแพ้เลยสักนิด เขาเอาเงินที่หามาได้ทั้งหมดไปเป็นค่ารักษาให้เธอ แต่โรคไตมันก็เหมือนหลุมไร้ก้นที่ค่อยๆ รั่วซึม...
ค่าใช้จ่ายปีละแสนหยวน (ประมาณสี่แสนแปดหมื่นบาท) ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เธอรู้ดีว่าสุขภาพของตัวเองจะแย่ลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง...
เธอเป็นคนบอกเลิกก่อน แต่การบอกเลิกฝ่ายเดียวไม่อาจขวางกั้นหัวใจที่มุ่งมั่นของครูหวังได้
"พูดแล้วก็ละอายใจนะ พวกเราพร่ำบอกนักเรียนตลอดว่าอย่ามีความรักในวัยเรียน แต่จริงๆ แล้วปีแรกที่ผมเจอเธอ คือตอนผมอยู่ม.4..."
"จนถึงวันนี้ก็ 15 ปีแล้ว ผม... จะยอมแพ้ได้ยังไงล่ะ..."
เสียงของครูหวังเบาหวิว แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นไร้ความลังเล!
ส่วนที่บอกว่าฤดูใบไม้ร่วงนี้จะไม่ได้เจอซูเฉิงแล้ว ก็เป็นเพราะหลังจากส่งเด็กม.6 รุ่นนี้จบแล้ว ครูหวังจะลาออก
เมืองเจียงซื่อไม่ใช่เมืองเอกของมณฑล โรงเรียนเอกชนยอมจ่ายเงินเดือนให้ถึงสามแสนหยวน (ประมาณหนึ่งล้านสี่แสนบาท) ก็ถือว่าสูงมากแล้ว
ถึงแม้ว่าถ้าครูหวังเลือกจะออกไปเปิดสอนพิเศษข้างนอก ก็คงหาเงินได้ไม่น้อย แต่วิธีนั้นมันรู้สึกผิดต่อนักเรียน แถมยังทำให้ไม่มีเวลาดูแลแฟนด้วย
"พี่! ขอบคุณมากนะที่คอยดูแลตลอดหลายปีนี้ ผมกับเสี่ยวรุ่ยขอบคุณทุกคนมาก..."
"พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกซะหน่อย ยังอยู่ในเจียงซื่อ มีอะไรก็บอกได้เลย!"
ครูหยางตบไหล่ครูหวังเบาๆ บอกให้เขารีบไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนเที่ยงเด็กพัก ร้านของเสี่ยวรุ่ยจะยุ่งเอา
ครูหวังเก็บของลวกๆ แล้วยื่นกระดาษหลายแผ่นที่รวบรวมไว้เมื่อเช้าให้ครูหยาง
"เมื่อเช้าได้ยินพี่บอกว่าตอนบ่ายอาจารย์จากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคซีเป่ยจะมาประเมินซูเฉิง พี่ฝากมอบไอ้นี่ให้อาจารย์จากมหา'ลัยด้วยนะ!"
"หลายปีมานี้ผมสอนแต่เนื้อหาม.ปลาย สมองบางส่วนอาจจะไม่แล่นเท่าไหร่ การอนุมานของเขามีมูลค่ามหาศาลมาก ฝากพี่กับหัวหน้าจางช่วยพูดคุยกับอาจารย์จากมหา'ลัยให้ดีๆ ด้วยนะ!"
"ตรงที่มีรอยแก้ ผมเป็นคนแก้เอง แค่แก้สัญลักษณ์บางตัวที่ซูเฉิงใช้ไม่ค่อยถูกต้องน่ะ..."
ซูเฉิงแอบอยู่หลังประตู ส่วนนิวตันกลับเงียบลงอย่างผิดหูผิดตา!
ในยุคของเขา เขาเห็นเรื่องสกปรกมานักต่อนักแล้ว จนถึงตอนนี้เขายังจำการกลั่นแกล้งสารพัดที่เขาเจอตอนก้าวเข้าไปในราชสมาคมวิทยาศาสตร์ครั้งแรกได้เลย
คนพวกนั้นเป็นนักปราชญ์ แต่จิตใจกลับสกปรกโสมม!
ใครก็ตามที่มีความเห็นทางการเมือง แนวทางการวิจัยแตกต่างจากตัวเอง หรือแม้แต่ทำผลงานวิจัยในทิศทางเดียวกันแต่ทำได้ดีกว่า... สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้ออ้างให้คนอื่นมากดหัวคุณได้ทั้งนั้น!
คนทั้งโลกต่างก็พูดว่า ชั่วชีวิตของนิวตัน การทำวิจัยวิทยาศาสตร์คืองานอดิเรก ส่วนการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายคืองานหลักงั้นเหรอ?
ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันคงไม่มีโอกาสได้ประกาศผลงานวิจัยของตัวเองให้โลกรับรู้หรอกโว้ย!
พอมาตอนนี้ ได้เห็นครูคนนี้อีกครั้ง กลับรู้สึกแปลกใจนิดๆ นี่แหละคือครูที่ดีอย่างแท้จริง! คนที่ยอมผลักดันผลงานของลูกศิษย์ให้ครูที่เก่งกว่า...
ครูหวังเดินออกจากโรงเรียนไป ส่วนซูเฉิงก็คุ้นทางเป็นอย่างดี อาศัยช่องโหว่ตรงกำแพงปีนข้ามออกไปได้สบายๆ!
ในตรอกเล็กๆ นอกโรงเรียน หญิงสาวใบหน้าซีดเซียวนั่งอยู่บนเก้าอี้ บนรถเข็นขายอาหารตรงหน้ามีหมี่ผัดและไข่ต้มใบชาที่ทำเสร็จใหม่ๆ วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เป็นของกินเล่นที่รสชาติอร่อยและพกพาสะดวก
เพราะกินยามานาน ทำให้ผมเธอร่วงไปบ้าง แถมเธอยังไม่อยากให้นักเรียนจำได้ว่าเธอเป็นแฟนของครูหวัง
เธอเลยใส่ทั้งหน้ากากอนามัยและหมวก แต่ตรงปากซอยนั้นครูหวังวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงแล้ว เขาเดินมาที่รถเข็น ใส่หน้ากากอนามัยและสวมผ้ากันเปื้อนพลาสติกผืนใหม่เอี่ยม แล้วปลอบเธอเบาๆ ว่า
"กลัวอะไรกัน เรื่องนี้ไม่เห็นน่าอายตรงไหนเลย คราวหน้าไม่ต้องใส่หน้ากากแล้วนะ ภรรยาสวยขนาดนี้ ฉันยังอยากจะอวดพวกนักเรียนเลย!"
ถึงหญิงสาวจะใส่หน้ากากอนามัย แต่ดวงตาของเธอก็โค้งหยีเป็นรูปสระอิ ซูเฉิงที่มองดูอยู่ไกลๆ รู้สึกเหมือนถูกยัดอาหารหมาเข้าปากคำโต
"ถุย!"
ซูเฉิงหันขวับไปมอง เห็นชายวัยกลางคนหัวเกรียนเดินเอียงคอเข้ามาหา
"มองอะไร! อย่าไปซื้อของร้านมัน! ไปซื้อร้านข้างนอกถนนนู่น!"
"แม่งเอ๊ย ไล่ตั้งกี่รอบแล้วก็ยังไม่เข็ด! เดี๋ยวปั๊ดพังร้านแม่งเลย!"