เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ไอ้หลานชาย! ขอยืมมือถือหน่อยดิ!

บทที่ 8 - ไอ้หลานชาย! ขอยืมมือถือหน่อยดิ!

บทที่ 8 - ไอ้หลานชาย! ขอยืมมือถือหน่อยดิ!


ตอนที่พูด หลิวข่ายก็ทำหัวสั่นหัวคลอนไปด้วย ท่าทียียวนกวนประสาทแบบนี้คือลุคปกติของเขาในโรงเรียน ทำเอานักกีฬาที่ตั้งใจซ้อมตั้งใจเรียนหลายคนเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา

"ไปกันเถอะ! ไปกันเถอะซูเฉิง!"

เจียงไห่ไม่อยากไปต่อกรกับคนแบบนี้ เลยรีบฉกมือถือมาจากตรงหน้าซูเฉิง หวังจะลากตัวเพื่อนรักออกไป

แต่ตอนนี้ซูเฉิงดำดิ่งลงไปในโลกของคณิตศาสตร์อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว! สำหรับโจทย์ข้อสอบอัตนัยปราบเซียนในสายตาซูเฉิงตอนนี้ เขาแทบไม่ต้องคำนวณเลยด้วยซ้ำ!

ค่าความเยื้องศูนย์กลาง (Eccentricity) อยู่ระหว่าง (0, 1) ตัวเลือก A กับ B ค่าน้อยเกินไป ไม่ค่อยเหมือนรูปสมการมาตรฐานของวงรีเท่าไหร่!

ส่วนค่าความเยื้องศูนย์กลางของภาคตัดกรวยมักจะออกมาเป็น √2/2 หรือ √3/2! และข้อมูลในโจทย์ข้อนี้ก็บอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าอัตราส่วนคือ √3/2! เพราะงั้นตอบข้อ D!

"เฮ้ย! อย่าเพิ่งเอามือถือไป! ขอฉันดูอีกสองสามข้อก่อน!"

จนกระทั่งมือถือถูกแย่งไปนั่นแหละ ซูเฉิงถึงเพิ่งได้สติกลับมา อาหารตรงหน้าเขาเย็นชืดไปหมดแล้ว แถมตอนนี้โรงอาหารก็คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว

แต่เมื่อกี้เขากลับไม่รู้สึกถึงความวุ่นวายรอบตัวเลยสักนิด!

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคณิตศาสตร์จะมีความงดงามได้ขนาดนี้ ตัวเขาเหมือนหลุดเข้าไปในสภาวะ 'Zone' แบบในอนิเมะไม่มีผิด

ความรู้สึกนี้มัน... โคตรจะลึกล้ำเลย!

พอเห็นท่าทางของซูเฉิง หลิวข่ายก็หลุดขำพรืดออกมา!

"เพื่อน ไม่ต้องทำเก๊กไปหรอกน่า คะแนนแกอยู่ระดับไหน เด็ก ม.6 เขาก็รู้กันทั่วแหละ!"

"ถึงฉันจะเป็นเด็กโควตากีฬา แต่คะแนนเราก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่หรอกเว้ย!"

"เอาล่ะ! ถือถาดข้าวแล้วไสหัวไปจากตรงนี้ซะ!"

ทุกคำพูดของหลิวข่ายเต็มไปด้วยหนามแหลม แต่ซูเฉิงไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขาขี้เกียจแม้แต่จะหยิบถาดอาหาร พุ่งพรวดเดียวไปแย่งมือถือเจียงไห่กลับมาดูต่อหน้าตาเฉย!

"เชี่ย! ดูหนังโป๊ยังไม่ตั้งใจขนาดนี้เลยมั้ง!"

หลิวข่ายกำลังจะด่าต่อ แต่เพิ่งสังเกตเห็นว่าสายตาหลายคู่ในโรงอาหารกำลังจับจ้องมาที่พวกเขา

ไม่ใช่แค่เพราะเมื่อกี้เสียงดังเอะอะโวยวาย แต่เพราะตอนนี้ซูเฉิงยืนถือมือถือจ้องเป๋งอยู่กลางทางเดินแบบหน้าด้านๆ เลยต่างหาก!

สายตาแบบนั้นมันไม่ใช่คนหิวข้าวแล้ว แต่มันคือคนหิวความรู้ชัดๆ!

โรงเรียนมัธยมเจียงซื่อที่หนึ่ง เป็นโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในเมืองเจียงซื่อ กฎระเบียบโรงเรียนก็เข้มงวดสุดๆ เด็ก ม.6 อย่างมากก็แค่แอบพกมือถือมาเล่นแบบหลบๆ ซ่อนๆ เท่านั้นแหละ

แต่ตอนนี้นี่มันอะไรกัน มีคนกล้ายืนเล่นมือถือกลางโรงอาหารที่มีคนเป็นพันแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยเหรอ?

มีบางคนที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับเดินอ้อมไปชะโงกดูหน้าจอมือถือ แล้วก็ต้องช็อกหนักกว่าเดิม! นี่หมอนั่นกำลังดูโจทย์เลขอยู่เนี่ยนะ?

"สติหลุดไปแล้วเหรอวะ? ถึงจะสติหลุดก็ไม่น่าจะมายืนดูเลขตรงนี้นี่หว่า!"

"ซูเฉิงเหรอ? หรือว่ามันอยากจะเรียกร้องความสนใจจากสาวคนไหนหรือเปล่า?"

"หล่อระดับนั้นยังต้องเรียกร้องความสนใจใครอีกเหรอ? แม่ง ต่อให้มันขึ้นไปยืนขี้บนโต๊ะในโรงอาหาร สาวๆ ที่ชอบมันก็ยังจะชอบมันอยู่ดีนั่นแหละ!"

"งั้นก็เป็นไปได้แค่อย่างเดียวแล้วล่ะ งานปฏิญาณร้อยวันเมื่อเช้าคงทำลายล้างสภาพจิตใจหมอนั่นจนกู่ไม่กลับแล้วชัวร์!"

ระหว่างที่ทุกคนกำลังซุบซิบนินทากันอยู่ ตรงประตูทางเข้าโรงอาหารก็มีชายสองคนเดินจ้ำอ้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ

หัวหน้าจาง หัวหน้าหมวดวิชาการ ม.6 กับครูหยาง ครูประจำชั้นของซูเฉิง ทั้งคู่ไม่ได้สอดส่ายสายตามองหาด้วยซ้ำ แต่กลับล็อกเป้าหมายไปที่ซูเฉิงแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงดิ่งมาทันที!

นักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันอ้าปากค้าง ก่อนจะส่งสายตาไว้อาลัยไปให้ซูเฉิง

จบเห่แล้ว มากันแพ็กคู่ขนาดนี้ ต้องมาจับเขาแน่ๆ! งานนี้โดนยึดมือถือแถมโดนเรียกผู้ปกครองแหงๆ...

หลิวข่ายที่นั่งไขว่ห้างยกขาพาดเก้าอี้อีกตัวพลางกดมือถือเล่นอยู่ ถึงกับกดเสียงต่ำหัวเราะเยาะเย้ยซูเฉิง!

"ครูมาแล้วว่ะ แน่จริงเราสองคนอย่าเพิ่งเก็บมือถือดิ! มาดูกันว่าครูจะจับใคร! ใครเก็บมือถือก่อนคนนั้นเป็นหลาน!"

เจียงไห่เห็นครูทั้งสองเดินมาเหลืออีกแค่สิบกว่าก้าวก็จะถึงตัวซูเฉิงแล้ว เลยปิ๊งไอเดีย เอาศอกถองซูเฉิงแรงๆ ไปทีนึง แล้วตะโกนทักทายครูทั้งสองคนด้วยเสียงอันดังลั่น!

"สวัสดีครับครูหยาง! สวัสดีครับครูจาง!"

ฉันช่วยแกได้แค่นี้แหละเพื่อน แกควรรีบเก็บมือถือซะทีนะเว้ย!

แล้วอีกอย่าง... นี่มันมือถือฉันโว้ย!

สิ่งที่หลิวข่ายกับเจียงไห่คาดไม่ถึงก็คือ ซูเฉิงยังคงยืนถือมือถือค้างอยู่อย่างนั้น ราวกับไม่ได้ยินเสียงเตือนรอบข้างเลย เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

ริมฝีปากของเขาขยับพึมพำเบาๆ อ่านปากดูเหมือนจะพูดว่า x อะไร y อะไรสักอย่าง หรือว่าจะกำลังดูโจทย์อยู่จริงๆ?

เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินขัดดังก้อง หลิวข่ายถือเป็นพวกชอบหาเรื่องใส่ตัวในโรงเรียนอยู่แล้ว ถึงครูจ้าวกับครูหยางจะไม่ได้สอนเขาโดยตรง แต่เขาก็รู้จักครูสองคนนี้ดี

ปกติครูสองคนนี้เป็นคนใจเย็นและสุขุมมาก โดยเฉพาะหัวหน้าจางที่พูดจาเนิบนาบช้าๆ ตลอด เคยเห็นพวกเขาเดินจ้ำอ้าวแบบนี้ซะที่ไหน?

ด้วยประสบการณ์เขียนใบสะท้อนพฤติกรรมมานับไม่ถ้วน หลิวข่ายก็ฟันธงได้ทันทีว่า พวกครูไม่ได้มาหาซูเฉิงเพราะเรื่องเล่นมือถือแน่ๆ ซูเฉิงต้องไปก่อเรื่องที่ใหญ่กว่านี้มาแหงๆ

ช่างแม่ง... ยอมรับสภาพเป็นหลานไปก่อนก็แล้วกัน...

หลิวข่ายรีบยัดมือถือซุกเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างคล่องแคล่ว แล้วปั้นหน้าซื่อตาใส มองไปทางที่ครูทั้งสองเดินมา

"ซูเฉิง เธออยู่นี่เองเหรอ? กินข้าวอิ่มหรือยัง?"

คนเป็นนักเรียนทุกคนต่างก็มีสกิลพื้นฐานอย่างหนึ่ง นั่นคือการฟังน้ำเสียงที่ครูใช้ชวนคุยสัพเพเหระ เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าตอนนี้ครูกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า

และนั่นก็คือเหตุผลที่ประโยคนี้ของหัวหน้าจาง ทำเอานักเรียนทุกคนในบริเวณนั้นงงเป็นไก่ตาแตก!

เขาเล่นมือถือในโรงอาหารต่อหน้าคนเป็นพันขนาดนี้ ครูเดินเข้ามาไม่ยึดมือถือเขา แถมยังมาถามด้วยความเป็นห่วงว่ากินข้าวอิ่มหรือยังเนี่ยนะ?

แถมครูยังยิ้มแย้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอีกต่างหาก? น้ำเสียงห่วงใยเบอร์นี้ พวกเราฟังออกนะเว้ย!

ครูเปลี่ยนไปเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

แต่สถานการณ์ที่ทำให้นักเรียนงงตาแตกยิ่งกว่าเดิมก็เกิดขึ้นอีก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความห่วงใยที่ผิดปกติของหัวหน้าจาง ซูเฉิงกลับยังคงยืนถือมือถือค้างอยู่กับที่ ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรซะงั้น

สิบกว่าวินาทีต่อมา หน้าจอมือถือก็ดับลง ซูเฉิงถึงเพิ่งยอมลดมือถือลงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดาย ปากก็บ่นงึมงำ

"เฮ้อ เสียดายจัง เกือบจะอ่านคำถามย่อยข้อสุดท้ายจบอยู่แล้วเชียว!"

ความตกตะลึงแผ่ซ่านไปในหมู่นักเรียนเป็นระลอก โดนจับได้คาหนังคาเขาว่าเล่นมือถือ แต่กลับแก้ตัวว่ากำลังดูโจทย์เนี่ยนะ? ข้ออ้าง... ห่วยแตกไปป่าว?

ทว่าหัวหน้าจางกลับยิ้มกว้าง พร้อมกับหยิบบัตรอาหารสำหรับบุคลากรของโรงเรียนออกมา

"ครูหยาง ไปซื้อข้าวให้ซูเฉิงใหม่ชุดนึงสิ ข้าวเขาคงเย็นหมดแล้ว ซื้อเสร็จเอาไปส่งที่ออฟฟิศผมด้วยนะ"

"ซูเฉิงเอ๊ย อย่าเอามือถือมาดูโจทย์เลย มันเสียสายตานะลูก! ป่ะ ตามครูไปกินข้าวที่ห้องพักครูดีกว่า กินเสร็จจะได้พักผ่อนสักหน่อย ครูมีโจทย์ข้อหนึ่งอยากให้เธอลองดูน่ะ!"

ถึงตอนนี้ นักเรียนกว่าครึ่งโรงอาหารพากันหยุดตะเกียบในมือ!

เสียสายตา? ให้ครูไปซื้อข้าวให้? ไปพักผ่อนที่ห้องพักครูหัวหน้าหมวด? นี่มันคลังศัพท์ภาษาต่างดาวอะไรเนี่ย!

ซูเฉิง... ไม่ได้แค่หน้าตาหล่ออย่างเดียว แต่เส้นสายยังเบอร์ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอวะ?

ส่วนเพื่อนร่วมห้องที่รู้จักซูเฉิงดี ยิ่งช็อกหนักกว่าเดิม! คราวก่อนสอบคณิตได้ 60 คะแนน มาตอนนี้ครูบอกว่ามีโจทย์อยากให้ซูเฉิงลองดูเนี่ยนะ?

ถ้าโจทย์มันยากไปนิดนึง เอาไปให้เขาดู มันก็ไม่ต่างอะไรกับนั่งรถเมล์สาย 7 ไปสวนสัตว์เจียงซื่อเพื่อเอาโจทย์ไปให้ลิงดูหรอกนะ

พอได้ยินว่ามีโจทย์ให้ดู น้ำเสียงของซูเฉิงก็ดูสนใจขึ้นมานิดหน่อย "โจทย์น่าสนุกไหมครับ?"

"ท้าทายสุดๆ เลยล่ะ!"

"งั้นก็ได้ครับ แต่ว่าครูจาง เมื่อกี้ผมยังมีโจทย์อีกข้อที่ยังอ่านคำถามย่อยข้อสุดท้ายไม่จบ ข้อนั้นมันก็ค่อนข้างน่าสนใจเหมือนกัน เพราะงั้น..."

ซูเฉิงหันไปมองหลิวข่ายที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอนนี้สายตาที่อีกฝ่ายมองซูเฉิงเต็มไปด้วยความสับสน 'หมอนี่จะเล่นงานฉันหรือเปล่าวะ?'

"ไอ้หลานชาย! ขอยืมมือถือหน่อยดิ!"

จบบทที่ บทที่ 8 - ไอ้หลานชาย! ขอยืมมือถือหน่อยดิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว