เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ

บทที่ 11: ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ

บทที่ 11: ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ


"เสี่ยวลั่ว เรื่อง 'ร้านอาหารคนโสด' ที่เธอเพิ่งพูดมา มีแผนการทำกำไรที่ชัดเจนหรือยัง?" เหยียนปิงจวินเอ่ยถามด้วยความสนใจ

"มีครับคุณอา" ซูลั่วตอบ

"จากสัดส่วนกำไรขั้นต้นร้อยละ 40-60 ที่เธอว่ามา ต้องใช้เงินงบประมาณเท่าไหร่ถึงจะทำให้สำเร็จได้?" เหยียนปิงจวินซักต่อ

"เมื่อคำนวณจากกำลังซื้อในเมืองปินไฮ่ งบประมาณห้าล้านหยวนก็เพียงพอแล้วครับ" น้ำเสียงของซูลั่วเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

"สมมติว่าถ้าตอนนี้อาลงทุนให้เธอห้าล้านหยวน เธอจะลงมือปฏิบัติในรายละเอียดส่วนต่างๆ ของโครงการนี้ยังไง?" เหยียนปิงจวินยังคงถามหยั่งเชิงต่อ

"เอ่อ..."

เมื่อมาถึงจุดนี้ ซูลั่วก็เผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย

"รายละเอียดเฉพาะเจาะจงพวกนี้ถือเป็นความลับทางธุรกิจครับ มีคนนอกอยู่ด้วยแบบนี้ คงไม่ค่อยสะดวกที่จะพูดเท่าไหร่"

คนนอก?

เหยียนปิงจวินเข้าใจความหมายของซูลั่วทันที เขาปรายตาเป็นสัญญาณให้พี่เลี้ยงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งพี่เลี้ยงก็รู้ความอย่างมาก รีบเดินเลี่ยงออกจากห้องรับแขกไปในทันที

ตอนนี้ในห้องรับแขกจึงเหลือเพียงเหยียนปิงจวิน, จางซูหัว, เหยียนลั่วเสวี่ย, ซูลั่ว และจ้าวเจี้ยนยวี่ เท่านั้น

ทว่าซูลั่วก็ยังคงปิดปากเงียบ เขาประคองแก้วชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น

เมื่อเห็นว่าซูลั่วไม่มีทีท่าจะยอมพูด เหยียนปิงจวินจึงเบนสายตาไปทางจ้าวเจี้ยนยวี่แทน

"เสี่ยวจ้าว อาเห็นว่านี่ก็เริ่มดึกมากแล้ว เธอไม่มีธุระอื่นที่ต้องไปจัดการต่อแล้วเหรอ?"

จ้าวเจี้ยนยวี่ที่กำลังนั่งอึ้งอยู่ พอได้ยินเหยียนปิงจวินเอ่ยปากไล่ทางอ้อมขนาดนี้ ก็รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนทันที

"อ่า จริงด้วยครับ... งั้นคุณอาคุณป้าครับ ผมไม่รบกวนแล้วดีกว่า ไว้คราวหน้า..."

"เหล่าจาง ส่งแขก!" เหยียนปิงจวินตะโกนสั่งออกไปข้างนอกด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญเล็กน้อย

เหล่าจางคือพ่อบ้านและคนขับรถอาวุโสที่ติดตามเหยียนปิงจวินมานานหลายปี

จ้าวเจี้ยนยวี่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เหล่าจางก็สาวเท้าเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว พร้อมกับผายมือเชิญเขาออกไปทันที

"คุณจ้าว เชิญครับ ไว้คราวหน้าค่อยมาเยี่ยมตระกูลเหยียนใหม่นะครับ"

ต่อให้ในใจจะขัดขืนเป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง แต่จ้าวเจี้ยนยวี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำใจเดินออกไป

เขากอดกล่องไม้จันทน์หอมเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเหยียนด้วยความบอบช้ำ ก่อนที่เหล่าจางจะปิดประตูตามหลังเสียงดังปัง

เมื่อมายืนอยู่หน้าประตู จ้าวเจี้ยนยวี่ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่หาย

กระถางหยกสามแพะนำโชคที่เขาตั้งใจเอามามอบให้เป็นของขวัญ กลับโดนซูลั่วแฉว่าเป็นแค่ของราคาถูกจากตลาดอี้อู...

แผนงานโครงการมูลค่าห้าสิบล้านหยวนของห่าวต้ากรุ๊ปที่เขาอุตส่าห์เตรียมมา ก็โดนซูลั่วพังยับเยินไม่เป็นท่า...

เขาตั้งใจจะใช้การคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจมาช่วยกู้หน้าคืน แต่กลับกลายเป็นว่าซูลั่วคว้าเงินลงทุนห้าล้านหยวนจากเหยียนปิงจวินไปครองต่อหน้าต่อตา...

จ้าวเจี้ยนยวี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม

เขาอุ้มกล่องไม้จันทน์หอมในมือ ยิ่งคิดก็ยิ่งอัดอั้นตันใจ สุดท้ายก็เงื้อมือขว้างกระถางหยกทุบลงกับพื้นอย่างแรงจนแตกกระจาย

"ปัดโธ่เอ๊ย! ไปตายซะเถอะไอ้แพะบ้านี่!"

จ้าวเจี้ยนยวี่เดินกลับขึ้นรถรถมายบัคของตัวเองแล้วต่อสายโทรศัพท์ทันที

หลังจากพ่นคำสบถด่าทออยู่นาน เขาก็สั่งความกับปลายสายด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม "มีเด็กปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยปินไฮ่คนหนึ่ง เป็นผู้ชายชื่อซูลั่ว เรียนสาขาอะไรเกี่ยวกับพวกเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนี่แหละ ไปหาคนฝีมือดีๆ มาสักสองสามคน แล้วหักขาขวาของมันซะ!"

"แล้วอย่าลืมถ่ายรูปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย บังคับให้มันคุกเข่ากราบตีนซะ! ฉันจะทำให้คนทั้งมหาวิทยาลัยเห็นความอัปยศของมัน!"

เมื่อสั่งการเรียบร้อย จ้าวเจี้ยนยวี่ก็เหยียบคันเร่งขับรถมายบัคทะยานออกจากหมู่บ้านเทียนไห่เซียงเฉิงไปทันที

...

หลังจากที่จ้าวเจี้ยนยวี่กลับไป ซูลั่วกับเหยียนปิงจวินก็นั่งพูดคุยกันต่อยาวตลอดทั้งบ่าย

เหยียนปิงจวินรู้สึกทึ่งในวิสัยทัศน์ทางธุรกิจของซูลั่วเป็นอย่างมาก

เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความเฉียบแหลมและประสบการณ์ระดับนี้จะมาจากเด็กหนุ่มอายุยี่สิบปี ซูลั่ววิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมในอนาคตและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีเหตุมีผลและไร้ที่ติ

ระดับความเป็นมืออาชีพในด้านการลงทุนของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกหัวกะทิทางด้านการเงินในบริษัทเหยียนซื่อเวนเจอร์แคปิตอลเลยแม้แต่น้อย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เหยียนปิงจวินรู้สึกว่าความสามารถของซูลั่วเหนือกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ

ในที่สุด เหยียนปิงจวินก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดที่จะลงทุนห้าล้านหยวนให้กับโครงการร้านอาหารคนโสดตามแผนงานของซูลั่ว

อย่างแรกคือเพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ และอย่างที่สองมันเปรียบเสมือนของขวัญแรกพบ

เหยียนปิงจวินใช้วิธีนี้ในการแสดงออกว่าเขาพึงพอใจในตัวซูลั่วมากขนาดไหน

ทางด้านจางซูหัวเองก็มีความคิดเห็นตรงกันกับสามี ความจริงแล้วพวกเขาทั้งสองถูกชะตากับหนุ่มรูปงามคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น ถึงแม้ว่าภูมิหลังการศึกษาและฐานะจะไม่ค่อยสมน้ำสมเนื้อกันเท่าไหร่นัก แต่การแสดงออกหลังจากนั้นของซูลั่วกลับช่วยโกยคะแนนไปได้อย่างมหาศาล

ตอนแรกคู่สามีภรรยาวัยกลางคนยังแอบระแวงว่าลูกสาวจะไปคว้าผู้ชายสุ่มสี่สุ่มห้ามาเล่นละครตบตาพวกตนหรือเปล่า

ทว่าหลังจากที่ซูลั่วสร้างความประหลาดใจให้อย่างต่อเนื่อง ความคลางแคลงใจเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น

ตอนนี้ทั้งสองปักใจเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าลูกสาวกับซูลั่วกำลังคบหากันอยู่จริงๆ ในระหว่างการสนทนา จางซูหัวถึงกับแอบชมลูกสาวในใจว่าตาถึงไม่เบาที่ได้แฟนดีขนาดนี้

เมื่อพูดคุยเรื่องการลงทุนเสร็จเรียบร้อย เหยียนปิงจวินพยายามรบเร้าให้ซูลั่วอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันต่อ แต่ซูลั่วได้เอ่ยปากขอตัวกลับโดยอ้างว่าต้องรีบไปเข้าคาบเรียนรวมภาคค่ำ

ในเมื่อเป็นเรื่องการเรียน เหยียนปิงจวินจึงไม่คิดดึงดันต่อ และสั่งให้เหยียนลั่วเสวี่ยขับรถไปส่งซูลั่วที่มหาวิทยาลัย

แต่ความจริงแล้ว ในหัวของซูลั่วไม่ได้มีเรื่องเรียนอยู่เลยสักนิด เขากำลังคิดถึงเรื่องราคาคุยที่คุณพ่อบังเกิดเกล้าพ่นทิ้งเอาไว้ต่างหาก

ตั้งแต่ช่วงบ่าย โทรศัพท์ของซูลั่วสั่นเตือนรัวๆ อย่างไม่หยุดหย่อน

หลังจากที่เขากดตอบรับคำขอเพิ่มเพื่อนจากเหล่า 'เศรษฐินีสายเปย์' เป็นสิบๆ คน ข้อความในวีแชตก็หลั่งไหลเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

ทว่าน่าเสียดายที่เขาต้องมัวแต่คุยเรื่องการลงทุนกับเหยียนปิงจวินตลอดทั้งบ่าย จนไม่มีเวลาเปิดดูข้อความเลย

พอเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ซูลั่วก็พบว่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองแบตเตอรี่หมดจนเครื่องดับไปเสียแล้ว

ที่เขารีบกลับมหาวิทยาลัยใจจะขาดก็เพราะอยากจะรีบชาร์จแบตแล้วเปิดวีแชตไปคุยกับเหล่า 'เศรษฐินีสายเปย์' เพื่อยอมรับคำคุยโตที่พ่อทิ้งไว้ และเปลี่ยนราคาคุยเหล่านั้นให้กลายเป็นความจริงต่างหาก!

...

ระหว่างทางกลับมหาวิทยาลัย ซูลั่วซึ่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ กำลังอาศัยสายชาร์จที่เสียบไว้ในรถของเหยียนลั่วเสวี่ยเพื่อต่อชีวิตให้โทรศัพท์มือถือชั่วคราว

เหยียนลั่วเสวี่ยกุมพวงมาลัยรถไว้แน่น ในหัวของเธอตอนนี้มันสับสนปนเปกันไปหมด

อารมณ์ของเธอในเวลานี้ซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก

แผนการเดิมของเธอในวันนี้คือการพาซูลั่วกลับบ้านไปปั่นหัวให้พ่อแม่หงุดหงิดเล่น แต่สุดท้ายเธอกลับคาดไม่ถึงเลยว่า พ่อแม่นอกจากจะไม่โกรธแล้ว ยังรู้สึกพึงพอใจในตัวซูลั่วแบบสุดๆ อีกด้วย

เด็กหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอคนนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้จ้าวเจี้ยนยวี่ต้องอับอายขายขี้หน้าจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ยังสามารถคว้าเงินลงทุนก้อนแรกมูลค่าห้าล้านหยวนจากพ่อของเธอไปได้อีกต่างหาก

ทุกอย่างมันดูเหมือนความฝันไม่มีผิด!

ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่เป็นไปตามบทที่เธอวางไว้ แต่ผลลัพธ์ที่เธอต้องการก็บรรลุเป้าหมายแล้ว—หลังจากนี้พ่อแม่คงไม่มาคอยบ่นเร่งรัดให้แต่งงาน หรือนัดดูตัวกับพวกคุณชายตระกูลใหญ่ให้เธออีกต่อไป

เพราะตอนนี้ในใจของพ่อแม่ได้ยอมรับซูลั่วอย่างเต็มร้อยแล้ว

ขณะที่กำลังขับรถ เหยียนลั่วเสวี่ยแอบชำเลืองมองหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ข้างกาย

เธอต้องยอมรับเลยว่า หน้าตาของซูลั่วนั้นตรงสเปกของเธอเป๊ะเลย แถมเขายังเป็นคนอารมณ์ดีและมีอารมณ์ขันมากอีกด้วย

"ที่แท้... คุณก็ไม่ได้โม้ให้ฉันฟังนี่นา..." เหยียนลั่วเสวี่ยเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาหลังจากเพิ่งนึกขึ้นได้

"โม้เรื่องอะไรเหรอครับ?" ซูลั่วถาม

"ก็เรื่องที่คุณเคยบอกฉันก่อนหน้านี้ไง ในวีแชตคุณบอกว่าคุณสามารถมองปราดเดียวก็รู้ว่าวัตถุโบราณแท้หรือปลอม แล้วยังบอกว่าคาดการณ์อุตสาหกรรมทำเงินในอนาคตได้อีก ตอนแรกฉันนึกว่าคุณแค่พ่นราคาคุยโวโอ้อวดไปเรื่อย คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะเก่งกาจขนาดนี้จริงๆ~" เหยียนลั่วเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

ซูลั่วถึงกับบางอ้อ "คุณหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เหรอครับ?"

"อื้ม ใช่เลยล่ะ~"

"การคุยโวโอ้อวดมันน่าเบื่อจะตายไป เรื่องที่ผมบอกคุณในวีแชตน่ะ ความจริงทั้งนั้นแหละครับ" ซูลั่วหัวเราะเบาๆ

"อื้อ ตอนนี้ฉันเชื่อคุณแล้ว เชื่อทุกอย่างเลย~"

หลังจากพูดจบ น้ำเสียงของเหยียนลั่วเสวี่ยก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและซาบซึ้งใจอย่างมาก

"คุณเป็นคนดีจริงๆ นะ~"

"อ้าว ไหงจู่ๆ ผมโดนแจกการ์ดคนดีซะงั้นล่ะครับ?" ซูลั่วหยอกกลับ

"ไม่ใช่ๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันแค่อยากจะบอกว่า... ขอบคุณสำหรับเรื่องในวันนี้มากนะ" ใบหน้าของเหยียนลั่วเสวี่ยเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ

"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ" ซูลั่วพูดอย่างมีนัยแฝง

"ขอบคุณฉันเรื่องอะไรเหรอ?" เหยียนลั่วเสวี่ยถามด้วยความฉงน

"ขอบคุณที่คุณเปิดโอกาสให้ผมได้ปอกลอกคุณพ่อของคุณไงล่ะครับ หลอกเงินห้าล้านหยวนมาจากคนแก่นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ" ซูลั่วพูดติดตลก

พอได้ยินแบบนี้ เหยียนลั่วเสวี่ยก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เรื่องเล็กน้อยน่า ความจริงแล้วมันช่วยฉันประหยัดเงินไปด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าจ้างให้คุณแล้วล่ะ~" เหยียนลั่วเสวี่ยทำท่าประกอบเป็นรูปเงิน

"โห นี่คุณตั้งใจจะควักเงินห้าล้านหยวนเพื่อจ้างผมมาเป็นแฟนกำมะลอเลยเหรอครับ?" ซูลั่วทำท่าทางตกใจเกินจริง

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ตอนแรกฉันกะจะจ่ายให้สักแสนกว่าหยวนเอง แต่ในเมื่อตอนนี้พ่อของฉันลงทุนให้คุณตั้งห้าล้านหยวน งั้นก็ถือซะว่าเงินก้อนนี้ครอบคลุมค่าจ้างที่คุณต้องแกล้งเป็นแฟนฉันไปตลอดทั้งปีนี้แล้วกันนะ~" เหยียนลั่วเสวี่ยหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

จบบทที่ บทที่ 11: ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว