เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: นายมันพวกประเภทน้ำซึมบ่อทรายชัดๆ!

บทที่ 3: นายมันพวกประเภทน้ำซึมบ่อทรายชัดๆ!

บทที่ 3: นายมันพวกประเภทน้ำซึมบ่อทรายชัดๆ!


ในฐานะหัวหน้าห้องวิชาภาษาฝรั่งเศส สีหน้าของเย้าจิงจิงในตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ไม่ใช่เพราะว่าซูลั่วสามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว... แต่เป็นเพราะเธอฟังไม่ออกเลยสักคำว่าซูลั่วกับอาจารย์กำลังคุยอะไรกัน!

เย้าจิงจิงเคยมั่นใจในตัวเองมากตอนที่เลือกเรียนวิชาเลือกภาษาฝรั่งเศส คะแนนวิชานี้ของเธอโดดเด่นที่สุดในคณะมาโดยตลอด ปกติแล้วซูลั่วสะกดคำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสแทบจะไม่ถูกด้วยซ้ำ แต่วันนี้เขากลับไม่เพียงแต่แปลบทเรียนได้ ทว่ายังสามารถสนทนาโต้ตอบกับอาจารย์ชาวต่างชาติได้อย่างไร้รอยต่อ...

เย้าจิงจิงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ

เธอบอกได้เลยว่าคำศัพท์ที่ซูลั่วใช้พ่นไฟใส่กับอาจารย์เมื่อครู่นี้ มันเกินขอบเขตในหนังสือเรียนไปไกลโข! นี่มันเป็นไวยากรณ์ระดับที่สูงกว่าอย่างแน่นอน!

ซูลั่วกับอาจารย์ชาวต่างชาติยืนคุยกันอยู่บนหน้าเวทีหน้ากระดานดำนานหลายนาที ในที่สุดอาจารย์ก็เป็นฝ่ายยื่นมือมาจับมือแสดงความนับถือกับซูลั่วก่อน จากนั้นซูลั่วจึงเดินลงมาจากหน้าเวที

ทว่า... ซูลั่วไม่ได้เดินกลับไปนั่งที่นั่งเดิมของตัวเอง เขากลับสาวเท้าตรงไปยังประตูห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ แล้วเดินสะบัดก้นจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ท่ามกลางความอึ้งของทุกคน...

อาจารย์ฝรั่งเศสกระแอมไอแก้เก้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับทุกคนในห้องด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นักศึกษาซูมีสิทธิ์เข้าออกชั้นเรียนของผมได้อย่างอิสระตามใจชอบ และในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำส่งการบ้านใดๆ ที่ผมมอบหมายอีกต่อไป"

สิ้นคำพูดนั้น... ทุกคนในห้องก็ยิ่งเอ๋อรับประทานเข้าไปใหญ่

นับตั้งแต่ท่าทีเย่อหยิ่งตอนเดินออกไปของซูลั่ว มาจนถึงถ้อยคำประนีประนอมของอาจารย์ฝรั่งเศส... ต่อให้เป็นคนซื่อบื้อแค่ไหนก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

ไอ้ที่บอกว่า "อิสระตามใจชอบ"... พูดให้เข้าง่ายๆ ก็คือ อยากมาเรียนก็มา ไม่อยากมาก็โดดได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของซูลั่วล้วนๆ

โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่ว่า "ไม่จำเป็นต้องทำส่งการบ้านใดๆ ที่ผมมอบหมายอีกต่อไป" มันช่างชวนให้คิดลึกเสียเหลือเกิน!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? ซูลั่วแอบพูดอะไรกับอาจารย์ชาวต่างชาติกันแน่?

เหล่านักศึกษาที่นั่งอยู่ใต้เวทีพากันเงียบกริบ ห้องเรียนรวมขนาดใหญ่เงียบสงัดจนถึงขนาดที่ว่าถ้าเข็มเล่มหนึ่งตกพื้นก็คงได้ยิน เสียงบรรยากาศเริ่มมีความกระอักกระอ่วนโชยออกมา

ทันใดนั้นเอง...

จางหยาง เพื่อนซี้ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดก็ยกมือขึ้นมาอย่างทะเล้น

"อาจารย์ครับ! ผมก็อยากมีอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใดแบบซูลั่วบ้างจังเลยครับ!"

เสียงหัวเราะครืนดังลั่นขึ้นมาในห้องเรียนรวมทันที บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าจางหยางเป็นนักศึกษาผลการเรียนย่ำแย่ คำพูดของเขาจึงดูเหมือนเป็นการแหย่เล่นขำๆ อาจารย์ฝรั่งเศสหัวเราะตามไปด้วย แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาทำสีหน้าจริงจังอีกครั้ง

"ถ้าพวกคุณมีระดับภาษาฝรั่งเศสยอดเยี่ยมเหมือนนักศึกษาซู จนสามารถก้าวข้ามผมไปได้ไกลลิบ พวกคุณก็สามารถได้รับอิสระแบบเขาได้เช่นกัน"

เสียงหัวเราะในห้องเรียนรวมหยุดชะงักลงทันควัน ไม่มีใครหัวเราะออกอีกต่อไป

เพราะคำพูดของอาจารย์ชาวต่างชาติตอกย้ำความจริงจนทุกคนช็อกตาค้าง ระดับภาษาฝรั่งเศสของซูลั่ว... ก้าวข้ามอาจารย์ชาวต่างชาติไปแล้วงั้นเหรอ? เอาจริงดิ?

นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นแล้ว มันตบหน้ากันชัดๆ!

ทุกคนอุตส่าห์มาเลือกเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่ออะไร? ไม่ใช่เพราะอยากจะหาเรื่องเข้าใกล้ดาวโรงเรียนอย่างเย้าจิงจิงหรอร์กเหรอ? ให้ตายเถอะ ที่ไหนได้ แกดันมาเพื่อเรียนหนังสือจริงๆ สินะ! เรียนหนังสือก็ช่างเถอะ แต่ไอ้การที่ภาษาฝรั่งเศสของแกดันเทพกว่าอาจารย์เจ้าของภาษานี่มันหมายความว่ายังไง? พวกเราปล่อยให้แกเรียนได้ แต่ไม่ได้ขอให้แกเรียนจนแซงหน้าอาจารย์นะโว้ย!

ไหนตกลงกันว่าจะมาจีบดาวโรงเรียนด้วยกันไง แล้วไหงแกแอบไปซุ่มฝึกปรือภาษาฝรั่งเศสจนบรรลุอรหันต์อยู่คนเดียวล่ะ? เพื่อนเอ๋ย นายมันพวกประเภทน้ำซึมบ่อทรายเงียบๆ แต่ฟาดเรียบชัดๆ!

ทุกคนในห้องต่างพากันตกตะลึงกับมุก "ศิษย์คิดล้างครูด้วยหมัดพายุ" ของซูลั่ว เพราะเรื่องนี้มันช่างแปลกประหลาดหลุดโลกเกินไปแล้ว!

หลังจากพูดจบ อาจารย์ฝรั่งเศสก็เริ่มทำการเรียนการสอนต่อ อันที่จริง ถ้อยคำที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่นี้ถือว่าถนอมน้ำใจตัวเองไว้มากแล้ว ทันทีที่ซูลั่วอ้าปากพูด เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะคำพูดเหล่านั้นที่ออกจากปากซูลั่ว มันไม่มีอยู่ในตำราเรียนเลยสักนิด!

พอนายคนนี้ขยับปาก สำเนียงปารีสขนานแท้ดั้งเดิมก็พุ่งกระแทกหูทันที ตอนนั้นอาจารย์ชาวต่างชาติรู้สึกได้ถึงลางไม่ดี เขานึกว่าเด็กคนนี้แอบไปจำมุกเด็ดๆ มาจากไหนเพื่อจะเอามาโชว์พาวต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นล่ะมั้ง? อาจารย์จึงงัดไม้ตายก้นหีบออกมา หวังจะกำราบความโอหังของซูลั่วให้หมอบราบคาบแก้ว ทว่า ยิ่งคุยกันไปเรื่อยๆ... เหงื่อของอาจารย์ชาวต่างชาติก็เริ่มไหลโซมกาย เพราะเขาพบว่าระดับภาษาฝรั่งเศสของซูลั่วมันนำหน้าเขาไปไกลลิบตา!

อย่างที่ทราบกันดีว่า ระดับความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสแบ่งออกเป็นหกระดับ

ปัจจุบัน เย้าจิงจิงที่มีผลการเรียนภาษาฝรั่งเศสดีที่สุด เพิ่งจะแตะระดับ A2 แบบลากเลือด ส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติมีระดับภาษาฝรั่งเศสอยู่ที่ B2 แต่ยังห่างไกลจากระดับ C1 อีกโข ในขณะที่ซูลั่วกลับอยู่ในระดับสูงสุดอย่าง C2

นี่คือสาเหตุที่ทำให้อาารย์ชาวต่างชาติต้องหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาเมื่อครู่นี้ ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันกับอาจารย์ ซูลั่วได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเล่นมุกนัยแฝงไปเรียบร้อยแล้ว มันคือการบดขยี้ทางมิติอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ อาจารย์จึงมอบสิทธิ์ "ทำตามใจชอบ" ให้แก่ซูลั่ว

เขามีระดับภาษาฝรั่งเศสขั้น C2 ในขณะที่ฉันเป็นแค่ B2 ฉันมีสิทธิ์อะไรไปสั่งการบ้านเขา? ให้เขามาสั่งการบ้านฉันยังจะดูเมคเซนส์กว่าเลย! พูดได้เลยว่า ระดับภาษาฝรั่งเศสของซูลั่วในตอนนี้ เหมาะสมที่จะมาเป็นอาจารย์สอนทุกคนมากกว่าอาจารย์ชาวต่างชาติคนนี้เสียอีก ดังนั้น การที่อาจารย์เชิญ "นักเรียนเลเวลตัน" คนนี้ออกไปนอกห้อง จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

"เอาล่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ผมจะมาสอนประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันสองสามประโยคนะครับ..."

เมื่อมองดูอาจารย์ที่กำลังบรรยายบทเรียนตามปกติอยู่บนเวที เย้าจิงจิงซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุดกลับดูเหมือนมีเรื่องให้ต้องคิดหนัก เธอใจลอยไปไกลตลอดทั้งคาบเรียน เพราะพฤติกรรมอันผิดปกติอย่างกะทันหันของซูลั่ว มันทำให้เธอรู้สึกเหลือเชื่อจนเกินจะรับไหวจริงๆ

...

หลังเลิกเรียน

เย้าจิงจิงเก็บหนังสือกลับไปไว้ที่ห้องเรียน จากนั้นจึงเดินออกไปหาอะไรทานข้างนอกพร้อมกับจางถงและอู๋หนานหนาน จางถงและอู๋หนานหนานเป็นรูมเมทและเป็นลูกสมุนคนสนิทของเย้าจิงจิง โดยปกติแล้ว หากมีผู้ชายคนไหนคิดจะจีบเย้าจิงจิง มักจะต้องเข้ามาประจบสอพลอคู่หูยอดขุนพลข้างกายดาวโรงเรียนคู่นี้ก่อนเสมอ

เด็กสาวทั้งสองคนนี้หน้าตาก็จัดว่าดูดีใช้ได้ แต่เมื่อมาเดินเคียงข้างเย้าจิงจิง พวกเธอจึงดูหมองลงไปถนัดตา ดาวโรงเรียนเดินนำลูกสมุนทั้งสองมุ่งตรงไปยังทางออกของมหาวิทยาลัย ดึงดูดสายตาของหนุ่มๆ นับไม่ถ้วนให้หันมามองเป็นตาเดียว

"จิงจิง เธอมีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า?" จางถงเอ่ยปากถามขณะเดิน

"หืม? เปล่านี่ ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไรในใจซะหน่อย" เย้าจิงจิงตอบปฏิเสธ

จางถงยิ้มอย่างมีเลศนัย "หลอกใครน่ะ? ตั้งแต่เลิกเรียนมาเธอก็ทำท่าเหมือนคนวิญญาณออกจากร่าง แล้วยังจะบอกว่าไม่มีอะไรในใจอีกเหรอ?"

"พวกเรานอนเตียงเดียวกันทุกวันนะ มีเรื่องอะไรปิดบังพวกเราไม่ได้หรอก!" อู๋หนานหนานรีบช่วยพูดเสริมจากด้านข้าง

เย้าจิงจิงแสร้งทำเป็นทำตัวตามสบาย "พวกเธออย่าเดาสุ่มสี่สุ่มห้าสิ ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไรจริงๆ สงสัยเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับมั้ง เลยรู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย"

เมื่อเห็นว่าเย้าจิงจิงไม่อยากพูด จางถงและอู๋หนานหนานจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ทั้งสองเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทนพลางเดินคุยกันไปตลอดทาง

"จะว่าไป ซูลั่วในคาบเรียนภาษาฝรั่งเศสวันนี้สุดยอดไปเลยนะ ภาษาฝรั่งเศสของเขาดีขนาดนั้นได้ยังไงกัน!"

"ใช่ๆๆ! ขนาดอาจารย์ต่างชาติยังอึ้งไปเลย ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่ยักกะรู้เลยว่าเขามีความสามารถแบบนี้ซ่อนอยู่?"

"จิงจิง ฉันจำได้ว่าเธอเคยบอกว่าซูลั่วตามจีบเธอมาตั้งนาน เขาไม่ได้แอบไปเรียนภาษาฝรั่งเศสเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกเหรอ?"

"เป็นไปได้สูงมาก! ใครๆ ในมหาลัยก็รู้ว่าจิงจิงของเราเลือกเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศส พวกผู้ชายที่ตามจีบจิงจิงก็เลยแห่กันมาเรียนตาม ในมุมมองของฉันนะ การแสดงออกของซูลั่ววันนี้ ก็แค่ต้องการจะเรียกร้องความสนใจจากจิงจิงของเรานั่นแหละ~"

"ถ้าเธอไม่พูดฉันก็คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย แต่จะว่าไป ซูลั่วลงทุนลงแรงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากจิงจิงมากเลยนะ ถึงขนาดก้มหน้าก้มตาเรียนภาษาฝรั่งเศสอย่างหนัก เพียงเพื่อให้จิงจิงได้หันมามองเขาในมุมใหม่ในวันนี้?"

"เขาคงไม่ได้คิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้จิงจิงหันมาชอบเขาหรอกใช่ไหม? ฮ่าๆ!"

"จะเป็นไปได้ยังไง! จิงจิงของเราไม่ใช่คนใจอ่อนที่จะจีบติดง่ายๆ ขนาดนั้นซะหน่อย~"

จบบทที่ บทที่ 3: นายมันพวกประเภทน้ำซึมบ่อทรายชัดๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว