เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : รถหรือเครื่องบิน ?

ตอนที่ 13 : รถหรือเครื่องบิน ?

ตอนที่ 13 : รถหรือเครื่องบิน ?


ช่วงนี้หลานหลัวเฟิงตกอยู่ในความรู้สึกขัดแย้งกัน ทั้งมีความสุข และสับสน

อย่างไรก็ตามเธอดีใจได้ไม่นาน ความสับสนของเธอก็เริ่มขึ้น เมื่อลูกน้อยของเธอชอบที่จะอยู่ในท่าทางขดตัวที่แปลกๆ

ถึงแม่ว่าตอนนี้จะไม่มีอะไรผิดปกติกับร่างกายของเธอ แต่ไม่ว่ากี่ครั้งที่หลานหลัวเฟิง มองเท้าของลูกน้อยที่ถูกใช้เหมือนหมอนข้าง ถูกกอดด้วยมือเล็กๆทั้งสองข้าง หลานหลัวเฟิง ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้แค่ทนดูลูกของเธอปวดเมื่อยจากการทำท่าทางแปลกๆเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะ หลิงหลาน นั้นยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา เธอคงไม่รู้ว่าท่าทางนี้ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเด็กทารก แต่เธอก็พยายามแกะเท้าเล็กๆนั้นออกจากมือน้อยๆทั้งสองข้าง

 

โชคดีที่ หลิงหลาน ไม่รู้ว่า หลานหลัวเฟิง คิดอะไรอยู่ ไม่งั้นเธอต้องน้ำตาไหลพรากออกมาแน่ ท่าทางนี้มันไม่ง่ายอย่างที่ แม่ของเธอคิดเลยสักนิด แม้จะเป็นเพียงร่างกายของเด็กทารกก็ตาม แค่ท่าแรกยังยากขนาดนี้ หลิงหลาน ไม่รู้ว่าจะเรียนรู้ได้ถึง 9 ท่าภายใน1 ปี หรือไม่

เธอนึกถึงคำเตือน ของหมายเลข9  ถ้าเธอไม่สามารถฝึกได้ครบ 9 ท่าทางภายใน 1 ปีจะมีบทลงโทษ แต่ถ้าเรียนรู้ครบก่อนกำหนดเธอจะได้รับรางวัล ในพื้นที่จิตใจ หลิงหลาน รู้สึกง่ายมาก ที่จะฝึก 9 ท่าทางนั้น และแปลกใจที่ หมายเลข 9 กำหนดระยะเวลาถึง 1ปี เธอคิดว่าแค่เดือนเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ในที่สุดเธอก็รู้ว่าเธอประเมิณมันต่ำไป พวกนั้นมันปีศาจอย่างแท้จริง

 

ที่จริงแล้วความยากไม่ได้อยู่ที่ท่าทาง แต่เรื่องความถูกต้อง สมบูรณ์แบบของกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ต้องแม่นยำ เธอต้องค่อยๆปรับตำแหน่งของเธอ เพื่อทำท่าทางให้ถูกต้อง

หมายเลข 9 ผิดหวัง ที่เธอไม่สามารถอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด ภายในไม่กี่วินาทีได้

อย่างไรก็ตามหลิงหลาน ไม่ได้สนใจ เธอฝึกท่าทางที่โค้งงอของเธอต่อไปด้วยกายเนื้อเมื่อตื่นนอน และฝึกฝนในจิตใจเมื่อเธอหลับ ถึงแม้ว่าในจิตใจ จะไม่มีผลกับร่างกายในโลกความเป็นจริงก็ตาม แต่มันก็ทำให้เธอเกิดความคุ้นชินและปรับท่าทางโดยใช้เวลาไม่นานได้

หลิงหลานรู้สึกยินดีที่เธอเริ่มชำนาญ หลังจากสองเดือน ที่เธอพึ่งจะอายุครบเก้าเดือน เธอสามารถทำท่าแรกได้สำเร็จ และสามรถเข้าสู่กระบวนท่าได้โดยพริบตา พร้อมทั้งเริ่มเข้าสู่การฝึกกระบวนท่าที่สอง

 

ในขณะที่เธอกำลังดีใจอยู่นั้น ข่าวที่น่ายินดีก็มาถึง หลานหลัวเฟิงตัดสินใจ ที่จะพาลูกน้อยออกไปข้างนอกเพื่อเดินเล่นซื้อของ

ในความเป็นจริง ครอบครัวที่ร่ำรวยหรือเป็นขุนนางไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปซื้อของด้วยตัวเอง แต่หลานหลัวเฟิงเมื่อเห็นว่าหลิงหลานสามารถจดจำคน และสังเกตสิ่งรอบตัวได้ เธอก็ต้องการให้หลิงหลานสำรวจสภาพรอบตัวได้มากขึ้น

พ่อบ้าน หลิง ฉิน คิดว่าการออกนอกบ้านด้วยอายุเพียงเท่านี้ ยังน้อยเกินไป แต่เขาก็ไม่ได้ไปขัดขวางการตัดสินใจของหลานหลัวเฟิง  และรีบเตรียมการให้เหมาะสมกับการเดินทางทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่ หลิงหลานก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อดูว่าโลกภายนอกว่าในอีก 10,000 ปี ข้างหน้าเป็นอย่างไร จากห้องโถงใหญ่ออกไปทางประตู เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่สดชื่น และพื้นที่เต็มไปด้วยสนามญ้ากว้างใหญ่ก็ปรากฎขึ้น

 

ข้างนอกไม่ได้เป็นบันไดหินอ่อน หรือถนนซีเมนที่กว้างใหญ่ อย่างที่เธอคาดหวังไว้ แต่เต็มไปด้วยสนามหญ้าเขียวขจีไม่สิ้นสุด ทำให้รู้ว่าครอบครัวของเธอใหญ่ขนาดไหน

หลิงหลานยังไม่ได้มีเวลาสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของตระกูลเธอ มีรถคันหนึ่งบินเข้ามา ใช่บินเข้ามา มันรูปร่างคล้ายรถยนต์ในปัจจุบัน แต่มีที่นั่งเพียง 2 ที่ ไม่มีคนขับ และไม่มีล้อข้างใต้แต่เป็นพื้นผิวเรียบๆแทน

มันเป็นรถหรือเครื่องบินแบบอัตโนมัติหรือเปล่า โปรดยกโทษให้กับเธอ ที่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดี

 

สิ่งนั้นลอยอยู่ในอากาศประมาณ 3 เมตรจากพื้นดิน แต่เมื่อใกล้ถึง ก็ค่อยๆลดระดับลงและจอดอยู่หน้าหลิงหลาน สูงจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร สะดวกสำหรับการขึ้นลง

ประตูรถถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ และน่าแปลกใจมากจนหลิงหลานไม่ทันตั้งตัว โชคดีที่ไม่มีใครเห็นท่าทีของหลิงหลาน “เชิญ นายหญิงขึ้นรถ” พ่อบ้านฉิน กล่าวออกมา

บิงโก! มันเป็นรถ เธอไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่าเธอจะพูดอะไรที่ผิดปกติออกมา

หลานหลัวเฟิง อุ้ม หลิงหลานไว้ในอ้อมกอดแล้วเข้าไปนั่งเบาะหลัง ส่วนหลิงฉินนั่งเบาะหน้าพร้อมออกคำสั่ง “Ling Zero Seven, โหมดการบินเต็มรูปแบบ

หลังจากสั่งการ ประตู 4 บานค่อยๆปิดลงอย่างสนิท และเสียงสังเคราะห์ก็ดังขึ้นมา “โปรดเลือกปลายทางของคุณ” หลิงฉินไม่ตอบ แต่หันไปมองทางหลานหลัวเฟิง เธอตัดสินใจที่จะไปยัง ศูนย์การค้าแบบคลาสสิก ที่รับเฉพาะสมาชิกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น

 

หลังจากได้รับจุดหมายปลายทาง Ling Zero Seven ก็ออกตัวทันที หลิงหลานแทบจะไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนที่เลย ถ้าไม่ใช่เพราะทิวทัศน์ด้านนอกที่มองแทบไม่ทัน เธอคงคิดว่าเพียงแค่นั่งอยู่ในห้องเล็กๆเท่านั้น

เมื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองที่พลุกพล่าน หลิงหลานเห็นรถคล้ายๆที่เธอนั่งหลายคัน บินไปมา ตอนแรกเธอคิดว่ารถทุกคันบินที่ความสูงเดียวกัน แต่เธอพบว่าที่จริงแล้วรถเรียงกันเป็นสี่ระดับขึ้นไปข้างบน ขับไปในทิศทางเดียวกัน

 

หลิงหลานตกตะลึง พวกเขาแบ่งระดับกันอย่างไร และไม่กลัวเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรอ!!

ความสงสัยของเธอถูกทำให้กระจ่างโดยไม่นาน เมื่อLing Zero Seven กล่าวว่า “พบรถชนกัน ระยะ 3 กิโลเมตรข้างหน้า”

ดูเหมือนว่ารถจะเคลื่อนที่กันโดยอาศัยสัญญานจากส่วนกลาง เพื่อหลักเลี่ยงปัญหาต่างๆ รวมถึงการชนกันด้วย

 

ตามที่หลิงหลานคิดไว้ “ลดระดับลงสามเมตรระยะเวลาในการเปลี่ยนเหลืออีกสามวินาที”

สามวินาทีถัดมารถของพวกเขาก็ลดระดับลงมาในขณะที่คันอื่นก็โฉบผ่านขึ้นไปด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่เซน

หัวใจเล็กๆของหลิงหลาน เต้นอย่างตื่นตระหนก นี่มันใกล้เกินไปแล้ว

แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของ พ่อบ้านฉิน และ หลานหลัวเฟิง พวกเขายังทำหน้าปกติ เป็นเธอเองที่ควรจะปรับตัวให้ชินสินะ

*Ling Zero Seven คือชื่อรถบินได้ที่ พ่อบ้านหลิง ฉิน เป็นคนสั่งการ

 

*****

 

ติดตามได้ที่ >>>> Facebook

จบบทที่ ตอนที่ 13 : รถหรือเครื่องบิน ?

คัดลอกลิงก์แล้ว