เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 153 ดักซุ่มรอเหยื่อ

บทที่ 153 ดักซุ่มรอเหยื่อ

บทที่ 153 ดักซุ่มรอเหยื่อ  


บทที่ 153 ดักซุ่มรอเหยื่อ

ล้วนเป็นนักฆ่าเดนตายเมืองอันหยาง  แสงจันทร์สาดส่องลงบนหิมะขาวโพลน สะท้อนแสงสีขาวหม่นจางๆ

บนหลังคามีเสียง 'กึกกัก' สั้นๆ ชัดเจนดังขึ้น ชายชุดดำค่อยๆ ย่อตัวลง เปิดกระเบื้องบนหลังคาออกอย่างระมัดระวัง

เตาถ่านในห้องลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงสว่าง ไอความร้อนปะทะใบหน้า

ผ้าห่มหนาเตอะห่อหุ้มร่างของเย่เหลียงอวี้  ไว้อย่างมิดชิด เหลือเพียงเส้นผมสีขาวยาวหยาบกระด้างห้อยลงมาข้างเตียง มองปราดเดียวก็รู้ว่าผมเสีย

ชายชุดดำเบือนหน้าไปส่งสัญญาณให้พรรคพวกด้านหลัง

ชายชุดดำนับสิบคนกระโดดลงจากหลังคาราวกับสายลม กลิ้งบนพื้นสองรอบแล้วลุกขึ้น

พวกเขากระจายตัวอย่างรวดเร็ว วิ่งไปตามห้องต่างๆ ภายในจวน

เจ้านายมีคำสั่ง คนรับใช้ในจวนสกุลเย่ห้ามปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว

เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย หลังจากฆ่าเสร็จแล้วต้องจุดไฟเผาจวนสกุลเย่ให้วอดวาย อำพรางว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้

ควันยาสลบถูกพ่นเข้าไปในห้องของเย่เหลียงอวี้  และบ่าวรับใช้ผ่านรูเล็กๆ ที่ถูกเจาะไว้

รออยู่ครู่หนึ่ง คนหนึ่งใช้มีดสอดเข้าไปในช่องประตูเพื่อเลื่อนดลอนออก ชายห้าคนถืออาวุธบุกเข้าไปในห้องของเย่เหลียงอวี้ ในขณะที่กระบี่ยาวกำลังจะแทงทะลุร่างของเย่เหลียงอวี้  ทันใดนั้นผ้าห่มก็ถูกเปิดออก แสงสีเงินสาดเข้าสบตานักฆ่าชุดดำ กระบี่ยาวพุ่งตรงเข้าที่ลำคอของอีกฝ่าย

"รอพวกเจ้าอยู่นานแล้ว" ฉินหยุ่นเชียน  โยนวิกผมสีขาวบนหัวทิ้ง แววตาคมกริบดุร้ายราวกับอีแร้ง

เมื่อวานทหารที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าหาบเร่พบเห็นคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ จวนสกุลเย่อย่างผิดสังเกต พอฉินหยุ่นเชียน  ทราบเรื่องก็ตัดสินใจวางกำลังดักรอให้นักฆ่ามาติดกับทันที

และก็เป็นอย่างที่คิด คืนวันเดียวกับที่มาดูลาดเลาก็ทนไม่ไหวลงมือเสียแล้ว

เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นขึ้นในลานบ้าน ผสมปนเปกับเสียงต่อสู้ด้วยหมัดมวย เย่เหลียงเย่นั่งกำหมัดแน่นอยู่ในห้องข้างๆ ความแค้นในใจประดุจคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

พอรู้ว่าขาของเขาถูกรักษาจนหาย ก็แทบรอไม่ไหวที่จะมาฆ่าเขาอีกครั้ง

คนบงการอยู่เบื้องหลังคือฉีอ๋องหรืออิงอ๋อง หรือว่าเป็นคนอื่น?

คำตอบนี้ ในที่สุดวันนี้เขาก็จะได้รู้เสียที

ชายชุดดำมองดูชายฉกรรจ์ถืออาวุธเต็มลานบ้าน ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บใจ "หลงกลแล้ว"

ฉินหยุ่นเชียน  จัดการลูกสมุนสองคนเสร็จก็พุ่งเข้าใส่เขา "ตอนนี้รู้ตัวก็สายไปแล้ว"

ชายชุดดำตวัดกระบี่ปัดป้อง กัดฟันถาม "เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมาช่วยเย่เหลียงอวี้?"

อดีตรองขุนนางตรวจการที่ลาออกจากราชการกลับบ้านเกิดเพราะอาการป่วย ไม่มีทางที่จะฝึกฝนองครักษ์ได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น พวกเขาเป็นคนของใครกันแน่?

ฉินหยุ่นเชียน  อาศัยจังหวะเตะเข้าที่ยอดอกเขา "คำถามนี้ข้าต่างหากที่ต้องเป็นคนถาม ใครส่งเจ้ามา?"

กลิ่นคาวเลือดในลานบ้านคละคลุ้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นลงในสระน้ำ ถูกแผ่นน้ำแข็งกั้นไว้ ก่อให้เกิดชั้นสีดำ ขาว และแดง แยกกันอย่างน่าสยดสยอง

ด้วยจำนวนคนที่ต่างกันถึงห้าเท่า ประกอบกับไม่คาดคิดว่าจวนสกุลเย่จะมีองครักษ์มากมายขนาดนี้ ชายชุดดำนับสิบคนจึงถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงสามคน

"จับเป็นไว้" ฉินหยุ่นเชียน  ใช้ขากดทับชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าให้นั่งคุกเข่า หันไปสั่งการลูกน้อง

ป้ายหยกแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากอกเสื้อของฉินหยุ่นเชียน ม่านตาของชายชุดดำหดเกร็ง "พวกเจ้าคือคนของกองทัพอสนีบาตอหังการ!"

บนป้ายหยกสลักอักษร 'กองทัพอสนีบาตอหังการ' ไว้อย่างชัดเจน ฐานะของคนพวกนี้กระจ่างแจ้งแล้ว

ฉินหยุ่นเชียน: "ใช้เชือกมัดพวกมันแล้วนำไปขังไว้ในห้องเก็บฟืน ต้องเค้นคอถามหาตัวคนบงการให้ได้"

"ขอรับ" เสียงขานรับดังกังวาน ทรงพลัง และพร้อมเพรียงกัน บ่งบอกว่าคนพวกนี้ต้องผ่านการคัดเลือกมาจากในกองทัพอย่างแน่นอน

หลังจากนำตัวคนไปขังไว้ในห้องเก็บฟืนแล้ว ฉินหยุ่นเชียน  ก็กระโดดข้ามกำแพงลานบ้านไปรับคนบ้านข้างๆ

"ใต้เท้าเย่ คนร้ายถูกจัดการหมดแล้ว เหลือรอดอยู่สามคน"

เย่เหลียงอวี้  ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ฝ่ามือมีเหงื่อเย็นผุดซึม

"เรื่องวันนี้ต้องขอบคุณท่านรองแม่ทัพฉินมาก"

ฉินหยุ่นเชียน  ยืดอกพูดอย่างองอาจว่า "เรื่องเล็กน้อย ใต้เท้าเย่เป็นสหายของท่านพ่อ ก็ถือเป็นผู้อาวุโสของหลานชายอย่างข้า อย่าว่าแต่สองเดือนเลย ต่อให้ต้องเฝ้าสักปีครึ่งก็สมควรทำ"

คิ้วของเย่เหลียงอวี้ กระตุกสองที นิสัยช่างแตกต่างจากฉินกั้ว  เสียจริง

เพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงสามเดือน ก็เรียกตัวเองว่าผู้อาวุโสเสียแล้ว?

ควรจะบอกว่าเขาหน้าหนา หรือว่ามีไหวพริบดีล่ะ?

เท้าหน้าเพิ่งจะก้าวพ้นลานบ้าน เท้าหลังยังไม่ทันแตะพื้น ก็มีคนวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องเก็บฟืน เกือบจะชนเข้ากับคนพอดี

"แย่แล้วขอรับ ท่านรองแม่ทัพ สามคนนั้นกินยาพิษฆ่าตัวตายไปแล้ว"

ฉินหยุ่นเชียน  สีหน้าเคร่งเครียด รีบก้าวเข้าไปในห้องเก็บฟืน มองดูทั้งสามคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า ล้มลงนอนกับพื้น มุมปากมีเลือดสีดำไหลซึม

ลูกน้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด "ยาพิษซ่อนอยู่ในปาก เพียงพริบตาเดียวก็สิ้นใจ ช่วยไม่ทันเลยขอรับ"

พยานที่ได้มาตายเสียแล้ว คนบงการก็ยังเค้นถามไม่ได้

สีหน้าของฉินหยุ่นเชียน  ดูไม่ได้เลยจริงๆ

ทหารสองคนเดินเข้ามาจากนอกห้อง "เรียนท่านรองแม่ทัพ ในปากของศพพวกนั้นก็มียาพิษซ่อนอยู่เช่นกันขอรับ"

ฉินหยุ่นเชียน  หน้าดำเป็นก้นหม้อ "คนพวกนี้ล้วนเป็นนักฆ่าเดนตาย"

เย่เหลียงอวี้  มองดูศพที่นอนเกลื่อนพื้น ขนตาของเขาสั่นระริกไม่หยุด

เขาหลับตาสููดหายใจลึก น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันตัวเอง "พวกเขายังให้เกียรติข้าจริงๆ"

ตนเองลาออกจากราชการกลับบ้านเกิดแล้วแท้ๆ การลอบสังหารยังส่งนักฆ่าเดนตายมาอีก

จิตใจที่มุ่งมั่นจะฆ่าให้ตายนั้นช่างแน่วแน่เสียจริง ไม่ตายไม่เลิกรา!

จบบทที่ บทที่ 153 ดักซุ่มรอเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว