เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: ข้าคือโอวหยางเฟิง!

บทที่ 20: ข้าคือโอวหยางเฟิง!

บทที่ 20: ข้าคือโอวหยางเฟิง!


บทที่ 20: ข้าคือโอวหยางเฟิง!

ณ ลานกว้างขนาดย่อม

กลุ่มนักล่าหมอกทมิฬราวเจ็ดแปดคนรวมตัวกันอยู่ สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียด ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล

สองคนในกลุ่มนั้นใบหน้าเขียวคล้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกพิษร้ายเข้าแทรก ลมหายใจรวยรินใกล้สิ้นใจ ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะช่วงน่องและท่อนแขน บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทราวกับตอตะโก

"บัดซบเอ๊ย! ทำไมจู่ๆ พวกแมลงพิษในภูเขาถึงได้คุ้มคลั่งขึ้นมา?!"

"ไม่ใช่แค่แมลงพิษหรอก ดูเหมือนว่าแม้แต่สัตว์ประหลาดก็ยังมีพฤติกรรมผิดปกติไปหมด! พวกเราไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย!"

"หลิวอวิ๋นกับจางเปียวอาการย่ำแย่แล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดี?"

กลุ่มนักล่าหมอกทมิฬหน้าซีดเผือด ขณะจ้องมองสหายทั้งสองที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

สหายทั้งสองร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกมันมานานหลายปี

ผูกพันกันด้วยสายใยแห่งความเป็นตาย

ทว่าบัดนี้ ทั้งสองกลับถูกพิษร้ายกัดกินและกำลังจะตายอย่างน่าเวทนา

"พวกเราปล่อยให้พวกเขาตายที่นี่ไม่ได้! ไม่ว่ายังไงก็ต้องแบกพวกเขากลับไปให้ได้!" ชายผู้เป็นหัวหน้ากัดฟันกรอด

"ตกลง! พวกเราจะฟังพี่หลิว!" คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย

ทว่าทันใดนั้น สีหน้าของชายผู้เป็นหัวหน้าก็แปรเปลี่ยนไป มันหันขวับกลับมาพร้อมแผดเสียง "ใครน่ะ?!"

คนอื่นๆ ตื่นตัวขึ้นมาทันที พวกมันกระชับอาวุธในมือแน่น และหันไปมองเป็นตาเดียว

บางคนถึงกับชักหน้าไม้ขึ้นเล็งเตรียมพร้อม

"ทุกท่านอย่าได้ตื่นตระหนก ข้าก็เป็นนักล่าหมอกทมิฬเช่นเดียวกับพวกท่าน" น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้น

จากในม่านหมอก ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษในชุดคลุมสีเทา โหนกแก้มตอบเล็กน้อย สะพายห่อผ้าขนาดใหญ่หลายห่อไว้บนหลัง และในมือกระชับดาบยาวเล่มหนึ่ง

สีหน้าของทุกคนในที่นั้นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

มาคนเดียวรึ?!

แววตาของพวกมันฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที

ผู้ที่กล้าบุกเดี่ยวเข้ามาเสาะแสวงหาของวิเศษในส่วนลึกของม่านหมอก ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือที่แกร่งกล้าอย่างไม่ต้องสงสัย

บางคนอาจเป็นถึงจอมเชือดผู้โหดเหี้ยมและมีนิสัยประหลาดด้วยซ้ำไป

"ข้ามีนามว่า 'หลิวสุยเฟิง' ไม่ทราบว่าท่านมีนามกรเกียรติยศว่ากระไร?" ชายผู้เป็นหัวหน้าประสานมือคารวะ เอ่ยด้วยความระมัดระวัง

"โอวหยางเฟิง" ฟางอี้ตอบกลับ

"โอวหยางเฟิง?" คนอื่นๆ ขมวดคิ้วและหันมองหน้ากัน

ชื่อนี้ไม่เคยคุ้นหูมาก่อนเลย

"ท่านโอวหยาง ท่านเพิ่งออกมาจากส่วนลึกของม่านหมอกรึ?" หลิวสุยเฟิงมองไปทางทิศที่ฟางอี้ปรากฏตัวและเอ่ยถาม

"ใช่ ข้าเพียงสัญจรผ่านมาทางนี้และกำลังจะกลับออกไป ทว่าได้ยินเสียงคนคุยกัน จึงแวะมาดูเสียหน่อย" ฟางอี้ตอบ พลางปรายตามองคนทั้งสองบนพื้น "ดูเหมือนพวกมันจะถูกพิษสินะ?"

เขาไม่รู้ทางออก และเกรงว่าจะไปเจอทางแยกเข้าอีก จึงตัดสินใจสวมรอยเป็นนักล่าหมอกทมิฬ เพื่อให้คนกลุ่มนี้นำทางเขาออกไป

"ใช่แล้ว พวกเรามาจากอีกทิศทางหนึ่ง และบังเอิญไปเจอฝูงแมลงพิษเข้าที่นั่น ไม่รู้ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้น แมลงพิษทั้งหมดพากันพุ่งโจมตีพวกเราอย่างบ้าคลั่ง สหายของข้าทั้งสองโชคร้ายถูกแมลงพิษกัดเข้า บัดนี้พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายในแล้ว ยากจะช่วยชีวิตได้" หลิวสุยเฟิงกล่าว

"ให้ข้าลองดูอาการหน่อยได้หรือไม่?" ฟางอี้ถาม

"ท่านโอวหยางมีความรู้เรื่องวิชาแพทย์ด้วยหรือ?" นัยน์ตาของหลิวสุยเฟิงทอประกายวาบ

"พอรู้บ้างเล็กน้อย"

"เรื่องนี้..." หลิวสุยเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยในที่สุด "หากท่านโอวหยางยินดีตรวจดูอาการให้ ย่อมเป็นเรื่องประเสริฐสุด!"

มันไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของโอวหยางเฟิง และไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะลอบจู่โจมพวกมันหรือไม่ เพราะการเข่นฆ่าแย่งชิงกันเองระหว่างนักล่าหมอกทมิฬนั้นเป็นเรื่องปกติวิสัย

ทว่า ในเมื่อสหายรักทั้งสองบาดเจ็บสาหัสและใกล้สิ้นใจ การให้อีกฝ่ายลองดูอาการก็ไม่เสียหายอันใด

เพราะต่อให้อีกฝ่ายจะลงมือรักษาหรือไม่ สองคนนี้ก็คงไม่รอดชีวิตพ้นวันนี้ไปได้อยู่ดี

และหากอีกฝ่ายคิดจะลงมือฆ่าพวกมันจริงๆ มันก็ไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มนัก เพราะพวกมันพร้อมที่จะรุมสกรัมกลับอยู่แล้ว

ฟางอี้ก้าวเดินเข้าไปข้างหน้าทันที และเริ่มตรวจดูบาดแผลบนร่างกายของพวกมัน จากนั้นก็คว้าข้อมือเพื่อจับชีพจร สัมผัสได้ว่าชีพจรของพวกมันแผ่วเบา สัญญาณชีพกำลังจะดับสูญ

ขณะที่เขากำลังขมวดคิ้วเล็กน้อย เหตุการณ์ประหลาดก็บังเกิดขึ้น!

สสารสีดำที่แฝงตัวอยู่อย่างสงบในร่างกายของเขา จู่ๆ ก็เกิดปั่นป่วนขึ้นมา มันเต้นตุบๆ ทำให้ปราณโลหิตพลุ่งพล่าน วินาทีถัดมา ปราณโลหิตของเขาก็โคจรอย่างรวดเร็ว และดูดซับพิษร้ายจากร่างกายของคนทั้งสองผ่านปลายนิ้วมือของเขาเข้าไปโดยตรง!

ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ฟางอี้หรี่ตาลง และลอบอุทานด้วยความประหลาดใจ

สสารสีดำในร่างกายเขาสามารถดูดซับพิษร้ายชนิดอื่นได้ด้วยรึ?!

"เกิดอันใดขึ้นหรือท่านโอวหยาง?" หลิวสุยเฟิงเอ่ยถามด้วยความกังวล

คนอื่นๆ ก็พลอยตึงเครียดและชะโงกหน้าเข้ามาดู

"ไม่มีอะไร ข้าสามารถถอนพิษร้ายให้พวกมันทั้งสองได้" ฟางอี้ตอบ

"ท่านถอนพิษได้รึ?!"

"จริงรึ?!"

นัยน์ตาของทุกคนเปล่งประกายด้วยความปีติยินดี

"อืม ข้าคลุกคลีกับสัตว์พิษมาหลายปี พิษแค่นี้ไม่ระคายมือข้าหรอก" ฟางอี้ตอบกลับ พร้อมกล่าวเสริมว่า "ทว่า... ม่านหมอกเริ่มมีพฤติกรรมผิดปกติรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่นานนัก มิสู้พวกเราร่วมเดินทางออกไปพร้อมกันเล่า?"

เขาเริ่มชักนำให้คนกลุ่มนี้พาเขาออกไปอย่างแนบเนียน

"ท่านโอวหยางกล่าวถูกต้องแล้ว ม่านหมอกแห่งนี้ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากสิ่งใดบางอย่าง ทำให้สรรพสัตว์ต่างกระสับกระส่าย พวกเราเองก็กำลังจะเดินทางกลับพอดี" หลิวสุยเฟิงกล่าว "ไม่ทราบว่าท่านพบเจอสิ่งผิดปกติในม่านหมอกบ้างหรือไม่?"

"อืม ข้าพบฝูงศพแห้งที่มีไฟผีลุกโชนอยู่ในดวงตา ช่างวิปริตผิดมนุษย์ยิ่งนัก" ฟางอี้เล่าสิ่งที่พบเจอให้ฟัง

"ศพแห้งงั้นรึ?"

"พวก 'ผู้ร่วงหล่น' รึ?!"

"ท่านไปเจอผู้ร่วงหล่นมารึ?!"

สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง และพากันร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ผู้ร่วงหล่นรึ?

ฟางอี้ได้ยินคำศัพท์ใหม่อีกคำหนึ่งแล้ว

แม้เขาจะไม่รู้ความหมายที่แท้จริง แต่งก็พอจะคาดเดาได้บ้างประปราย

"ใช่แล้ว" ฟางอี้พยักหน้ารับ ทำทีเป็นสุขุมลึกล้ำ ปราณโลหิตที่ปลายนิ้วของเขาโคจร ขับเคลื่อนสสารสีดำให้ดูดซับพิษร้ายจากร่างของคนทั้งสองต่อไป

เพียงชั่วอึดใจเดียว พิษร้ายเจ็ดแปดส่วนในร่างกายของพวกมันก็ถูกดูดซับออกไปจนหมด

คนทั้งสองส่งเสียงครางในลำคอ จู่ๆ ก็ไอโขลก กระอักเลือดสีดำคล้ำออกมา ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น

เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็เผยสีหน้ายินดีปรีดา รีบกรูกันเข้าไปหาทันที

"หลิวอวิ๋น จางเปียว พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" หลิวสุยเฟิงเอ่ยถาม

"พวกเรา... พิษในร่างกายบรรเทาลงมากแล้ว" ใบหน้าของหลิวอวิ๋นซีดเซียว แม้จะยังไม่หายดีเต็มร้อย

แต่ชีวิตของมันก็ปลอดภัยแล้ว

"ใช่ อาการของข้าก็ดีขึ้นแล้วเช่นกัน" จางเปียวพยักหน้าสมทบ

"วิชาแพทย์ของท่านช่างล้ำลึกนัก ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่ง!" หลิวสุยเฟิงรีบประสานมือคารวะขอบคุณฟางอี้ทันที

หลิวอวิ๋นและจางเปียวที่เพิ่งฟื้นคืนสติ ก็รีบกล่าวขอบคุณฟางอี้เช่นกัน

"ม่านหมอกแห่งนี้ทำให้ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ดูเหมือนกำลังจะมีเหตุการณ์ปั่นป่วนครั้งใหญ่เกิดขึ้นข้างใน พวกเรารีบเดินทางกันเถอะ" ฟางอี้หรี่ตาลง ปรายตามองม่านหมอกโดยรอบพลางกล่าว

"ใช่ รีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ" หลิวสุยเฟิงรับคำ "เร็วเข้า!"

พวกมันแบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม คอยประคองผู้บาดเจ็บ ส่วนที่เหลือก็หยิบอาวุธและห่อสัมภาระเตรียมพร้อมออกเดินทาง

ฟางอี้ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรีบเดินตามหลังกลุ่มคนพวกนั้นไปติดๆ

นักล่าหมอกทมิฬกลุ่มนี้คลุกคลีอยู่กับม่านหมอกมาหลายปี มีสัญชาตญาณในการนำทางเป็นเลิศ ดังนั้น การเดินตามพวกมันไปจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

กลุ่มคนเร่งรุดเดินไปตามรอยขี้เถ้าสีขาวบนพื้นดิน

เป็นไปตามคาด... ระหว่างทางพวกมันพบเจอทางแยกอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนมีรอยขี้เถ้าสีขาวทอดยาวไปทั้งสิ้น

ทว่า หลิวสุยเฟิงและพรรคพวกกลับเลือกเดินไปเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น

ไม่รู้ตัวเลยว่า พวกเขาเดินเท้าผ่านเส้นทางภูเขามาไกลถึงเจ็ดแปดลี้แล้วอย่างรวดเร็ว

ขณะที่กำลังเดินหน้าต่อไป...

คำพูดของฟางอี้ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นจริง ม่านหมอกเริ่มปั่นป่วนขึ้นมา!

ประการแรก เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดหลากหลายชนิดดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ชวนให้หัวใจสั่นสะท้าน

จากนั้น เสียงร้องของแมลงนับไม่ถ้วนก็ดังกึกก้อง หนาแน่นและสับสนวุ่นวาย

ในท้ายที่สุด เสียงร้องแหลมปรี๊ดของแมลงเหล่านั้นก็ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนทำให้ม่านหมอกเกิดการม้วนตัวอย่างรุนแรง!

สีหน้าของหลิวสุยเฟิงแปรเปลี่ยนไปในพริบตา มันแผดเสียงตะโกน "แย่แล้ว! ฝูงแมลงพิษอีกฝูงกำลังแห่กันมา! หนีเร็ว!"

มันเร่งฝีเท้าและพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที

คนอื่นๆ ก็รีบวิ่งตามไปติดๆ

ฟางอี้ก็ไม่รั้งรอ วิชาย่างก้าวเงากัดกร่อนถูกใช้งานจนถึงขีดสุด ร่างกายพลิ้วไหวดุจเงาพราย 'เกาะติด' กลุ่มคนไปอย่างเหนียวแน่น ยากจะสลัดหลุด!

ทว่า ในจังหวะที่พวกเขากำลังเร่งความเร็วนั่นเอง...

ม่านหมอกรอบทิศทางก็พลันปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง!

ฝูงตะขาบ แมงป่อง แมงมุม และผึ้งพิษจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งพรวดออกมาจากพงหญ้าสองข้างทางอย่างกะทันหัน พวกมันมากันมืดฟ้ามัวดิน โถมเข้าใส่กลุ่มคนราวกับพายุฝน!

กลุ่มคนตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย ทุกคนหน้าซีดเผือด กวัดแกว่งดาบและกระบี่ในมือ ปัดป้องการโจมตีอย่างสุดความสามารถ!

พวกมันป้องกันไปพลาง เร่งความเร็วหนีเอาชีวิตรอดไปพลาง!

จบบทที่ บทที่ 20: ข้าคือโอวหยางเฟิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว