- หน้าแรก
- ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชันกระดูกขาว
- บทที่ 70 วังคู่ครอง
บทที่ 70 วังคู่ครอง
บทที่ 70 วังคู่ครอง
บทที่ 70 วังคู่ครอง
สมัยก่อนอากาศหนาวมาก
ผู้คนไม่มีอุปกรณ์หรือเสื้อผ้ากันหนาวดีๆ
ไม่มีเครื่องทำความร้อนแบบปัจจุบัน
ดังนั้น ในช่วงฤดูหนาว ผู้คนมักจะชอบมารวมตัวกันรอบๆ หม้อไฟ กินอาหารร้อนๆ ที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ เพราะกลัวว่าจะหนาวเย็น
จินอันจำได้ว่า หม้อไฟมีมาตั้งแต่สมัยสามก๊กแล้ว
ก็คือมีมานานนับพันปี
บทกวีโบราณของท่านซูซื่อ(ซูตงพัว) ที่กล่าวถึงวัฒนธรรมการกินหม้อไฟรวมกลุ่มนั้นยังคงเป็นที่รู้จักกันดีจนถึงทุกวันนี้ กล่าวว่า
เหล่าสหายจัดงานฉลองที่ร้านหยวนหลัว มีอาหารอร่อย 12 อย่างคู่กับเหล้าหลางจิ๋ว
จอกสุราชนกันไปมา ดื่มหมดทุกจอก สิงโตหินหน้าประตูถึงกับน้ำลายสอ
ซึ่งก็คือการบรรยายถึงการมารวมตัวกันกินหม้อไฟนั่นเอง
....
เนื่องจากต้องรอนักพรตเต๋าเฒ่าค่อนข้างนาน
พอทั้งคู่ไปถึงร้านก็เลยเวลายามโหย่ว(17.00 – 19.00 น.) ไปแล้วหนึ่งเค่อ(15 นาที)
เหลือเวลาให้กินแค่ครึ่งชั่วยามก่อนจะถึงเวลาห้ามออก
จินอันกับนักพรตเต๋าเฒ่ามากินร้านหม้อไฟเนื้อแพะร้านเดิมอีกครั้ง เพราะฃื่นชอบน้ำซุปของร้านนี้มาก
ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่กว่าร้อยปี มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองฉางเลยก็ว่าได้
ชื่อร้านก็ตรงไปตรงมาว่า ‘ร้านเก่าแก่ร้อยปี’
แล้วร้านเก่าแก่อายุร้อยปีนี้ก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ วัดเหวินหวู่
แต่แล้วเพราะว่าไปถึงร้านพอดีกับเวลาอาหารเย็น บวกกับใกล้วัดเหวินหวู่ด้วย พอทั้งคู่เข้าไปในร้านก็พบว่าที่นั่งเต็มหมดแล้ว ทั้งลูกค้าประจำ ทั้งนักท่องเที่ยวจากที่อื่นที่มากันเพราะเทศกาลเชงเม้งที่วัดเหวินหวู่
นักพรตเต๋าเฒ่าถึงกับหน้าแดงด้วยความโมโห
นักพรตเต๋าเฒ่ามัวแต่คิดถึงหม้อไฟเนื้อแพะร้อนๆ กับสุราอุ่นๆ รสชาติมันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเป็นเซียนเสียอีก แม้จะให้ตำแหน่งเทพบนสวรรค์มาแลกเขาก็ไม่ยอม
แล้วจะมาบอกว่าไม่มีที่นั่งให้เนี่ยนะ?
"วันนี้เห็นน้องชายดูอารมณ์ดีเลยอยากจะเลี้ยงหม้อไฟเนื้อแพะให้สักมื้อ!"
"ใครจะไปรู้ว่าพลาดโอกาสวันนี้ไปแล้ว คราวหน้า คราวหน้าอีก และคราวหน้าอีก ต้องรอให้น้องชายอารมณ์ดีค่อยชวนมากินหม้อไฟอีกทีได้ อาจจะต้องรอไปจนถึงปีขาลเลยนะ!"
พอเห็นเด็กเสิร์ฟหันหลังไปคอยลูกค้าคนอื่นแล้ว นักพรตเต๋าเฒ่าที่อดทนไม่ไหวก็มองมาที่จินอันด้วยสายตาอ้อนวอน "น้องชาย เดี๋ยวก็จะถึงเวลาปิดประตูเมืองแล้ว ข้าว่าเปลี่ยนร้านอื่นไปเลยดีไหม? แม้ว่ารสชาติจะไม่เท่านี้ก็ยังดี"
จินอันเห็นว่านักพรตเต๋าเฒ่าแทบจะเอาลิ้นแลบออกมาเป็นฟองแล้ว ก็เข้าใจความรู้สึกของนักพรตเต๋าเฒ่าได้ทันที จินอันรู้ดีว่านักพรตเต๋าเฒ่านั้นแม้จะดูรู้ทันคน แต่ก็ยังมีมุมที่เหมือนเด็กน้อยอยู่บ้าง จินอันเห็นว่าร้านเต็มแล้ว จึงหันตัวจะเดินออกไป แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขาจากในร้าน
"น้องชาย ข้าว่าข้าได้ยินเสียงใครเรียกชื่อเจ้านะ"
ความจริงแล้ว จินอันก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน เขาสงสัยว่าในเมืองฉางนี้จะมีใครรู้จักเขาอีก นอกจากหัวหน้ามือปราบเฟิง ก็ไม่มีใครอีกแล้ว จินอันจึงหันไปมองตามเสียงนั้น
พอเห็นโต๊ะริมระเบียงว่างอยู่โต๊ะหนึ่ง จินอันก็หันไปยิ้มให้นักพรตเต๋าเฒ่า "ตาเฒ่า ดูเหมือนว่าเราจะมีที่นั่งแล้ว"
"คุณชายอี้หยุน ไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่อีก"
"คุณชายจินอัน ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว ท่านสบายดีหรือไม่"
คนที่ทักทายจินอันนั้นเป็นชายหนุ่มรูปงาม ผิวพรรณผุดผาด มีดวงตาที่เฉียบคม และเป็นนักดาบที่มีอัธยาศัยดี
นักดาบและนักปราชญ์นั้นแตกต่างกัน
ความจริงแล้ว หากจะแยกความแตกต่างก็ง่ายมาก
ผู้คนพูดกันว่า 'ไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากเป็นนักปราชญ์' นั้นหมายถึงนักปราชญ์นั่นเอง
นักปราชญ์นอกจากจะเรียนรู้ 'หกศาสตร์' คือ 'มารยาท ดนตรี ธนู ขี้ม้า อ่านเขียน คำนวณ' แล้ว ยังต้องเดินทางไปทั่ว ออกรบได้ มีจิตใจที่มั่นคง
ข้างกายนักปราชญ์ยังมีชายชราคนหนึ่ง
ชายชราคนนั้นเมื่อเห็นจินอันก็พยักหน้าทักทายอย่างเป็นมิตร แสดงให้เห็นว่าทั้งสองรู้จักกันดี
ชายหนุ่มรูปงามที่ชื่ออี้หยุนผู้นี้เองที่เมื่อคืนวันนั้น นักพรตห้าอวัยวะได้ชี้ทางให้เขา แล้วเขาก็ลงจากภูเขาไปพบกับนักปราชญ์และชายชราที่กำลังเดินทางรอบโลกพอดี
"คุณชายจินอัน บังเอิญแล้ว คุณชายจินอันก็มากินร้านเก่าแก่แห่งนี้ด้วยหรือ? หากคุณชายจินอันคงกำลังหาที่นั่ง หากไม่รังเกียจ ก็สามารถมานั่งร่วมโต๊ะกันได้"
คุณชายอี้หยุนผู้มีรูปร่างงดงามชี้ไปยังที่นั่งแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและมีวัฒนธรรม
จินอันกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลง นักพรตเต๋าเฒ่าที่กลืนน้ำลายแทบไม่ไหว ก็รีบตามมานั่งด้วย
"ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว ไม่คิดว่าคุณชายอี้หยุนจะยังอยู่ในเมืองฉาง ข้าคิดว่าหลังจากผ่านไปนานขนาดนี้ คุณชายอี้หยุนคงออกเดินทางไปแล้ว"
คุณชายอี้หยุนตอบด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและตรงไปตรงมา ขณะที่กำลังดื่มสุราดอกไม้อย่างช้าๆ ว่า "ข้าได้ยินมาว่าเทศกาลเชงเม้งของเมืองฉางใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นข้าและฉีป๋อจึงวางแผนจะไปดูเทศกาลเชงเม้งที่ยิ่งใหญ่ของเมืองฉางก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังยุทธภพที่มีชื่อเสียงต่างๆ"
สุราดอกไม้ทำโดยการนำดอกไม้หลากหลายชนิดมาหมัก ทำให้มีแอลกอฮอล์ต่ำ รสชาติอ่อนโยน มีกลิ่นหอมของดอกไม้ จึงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชนชั้นสูงและสตรีสูงศักดิ์เป็นอย่างมาก"
"หากจะพูดถึงชื่อเสียงของคุณชายจินอันในเมืองฉางตลอดเดือนที่ผ่านมานี้ ท่านดังไปทั่วเมืองเลยทีเดียว คุณชายจินอันสามารถคลี่คลายคดีแปลกๆ ได้หลายคดี ทั้งคดี 'ฟ้าผ่า' 'คดีจมน้ำ' เมื่อไม่นานมานี้ ยังได้ยินมาว่าคุณชายจินอันช่วยหามโลงศพให้กับตระกูลหลิน ซึ่งเป็นโลงศพที่ไม่มีใครยกได้ แต่คุณชายจินอันกลับยกได้สำเร็จ ข้าขอเดาว่าท่านผู้นี้อาจจะเป็นอาจารย์เฉิน ที่มาทำพิธีให้กับตระกูลหลินเมื่อไม่นานมานี้ใช่หรือไม่?"
ขณะนั้น นักพรตเต๋าเฒ่าที่เพิ่งสั่งอาหารกับเด็กเสิร์ฟเสร็จพอดี ได้ยินคนพูดถึงตัวเอง จึงรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที
"น้องชาย เจ้ามาพูดถึงเรื่องนี้กับข้าทำไมกันเล่า"
"หากเจ้าพูดถึงเรื่องนี้ ขาของข้าที่ปวดเมื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย"
นักพรตเต๋าเฒ่าทำท่าทางเหมือนผู้มีวิชาอาคม นั่งตัวตรงขึ้นมา ลูบเคราแล้วหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น เนื่องจากคุณชายอี้หยุนเป็นสหายที่ดีของน้องชายข้า ข้าจะดูดวงให้ท่านโดยไม่คิดเงินก็แล้วกัน ข้าเชี่ยวชาญในการดูดวงมาก บอกได้ทั้งเรื่องบนฟ้า เรื่องใต้ดิน หากข้าดูไม่แม่นยำ ไม่ต้องเสียเงินสักแดง"
จินอัน: "..."
คุณอี้หยุน: "..."
จินอันรู้สึกว่านักพรตเต๋าเฒ่ากำลังทำให้เขารู้สึกอับอาย
คำพูดเหล่านี้ฟังดูเหมือนคำพูดของนักต้มตุ๋นในยุทธภพ
คุณชายอี้หยุนไม่ได้แสดงความรู้สึกแปลกใจออกมา แต่กลับพูดด้วยความสุภาพว่า "ไม่เป็นไรขอรับ ไม่ต้องดูดวงให้ข้าก็ได้ ข้าไม่เชื่อเรื่องโชคลาง"
"แต่ถ้าอย่างนั้น อาจารย์เฉินช่วยดูโหงวเฮ้งของข้าให้หน่อยได้ไหม"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตเต๋าเฒ่าก็เริ่มดูหน้าตาของอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
"คุณชายอี้หยุนมีหน้าผากสีเหลืองทอง แต่งกายราวนักปราชญ์ แสดงว่าท่านเป็นผู้มีความสามารถ และมีความสามารถสูง ไม่เหมือนนักปราชญ์จอมปลอม ที่แต่งตัวเลียนแบบ"
"คุณชายอี้หยุนมีคางที่สมบูรณ์ บริเวณที่เกี่ยวกับโชคลาภก็เต็ม ซึ่งหมายความว่าตระกูลของท่านร่ำรวยเงินทอง มีที่ดิน มีบ้าน ไม่เคยขาดแคลนอะไรมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลของท่านน่าจะเป็นข้าราชการ"
"บริเวณที่เกี่ยวกับคู่ครองของคุณชายอี้หยุน มีดอกท้อเบ่งบาน ซึ่งหมายความว่าท่านกำลังจะมีดวงความรักที่ดี จะได้พบกับคนที่ท่านรักมากที่สุด และดอกท้อดอกนี้กำลังบานอีกครั้ง แสดงว่าท่านเคยพบกับคู่แท้ของท่านมาแล้ว และจะได้พบกันอีกครั้งในเร็ววันนี้"
"ข้าดูแล้วเห็นว่าดวงความรักของคุณชายอี้หยุนกำลังเบ่งบานมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มส่งผลกระทบไปยังดวงชะตาส่วนอื่นๆ ซึ่งหมายความว่าคนที่ท่านจะพบนั้นไม่เพียงแต่เป็นคนที่ท่านรัก แต่ยังเป็นผู้ที่มีบุญคุณต่อท่านอีกด้วย แม้ว่าท่านจะต้องเผชิญกับความยากบ้าง แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้มีบุญคุณ ท่านจะสามารถผ่านพ้นไปได้ และประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ท่านปราถนา"
คำพูดของนักพรตเต๋าเฒ่าทั้งหมดล้วนเป็นคำชม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปชอบฟัง
ไม่ว่าจะเป็นคุณชายอี้หยุนหรือจินอัน ต่างก็ฟังคำพูดของนักพรตเต๋าเฒ่าด้วยความสนใจและยิ้มให้ แต่ไม่มีใครเชื่อถือจริงจัง
ทันใดนั้นเอง จานเนื้อแพะที่นักพรตเต๋าเฒ่าสั่งก็ถูกเด็กเสิร์ฟนำมาเสิร์ฟ ทุกคนจึงเริ่มทานเนื้อแพะกัน
นักพรตเต๋าเฒ่าที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ลังเลใจอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นจินอันตักเนื้อแพะไปครึ่งจาน ก็กลัวว่าจะไม่ได้กิน จึงรีบถกแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มเปิดศึกแย่งเนื้อแพะกับจินอัน
(ยังไม่จบ)